วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แห่คชสารรำลึกอลังการ แต่งขบวนช้างทำท่าถวายบังคมอาลัยในหลวง ร.9

แห่คชสารรำลึกอลังการ แต่งขบวนช้างทำท่าถวายบังคมอาลัยในหลวง ร.9

  • Share:

ตราตรึงใจขบวน “คชสารงางามแสดงความอาลัย” ช้างพลาย 11 เชือก แต่งชุดช้างศึกเต็มยศและชาวปางช้าง จากวังช้างอยุธยา แล เพนียด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมหมอบกราบ ถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หน้าพระบรมมหาราชวัง ด้วยท่วงท่าสง่างาม แสดงความเคารพสูงสุด เป็นที่ตื่นตาตื่นใจประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยถวายสักการะพระบรมศพ สุดอัศจรรย์ใจเมื่อขบวนช้างเคลื่อน ฝนที่ตกกระหน่ำกลับหยุดและท้องฟ้าใสสว่าง “ลายทองเหรียญ มีพันธุ์” เจ้าของวังช้าง เผย “ในหลวงภูมิพล” มีพระราชดำรัสช่วยช้างมาตลอด จนทำให้มีกฎหมายคุ้มครองช้างมากมาย จึงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ส่วนการฝึกช้างได้จากตำราหลวงจากพระราชวังและใช้เวลาฝึกกว่า 10 วัน เผยสัตวแพทย์หญิงแห่งวังช้างเป็นควาญช้างหญิงหนึ่งเดียวที่เข้าร่วมขบวน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ มีรับสั่งกับคนไทยในลอนดอนแม้ทุกข์โศกแต่ต้องเดินไปข้างหน้า ทรงย้ำคนไทยเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เพราะมี “พ่อคนเดียวกัน”

เป็นอีกหนึ่งภาพแห่งความตราตรึงใจของชาวไทย กับขบวน “คชสารงางาม 11 เชือก” ที่เป็นช้างพลายอันสง่างาม จากวังช้างอยุธยา แล เพนียด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ชาวช้างกว่า 200 ชีวิต เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ขณะที่พสกนิกรจากทั่วทุกภาคของประเทศยังเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่องทุกวัน

สมเด็จพระเทพฯเสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศล

ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ดำเนินมาเป็นวันที่ 26 เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ในเวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และคุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาส ที่สวดพระอภิธรรม จากนั้นเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานในการบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารและวัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ชาวช้างร่วมแสดงความอาลัย

ในส่วนของวันที่ต้องอยู่ในความทรงจำของชาวไทยอีกวันหนึ่งนั้น เมื่อเวลา 06.30 น. ที่หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (สวนเจ้าเชตุ) แขวงพระบรม มหาราชวัง เขตพระนคร มูลนิธิพระคชบาล กลุ่มชาวช้างกว่า 200 คน นำช้างจากวังช้างอยุธยา แล เพนียด จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 11 เชือก เป็นช้างพลายลักษณะดี มีงาที่งดงาม นำมาแต่งเครื่องคชาภรณ์ ประกอบด้วยผ้าสีดำดิ้นทองที่สวยงาม ส่วนลำตัวใช้ดินสอพองสีชมพูทาทั่วทั้งลำตัว ขณะที่ควาญช้างอยู่ในชุดนักรบโบราณสีดำคลิบทอง โดยหนึ่งในจำนวนควาญช้างชุดประวัติศาสตร์ครั้งนี้ มีควาญช้างหญิงชื่อ สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ มีพันธุ์ เป็นควาญช้างที่ควบคุมช้างพลายกิ่งแก้ว รวมอยู่ด้วย ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา มีประชาชนที่ยืนรอชมขบวนแห่เป็นจำนวนมาก

อัศจรรย์ท้องฟ้าไร้ฝน

จากนั้นเวลา 09.09 น. ขบวนช้างทั้งหมด เคลื่อนออกจากหน่วยบัญชาการกำลังสำรอง ปรากฏว่าสายฝนที่ก่อนหน้านี้โปรยปรายลงมาอย่างหนัก กลับหยุดตกและท้องฟ้าที่มืดครึ้มปกคลุมด้วยก้อนเมฆ กลับสว่างขึ้นทันที เป็นที่นาอัศจรรย์ยิ่งนัก ขบวนแรกเป็นชาวปางช้างชายหญิงจากปางช้างต่างๆทั่วประเทศ แต่งกายด้วยชุดดำไว้ทุกข์ ถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชอิริยาบถทรงจับงวงพระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างเผือกประจำรัชกาลที่ 9

ขบวนคชสารสุดสง่างาม

ตามด้วยขบวนช้าง มีพลายวัง เป็นช้างที่มี ลักษณะงดงาม ตัวสูงใหญ่น่าเกรงขาม มีงาสีขาวนวลยาวสวยงาม ออกนำขบวน บนหลังช้างมีพระบรม ฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงฉายกับพระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ใส่กรอบตั้งอยู่ ส่วนด้านข้างช้างพลายวัง มีชาวต่างชาติสวมสูทสีดำ ถือทรัมเป็ตอยู่ด้านซ้าย ด้านขวามีชาวต่างชาติแต่งชุดประจำชาติสกอตแลนด์ ถือปี่สกอตเดินตาม มีพลายงาทอง มีกลองทัดติดอยู่ที่หลังเพื่อคอยส่งสัญญาณ เดินตามหลัง ขณะที่ช้างเคลื่อนขบวนมา มีประชาชนจำนวนมากต่างแห่ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ทำท่า “คชาภรณ์รำลึก”

ทันทีที่ขบวนช้างมาถึงประตูเทวาพิทักษ์ ถนนสนามไชย ควาญช้างประจำพลายงาทอง ตีกลองทัดให้สัญญาณช้างที่อยู่ในขบวนทั้ง 9 เชือก ทำท่า “คชาภรณ์รำลึก” ช้างทุกเชือกยกขาซ้ายสลับกับเท้าขวาก้าวเดิน ในจังหวะมาร์ช พร้อมกับยกงวง ส่ายงาและยกงวงขึ้นมาจรดที่หัวช้างอย่างพร้อมเพรียงกัน นอกจากนี้ยังส่งเสียงร้องพร้อมๆกันอีกด้วย ช้างทุกเชือกหันหัวไปที่สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์แล้วนั่งพับเพียบทำท่าถวายบังคม รวมทั้งทุกคนที่อยู่ใน ขบวนด้วย ขณะที่ผู้เป่าทรัมเป็ตและปี่สก็อตได้ลงนั่งท่าคุกเข่า จากนั้นได้เป่าทรัมเป็ตและปี่สก็อต เพลงสรรเสริญพระบารมี ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวร่วมกันขับร้องเพลงตามไปด้วย ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้า ประชาชนหลายรายถึงหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจและอาลัยรักในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างสุดซึ้ง

ใช้งวงแตะหน้าผากเคารพสูงสุด

จากนั้นขบวนได้เดินต่อมายังหน้าศาลหลักเมือง เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน กระทั่งถึงประตูมณีนพรัตน์ ขบวนช้างได้แปรขบวนจากเดิม เดินแบบสลับฟันปลา มาเป็นแถวเรียงหน้ากระดานลดหลั่นกันไป มีช้างพลายวังนำหน้าขบวนเช่นเดิม ก่อนที่ช้างและผู้ร่วมขบวนทั้งหมดจะก้มลงกราบที่พื้น ส่วนช้างทำท่าคชภรณ์รำลึกเช่นเดิม ก่อนที่ช้างทั้ง 9 เชือกส่งเสียงร้องหนึ่งครั้ง พร้อมกับบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีอีกครั้งหนึ่ง ช้างทั้งหมดได้เดินกลับมายังแยกศาลหลักเมือง หน้ารูปปั้นช้างเอราวัณ โดยที่ช้างทั้งหมดจะยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ชาวช้างที่มาจากมูลนิธิช้างต่างๆจากทั่วประเทศ หันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวังก่อนที่ชาวช้างก้มลงกราบที่พื้น ช้างทั้งหมดใช้งวงแตะที่หน้าผากและเงยหน้าขึ้น พร้อมกับเปล่งเสียง ถือเป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงสุด ก่อนที่ขบวนจะเดินทางกลับ

เผยช้างทุกเชือกเคยถวายงาน

น.ส.ร่มทองทราย มีพันธุ์ อายุ 43 ปี ประธานมูลนิธิพระคชบาล กล่าวว่า มูลนิธิพร้อมกับกลุ่มชาวช้างทั้งประเทศกว่า 200 คน นำช้างจากวังช้างอยุธยา แล เพนียด จำนวน 11 เชือก เป็นช้างพลายทั้งหมด ประกอบด้วย พลายวัง เป็นตัวนำขบวน พลายงาทอง เป็นตัวที่สอง พลายกิ่งแก้ว พลายใหญ่ยิ่ง พลายมรกต พลายสยาม พลายนพเก้า พลายแรมโบ้ พลายจันทร์บุญ และอีกสองเชือกไม่มีงาแต่เป็นช้างสีดอ ชื่อบุญรอด และเพื่อนแก้ว ช้าง 9 เชือกเป็นตัวแสดงชุดคชาภรณ์รำลึก ไม่นับพลายวัง ที่อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ และพลายงาทอง ที่เป็นช้างกลองคอยส่งสัญญาณให้ทั้ง 9 เชือกคอยปฏิบัติตาม เหตุที่เลือกเวลาเคลื่อนขบวน 09.09 น. ช้าง 9 เชือกที่แสดง เป็นไปตามรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ช้างทั้ง 11 เชือกนี้ เคยแสดงต่อหน้าพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแล้วเมื่อครั้งที่เสด็จพระราชดำเนิน มายังทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา ในปี 2555 และทุกคนรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้มาแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช

สุดสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นายลายทองเหรียญ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่วังช้างอยุธยา แล เพนียดนำช้าง 11 เชือกเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากชาวช้างทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระองค์ที่มี พระราชดำรัส คอยช่วยเหลือช้างมาโดยตลอด จนเป็นจุดเริ่มต้นให้มีกฎหมายคุ้มครองช้างเกิดขึ้นมากมาย เช่น กฎหมายห้ามค้างาช้าง กฎหมายตรวจสอบช้าง และกองทุนต่างๆ ตรงนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวช้างรักพระองค์ วันนี้ถือว่าได้ทำสมความตั้งใจ ถึงแม้จะอยู่ในบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า แต่ก็ทุกคนรู้สึกภูมิใจที่สามารถทำงานนี้ถวายพระองค์ท่านได้สำเร็จ และเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ฝึกช้างตามตำราหลวงโบราณ

นายลายทองเหรียญ กล่าวอีกว่า นำกลุ่มควาญช้างและช้างพลายจำนวน 11 เชือก เดินทางมาเพื่อมีจุดประสงค์ร่วมกันคือ การแสดงความจงรักภักดีและถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในขบวนนั้นประกอบไปด้วยช้างนำ 1 เชือก ช้างมโหฬี 1 เชือก ช้างส่วนที่เหลือเป็นช้างประกอบขบวน เพื่อให้สมพระเกียรติ การทำให้ช้างมีความพร้อมเพรียงต้องใช้เวลาถึง 12 วันกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ และการฝึกช้างพลายทั้งหมดที่มาร่วมขบวนในวันนี้ ใช้วิชาจากตำราหลวงจากพระราชวัง มีความยากในการฝึกมาก เพราะช้างพลายแต่ละเชือกมีอายุ มีน้ำหนักมากและไม่เท่ากัน การเชื่อฟังควาญช้างอาจจะต้องใช้เวลา แต่ด้วยทุกคนรวมถึงช้างมีศูนย์ร่วมจิตใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้การฝึกช้างขบวนนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย และมีความสง่าสวยงามประทับใจทุกคน

ควาญช้างหญิงหนึ่งเดียวในขบวน

อีกหนึ่งจุดสนใจนั่นก็คือ ในจำนวนควาญช้างของขบวน “คชสารงางามถวายความอาลัย” มีสัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ มีพันธุ์ หรือน้องพลอย บุตรสาวของนายลายทองเหรียญ ผู้ฝึกสอนช้างและสัตวแพทย์ของวังช้างอยุธยา แล เพนียด เป็นควาญช้างหญิงเพียงคนเดียวของขบวนและขี่ช้างพลายกิ่งแก้ว พร้อมกับฝูงช้างเชือกอื่นๆ มาถวายสักการะพระบรมศพ กล่าวว่า เพิ่งเรียนจบแต่อยู่กับช้างมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ มีความผูกพันกับช้างมาก จึงย้ายมาที่มูลนิธิดังกล่าวและฝึกเป็นควาญช้าง เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาทางกลุ่มเริ่มฝึกช้าง ที่นำมาแสดงความอาลัยครั้งนี้ ในเรื่องของความพร้อมเพรียง เพราะช้างเหล่านี้มีการฝึกพื้นฐาน หรือฝึกการแสดงท่าทางมาตลอดอยู่แล้ว ในการฝึกได้บอกช้างว่า การแสดงครั้งนี้พิเศษมาก ช้างก็รับรู้ได้ในความรู้สึกของควาญร่วมกัน

เผยใช้เวลาฝึกเกือบสองสัปดาห์

สัตวแพทย์ลาดทองแท้กล่าวอีกว่า ช้างส่วนใหญ่มาจากเพนียดคล้องช้างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝึกช้างมาตั้งแต่ 3 ปี ถึง 3 ปีครึ่ง จนสามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้ ส่วนเวลาในการฝึกซ้อมจนมาแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระบรมมหาราชวัง ประมาณ 10 วัน เพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียง คัดเลือกตั้งแต่พ่อและแม่พันธุ์ การเลี้ยงช้างเปรียบเสมือนช้างเป็นลูกคน มีความคลุกคลีกับมนุษย์ ส่วนท่าทางการเดิน ต้องขอเล่าย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปี ช้างพลายกิ่งแก้วเป็นเชือกแรกที่สามารถเดินสวนสนามได้ ดูมาจากการเดินสวนสนามของม้า และทหาร ที่มีการยกขาสูง จึงนำมาคิดว่าจะทำให้ช้างเดินได้สวยงามน่าเกรงขาม ช้างกับควาญจะต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันไม่ว่าจะทำท่าอะไร ต้องทำพร้อมกับช้างด้วย ช้างเหนื่อยแค่ไหนควาญก็ต้องเหนื่อยเท่ากัน วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงสุดในชีวิตที่ได้มาร่วมแสดงความอาลัยแม้ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่ขอทำความดีต่อไป

ตั้งชุดเฉพาะกิจดูแล 12–13 พ.ย.

ช่วงสายวันเดียวกัน ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกอร.รส. ว่า ในวันที่ 12-13 พ.ย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ตรงกับวันหยุดราชการ จะมีประชาชนมาถวายสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก กองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กทม.และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมกัน เพื่อเตรียมรับมือกับประชาชนที่จะเดินทางมา ส่วนในวันที่ 12 พ.ย.วันลอยกระทงจัดขึ้นที่บริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า สะพานพระราม 8 ขอความร่วมมือเรื่องพลุไฟ โคมลอย ห้ามให้มีโดยเด็ดขาด ในวันที่ 11 พ.ย. ผู้ว่าฯกทม.จะตรวจโป๊ะ ท่าเรือ เตรียมรับมือวันลอยกระทง

ฟ้าหญิงฯเสด็จบำเพ็ญพระกุศลบ่าย

เวลา 15.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

กว่า 2 แสนคนถวายสักการะพระบรมศพ

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 7 พ.ย. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 34,712 คน รวม 10 วัน มี 283,716 คน มีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,716,758 บาท รวม 10 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 17,160,972.50 บาท

ลงนามแสดงความอาลัยกว่า 7.2 ล้านราย

ขณะที่กระทรวงมหาดไทย สรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัย และการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างจังหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 7 พ.ย. จำนวนทั้งสิ้น 210,891 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 7,294,601 ราย ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. -7 พ.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 9,395,739 คน กิจกรรมการทำบุญตักบาตร 2,795,272 คน กิจกรรมอื่น 2,470,940 คน

รวมพระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรม

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงได้รวบรวมพระราชกรณียกิจ และพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดทำองค์ความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรม ในฐานะองค์อัครศิลปิน เชิญนายศักย ขุนพลพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรม และนางสายไหม จบกลศึก ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาและหนังสือ ทั้ง 2 คนได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯถวายงานเมื่อครั้งพระองค์มีพระราชกระแสให้กรมศิลปากรเปลี่ยนภาพจิตรกรรมฝาผนังหอพุทธรัตนสถาน ภายในพระบรมมหาราชวังชั้นในมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านจิตรกรรมชิ้นเยี่ยมสมัย ร.9 เช่น จิตรกรรมฝาผนังหอพุทธรัตนสถาน จิตรกรรมพระมหาชนก จิตรกรรมไตรภูมิกถา ก่อนที่จะรวบรวมให้ประชาชนได้ศึกษาประมวลเป็นหนังสือ วีดิทัศน์ อีกทั้งยังมีแนวคิดจัดทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงง่ายขึ้น

เผยรับสั่งในหลวง

นางสายไหม จบกลศึก ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาและหนังสือ กล่าวว่า เคยเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถึง 3 ครั้ง แต่ละครั้งพระองค์จะมีพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับแนวทางการเปลี่ยนภาพจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถาน แต่เดิมภาพเขียนที่เขียนไว้บางส่วนเป็นภาพเขียนที่ไม่เสมอกัน ระหว่างภาพเก่าและภาพใหม่ซึ่งเป็นจิตรกรรมในยุคเก่าและยุคใหม่ นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงรัชกาลที่ 9 พระองค์มีพระราชปรารภให้ดำเนินการให้ภาพจิตรกรรมฝาผนังดังกล่าวมีความกลมกลืนกัน พร้อมกับมีพระราชกระแส ว่า ขอให้จิตรกรรมฝาผนังหอพุทธรัตนสถานนี้ เป็นของขวัญให้กับพระองค์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก เพื่อเชิดชูงานศิลปกรรมของภูมิปัญญาบรรพชนพระพุทธรัตนสถาน เพื่อเป็นประวัติศาสตร์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระองค์รับสั่งว่าทุกอย่างต้องถูกต้องตามความเป็นจริง คือ พระราชวัง สถานที่ ต้นไม้ อยู่ตรงไหน ต้องบอกทิศทางให้ถูกต้อง ตรงนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์อีกด้วย ทำให้เด็กเยาวชนรุ่นหลัง สามารถเป็นจดหมายเหตุได้ด้วย

ทรงให้อนุรักษ์เทคนิคโบราณ

ด้านนายศักย ขุนพลพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจิตรกรรม กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชตรัสว่า ให้อนุรักษ์เทคนิคโบราณไว้ แล้วนำเทคนิคสมัยใหม่มาใช้ให้กลมกลืน เนื่องจากบางสีไม่มีแล้ว สีเขียว สมัยก่อนซื้อมาจากจีน ปัจจุบันไม่มีแล้ว ก็ใช้ของสมัยใหม่ แต่ขั้นตอนการทำนั้น เราจะต้องทดลองการใช้สีและวางไว้กลางแจ้ง 1 สัปดาห์ ดูว่ามีปัญหาหรือไม่ จึงเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เริ่มเขียนปี 2546 โดยจิตรกรรมพระพุทธรัตนที่เขียนใหม่

ท่านมุ้ยพบนายกฯให้ชม MV

อีกด้านเช้าวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล พร้อมคณะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ เพื่อนำมิวสิกวีดิโอเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ประชาชนร่วมร้องกันที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 22 ต.ค. มาจัดฉายให้ชมเป็นตัวอย่าง ก่อนเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯและก่อนนำเผยแพร่ต่อไป

เผยเป็นผลงานยิ่งใหญ่ของคนไทย

ม.จ.ชาตรีเฉลิมให้สัมภาษณ์ว่า มิวสิกวีดิโอเพลงสรรเสริญพระบารมีชุดนี้ประชาชนคนไทยกว่า 3 แสนคนร่วมกันทำ ถือเป็นผลงานชิ้นที่ยิ่งใหญ่ ก่อนเผยแพร่มิวสิกทีมงานจะมีการประชุมกันอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้มิวสิกวีดิโอหลุดออกมาก่อน อยากให้เผยแพร่พร้อมกันทั้งสื่อโทรทัศน์ โรงภาพยนตร์ รวมถึงป้ายโฆษณา โดยจะเป็นเวอร์ชั่นเดียวกันไม่มีเวอร์ชั่นอื่นอีก นายกฯได้ชมแล้วและชอบมาก เหลือเพียงการนำขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารว่า จะทรงมีพระราชวินิจฉัยอย่างไร มิวสิกวีดิโอชุดนี้จะมีภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงแรกความยาวรวม 10 นาที ทั้งนี้ ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เรื่องการปล่อยมิวสิกวีดิโอ

ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯก่อนแพร่

ต่อมาช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แถลงภายหลังการประชุม ครม. กรณี ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล พร้อมคณะ เข้าพบและนำมิวสิกวีดิโอเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ตัดต่อเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วนำมาจัดฉายให้ได้ชมเป็นตัวอย่างว่า ได้รับชมแล้วถือว่าดี แต่สิ่งสำคัญคือ จะต้องนำกราบบังคมทูลขอพระราชวินิจฉัยจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะดีกว่า เนื่องจากมีการนำพระราชดำรัสของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มาถ่ายทอดด้วย พระองค์ท่านจะได้ทรงพิจารณาความเหมาะสมว่าจะเผยแพร่ได้ในช่วงใด

ให้มองพระบรมราโชบาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าสิ่งต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชรับสั่งไว้ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ 70 ปี เรายังสามารถนำไปปรับใช้ได้จนถึงปัจจุบัน เราต้องมองที่พระบรมราโชบายหรือหลักการของพระองค์ท่านว่าคืออะไร จากนั้นก็จำแนกเป็นกิจกรรมที่ไปเกิดเป็นโครงการหลวงต่างๆกว่า 4,000 โครงการ ฉะนั้นจะต้องมีหลายอย่างที่เกิดในลักษณะจุลภาคคือเกิดจากชุมชนต่างๆได้สำเร็จไปแล้ว วันนี้เราต้องมองว่าเราจะเอาสิ่งที่พระองค์รับสั่งมาเชื่อมโยงกันได้อย่างไร เหมือนกับรัฐบาลมีนโยบายนำพระบรมราโชบายมาสู่การปฏิบัติ พระองค์ทรงเริ่มต้นอะไรไว้หมดแล้ว การปฏิบัติของพระองค์คือตัวอย่าง รัฐบาลก็ต้องไปเริ่มในระยะที่ผ่านมา 3 ปีให้เกิดกิจกรรมที่มีผลสัมฤทธิ์จะได้เป็นแรงในการชักนำผู้อื่นให้ทำตาม

ทรงย้ำ “มีพ่อคนเดียวกัน”

อีกด้านที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เวลา 22.00 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) วันที่ 7 พ.ย. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี รับสั่งกับคนไทยในกรุงลอนดอนและสื่อมวลชนไทย ระหว่างเสด็จร่วมงาน “เวิลด์ ทราเวิล มาร์เก็ต 2016” ณ คูหาประเทศไทย ที่ตึกเอ็กซ์เซล เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ว่า ประชาชนคนไทยทั้งประเทศกำลังแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช การให้กำลังใจเราต้องเดินไปร่วมด้วย เหมือนเราไปพูดคุยไปร่วมถามทุกข์สุข เรื่องทุกข์โศกเราก็ทุกข์โศกอยู่แล้ว แต่เหมือนเราเป็นครอบครัวเดียวกัน มีพ่อคนเดียวกัน ไม่ใช่เศร้าอยู่แล้วทำอะไรไม่ได้ เราต้องเดินไปข้างหน้า

ให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจ

ทูลกระหม่อมฯรับสั่งอีกว่า เรามีอนาคต เราต้องช่วยกันทุกคน ต้องร่วมมือร่วมใจกัน อันที่จริงแล้วได้แรงบันดาลใจจากการเสียน้องพุ่มไป ตอนนั้นเราทำงานกับชุมชนอยู่แล้ว คนทั่วประเทศก็มาให้กำลังใจ อย่างในงานพระราชทานเพลิงศพมีคนมาเป็นล้านคน จากทั่วประเทศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีรับสั่งถามว่า คนเหล่านี้เป็นใคร ได้ทูลตอบว่า คนเหล่านี้ก็คือประชาชนของพระองค์ ทุกคนมาช่วยทำให้มีกำลังใจเพราะเราต้องเดินหน้ากันต่อไป ช่วงเวลานี้ต้องช่วยกันแบบนี้ มีน้ำใจกันแบบนี้ เป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกันแบบนี้

นำเรือใบซูเปอร์มดแล่นเจ้าพระยา

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มครูฝึกเรือใบทีมชาติไทยได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมแล่นใบในวันที่ 9 พ.ย. เทิดพระเกียรติในการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นนักกีฬาแล่นเรือใบผู้ยิ่งใหญ่ โดยจะนำเรือใบที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง คือ เรือใบรุ่นซูเปอร์มด จำนวน 3 ลำ ลงแล่นใบในแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มจากท่าเรือ haven69 จ.นนทบุรี ในเวลา 09.00 น. ลงมาทางทิศใต้มุ่งสู่พระบรม มหาราชวัง ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร โดยเรือใบรุ่นซูเปอร์มดทั้ง 3 ลำจะแล่นใบโดย พ.จ.อ.สุธี พูนพัฒน์ จ.อ.ธรรมศักดิ์ มีอยู่สามเสน และ จ.อ.ชารี อิทธิ โดยจะนำเรือใบเข้าจอดที่ท่าราชวรดิฐ แล้วเดินทางเข้าแสดงความอาลัย ณ พระบรมมหาราชวัง

ปลื้มถวายพระท่ากระดาน

เมื่อช่วงสายวันที่ 8 พ.ย. พระประสาน สาระปัญโญ อายุ 74 ปี พระวัดแก่นจันทน์เจริญ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เดินทางมายังสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นำภาพถ่ายขณะเข้าเฝ้าฯพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเปิดเผยถึงความประทับใจ ว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2512 ขณะนั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดนาพระยา อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ในหลวงเสด็จฯไปทรงสวมพระเกตุมาลาสมเด็จพระพุทธโคดม วัดไผ่โรงวัว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี นายสวัสดิ์ มีเพียร ผวจ.สุพรรณบุรีในขณะนั้นพาเข้าเฝ้าฯและอาตมาได้ถวายพระท่ากระดาน เกตุบิด ตาแดง พิมพ์ใหญ่ 1 องค์ กรุศรีสวัสดิ์ พระองค์แย้มพระสรวลและทรงรับไว้ทำให้รู้สึกดีใจมาก เก็บภาพดังกล่าวไว้กับตัวมานาน 47 ปี หลังจากนั้นเคยได้เข้าเฝ้าฯอีก 4 ครั้ง เมื่อเห็นผู้คนที่เคยเข้าเฝ้าฯนำภาพในอดีตมาเปิดเผยอยากนำมาเปิดเผยบ้าง

ทั่วไทยพร้อมใจทำความดี

ส่วนต่างจังหวัด ประชาชนยังทำบุญและทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มจาก จ.นครศรีธรรมราช พระครูประทีปชัยธรรม เจ้าอาวาสวัด ใหญ่ชัยมงคล ต.ท่าวัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายประเสริฐศักดิ์ สมจิตต์ ผอ.โรงเรียนเทศบาลวัดใหญ่ชัยมงคล ร่วมกันนำขนมจีน 90 กิโลกรัม พร้อมน้ำยาปักษ์ใต้มาแจกให้ประชาชนบริเวณหน้าวัด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ขณะที่นายสุชาติ บัวเกิด ประธานกลุ่มคนเลี้ยงช้างนำช้าง 5 เชือก และชาวบ้านในพื้นที่ก้มกราบพระบรม ฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ที่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 3 ต.บางกุ้ง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เสนอสร้างราชานุสาวรีย์

ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายบุญเหิม สุวรรณขำ ตัวแทนชาวจังหวัดสงขลา เดินทางยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อประชาชนเสนอให้จังหวัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มีนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา รอง ผวจ.สงขลา เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ นายบุญเหิมเปิดเผยว่า ในหลวงภูมิพลทรงงานหนักเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยอยู่เย็นเป็นสุข รวบรวมรายชื่อประชาชนในพื้นที่กว่า 200 คน เสนอให้จังหวัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ บริเวณสวนญี่ปุ่น หน้าสโมสร ข้าราชการจังหวัดสงขลา หรือบริเวณสนามกอล์ฟทองใหญ่ เพื่อให้ชาวสงขลารวมถึงลูกหลานได้สำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณมีต่อพสกนิกรชาวไทย

ศิลปินวาดภาพแสดงความอาลัย

นายธีรพงษ์ งามวิทยานนท์ ประธานกลุ่มศิลปิน ถิ่นภูพาน จ.สกลนคร เปิดเผยว่า กลุ่มศิลปินร่วมกันวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งเสด็จฯเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ จ.สกลนคร 109 ครั้ง ความยาว 24 เมตร สูง 2.4 เมตร เพื่อนำไปร่วมแสดง “งานปฐมยาตรา ปวงประชาสุขใจ” ที่สนาม มิ่งเมือง เขตเทศบาลนครสกลนคร วันที่ 11 พ.ย. ภายในงานจะมีพิธีแสดงความอาลัย การแปรอักษร และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความ จงรักภักดีอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารอย่างมีความสุข ที่ลาน อบต.ซำ อ.เมืองศรีสะเกษ น.ส.วราลักษณ์ จำปาขีด นายก อบต.ซำ พร้อมด้วยข้าราชการและ ประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อถวาย เป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงภูมิพล พร้อมทำพิธีแสดงความอาลัย ยืนสงบนิ่ง และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ส่วนในช่วงค่ำมีการจุดเทียนไว้อาลัยเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ชาวผู้ไทร้องเพลงไว้อาลัย

ที่ศูนย์วัฒนธรรมผู้ไทบ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยชาวผู้ไทในพื้นที่กว่า 3,000 คน ทำพิธีแสดงความอาลัยและร่วมร้องเพลงใต้ร่มพระบารมี เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 เสด็จฯลงพื้นที่ อ.คำม่วง พ.ศ.2520 ทรงรับเอาผ้าไหมแพรวาเข้าไปอยู่ในศูนย์ศิลปาชีพ พร้อมพัฒนาผ้าไหมจนสร้างรายได้กับชาวผู้ไทจนมาถึงปัจจุบัน ส่วนที่บริเวณริมถนนสืบศิริ หน้าหน่วยดับเพลิงเทศบาลเมืองเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา กลุ่มเยาวชนทีมฟุตบอลปักธงชัยยูไนเต็ดศรีณรงค์ เปิดรับสกรีนเสื้อเลข ๙ และข้อความ “ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙” ให้กับประชาชนฟรี เพื่อให้ประชาชนร่วมแสดงความอาลัย มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

ให้บริการตัดผม-นวดฟรี

ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วยคณะครู และนักศึกษาวิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมาร่วมกันจัดกิจกรรม “ชาวโคราชร้อยดวงใจ แสดงความอาลัยในหลวง” นำนักศึกษามาบริการตัดผม ฟรีให้กับประชาชน นอกจากนี้ มีการซ่อมรถ จยย. และเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) อ.เมืองนครราชสีมา คณะครูและนักศึกษาวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวนครราชสีมา กว่า 20 คน ตั้งเต็นท์เปิดบริการนวดฟรีให้กับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและคนพิการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

จุดเทียนส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ที่ว่าการอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน นายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอสบเมย พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนกว่า 1,000 คน ร่วมพิธีแสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 ต่อหน้าพระบรม สาทิสลักษณ์ จากนั้นจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงยืนสงบนิ่งตั้งจิตอธิษฐานให้ดวงพระวิญญาณพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และฉายวีดิทัศน์ชุดตามรอยเท้าพ่อเพื่อแสดงความจงรักภักดี ส่วนที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยข้าราชการ ประชาชน และชาวเขาเผ่าม้ง ประมาณ 3,000 คน ร่วมพิธีแสดงอาลัยแด่ในหลวงภูมิพล เนื่องจากสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณทรงช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ และชาวม้งให้หากินเลี้ยงชีพอย่างสุจริต

อดีตนักโทษสร้างความดี

ที่ร้านตัดเจริญบาร์เบอร์ เลขที่ 9 หมู่ 5 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก เปิดให้บริการตัดผมฟรี มีประชาชนจำนวนมากมารอตัดผม สอบถามนายเปาเจียว พงษ์เจริญ อายุ 50 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ตนเคยต้องโทษประหารชีวิตคดียาเสพติด แต่ได้รับอภัยโทษ 7 ครั้ง และมีการลดหย่อนโทษติดคุกเพียง 17 ปี กระทั่งได้อิสรภาพมาเปิดร้านตัดผม และต้องการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ตัดผมให้ประชาชนฟรี 1 เดือน ส่วนนางวรินธภรณ์ อินม่วงหิรัญโชติ อายุ 52 ปี เจ้าของร้านวรินธภรณ์ นวดแผนไทย ต.ลานหอย อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย พร้อมหมอนวดประจำร้าน 4 คน เปิดบริการนวดฟรีให้ประชาชน บริเวณข้างร้านเกษตรโลหะกิจ เลขที่ 49/1 หมู่ 1 ริมถนนจรดวิถีถ่อง นางวรินธภรณ์ เปิดเผยว่า สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงภูมิพล ทรงเป็นแบบอย่างให้คนไทยมีความวิริยอุตสาหะ รวมถึงสอนให้อยู่อย่างพอเพียง ร่วมทำความดีนวดฟรี 1 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ช่วยเด็กหญิงยอดกตัญญู

นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปบ้านเลขที่ 16 หมู่ 23 ต.คลองตะเกรา เพื่อมอบทุนการศึกษาให้กับ ด.ญ.ณัฐฐานารี หรือน้องเมย์ษาสมัคร อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านห้วยตะปอก เด็กหญิงยอดกตัญญูคอยดูแล นายบอน ษาสมัคร วัย 87 ปี ป่วยเป็นอัมพาตและนางทองสุข อุตสาวัน อายุ 84 ปี ตาและยาย นายธรรมนูญเปิดเผยว่า น้องเมย์เป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่กับตายายในบ้านมีสภาพผุพัง ครอบครัวมีฐานะยากจน ต้องออกไปกรีดยางมีรายได้วันละ 30 บาท เพื่อนำมาดูแลตากับยาย หลังจากตนทราบเรื่องเร่งเข้าช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยมอบทุนการศึกษารวมถึงสิ่งของอุปโภคและบริโภค เตรียมซ่อมแซม บ้านให้มีสภาพดีต่อไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

ครู-นร.พร้อมใจแปรอักษร

ส่วนการจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยตามโรงเรียนต่างๆ อาทิ ที่โรงเรียนสวนศรีวิทยา อ.หลังสวน จ.ชุมพร คณะครูและนักเรียนกว่า 2,600 คน จัดพิธี แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ ภายในหัวใจ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เช่นเดียวกับ โรงเรียนทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และโรงเรียนบ้านบางตะเภา อ.ทุ่งใหญ่ คณะครูและนักเรียนร่วมกันทำพิธีแสดงความอาลัย ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ยืนสงบนิ่ง และแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9

ร่วมแสดงความจงรักภักดี

ขณะที่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์กำแพงเพชร ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต.เทพนคร อ.เมืองกำแพงเพชร คณะครูและนักเรียนกว่า 1,000 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่ในหลวงภูมิพล พร้อมแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ อยู่ภายในรูปหัวใจ และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีส่วนโรงเรียนดาราสมุทรศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี คณะครูและนักเรียนกว่า 2,000 คน จัดพิธีแสดงความอาลัย พร้อมกับแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ ภายในหัวใจ จากนั้นร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เช่นเดียวกับวงโยธวาทิตโรงเรียนฮกเฮง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี บรรเลงเพลงในหลวงของแผ่นดิน และแปรอักษรเป็นเลข ๙ และรูปหัวใจ บริเวณสนามฟุตบอลของโรงเรียน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี

ยังหลั่งไหลเดินทางเข้ากรุง

ส่วนประชาชนที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อาทิ ด.ช.เหมันต์ มงคลดี อายุ 9 ปี นักมวยรุ่นจิ๋ว ชาว จ.นครราชสีมา วิ่งเป็น วันที่ 2 เข้าสู่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีครอบครัวขับรถ กระบะตามเพื่อดูแลความปลอดภัย นายประครอง ป้อมสุวรรณ์ อายุ 38 ปี ชาว จ.สกลนคร เดินเท้าวันที่ 4 เข้าสู่ตัวเมืองกาฬสินธุ์ นายสมศักดิ์ งามมณีอุดม อายุ 65 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี เดินเท้าวันที่ 4 เข้าสู่พื้นที่ตลาดเทศบาลเมืองปราจีนบุรี และนายนัด พงษ์สุพร อายุ 37 ปี ชาว จ.พิษณุโลก เดินเท้า วันที่ 5 เข้าสู่พื้นที่ จ.นครสวรรค์ มีประชาชนคอยให้กำลังใจตลอดเส้นทาง

มุ่งมั่นสักการะพระบรมศพ

ขณะที่นายสมปอง จุ้ยพลับ อายุ 48 ปี หนุ่มพิการแขนและขาซ้าย ชาว จ.ภูเก็ต ปั่นวีลแชร์เป็นวันที่ 12 มาถึงบริเวณปั๊ม ปตท. พระราม 2 ต.นาโคก อ.เมืองสมุทรสาคร นายแฮมมิว มิเชล ดาวิด อายุ 46 ปี ชาวออสเตรเลีย เดินเท้าจาก จ.สุราษฎร์ธานี เป็นวันที่ 20 เข้าสู่พื้นที่ จ.สมุทรสงคราม นายธเนตร แก้วเล็ก อายุ 33 ปี และนายพรพยนต์ ทองทวี อายุ 43 ปี ชาว จ.ตราด วิ่งเข้าสู่พื้นที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นายพลอย บุญเพชร อายุ 74 ปี ชาว จ.พิจิตร เดินเท้าวันที่ 5 เข้าสู่ จ.อ่างทอง และ น.ส.เยาวเรศ ศรีนุสิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร ปั่นจักรยานเป็นวันที่ 3 เข้าสู่ จ.อ่างทอง ทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นเพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ

ข่าวหน้า1คชสารคชาภรณ์รำลึกคชสารงางามแสดงความอาลัยช้างพลาย 11 เชือกช้างถวายความอาลัยวังช้างอยุธยาช้างกราบพระบรมศพลายทองเหรียญ มีพันธุ์ภาพความประทับใจตราตรึงใจภาพความภูมิใจมูลนิธิพระคชบาลขบวนช้างควาญช้างหญิงพระบรมมหาราชวังพระบรมศพแสดงความอาลัยพระราชกรณียกิจรับสั่งในหลวงMVMV เพลงสรรเสริญพระบารมีเพลงสรรเสริญพระบารมีมิวสิกวีดิโอเรือใบซูเปอร์มดเรือใบที่ทรงออกแบบทำความดีถวายในหลวงทำดีเพื่อพ่อราชานุสาวรีย์สร้างราชานุสาวรีย์พระบรมสาทิสลักษณ์วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์แปรอักษรในหลวงสวรรคตพระเจ้าอยู่หัวสวรรคตรัชกาลที่ 9 สวรรคตสิ้นรัชกาลที่ 9พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไทยรัฐฉบับพิมพ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้