วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจ้งข้อหา 'น็อต’' เพิ่ม 'ข่มขืนใจ' มีโทษจำคุก3ปี แม่บอยห้ามเยี่ยมลูกชาย

ตำรวจเรียกตัว “น็อต-อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล” ดารา-พิธีกรดัง มาแจ้งข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นฯเพิ่มอีกกระทง ก่อนรอผลแพทย์ชี้เข้าข่ายทำร้ายร่างกายถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ขณะที่เหยื่อกำปั้น “บอย-กิตติศักดิ์” นอนพักฟื้นที่ รพ.เลิดสิน หลังผ่าตัดศัลยกรรมดั้งจมูกที่แตกละเอียด แม่คนเจ็บไม่อนุญาตให้ “น็อต กราบรถกู” เข้าเยี่ยม อ้างต้องการความเป็นส่วนตัว ด้าน “บิ๊กตู่” ติงควรยับยั้งชั่งใจมีสติ รู้จักเห็นใจคนรอบข้าง ส่วนที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบเพิ่มโทษทั้งจำทั้งปรับ จากเดิมจำคุกอย่างเดียวในข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัส

ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม กรณี “น็อต-อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล” นักแสดงและพิธีกรสังกัด บริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ลุแก่โทสะหลังถูกรถ จยย.เฉี่ยวชนรถเก๋งมินิคูเปอร์ สีเหลือง คันโปรด ก่อนใช้กำลังทำร้ายพร้อมบังคับนายกิตติศักดิ์ หรือบอย สิงโต พนักงานคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตลิ่งชัน คู่กรณียกมือกราบรถ เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 4 พ.ย. ท้องที่ สน.ยานนาวา มีผู้นำคลิปเหตุการณ์ความรุนแรงออกมาเผยแพร่ ทำให้มารดาของนายกิตติศักดิ์เปลี่ยนใจเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ เนื่องจากทนไม่ได้ที่บุตรชายเป็นฝ่ายถูกกระทำย่ำยีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ขณะที่บริษัทต้นสังกัดและรายการต่างๆที่ “น็อต-อัครณัฐ” เป็นพิธีกรต่างออกมาบอยคอตเจ้าตัว รวมทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. โทรศัพท์สั่งการข้ามประเทศให้สะสางคดีโดยเร็ว เนื่องจากรับไม่ได้และเป็นกรณีประชาชนให้ความสนใจ

ความคืบหน้าที่ สน.ยานนาวา เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 พ.ย. พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า แจ้งข้อกล่าวหากับนายอัครณัฐ หรือน็อต อริยฤทธิ์วิกุล ในข้อหาทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย อยู่ระหว่างรอผลแพทย์ว่ามีการรักษาเกินกว่า 20 วันหรือไม่ ถ้าเกินจะเรียกมาแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อไป ขณะนี้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆรวมทั้งคลิปวีดิโอแล้ว เบื้องต้นนายอัครณัฐให้การภาคเสธ ยอมรับว่าทำร้ายร่างกายจริงแต่ทำไปเพราะเพื่อปกป้องทรัพย์สิน ขณะที่นายกิตติศักดิ์ถูกแจ้งข้อหาขับรถประมาทเฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายแล้วหลบหนี ทั้งนี้ นายกิตติศักดิ์ให้การภาคเสธเช่นกันคือ ยอมรับว่าเฉี่ยวชนจริงแต่ไม่ได้
มีเจตนาหลบหนี ทั้งนี้ ต้องรอฝ่ายตรวจสภาพรถยืนยันมาเป็นหลักฐานอีกครั้ง

“ผมเตรียมเรียกนายอัครณัฐมาแจ้งข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 8 พ.ย.” พ.ต.ท.ทวีปกล่าว

ที่แผนกศัลยกรรมกระดูก อาคารกาญจนาภิเษก รพ.เลิดสิน ผู้สื่อข่าวเดินทางมาตรวจสอบอาการนายกิตติศักดิ์ หรือบอย สิงโต คู่กรณีนายอัครณัฐ หรือน็อต อริยฤทธิ์วิกุล หลังเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกและนอนพักฟื้นรักษาอาการ ที่บริเวณใบหน้ามีร่องรอยฟกช้ำดำเขียวหลายแห่ง ต้องใช้เจลประคบเย็นที่บาดแผลอยู่ตลอดเวลา โดยมี น.ส.สุธิรา หงษ์ทอง อายุ 53 ปี มารดาและคณะแพทย์เฝ้าดูอาการ

น.ส.สุธิรากล่าวว่า พาบุตรชายมาพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการเมื่อช่วงห้าทุ่มของวันที่ 7 พ.ย. แพทย์พบกระดูกดั้งจมูกแตกละเอียด ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรอผ่าตัดศัลยกรรมจมูกในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 8 พ.ย. ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า 2 ชม. ก่อนนำตัวออกมานอนพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วยพิเศษโดยย้ายจากห้องผู้ป่วยรวม ต้องนอนรอดูอาการอีกประมาณ 2-3 วัน หากดีขึ้นแพทย์อาจให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน

น.ส.สุธิรากล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายอัครณัฐคู่กรณีติดต่อทางโทรศัพท์จะเข้ามาเยี่ยมบุตรชายและสอบถามเรื่องค่าใช้จ่าย ตนปฏิเสธไปเนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว ส่วนค่ารักษาพยาบาล ขณะนี้บุตรชายใช้สิทธิประกันสังคม แต่ต้องออกค่ารักษาพยาบาลเองในบางส่วน นอกจากนั้นที่ทำงานของบุตรชายติดต่อเข้ามาพร้อมทั้งยื่นข้อเสนอให้ความช่วยเหลือ ช่วงนี้ตนต้องพักกิจการที่บ้านไว้ก่อนเพื่อมาดูแลบุตรชาย ซึ่งตนก็ไม่ได้มีฐานะอะไรจึงต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือ ส่วนเรื่องคดีความขณะนี้ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ติดต่อเข้ามาประสงค์ให้ความช่วยเหลือทางด้านคดี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม. ถึงกรณีนี้ว่า เรื่องความรุนแรงไม่มีใครชอบและไม่ควรเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เวลานี้ควรมองที่เจตนาก่อนเพราะมีกฎหมายบังคับใช้อยู่แล้ว ขอย้ำว่ากฎหมายมีอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายและสังคมก็ลงโทษ ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง ต้องรู้จักระงับยับยั้งชั่งใจ มีสติในการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องรู้จักเห็นใจคนอื่นบ้าง การโมโหกันไปมาไม่เกิดประโยชน์

ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาในส่วนของอัตราโทษปรับในภาค 2 ความผิด เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขอัตราโทษปรับสำหรับความผิดลหุโทษในภาค 3 ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขอัตราปรับให้สูงขึ้นเป็นสิบเท่าแล้ว รวมทั้งแก้ไขเพิ่มโทษปรับสำหรับความผิดทางอาญา ฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุทำให้ผู้ถูกทำร้ายรับอันตรายสาหัส โดย พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ม.297 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 1 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท ส่วน ม.298 มีโทษจำคุก 2 ปีถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 4 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท จากเดิมทั้ง 2 มาตรา มีโทษเพียงจำคุกเท่านั้น

ขณะที่นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการและอุปนายกฝ่ายนโยบายและแผน สภาทนายความ กล่าวว่า หากผู้เสียหายต้องการความช่วยเหลือด้านกฎหมายสามารถเดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือได้ที่สภาทนายความตามวันและเวลาทำการ สำหรับประเด็นการกระทำความผิดนอกจากตัวนายอัครณัฐแล้ว หากผู้เสียหายร้องทุกข์ให้เอาผิดกับเพื่อนที่มากับนายอัครณัฐ ฐานเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดก็สามารถทำได้ การเป็นตัวการร่วมมีหลักว่าตัวการร่วมต้องอยู่ใกล้ชิดกับการกระทำความผิดพร้อมที่จะช่วยเหลือและคอยดูต้นทางกันไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ในลักษณะ ร่วมแรงร่วมใจ โดยผู้ที่เป็นตัวการร่วมต้องรับโทษเสมือนเป็นผู้ลงมือ

ต่อมาเวลา 19.30 น. นายอัครณัฐ หรือน็อต อริยฤทธิ์วิกุล ดารา-พิธีกร ต้นเรื่องคดีกราบรถ พร้อมนายอดุล ทินะพงศ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ยานนาวา เพื่อรับทราบข้อหาเพิ่มเติมฐานข่มขืนใจผู้อื่นฯ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อมาถึงนายอัครณัฐยกมือไหว้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ก่อนเดินเข้าห้องพนักงานสอบสวนที่ชั้น 3 ของ สน.ยานนาวา ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเข้าไปในห้องพนักงานสอบสวน นายอัครณัฐที่อยู่ในอาการเคร่งเครียด นั่งก้มหน้าพนมมือ ก่อนพูดสั้นๆว่า “ขอโทษจริงๆครับ ขอโทษกับสิ่งที่มันไม่ดี ขอโทษที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น ผมยังเหมือนเดิมจะรับผิดชอบน้องเขาครับ ขอโทษทุกคนที่ผมมีสติไม่พอ มันไม่พอจริงๆ ผมพยายามติดต่อน้องทุกวัน วันนี้ผมยังโทรศัพท์ทั้งวัน แต่ช่วงเย็นคุณแม่ของน้องไม่รับสาย ผมเลยส่งข้อความไปหา ยืนยันว่าจะติดต่อน้องทุกวัน”

ตำรวจเรียกตัว “น็อต-อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล” ดารา-พิธีกรดัง มาแจ้งข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นฯเพิ่มอีกกระทง ก่อนรอผลแพทย์ชี้เข้าข่ายทำร้ายร่างกายถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ขณะที่เหยื่อกำปั้น “บอย-กิตติศักดิ์” นอนพักฟื้นที่ รพ.เลิดสิน 9 พ.ย. 2559 07:32 9 พ.ย. 2559 07:33 ไทยรัฐ