วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สดใสรับ “ฮิลลารี”!!

สดใสรับ “ฮิลลารี”!!

  • Share:

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 พ.ย.59 ปิดที่ 1,509.84 จุด เพิ่มขึ้น 7.57 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 64,904.61 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 130.27 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด TRUE ปิด 7.45 บาท บวก 0.70 บาท, JAS ปิด 9.65 บาท ลบ 0.10 บาท, ESSO ปิด 12.50 บาท บวก 0.50 บาท, BANPU ปิด 19.30 บาท ลบ 0.50 บาท และ BEM ปิด 7.80 บาท ลบ 0.15 บาท

หุ้น TRUE บวกแรง ซื้อขายหนาแน่น บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดงบไตรมาส 3 เป็นจุดต่ำสุด เป็นโอกาสดีที่จะสะสมหุ้นเพื่อลุ้นกับการก้าวขึ้นมาเป็นผู้ชนะระยะยาวของกลุ่ม คาดรายได้อยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท (+0.9%QoQ,+13.3%YoY) ทั้งนี้ ยังคงประมาณการและคำแนะนำซื้อ TRUE ให้ราคาพื้นฐานปี 60 ที่ 10.70 บาท

ขณะที่หุ้น BTS-STEC-RATCH และ BEM บวกยกแผง รับข่าวการยื่นซองประมูลรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี วงเงินลงทุนรวม 5.35 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง วงเงินลงทุนรวม 5.19 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีเอกชนร่วมประมูล 2 ราย กลุ่มแรกคือ BEM กลุ่มที่ 2 คือกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) เป็นการร่วมลงทุนของ 3 บริษัท คือ BTS-RATCH และ STEC

กลับมาที่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวมสดใส ตอบรับผลโพลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โค้งสุดท้ายที่ “ฮิลลารี คลินตัน” มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง

บล.ธนชาตมองหุ้นไทยเพิ่มขึ้นทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นโลก ประเด็นการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ “คลินตัน” มีโอกาสชนะการเลือกตั้งมากขึ้น และตามค่าสถิติ หลังการเลือกตั้งในระยะเวลา 3 เดือน ผลตอบแทนในดัชนีดาวโจนส์ส่วนใหญ่จะเป็นบวก แต่แนวโน้มธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. นักลงทุนยังกังวลกับกระแสเงินทุนไหลออก แต่การถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติขณะนี้มีสัดส่วนอยู่ที่ 30% ถือว่าไม่สูงมาก จึงไม่น่าวิตกมากนัก

ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยยังพอเติบโตได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะเป็นตัวหนุนดัชนีที่สำคัญ กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะให้เลือกลงทุนในหุ้นที่งบเด่นมีกำไรเติบโตดีต่อเนื่อง

มองทิศทางหุ้นไทยระยะสั้นขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หากทรัมป์ผลิกโผชนะ จะส่งผลให้ดัชนีร่วงลงแรง จากแรงขาย panic sell ในช่วงสั้น!!

อินเด็กซ์ 51

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้