วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพิ่มพืชทางเลือกช่วยชาวนา

ก่อนจะเขียนเรื่องข้าวผมขอขอบคุณ “พี่ซูม” เจ้าของคอลัมน์ “เหะหะพาที” ที่อยู่ติดกันนี้ ที่เขียนสนับสนุนความคิดเห็นของผมเรื่อง “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เมื่อวานนี้ “พี่ซูม” ก็ไม่อยากให้รัฐบาลใจอ่อนไปง้อพวกทัวร์ศูนย์เหรียญกลับมา เพราะ “ข่าวดราม่า” ที่สร้างกันขึ้นมา และขอให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง อย่าแกว่งเป็นอันขาด ตลาดจีนยังเป็นที่ต้องการของเรา แต่ต้องไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเดิม (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) ที่เราเคยเจอและเจ็บปวดมานานอีกต่อไป

ผมหวังว่า คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีการท่องเที่ยวฯ จะไม่ไปง้อทัวร์ศูนย์เหรียญจีน ให้กลับมา ทำลายการท่องเที่ยวของไทยในภาพรวม อีกนะครับ

ทีนี้ไปดู การแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ของรัฐบาลกันต่อครับ หลังการประชุม คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) นัดเร่งด่วนเมื่อเช้าวันจันทร์ เพื่อแก้ปัญหา ข้าวเจ้า และ ข้าวหอมปทุมธานี ที่กำลังจะออกมา และ ราคาข้าวเจ้าความชื้น 15% รูดลงไปเหลือตันละ 7,500 บาท สรุปก็คือ ให้แก้แบบข้าวหอมมะลิด้วย โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก หรือ จำนำยุ้งฉาง พร้อมเงินช่วยเหลือ

งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ “ปลายน้ำ” แบบเดิมๆที่เกษตรกรคุ้นเคย จึงทำให้การแก้ปัญหาแบบครบวงจรทำได้ยาก แต่รัฐบาลย้อนไปแก้ที่ต้นทาง ปรับเรื่องการใช้น้ำ การปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสม ลดพื้นที่การเพาะปลูก ลดต้นทุนการผลิต แต่ปัญหาคือประชาชนและสังคมสนใจแต่เรื่องการแก้ปัญหาปลายทาง

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ แต่ต้องมีรูปแบบและวิธีการที่ชัดเจน เกษตรกรสามารถทำตามได้ โรงสี พ่อค้าคนกลาง พ่อค้าข้าว พ่อค้าพืชผลเกษตรสามารถปฏิบัติได้จริง

ผมไม่รู้ว่าข้อมูลของ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ คงได้จากรายงานของรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ของ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ เป็นหลัก ถ้าเป็นจริงอย่างนั้น กระทรวงที่รับผิดชอบสามารถบอกได้ไหมว่า ได้ปรับปรุงเรื่องน้ำอย่างไร ได้เพิ่มพื้นที่ชลประทานไปกี่แสนกี่ล้านไร่ ลดพื้นที่ไม่เหมาะสมการเกษตรไปเท่าไหร่ ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชที่เหมาะสมไปเท่าไหร่ ได้ผลผลิตเป็นอย่างไร เกษตรกรปฏิเสธไม่ต้องการปรับเปลี่ยนมีมากน้อยเท่าไหร่ เพราะผมมีความเชื่อว่า เกษตรกรทุกคนก็อยากจะรวย และไม่อยากเป็นหนี้ท่วมหัวแน่นอน

ปัญหาราคาข้าว และ ปัญหาการปลูกข้าว แม้ชาวนาไทยจะมีปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำเป็นรองบ๊วยในกลุ่มประเทศรอบบ้าน แต่ชาวนาประเทศอื่นที่มีผลผลิตดีกว่าไทย ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา เช่น ชาวนาเวียดนาม ที่ปลูกข้าวได้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าชาวนาไทยเกือบเท่าตัว ทำให้ขายข้าวได้ราคาถูกกว่าข้าวไทยทุกชนิด เขาก็มีปัญหา แต่เขาแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

รัฐบาลเวียดนาม ได้จับมือกับ สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ หรือ IRRI ที่ได้ยกย่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็น “กษัตริย์แห่งข้าว” The Rice King ที่ผมเพิ่งเขียนถึงวันก่อน เพื่อปรับโครงสร้างการปลูกข้าวของเวียดนาม โดยลดการปลูกข้าวจากปีละ 3 ครั้ง เหลือปีละ 2 ครั้ง แล้วใช้ที่นาไปปลูกพืชเกษตรประเภทอื่นที่ได้ราคาดีกว่า หรือทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมากกว่า

คุณลีโอคาดิโอ เซบาสเตียน นักวิจัยข้าวแห่ง IRRI บอกว่า วิธีนี้จะทำให้ชาวนาเวียดนาม “มีพืชทางเลือกไว้หมุนเวียน” กรณีที่ระดับน้ำเค็มในสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง (ที่เป็นแหล่งปลูกข้าวหลักของเวียดนาม) สูงขึ้น หรือดินเค็มเกินไปจนปลูกข้าวไม่ได้อีก รวมทั้ง การเพิ่มคุณภาพข้าว และ เพิ่มมูลค่าข้าว เพื่อให้ชาวนาเวียดนามสามารถเลี้ยงชีพได้ในระยะยาว

เรื่อง “พืชทางเลือกหมุนเวียน” สลับกับการปลูกข้าว ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ผมเคยเขียนเสนอไปในคอลัมน์นี้มาหลายครั้งแล้ว ก็หวังว่า นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จะนำไปคิดดู และ ผลักดันให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องทำอะไรที่เป็นรูปธรรมแบบเวียดนามบ้าง จะได้ไม่ต้องไปแก้ปัญหาที่ปลายน้ำอีกทุกปี.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

8 พ.ย. 2559 11:17 8 พ.ย. 2559 11:17 ไทยรัฐ