วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
การเมืองในแง่ดีคือศิลปะ

การเมืองในแง่ดีคือศิลปะ

  • Share:

ขณะที่นักการเมืองกำลังเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียด ปัญหาราคาข้าวตกต่ำอยู่นี้ สำนักซูเปอร์โพลเปิดเผยผลการสำรวจความเห็น พบว่ากลุ่มตัวอย่าง 94.7%เห็นว่ารัฐบาลควรลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูลจากชาวนาโดยตรง 97.7% ขอให้ทุกฝ่ายหยุดใส่ร้ายกันและหันมาช่วยกันแก้ความเดือดร้อนของชาวนา และ 90.7% ให้รัฐบาลลงทุนช่วยเหลือชาวนาในด้านต่างๆ

แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่าย อย่าเอาปัญหาชาวนามาหาประโยชน์ทางการเมือง แต่เรื่องนี้ก็กลายเป็นการเมืองเรียบร้อยไปแล้ว นักการเมืองเถียงกันว่าการที่อดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปซื้อข้าวจากชาวนาในภาคอีสานมาขายให้คน กทม. และมีการหลั่งน้ำตาเป็นการสร้างภาพทางการเมืองหรือไม่? เถียงกันแล้วข้าวจะขึ้นราคาหรือไม่?

การที่โฆษกรัฐบาลร่วมวงวิวาทะ กรณีชาวนาที่ผูกคอตายเป็นชาวนาจริง หรือชาวนาปลอม ก็เป็นประเด็นการเมือง เช่นเดียวกับการกล่าวหาว่านักการเมือง สมคบคิดกับโรงสีเพื่อกดราคาข้าว จนคณะกรรมการสมาคมโรงสีข้าวไทยต้องลาออกทั้งคณะก็เป็นการเมือง ข้าวเป็นปัญหาการเมืองไทยทุกยุคทุกสมัย ทุกฝ่ายต่างอ้างว่าต้องการช่วยชาวนา

มาตรการอุ้มราคาข้าวหอมมะลิที่รัฐบาลประกาศ ต้องยอมรับว่ามีทั้งที่เหมือนกันและต่างกันกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลก่อน สิ่งที่เหมือนกันคือการรับจำนำข้าวสูงกว่าราคาตลาด ส่วนสิ่งที่ต่างกันคือชื่อโครงการ เปลี่ยนจาก “รับจำนำข้าว” เป็น “รับจำนำยุ้งฉาง” รัฐบาลก่อนรับซื้อ “ทุกเมล็ด”นำมาสีเอง เก็บเอง และขายขาดทุนเอง

ผลของโพลอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ เมื่อถามถึงสาเหตุความเดือดร้อนของชาวนากลุ่มตัวอย่าง 42.6% ระบุกลไกตลาดที่ไม่มีประสิทธิภาพ รองลงไปได้แก่เกมการเมือง และกลุ่มนายทุนที่แสวงผลประโยชน์ แสดงว่าคนส่วนใหญ่ไม่แน่ใจว่าอะไรที่ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ จึงเห็นต่างกัน แต่นักวิชาการระบุว่า ผลผลิตข้าวที่เกินความต้องการ เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง

เมื่อพูดถึงราคาข้าว จะต้องไม่มองแค่ภายในประเทศ แต่จะต้องมองไปทั่วโลก เนื่องจากไทยผลิตข้าวเกินความ ต้องการภายใน ส่วนใหญ่ต้องส่งออกปีละประมาณ 8 ถึง 10 ล้านตัน (ข้าวสาร) ตลาดโลกเป็นผู้กำหนดราคา ส่วนผู้ส่งออกข้าวไทยก็ต้องขายตามราคาตลาดโลก แต่อาจจะมีปัญหา “กลไกตลาดที่ไม่มีประสิทธิภาพ” เป็นปัจจัยแทรกซ้อน

นั่นก็คือกลไกตลาดที่ถูกบิดเบือน เป็นประเด็นการเมือง เราไม่ควรรังเกียจการเมือง แต่ต้องใช้การเมืองให้เป็นประโยชน์ แต่ต้องเป็นการเมืองน้ำดี ไม่ใช่การเมืองน้ำเน่าที่มุ่งเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ฮิลลารี คลินตัน ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวว่า “การเมืองคือศิลปะในการทำสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้