วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตู่ นพพล เผยเป็นบุญชีวิตถวายงาน ร.9 น้อมนำทำตนเป็นน้ำครึ่งแก้ว

ตู่ นพพล ตื่นเต้น เคยเป็นพิธีกรคอนเสิร์ตของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ เฉพาะพระพักตร์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเคยทำละครเทิดพระเกียรติมาแล้ว เผยนำคำสอนเรื่องการเป็นน้ำครึ่งแก้วมาใช้ในการทำงาน และพัฒนาตนเองตลอด

ได้เจอผู้กำกับ-นักแสดงอาวุโส ตู่ นพพล โกมารชุน มาร่วมงานแถลงข่าวภาพยนตร์สารคดี "King Bhumibol of Thailand : The People's King ในหลวงในดวงใจ" ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ในฐานะผู้พากย์เสียงบรรยายสารคดีครั้งประวัติศาสตร์เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นักข่าวเลยได้โอกาสถามถึงความประทับใจที่มีต่อพระองค์ท่าน รวมถึงการทำงานถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างใกล้ชิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งถามถึงการน้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย

ความประทับใจที่มีต่อในหลวง?
"จะบอกว่าตั้งแต่เด็กเราจะดูข่าวในพระราชสำนัก เมื่อก่อนดูไปอย่างนั้น แม่บอกว่าดูเถอะ เราจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ เราก็เห็นพระองค์ท่านเสด็จฯ ทั่วทุกภาคทุกมุมของประเทศไทย คำถามที่มีอยู่ในใจตอนนั้นคือทำไมพระองค์ท่านต้องไปด้วยล่ะ นั่นคือความรู้สึกของเด็กคนหนึ่ง แต่พอเราโตขึ้น เราได้เรียนรู้มากขึ้น เราถึงได้เห็นว่าทุกที่ที่พระองค์เสด็จไปนั้นแสดงว่าตรงนั้นมีปัญหากับประชาชนในประเทศในภาคนั้นๆ และพระองค์เสด็จฯ​ เพื่อจะแก้ไขปัญหา สิ่งที่พระองค์ทำไปคือทำเพื่อประชาชนในภูมิภาคนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีอาชีพที่ดีขึ้น สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และพระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ไม่ได้สอนแค่เรื่องเล็กๆ แต่พระองค์ทรงสอนทุกเรื่องที่มีความสำคัญ ฉะนั้นในการติดตามข่าวพระราชสำนักต่อมาจนกระทั่งเมื่อ 13 ต.ค. ที่พระองค์ท่านไม่อยู่กับเราแล้ว จึงมีความหมายกับตัวตู่มากครับ เพราะเราจะได้ติดตามงานของพระองค์ท่านอย่างแท้จริง และมีความรู้สึกว่าจะหาพระราชาที่ไหนที่ยิ่งใหญ่เท่าพระองค์ท่าน ไม่มีแล้ว"

อาตู่เคยได้รับเสด็จใกล้ชิดพระองค์ท่านไหม?
"หนเดียวครับ ตอนนั้นเป็นพิธีกรงานคอนเสิร์ตของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ซึ่งเป็นพระสหายของพระองค์ท่าน เป็นคนที่เขียนเนื้อร้องประพันธ์ให้กับในหลวงเวลาที่ทรงประพันธ์ดนตรี ตอนนั้นจัดคอนเสิร์ตใหญ่ที่ศูนย์วัฒนธรรม ตอนนั้นในหลวงกับสมเด็จฯ ก็เสด็จมา ราชวงศ์ก็จะเสด็จมาทุกพระองค์ ทุกคนก็จะแซวว่าเป็นคนเริ่มต้น เป็นคนเปิดงาน ทำให้ดีนะ ถ้ามีข้อผิดพลาดคนอื่นแย่หมดเลยนะ ก็เลยทำให้ตื่นกลัวมาก ตั้งใจมาก แล้วก็ท่องคำที่จะต้องกล่าวเปิดงาน แต่ก็ตั้งสติคิดว่าพระองค์ท่านคงไม่ว่าหรอกถ้าจะมีผิดบ้าง (ยิ้ม) เราก็ออกไปทำงานชิ้นนั้นก็ผ่านไปด้วยดี พอเลิกคอนเสิร์ตทุกคนก็ไปตั้งแถวส่งเสด็จเยอะมาก ทีนี้ในหลวงกับสมเด็จฯ ก็เสด็จลงมาและเสด็จพระราชดำเนินผ่านไป ได้ยลพระสิริโฉมใกล้ชิดมาก (เสียงสูง) ดีใจมาก แล้วสักพักนึงสมเด็จฯ ก็เสด็จกลับมา และมองมาทางอาตู่แล้วบอกว่าเป็นไงเหนื่อยไหมเป็นพิธีกร เท่านั้นแหละ โอ้โห...เหมือนจะสั่นไปทั้งตัว แล้วพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็เสด็จมาประทับข้างๆ สมเด็จพระราชินี สมเด็จฯ ก็จะบอกว่าคิดถึงแม่ (จุรี โอศิริ) นะ แม่สบายดีไหม คิดถึงตอนที่แม่เข้าไปพากย์หนังให้เราดู และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชก็ยิ้มให้ แล้วก็เสด็จพระราชดำเนินต่อไป แค่นั้นก็รู้สึกว่าทั้งชีวิตนี้มันเต็มตื้นมากๆ แล้ว พระองค์ท่านไม่เคยลืมแม้กระทั่งแม่ ซึ่งแม่เข้าไปพากย์หนังถวายเมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว เรื่องที่แม่เข้าไปพากย์จะเป็นเรื่องแม่นาคพระโขนง พระองค์ท่านจะประทับอยู่บนโซฟา แม่กับนักพากย์ทุกคนนั่งกับพื้นและพากย์ตรงนั้นเลย ในหลวงก็จะมีพระราชดำรัสว่าพากย์กันแบบที่ชาวบ้านเขาดูนะ ไม่ต้องเกร็งอะไรทั้งสิ้น ฉันอยากสนุกด้วย แม่ก็พากย์อย่างเต็มที่ เสร็จแล้วก็พระราชทานเลี้ยง แม่บอกว่าไม่เคยกินเกี๊ยวที่ไหนอร่อยเท่าที่นี่ แม่มีความสุขมาก ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. ก็ยังนึกในใจว่าป่านนี้แม่ได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านแล้ว"

ถือเป็นบุญของชีวิตไหมที่ทั้งอาตู่และคุณแม่เคยมีโอกาสถวายงานพระองค์ท่าน?
"มากๆ เลยครับ ถือว่าเราเป็นส่วนที่เล็กมากเหลือเกินในประเทศนี้ครับ ท่านให้ความเมตตา พระองค์ท่านไม่เคยลืมแม้กระทั่งนักพากย์อย่างแม่ครับ และตัวผมเองซึ่งวันนั้นเป็นพิธีกร ท่านทรงห่วงใยว่าเหนื่อยไหม แค่นี้ก็ถือว่าเป็นบุญของชีวิตอย่างสูงสุดแล้วครับ"

อาตู่ได้ยึดคำสอนของพระองค์ท่านมาใช้ในชีวิตยังไงบ้าง?
"มีอยู่ประโยคหนึ่งที่อาตู่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ คือพระราชดำรัสที่ว่า "จงทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต" น้ำครึ่งแก้วหมายความว่าแก้วที่สามารถเติมได้ เติมความรู้ เติมประสบการณ์ให้กับชีวิต เพื่อที่จะพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้า ตรงนี้คืออาชีพของอาตู่เลย เมื่อไหร่ที่ตัวเราหยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้แล้ว เพราะว่าการทำงานในงานบันเทิงมันจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นซึ่งจะต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่เราทำตัวเป็นแก้วน้ำเต็มเติมอะไรไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นก็จะมีแต่ล้นและเสียหายไป ฉะนั้นผมก็จะเอาพระราชดำรัสนี้มาเป็นสิ่งนำชีวิตมาโดยตลอด คือเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต"

เด็กรุ่นใหม่บางคนอาจจะยังไม่ซึมซับในสิ่งที่พระองค์ท่านสร้างเอาไว้ ตรงนี้อยากจะถ่ายทอด หรือบอกเล่าให้เด็กรุ่นใหม่ได้เข้าใจอย่างไร?
"ถ้ามีโอกาสผมก็อยากที่จะบอกเล่าให้เด็กรุ่นใหม่ได้ฟังอยู่แล้ว แต่ผมคงจะไม่ละเอียดแต่คงจะไม่ได้เข้าถึงตัวเขามากกว่าที่จะได้ดู ซึ่งตอนนี้ทีวีทุกช่องก็จะออกพระราชกรณียกิจเยอะมาก อยากให้มีเวลาที่จะนั่งดู ศึกษา และทำความเข้าใจกับสิ่งที่พระองค์ท่านทรงพยายามที่จะทำให้กับประเทศชาติของเรา"

ในฐานะที่เป็นผู้จัดละคร มีความคิดอยากจะทำละครเทิดพระเกียรติเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ไหม?
"ผมมีโอกาสทั้งแสดงและกำกับละครเทิดพระเกียรติ ล่าสุดที่นำกลับมาฉายใหม่เป็นละครเทิดพระเกียรติเรื่อง 'เพลงของพ่อ' เรื่องนั้นน่าจะเล่นไว้ตั้งแต่เมื่อประมาณ 17 ปีที่แล้ว ส่วนเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ผมได้ทำละครเทิดพระเกียรติเป็นละครยาวเรื่อง 'สายน้ำสามชีวิต' ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับพระองค์ท่านโดยตรง เพราะโจทย์ที่ผู้ใหญ่ให้มาคือตอนนั้นข้าวกำลังจะมีปัญหาว่าจะถูกแย่งชิงไปจดสิทธิบัตร ซึ่งเป็นงานของพระองค์ท่านแต่ไหนแต่ไรมาแล้วว่า พระองค์ท่านพยายามที่จะผลักดันข้าวของประเทศไทยให้เป็นที่เลื่องลือกับชาวโลก แต่กำลังจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา เลยมานั่งคิดกันว่าทำไมไม่ทำละครเกี่ยวกับข้าวสักเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นสายน้ำสามชีวิตก็จะเกี่ยวกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งถือเป็นสายเลือดใหญ่ แล้วก็เรื่องข้าว และเรื่องเรือพระราชพิธี โดยมีคุณนุช (ปรียานุช ปานประดับ) เป็นคนพล็อตเรื่องเพื่อให้สิ่งเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของละคร เรื่องนี้เป็นละครที่รักมากและภูมิใจมากที่ได้ทำ ถามว่าหลังจากนี้มีความคิดที่จะทำละครเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านอีกไหม อันนี้ต้องแล้วแต่ผู้ใหญ่ ถ้าหากมอบหมายงานมาให้ผมก็พร้อมที่จะทำอะไรที่เกี่ยวกับในหลวง พร้อมที่จะทำตลอดเวลาครับ"

ในภาวะที่คนไทยกำลังโศกเศร้า อยากจะให้กำลังใจทุกคนว่าให้ใช้ชีวิตอย่างไรต่อไป?
"อย่าโศกเศร้าครับ เพราะพระองค์ท่านคงไม่อยากเห็นประชาชนชาวไทยโศกเศร้ามากนัก การสูญเสียถูกต้องที่ทุกคนจะเศร้าใจ แต่มันต้องมีเวลาที่พวกเราจะลุกขึ้นมาเดินหน้าต่อไป พระองค์ท่านคงอยากให้พวกเราเดินหน้ามากกว่า ทุกก้าวที่จะก้าวต่อไปขอให้ทุกคนได้นึกถึงงานของพระองค์ท่าน สิ่งที่พระองค์ท่านสอน ถ้าจะมีใครสักคนเก็บพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่านมารวมเป็นเล่มจะเป็นประโยชน์กับคนไทยทุกคนมากๆ ที่จะได้อ่านและได้ศึกษา วันนึงที่พ่อมองลงมาจะได้ยิ้ม".

ตู่ นพพล ตื่นเต้น เคยเป็นพิธีกรคอนเสิร์ตของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ เฉพาะพระพักตร์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเคยทำละครเทิดพระเกียรติมาแล้ว เผยนำคำสอนเรื่องการเป็นน้ำครึ่งแก้วมาใช้ในการทำงาน และพัฒนาตนเองตลอด 9 พ.ย. 2559 02:50 9 พ.ย. 2559 07:54 ไทยรัฐ