วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การศึกษาปลุกปัญญา บัณฑิตทุนช้างเผือก

“...เด็กเป็นผู้ที่จะได้รับช่วงทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากผู้ใหญ่ ดังนั้น เด็กทุกคนจึงสมควรและจำเป็นที่จะต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างถูกต้องเหมาะสม ให้มีศรัทธามั่นคงในคุณความดี มีความประพฤติเรียบร้อย สุจริต และมีปัญญาฉลาดแจ่มใสในเหตุผล....”

ความตอนหนึ่งในพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชทานในโอกาสปีเด็กสากล วันที่ 1 มกราคม 2522

สร้างเด็กด้วยการศึกษาจากเด็กชนบท...มาเป็นบัณฑิตหนุ่ม “ช้างเผือก” เป็นเรื่องราวชีวิตจริงที่ถ่ายทอดโดย พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก เลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กทม.

เมื่อเดือนมีนาคม 2549 ทางมูลนิธิได้จัดออก “ค่ายอาสาพัฒนาชนบท” ตามโครงการ “ความรู้ สู่ เด็กชนบท” ครั้งที่ 34 ที่โรงเรียนบ้านกะเลา-ศรีพัฒนา ต.หมื่นศรี อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เมื่อเสร็จสิ้นการจัดออกค่ายแล้ว ทางมูลนิธิได้รับเด็กชายคนหนึ่งที่ครอบครัวยากจน ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือจากโรงเรียนและหมู่บ้านดังกล่าวเข้ามาอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู ส่งให้ได้เรียนหนังสือตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย

ในที่สุด นายวิษณุ พานทอง หรือ โจ ก็ได้เรียนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรไปเมื่อวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559

“บัณฑิตหนุ่มช้างเผือก” คนที่ 849 ที่มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนได้ใช้เวลาอุปการะเลี้ยงดูช่วยเหลือจากผู้มีจิตเมตตาศรัทธาได้บริจาคต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปีเต็ม อาศัยข้าวก้นบาตรพระเลี้ยงชีวิต

บัดนี้เขาได้กลายเป็น “ช้างเผือก” สมดังตั้งใจแล้ว

สำหรับค่าใช้จ่ายที่ทางมูลนิธิได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วนั้น...เป็นเงินที่ผู้มีจิตเมตตาศรัทธาในสังคมบริจาคให้ความช่วยเหลือมาทั้งสิ้น เขาไม่ต้องคืนเงินให้มูลนิธิแม้แต่บาทเดียว เพราะถือว่าให้แล้วให้เลย ช่วยเหลือแล้วช่วยเหลือเลย ณ วันนี้เขาก็ยังทำหน้าที่เป็น “ครูอาสา” ช่วยเลี้ยงน้อง สอนหนังสือน้อง สอนธรรมะน้องๆ

“การศึกษา” ถือว่าเป็นการเริ่มต้นของการให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กนักเรียนเพื่อที่พวกเขาจะได้เติบโตขึ้นมาเป็นเยาวชน เป็นพลเมืองที่ดีที่มีคุณภาพให้กับครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศชาติ

ทุกส่วนของสังคมล้วนหวังผลสำเร็จแห่งการศึกษาเด็ก ที่จะเป็นแรงผลักดันให้ชาติบ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ผู้คนในสังคมมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างปกติสุข แต่ความหวังดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้หรือไม่เพียงใดนั้น...

เป็นบทบาทของครูบาอาจารย์ สถาบันการศึกษาที่จะต้องทุ่มเทสรรพ–กำลังที่มีอยู่นี้ให้กับการอบรมบ่มนิสัยลูกหลานของชาวบ้าน ควบคู่ไปกับการให้การศึกษาแก่พวกเขาอย่างเต็มที่

“อนาคตของลูกหลานเราล้วนอยู่ที่ครูบาอาจารย์จะเป็นผู้กำหนด สอนเด็กเช่นใดผลก็จะออกมาเป็นเช่นนั้น ฝึกเด็กอย่างไรผลก็จะออกมาเป็นอย่างนั้น ดังนั้นการให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนจึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสังคมและชาติบ้านเมือง”

ชีวิตของ “เด็ก” ถูกเปรียบเสมือนผ้าขาวที่บริสุทธิ์ หมายความว่า...ชีวิตของเด็กนี้จะเป็นไปในทิศทางใดล้วนอยู่ที่ผู้ใหญ่ในครอบครัว ชุมชน สังคมจะเป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น

“เด็กตกอยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมของดงโจรผู้ร้ายครั้งคราใด พวกเขาก็มีโอกาสที่จะกลายมาเป็น...คนชั่ว ทำร้ายสังคมได้ในวันข้างหน้า แต่ในขณะเดียวกันถ้าพวกเขาตกอยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีมีความสุข ได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ได้รับการศึกษาที่ดีตามสถานะของตนเอง ได้รับการฝึกอบรมบ่มนิสัยอย่างสม่ำเสมอ ได้รับการชี้แนะอย่างต่อเนื่องแล้ว...โอกาสที่พวกเขาจะเติบโตขึ้นมาเป็นเยาวชนที่ดีพร้อมที่จะกลายมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพก็มีมากขึ้น”

แต่ในขณะนี้...ข่าวความโชคร้ายที่เกิดกับเด็กก็มีให้เห็นอยู่เป็นประจำทุกวัน ถูกทำร้ายร่างกาย จิตใจ เด็กถูกละเมิดสิทธิอันพึงมีพึงได้ เด็กถูกผู้ใหญ่บางคนนำมาเป็นข้ออ้างในการทำมาหาเลี้ยงชีวิตในทางที่ไม่เหมาะสม เด็กตกอยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ

“อบายมุขนานาชนิดได้ครอบงำเด็กอย่างน่าเป็นห่วง เหล่านี้คือ...ความโชคร้ายของผ้าขาวที่บริสุทธิ์มาตั้งแต่แรกเกิด จำเป็นที่ทุกส่วนในสังคมจะต้องช่วยกันดูแลสอดส่องมิให้สิ่งเลวร้ายเหล่านี้ตกถึงเด็ก”

พระมหาสมัย ย้ำว่า ไม่ว่า...พวกเขาจะอยู่ในส่วนใดของสังคมก็ตาม จะให้เป็นเพียงบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของครูบาอาจารย์ในสถานศึกษาเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้เสียแล้ว “ทุกคนจึงควรเป็นครูของเด็ก เป็นแม่แบบที่ดีให้กับเด็กโดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็น...ครูในห้องเรียนเสมอไป”

การศึกษาถือว่าเป็นหัวใจอันสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเด็ก ทุกชนชาติล้วนให้ความสำคัญของการศึกษา หน่วยงานของรัฐต่างได้ทุ่มเทงบประมาณของแผ่นดินไปกับการให้การศึกษาแก่อนาคตของชาติ แต่จะทุ่มเทเพียงงบประมาณลงไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ดำเนินการเพียงอย่างเดียวก็คงยังไม่เพียงพอ

“....ได้มีทุกยุคทุกสมัยที่เกิดการทุจริตงบประมาณของแผ่นดินไปทั้งทางตรงและทางอ้อม เกิดการตรวจสอบวุ่นวายกันไปหมดทั้งกลายเป็นข่าวผ่านสื่อสารมวลชนและไม่กลายเป็นข่าว”

สะท้อนให้เห็นประเด็นสำคัญ “ตัวบุคคล” จึงมีความสำคัญไม่น้อย เมื่องบประมาณของแผ่นดินทางด้านการศึกษามาถึงเพื่อให้บริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ถ้าผู้รับผิดชอบไม่คิดโกงไม่คิดฉ้อฉลไม่เห็นแก่ตัวเมื่อใด ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการทางการศึกษาอย่างมหาศาล

ตรงกันข้าม...ครั้งคราใดที่ผู้รับผิดชอบคิดไม่สุจริต ขาดความซื่อสัตย์เสียแล้ว ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับเด็กก็หายไป ส่วนรวมได้เสียหาย สุดท้ายการศึกษาของลูกหลานเราก็จะย่ำอยู่กับที่หรือยิ่งร้ายไปกว่านั้นอาจจะย่ำแย่ลงไปกว่าเดิมเสียอีก

ดังนั้น งบประมาณที่ได้มาก็ดี ผู้บริหารจัดการก็ดี การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอก็ดี รูปแบบของการบริหารจัดการก็ดี ย่อมมีความสำคัญต่อองค์ประกอบของการจัดการศึกษาให้กับเด็กอย่างยิ่ง จัดการดีและดูแลดีผลก็จะออกมาดี จัดการไม่ดีและดูแลไม่ดีผลก็จะออกมาไม่ดี นี่คือหัวใจของการพัฒนาทั้งหลาย

เด็กที่มีโอกาสทางสังคมอยู่แล้วเราก็คงไม่เป็นห่วงพวกเขามากนัก แต่เด็กที่ขาดโอกาสและด้อยโอกาสในรูปแบบต่างๆ น่าจะเป็นเด็กที่ควรให้ความสำคัญ...ใส่ใจให้มากเป็นพิเศษเพราะถ้าเด็กเหล่านี้ได้รับโอกาสที่ดีทั้งด้านการศึกษา การเลี้ยงดู การเอาใจใส่จากสังคมแล้ว

แทนที่พวกเขาจะเติบโตขึ้นมาเป็น “เนื้อร้าย” ให้กับสังคม แต่กลับกลายมาเป็น “ทรัพยากรบุคคลอันสำคัญ” ของสังคมอย่างมีคุณค่าและมีความหมายอย่างมหาศาล

การจัดการศึกษาให้กับเด็กในสังคมไทยกำลังอยู่ในระหว่าง “ปฏิรูปการศึกษา” ซึ่งมีความจำเป็นต้องให้ค่อยเป็นไปเพราะบางอย่างอาจจะมีความเลอเลิศทางแนวความคิดหรืออุดมคติ แต่กลับกลายเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับแนวทางแห่งการปฏิบัติ จึงจำเป็นจะต้องอาศัยกระบวนการของการวิเคราะห์และวิจัยกันอยู่พอสมควร

นั่นคือ...ต้องอาศัยกาลเวลาอยู่มากทีเดียว

ที่น่าเป็นห่วงอย่างมากเกี่ยวกับชีวิตและการศึกษาของเด็กในสังคมเราในขณะนี้ก็คือ ลูกหลานของเรายังตกอยู่ในแหล่งอบายมุข...สิ่งแวดล้อมที่เรียงรายอยู่รอบๆตัวพวกเขากลับกลายเป็น “พิษ” ไปเสียแล้ว โอกาสที่จะให้พวกเขาได้สัมผัสแต่สิ่งที่ดี ได้ศึกษาเล่าเรียนเอาแต่สิ่งที่ดี ย่อมเป็นไปได้ยากมาก จึงจำเป็นต้องช่วยกันปรับปรุง

ผู้สนใจหยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กด้อยโอกาส ช่วยเหลือด้านอาหารและการศึกษา เด็ก...เยาวชนที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน ติดต่อได้ที่ 0-2465-6165, 0-2466-8354 โทรสาร 0-2472-4212

“การศึกษา” นำมาซึ่ง “ปัญญา” จักเป็นแสงสว่างนำทางให้พ้นภัยได้ตลอดชีวิต.

8 พ.ย. 2559 11:35 8 พ.ย. 2559 11:39 ไทยรัฐ