วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หลักประกันความยุติธรรม

หลักประกันความยุติธรรม

โดย สายล่อฟ้า
9 พ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

วันนี้คงรู้ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯว่าระหว่าง “ฮิลลารี คลินตัน” กับ “โดนัลด์ ทรัมป์” ใครจะเป็นผู้นำของประเทศมหาอำนาจโลก แต่ไม่ว่าใครจะได้เป็นย่อมมีผลต่อทั่วโลกอย่างไม่ต้องสงสัยโดยเฉพาะถ้าทรัมป์ได้รับเลือกน่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงมากกว่า

แม้ที่ผ่านมาคะแนนระหว่างผู้สมัครทั้ง 2 คนจะสูสีกันมาตลอด แต่ปรากฏว่าก่อนวันลงคะแนนเพียง 2 วัน โดยนายเจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ได้แถลงข่าวใหญ่และมีผลต่อการเลือกตั้ง

เขาระบุว่า กรณีเข้ามาสอบสวนอีเมลเพิ่มเติมของนายแอนโธนี ไวเนอร์ ส.ส.รัฐนิวยอร์ก พรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นสามีที่แยกกันอยู่กับนางฮูมา อเบดิน ที่ปรึกษาระดับสูงของนางฮิลลารีที่อาจเชื่อมโยงกับนางฮิลลารีนั้น

เอฟบีไอได้ส่งหนังสือถึงสภาคองเกรส ขอยืนยันตามข้อสรุปเดิมของเอฟบีไอเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาว่า จะไม่ตั้งข้อหาคดีอาญาต่อนางฮิลลารี กรณีใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวขณะตำรงดำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลโอบามาสมัยแรก

เมื่อท่าทีของเอฟบีไอออกมาอย่างนี้จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามย่อมส่งผลดีต่อคะแนนนิยมของ “ฮิลลารี” ทันที

โอกาสที่สหรัฐฯจะได้ผู้นำเป็นผู้หญิงคนแรกจึงมีโอกาสสูง

เพราะทำให้ผู้สนับสนุนเกิดความมั่นใจมากขึ้นว่า หากเลือกนางฮิลลารีจะไม่ถูกดำเนินคดีกรณีอีเมลฉาว

การเมืองก็เป็นแบบนี้แหละ...ใครมีอำนาจรัฐย่อมได้เปรียบเสมอ

แต่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนสหรัฐอเมริกาเองว่าจะเชื่อในความถูก-ผิดมากน้อยแค่ไหน เพราะพวกเขามีสิทธิในการลงคะแนนว่าจะเลือกใครก็เท่านั้น

พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็พอจะเปรียบเทียบกรณีที่ สนช.ได้ลงมติถอดถอนอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย 2 คน คือนายนริศร ทองธิราชกรณีเสียบบัตรแทน ส.ส.คนอื่นๆ และนายอุดมเดช รัตนเสถียร กรณีสับเปลี่ยนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.

ปรากฏว่า สนช.ลงมติด้วยคะแนนขาดลอยให้ถอดถอนและต้องเว้นวรรคการเมือง 5 ปี แต่อาจจะหมดสิทธิสมัครแบบปิดเทอมยาวก็เป็นไปได้

ต้องไม่ลืมกันว่าที่ผ่านมาสภาผู้แทนฯไม่เคยถอดถอนนักการเมืองได้เลย เพราะรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากย่อมควบคุมเสียงได้อย่างเต็มที่จนทำให้คะแนนไม่ถึง 3 ใน 5 ทำให้ ส.ส.ที่ถูกข้อหากระทำผิดรอดตัวมาตลอด

แม้ว่าอำนาจการถอดถอนจะมาจากวุฒิสภา แต่รัฐบาลก็สามารถควบคุมเสียงได้ไม่ว่า ส.ว.จะมาจากเลือกตั้งหรือผสมผสานก็ตาม

มาตรการถอดถอนเพื่อลงโทษจึงไม่สามารถปฏิบัติได้ในสภาพความเป็นจริง

ไม่ต่างกับการเขียนเสือให้วัวกลัว จึงแทบจะไม่มีประโยชน์อันใด

กรธ.ชุดปัจจุบันซึ่งคงศึกษาความเป็นมาในเรื่องนี้ทั้งจากรัฐธรรมนูญปี 40-50 แล้วว่าการกำหนดบทลงโทษนักการเมืองในลักษณะนี้แทบจะไม่มีประโยชน์อันใด เพราะไม่สามารถทำความจริงให้เกิดขึ้นมาได้

จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใหม่โดยยกเลิกรูปแบบการถอดถอนจากวุฒิสภามาเป็นการให้อำนาจศาลฎีกาและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแทน

เพราะแม้ว่าจะถอดถอนนักการเมืองได้ในระยะหลังก็เพราะเป็นอำนาจของ สนช.ที่รู้กันดีว่าเป็นสภาที่เกิดขึ้นมาจากการแต่งตั้งของ คสช.ทิศทางต่างๆรู้กันดีว่าจะเกิดผลอย่างไร

การโอนให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า เพราะความเชื่อถือและการยอมรับมีสูงกว่ากันมากในกระบวนการยุติธรรมและการตัดสินความผิดทางการเมือง

รัฐธรรมนูญใหม่ที่ให้ ส.ว.มาจากแต่งตั้งก็ยิ่งเป็นหลักประกันความยุติธรรม.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้