วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดใจ 'เกรียงไกร' มือถ่ายเฟซบุ๊กไลฟ์ตีแผ่การตั้งด่านตรวจสภ.จอหอ

เปิดใจ 'เกรียงไกร' มือถ่ายเฟซบุ๊กไลฟ์ตีแผ่การตั้งด่านตรวจสภ.จอหอ

  • Share:

เปิดใจ 'เกรียงไกร ไทยอ่อน' มือถ่ายเฟซบุ๊กไลฟ์ตีแผ่การตั้งด่านตรวจของสภ.จอหอ จ.นครราชสีมา ย้ำทำไปเพื่อให้ประชาชนเข้าใจกฎหมายมากขึ้น เล็ง ทำหนังสือถึงกฤษฎีกาเพื่อตีความ เพื่อความชัดเจนเรื่องกฎหมายต่อไป 

จากกรณีนายเกรียงไกร ไทยอ่อน อายุ 53 ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวขวัญกันถึงการลงไปถ่ายทำรายการถ่ายทอดสดผ่าน เฟซบุ๊กไลฟ์ กรณีการตั้งด่านของตำรวจทางหลวงที่ อ.จอหอ จ.นครราชสีมา โดยยกเอาข้อกฎหมาย พรบ.ทางหลวง มาตรา 38 มาเป็นประเด็นในการตรวจสอบตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ (ตร.โคราชแจง! คลิปจับผิดด่านตรวจ สภ.จอหอ ยันถูก ก.ม. , ตร.จ่อแถลง! ดราม่าเฟซบุ๊กไลฟ์จับผิดด่าน สภ.จอหอ ตั้งผิด ก.ม.)

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ย.59 นายเกรียงไกร ได้เดินทางมาร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับนายตำรวจยศพันตำรวจโท ที่โพสต์ข้อความในโซเชียลเชิงดูหมิ่นนายเกรียงไกร โดย พ.ต.ต.สุเนตร สรรพ์สมบัติ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู รับแจ้งความ

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ตนเองเป็นเกษตรกร ไม่มีรายได้อะไรมากมาย ที่ต้องมาโพสต์เพราะถูกตำรวจจราจรตั้งด่านตรวจจับซึ่งตนเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกกฎหมาย จึงได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณา โดยตลอดการเดินทางตนได้โพสต์เฟซบุ๊กไลฟ์เพื่อบอกเพื่อนๆในเฟซบุ๊กว่า หากพบเห็นด่านตรวจจราจรตนก็จะลงไปถ่ายทอดสดรายการ เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบในข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ควรรู้ และได้กลายเป็นที่สนใจ โดยตนมีเป้าหมายที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้การใช้กฎหมาย เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ใช่สร้างความเดือดร้อน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรมอบใบประกาศให้กับตนไม่ใช่ออกมาต่อต้าน

สำหรับประเด็นที่ รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาออกมามีความเห็นในกรณีนี้ ตนก็อยากให้ไปดูข้อกฎหมายให้ดี เพราะท่านพูดถึงแต่เรื่อง การป้องกันปราบปราม แต่ไม่ได้พูดถึงด้านการจราจร ก็อยากฝากให้ช่วยพิจารณาให้รอบครอบด้วย

พลเมืองดีผู้ถ่ายคลิปเพื่อตรวจสอบการตั้งด่านของตำรวจทางหลวงที่ อ.จอหอ จ.นครราชสีมา กล่าวอีกว่า กรณีของ ม.38 พรบ.ทางหลวง ที่ตนได้นำไปเป็นข้อสังเกตการตั้งด่านที่ อ.จอหอ จ.นครราชสีมา นั้นตนอยากบอกว่า กฎหมายแต่ละฉบัย่อมมีความมุ่งหมายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจตามเจตนารมย์ของกฎหมายนั้น ปี 229 กฤษฎีกาได้ตีความชัดเจน ไม่ได้มีข้อความในบรรทัดใดเลย ที่บอกว่าให้ท่านสามารถตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรได้ ในข้อกฎหมาย "จุดตรวจ" เขียนไว้ชัดเจนว่าให้ออกปฏิบัติหน้าที่กวดขัน จับกุม ผู้กระทำผิดและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตามหน้าที่ปรกติในเขตทางหลวง

ทั้งนี้ผู้มีอำนาจอนุมัติให้ตั้งจุดตรวจ คือ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัด โดยมีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรระดับร้อยตำรวจเอก ควบคุมดูแล แต่ที่ตนโดนกระทำคือ นายดาบพากันออกมาตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรกันเอง แค่นี้ก็เท่ากับว่าพวกคุณทำผิดตั้งแต่แรกแล้ว อย่างไรก็ตามจะรวบรวมสมาชิกแฟนคลับ ทำหนังสือถึงกฤษฎีกาเพื่อตีความ เพื่อความชัดเจนจะได้ไม่มีช่องโหว่เอาไปเบี่ยงเบนอีกต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้