วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โชว์เข้ม! จับขายสลากเกินราคา

พลโทอภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ด) เปิดเผยว่า จากปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาที่รุนแรงมากขึ้นในเดือน ต.ค.และ พ.ย.นี้ ทำให้สำนักงานสลากฯต้องใช้มาตรการเข้มงวด โดยตนในฐานะแม่ทัพภาพที่ 1 ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และอีก 26 จังหวัดในภาคกลาง และยังนั่งตำแหน่งประธานสำนักงานสลากฯ ใส่หมวกถึง 2 ใบ จึงได้ประสานกับตำรวจจับกุมพ่อค้าที่ขายสลากเกินราคา โดยวันที่ 30-31 ต.ค.ที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้ค้าสลากเกินราคาได้ถึง 880 ราย ส่วนทหารที่อยู่ในชุดเฉพาะกิจของสำนักงานสลากฯจับกุมได้อีก 600 ราย รวมแล้วจับกุมผู้กระทำความผิดได้มากถึง 1,480 ราย

พลโทอภิรัชต์กล่าวว่า จากนี้ไปสำนักงานสลากฯจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดและรุนแรงมากขึ้น โดยจำนวนผู้ค้าที่จับกุมได้ทั้งหมด ทางตำรวจได้เปรียบเทียบปรับคนละ 10,000 บาท แต่ไม่เอาโทษจำคุก 1 เดือน เพราะเกรงว่าจะสร้างความเดือดร้อนมากเกินไป ซึ่งการเปรียบเทียบปรับ 10,000 บาทนั้น หากถูกจับกุมงวดละ 1 ครั้ง เท่ากับเดือนละ 2 ครั้ง (สลากออกรางวัลทุกๆ 15 วัน) ต้องเสียเงินถึง 20,000 บาท ถือเป็นจำนวนที่มากสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้แล้ว แต่หากเป็นตัวแทนจำหน่าย สำนักงานสลากจะยกเลิกสัญญาพร้อมขึ้นบัญชีรายชื่อ (Black list) โดยไม่ทำสัญญาในครั้งต่อไป สำหรับผู้ที่ซื้อ-จองล่วงหน้าก็จะถูกตัดสิทธิ์การลงทะเบียนทันที

“มาตรการที่สำนักงานสลากฯออกมาเพื่อแก้ปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาใช้ไม่ค่อยได้ผล เพราะผู้ค้าสลากปรับตัวได้ทันกับมาตรการของเรา แต่ครั้งนี้ผมสั่งให้สำนักงานสลากฯ จับปรับอย่างจริงจังและปูพรมทั่วประเทศ เพื่อยุติการจำหน่ายสลากเกินราคาให้ได้ แม้ในแผงค้าสลากจะมีสลากราคาคู่ละ 80 บาทขายอยู่บ้างก็ตาม แต่สัดส่วนลดลง จากเดิมเคยมีสลากราคาคู่ละ 80 บาท มากถึง 60-70% ปัจจุบันเหลืออยู่ 30-40% ขณะที่สลากชุด 5 คู่ และ 10 คู่ มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้สำนักงานสลากฯ ต้องปรับวิธีและหามาตรการใหม่ๆเข้าเสริมตลอดเวลา”

สำหรับมติบอร์ดที่สั่งให้สำนักงานสลากฯ ดำเนินการไปก่อนหน้าคือ 1.การปรับวันจองซื้อสลาก จากเดิมทุกวันที่ 2 และวันที่ 17 ของเดือน เปลี่ยนเป็นวันที่ 7 และ 22 ของเดือน ทำให้ระยะเวลาในการจำหน่ายลดลงเหลือ 9 วัน จากเดิม 15 วัน และ 2.การทำสัญญาใหม่ที่จะดำเนินการระหว่างวันที่ 19-25 พ.ย.59 (อายุสัญญาวันที่ 16 ธ.ค.59-วันที่ 1 มิ.ย.60) จะมีการปรับสัญญาให้รัดกุมมากขึ้น หากตรวจพบว่าสลากของตนไปวางอยู่บนแผงของผู้อื่น ให้สันนิษฐานว่าผู้นั้นไม่ขายสลากด้วยตนเอง ถือว่าผู้ค้าสลากได้ทำผิดสัญญา สำนักงานสลากฯ สามารถยกเลิกสัญญาได้ทันทีนั้น บอร์ดก็จะรอและติดตามผลงานอย่างใกล้ชิด แต่ช่วงนี้ที่ราคาสลากแพงมากขึ้นจึงต้องใช้วิธีการจับจริงควบคู่ไปด้วย

นอกจากนี้ ในปีหน้าสำนักงานสลากฯจะเสนอให้บอร์ดเปลี่ยนแปลงวิธีการพิมพ์สลากจากปัจจุบัน พิมพ์สลากทั้งหมด 120 ล้านฉบับ จำหน่ายราคาฉบับละ 40 บาท แต่จะพิมพ์ออกมาเป็นฉบับคู่ ขายราคาคู่ละ 80 บาท ก็ปรับเหลือเพียง 60 ล้าน ฉบับ ขายฉบับละ 80 บาท ยกเลิกการพิมพ์ฉบับคู่ แต่ยังคงเงินรางวัลที่ 1 จนถึงเลขท้าย 2 ตัว เหมือนเดิมทุกประการ ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้สำนักงานสลากฯมีต้นทุนการพิมพ์ลดลง

พ.ต.อ.บุญส่ง จันทร์ศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า การพิมพ์สลากใหม่เหลือ 60 ล้านฉบับ จะเสนอให้บอร์ด พิจารณาได้ต้นปีหน้า หลังรายงานในหลักการให้ประธานบอร์ดรับทราบอย่างไม่เป็นทางการแล้ว โดยระหว่างนี้ สำนักงานสลากฯ ต้องวางแผนปรับเปลี่ยนระบบการพิมพ์ การออกแบบสลากใหม่ให้มีความ กะทัดรัดสวยงาม ส่วนการออกรางวัล และเงินจำนวนรางวัลยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างใด.

พลโทอภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ด) เปิดเผยว่า จากปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาที่รุนแรงมากขึ้นในเดือน ต.ค.และ พ.ย.นี้ ทำให้สำนักงานสลากฯต้องใช้มาตรการเข้มงวด 8 พ.ย. 2559 23:43 8 พ.ย. 2559 23:43 ไทยรัฐ