วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดแผนพัฒนายั่งยืน พา ‘บอลไทยสู่บอลโลก’

กองแข่งขันกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงรายละเอียดโครงการ “สานฝันฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลก” ซึ่งเป็นการพัฒนาฟุตบอลของประเทศไทยอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน ทั้งระบบ โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้

“กีฬาฟุตบอล” เป็นกีฬาที่มีความนิยมมากชนิดหนึ่งของมวลมนุษยชาติ อีกทั้งเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และสามารถพิสูจน์ได้ว่ากีฬาฟุตบอลสามารถสร้างความรัก ความสามัคคีให้กับคนทั้งประเทศได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างมากมายมหาศาล โดยเฉพาะประเทศที่ความนิยมของฟุตบอลก้าวไปสู่ระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนและภาคเอกชน การสร้างธุรกิจการค้าต่างๆ อาทิ ธุรกิจ การท่องเที่ยวภายในประเทศ ธุรกิจการผลิตสินค้ากีฬา รวมถึงธุรกิจระดับท้องถิ่น

โดยจะเห็นได้ชัดจากต่างประเทศ อาทิ ประเทศอังกฤษนั้น มีมูลค่าของธุรกิจกีฬาสูงถึง 23,000 ล้านปอนด์ หรือมีมูลค่ากว่า 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของทั้งประเทศ และอีกตัวอย่างที่ชัดเจนคือ มูลค่าด้านเศรษฐกิจจากการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกและฟุตบอลยูโร จะส่งผลให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยใช้งบประมาณผ่านสื่อโทรทัศน์มากขึ้นอย่างชัดเจน และการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อาทิ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เช่น กรณีการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศบราซิลปี 2014 นั้น ส่ง ผลให้เฉพาะนครริโอ เด จาเนโร มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 400,000 คนในช่วงการแข่งขัน และค่าโรงแรมเพิ่มขึ้น 200% ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศ

อีกทั้งอุตสาหกรรมฟุตบอลของไทยที่ผ่านมา ก็สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในอดีต โดยวัดจากค่านิยมซึ่งประเมินได้โดยตรงจากมูลค่าการถ่ายทอดสดที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 71 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2554 เป็นกว่า 1,000 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2559

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมธุรกิจใกล้เคียง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ในสถานการณ์ปัจจุบันคือจังหวัดบุรีรัมย์ โดยสถานการณ์ก่อนจะก่อตั้งสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีนักท่องเที่ยว 908,218 คน ในปี พ.ศ.2553 และมีนักท่องเที่ยวในปี พ.ศ.2558 จำนวน 1,186,759 คน ซึ่งสะท้อนเป็นมูลค่าที่ชัดเจนผ่านมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของจังหวัดบุรีรัมย์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 97,000 ล้านบาท ในปัจจุบันเทียบกับมูลค่าเดิมคือ 64,613 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2552

ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้เล็งเห็นความสำคัญและโอกาสเชิงพาณิชย์จึงได้ดำเนินการส่งเสริม กิจกรรมด้านกีฬาฟุตบอลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าการพัฒนาหรือการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลได้ถูกดำเนินการจากภาคเอกชนเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนหรือการจัดกิจกรรมด้านกีฬาฟุตบอลจากภาคเอกชนดังกล่าวนั้น เป็นกิจกรรมที่เน้นย้ำโอกาสทางธุรกิจเป็นหลัก มิได้ดำเนินการหรือพัฒนาอุตสาหกรรมฟุตบอลในภาพรวมได้อย่างครบทุกปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างความยั่งยืนให้กับวงการฟุตบอล อาทิ การสร้างเวทีการแข่งขันที่ได้มาตรฐานต่อเนื่องในทุกระดับอายุ การยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอย่างบูรณาการ การสร้างเยาวชนทดแทน การสร้างบุคลากรอาชีพ ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ รวมทั้งการพัฒนาหรือยกระดับอุตสาหกรรมฟุตบอลภาพรวมนั้น เป็นแผนการลงทุนเพื่อพัฒนาระยะยาว ประมาณ 10 ปี ขึ้นไป ดังเห็นได้จากกรณีศึกษาของนานาชาติ

โดยเฉพาะกรณีศึกษาที่ชัดเจนคือ “เยอรมันโมเดล” (German Model) ที่เป็นแผนการพัฒนาสู่การเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก หลังจากที่ประสบความล้มเหลวในการแข่งขันยูโรในปี ค.ศ.2000 และปี ค.ศ. 2004 ที่ตกรอบแรกของการแข่งขัน ซึ่งสมาคมฟุตบอลเยอรมัน หรือ DFB ได้วางแผนระยะยาว 10 ปี โดยเริ่มจากการพัฒนาเยาวชนและสร้างลีกเยาวชน จนประสบความสำเร็จได้ตำแหน่งแชมป์โลกจากการแข่งขันฟุตบอลโลกที่บราซิล “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2014” (FIFA World Cup 2014) และดำเนินการพัฒนาด้านต่างๆ ควบคู่กัน ได้แก่ การพัฒนาผู้ตัดสิน การเพิ่มปริมาณผู้ฝึกสอนที่ได้มาตรฐานภายในประเทศ เพื่อให้การพัฒนานั้นเป็นไปอย่างบูรณาการ ดังนั้น ภาคเอกชนไม่สามารถวางแผนระยะยาวสำหรับกิจกรรมส่งเสริมกีฬาฟุตบอลได้ เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกหลากหลาย อาทิ นโยบายบริษัท และสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งหากภาครัฐไม่เข้ามาวางรากฐานหรือวางกรอบการพัฒนาก็จะไม่สามารถวางแผนกลยุทธ์ แผนดำเนินการ รวมถึงการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนได้

ในการนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ตระหนักและเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้มอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทยไปศึกษาและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาฟุตบอลของประเทศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ภายใต้โครงการ “สานฝันฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลก” ซึ่งได้กำหนดระบบยุทธศาสตร์การพัฒนาฟุตบอลไปสู่ระดับโลก และการเป็นแชมป์ในรายการระดับทวีป รวมถึงการพัฒนาเยาวชนให้ก้าวขึ้นมาทดแทนที่นักฟุตบอลรุ่นพี่ จากรุ่นสู่รุ่น และช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับลีกอาชีพของประเทศไทย

อีกทั้งสร้างความเป็นไปได้ที่ทีมชาติไทยจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นทีมระดับแนวหน้าของเอเชีย และสานฝันของคนทั้งประเทศที่จะเห็นทีมฟุตบอลของชาติไทยเราได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี ค.ศ.2026 อีกทั้งนำข้อมูลจากการศึกษามาจัดทำโครงการนี้ ซึ่งมี ยุทธศาสตร์หลักที่มุ่งพัฒนาองค์ประกอบทั้ง 6 ด้านหลัก ประกอบด้วย

1. ด้านการแข่งขันระดับเยาวชนที่ได้มาตรฐานและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดเวทีมาตรฐานสากล 2.ด้านการพัฒนาบุคลากรสโมสรฟุตบอลอาชีพด้านต่างๆ ให้สอดคล้องกับการวางแผนระยะยาว 3.ด้านการพัฒนาผู้ตัดสินและผู้ฝึกสอน ให้ได้มาตรฐานทั้งด้านจำนวนและคุณภาพ 4.ด้านพัฒนาวัฒนธรรมการชมการเชียร์ 5.ด้านการจัดตั้งศูนย์ฝึกเยาวชนแห่งชาติ 6.ด้านการตรวจสอบการล็อกผลการแข่งขัน โดยมีผลจากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่างๆมาจัดทำโครงการภายใต้ชื่อ “สานฝันฟุตบอลไทยไปสู่ฟุตบอลโลก” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ประกอบอย่างบูรณาการและสร้างความยั่งยืนให้กับฟุตบอลไทย

สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการ ก็เพื่อสร้างเวทีการแข่งขันฟุตบอลที่ได้มาตรฐานให้กับเยาวชนทั้งประเทศ เพื่อเพิ่มจำนวนและคุณภาพของนักฟุตบอลทุกระดับให้ทีมชาติไทยมีนักฟุตบอลที่มีคุณภาพ และมีศักยภาพผ่านเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี ค.ศ.2026

โดยต้องมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและเหมาะสม อย่างน้อยที่สุด 3 ปี คือ พ.ศ.2559-2561 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับลีกอาชีพในการผลักดันนักกีฬารุ่นใหม่สู่เวทีดิวิชั่น 2 ดิวิชั่น 1 และไทยพรีเมียร์ลีก เพื่อยกระดับพัฒนาสโมสร บุคลากรของสโมสรให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการสโมสร ตามที่เอเอฟซีกำหนด เพื่อผลักดันให้เกิดสถาบันผู้ตัดสิน เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ตัดสินรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ที่สนใจและอยากจะเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลเข้ามาฝึกอบรมและพัฒนาในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานที่เอเอฟซีกำหนด เพื่อผลักดันและเพิ่มจำนวนผู้ฝึกสอนระดับซี-ไลเซนส์ (C-license) ให้ทำหน้าที่ในฟุตบอลลีกเยาวชนทุกระดับ เพื่อยกระดับการชมการเชียร์ ปรับทัศนคติ การชมและเชียร์ ลดความรุนแรงในการชมและการเชียร์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน


กลุ่มเป้าหมายของรายการ สโมสรฟุตบอลอาชีพ ดิวิชั่น 2 ดิวิชั่น 1 และไทยพรีเมียร์ลีก หรือสมาคมกีฬาประจำจังหวัด นักกีฬาฟุตบอลอายุตั้งแต่ 13-19 ปี ผู้ตัดสินฟุตบอลอายุ 18-25 ปี ผู้ฝึกสอนฟุตบอลระดับซี-ไลเซนส์ กลุ่มกองเชียร์ และแฟนบอลของสโมสรต่างๆ

ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ด้านการจัดการแข่งขันลีกเยาวชน สถานการณ์ของไทยและต่างประเทศ : สำหรับประเทศไทยนั้น สามารถกล่าวได้ว่ายังไม่มี การจัดการแข่งขันระดับเยาวชนที่วางรากฐานการก้าวสู่ทีมชาติอย่างต่อเนื่องยั่งยืนสู่ระดับสโมสรอาชีพและเพื่อการพัฒนาเยาวชนจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อทดแทน นักเตะในปัจจุบัน โดยพัฒนาคู่ขนานไปกับการแข่งขันฟุตบอลอาชีพและสโมสรฟุตบอลอาชีพของไทย

ขณะเดียวกัน ประเทศที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมืออาชีพด้านการพัฒนาฟุตบอลระดับโลก อาทิ ประเทศเยอรมนี ประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือแม้กระทั่งประเทศในโซนเอเชีย คือ ประเทศญี่ปุ่นนั้น ทุกประเทศล้วนมีการวางรากฐานดังกล่าวจากการสร้างรายการแข่งขันระดับเยาวชนทั้งสิ้น

ประเทศเยอรมนี โดยหน่วยงานภาครัฐร่วมมือกับสมาคมฟุตบอลฯ (DFB) ได้ริเริ่มลีกเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ขึ้นในปี 2003/2004 และ เยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 15, 17 ปี ขึ้นในปี 2003/2004 ซึ่งใช้ระยะเวลาไม่นานนักผลลัพธ์ก็เกิดขึ้นกับทีมชาติเยอรมนีเองโดยสามารถคว้าแชมป์ยุโรปรุ่นอายุต่ำ 21 ปี, 19 ปี และ 17 ปี และที่สำคัญที่สุดคือเยาวชนรุ่นใหม่เหล่านี้ได้พาทีมชาติเยอรมนีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี ค.ศ.2014 ได้อีกด้วย

ประเทศเนเธอร์แลนด์ก็เช่นกัน ภาครัฐและสมาคมฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ (KNVB) ได้เริ่มต้นจัดการแข่งขันลีกเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 13, 15, 17 และ 19 ปี และสามารถแบ่งได้ 2 ระดับ คือ ระดับพรีเมียร์ลีก และระดับดิวิชั่น 1 ผลสัมฤทธิ์ คือทีมสมัครเข้าร่วมแข่งขันกว่า 2,700 ทีม อีกทั้ง KNVB สามารถกำหนดทิศทางของการพัฒนาระดับทีมชาติผ่านการแข่งขันนี้สู่สโมสรอาชีพ อาทิ รูปแบบการเล่นของทีมชาติ

สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้น ภาครัฐร่วมกับสมาคมฟุตบอล (JFA) ประกาศเป้าหมายและวิธีการดำเนินงานที่ชัดเจนยิ่ง จาก “The JFA Declaration, 2005” โดยกำหนดแผนการพัฒนาหลายด้าน แต่ด้านที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ด้านการพัฒนาเยาวชนผ่านการจัดการแข่งขันระดับเยาวชนพร้อมกับสโมสรฟุตบอลอาชีพ จัดการแข่งขันรุ่นอายุไม่ ต่ำกว่า 12, 14, 16 และ 18 ปี ทั้งระบบการแข่งขันแบบลีก และแบบทัวร์นาเมนต์ ซึ่งได้ส่งผลให้ความนิยมของกีฬาฟุตบอลเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นกีฬาในหัวใจของคนในชาติ อีกทั้งมีจำนวนแฟนบอลกว่า 5,000,000 คน พร้อมคาดหวังให้ทีมชาติ ญี่ปุ่นติดอันดับ 1 ใน 10 ทีม ที่ดีที่สุดของโลก ในระยะเวลาอันใกล้

ดังนั้น การยกระดับฟุตบอล ไทยและทีมชาติไทยอย่างยั่งยืนนั้น สามารถวางราก ฐานตาม กรณีศึกษาของประเทศต่างๆที่ประสบความสำเร็จด้านการพัฒนาทีมชาติมาแล้ว และกรณีเร่งด่วนคือ การสร้างรายการแข่งขันระดับเยาวชน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน และสามารถวางแผนดำเนินการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามระยะเวลาที่วางไว้ได้

แผนระยะสั้น (ภายในปี พ.ศ. 2559) : เริ่มจัดการแข่งขันระดับเยาวชน (ลีกเยาวชน แห่งชาติ) โดยแบ่งออกเป็น 4 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุต่ำกว่า 13 ปี รุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี รุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี และรุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี ทั้งนี้ รูปแบบการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 3 รอบการแข่งขัน คือ รอบเพลย์ออฟ รอบแชมเปียนชิพ (รอบโซนภูมิภาค) และรอบแพ้คัดออกจนถึงคู่ชิงชนะเลิศ โดยในเวลานี้ได้เริ่มแข่งขันมาระยะหนึ่งแล้ว มีดัชนีชี้วัด คือ มีการจัดการแข่งขันครบทั้ง 4 รุ่นอายุ เฟ้นหาทีมชนะเลิศในแต่ละรุ่นอายุ เป็นพื้นฐานให้การแข่งขันลีกเยาวชนนี้ เป็นการแข่งขันประจำปี ศึกษาและสรุปปัจจัยต่างๆ เพื่อนำมาร่วมพิจารณาในการปรับปรุงการแข่งขันในปีต่อไป

แผนระยะกลาง (ภายในปี พ.ศ.2561) : หลังจากได้มีการจัดการแข่งขันลีกเยาวชน ในปีแรกแล้ว การแข่งขันลีกนี้จะต้องจัดอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนารูปแบบการแข่งขันให้เหมาะสมมากขึ้น และเกมกีฬาฟุตบอลควรมีค่านิยมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย รวมถึงวิธีการและมุ่งเน้นการคัดสรรนักฟุตบอลเยาวชนที่มีคุณภาพสูง เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบการพัฒนาเยาวชน หรือศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนแห่งชาติ ที่จะจัดตั้งขึ้น มีดัชนีชี้วัด ระบบการจัดการแข่งขันมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งพิจารณาจากผลการศึกษา สามารถสร้างมูลค่าของการแข่งขัน อาทิ ถ่ายทอดสด ภาคเอกชนสนับสนุนเพิ่มขึ้น มูลค่าการถ่ายทอดสดมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 5% ทุกปี โดยเริ่มวัดผลจากปี 2560 เป็นต้นไป ตั้งรางวัลนักเตะเยาวชนดีเด่นทั้งระดับภูมิภาค ภูมิภาคละ 3 คน และระดับประเทศ 5 คน สมาคมกีฬาฟุตบอลฯสามารถคัดเลือกนักฟุตบอลจากลีกเยาวชนนี้ได้ โดยมีนักฟุตบอลที่มาจากลีกเยาวชนนี้ 6 คน ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ทีมชาติในแต่ละรุ่นอายุ

ด้านการพัฒนาบุคลากรฟุตบอลอาชีพและยกระดับสโมสรฟุตบอลอาชีพ สถานการณ์ของไทยและต่างประเทศ : สำหรับประเทศไทยนั้น เป็นที่ยอมรับกันว่า อุตสาหกรรมฟุตบอลพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการพัฒนานั้น นอกจากศักยภาพของนักกีฬาเองแล้ว ยังมีการพัฒนาที่สำคัญอื่นๆ อีก อาทิ การบริหาร แฟนคลับ การบริหารสิทธิประโยชน์และการร่วมมือกับผู้สนับสนุน การดำเนินการด้านกิจกรรมการตลาดและด้านการหารายได้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บุคลากรผู้มีความรู้ ความสามารถในแต่ละด้านนั้นยังขาดแคลนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับสโมสรระดับลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ซึ่งแตกต่างจากต่างประเทศที่อุตสาหกรรมฟุตบอลได้ดำเนินมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังมีกฎระเบียบต่างๆ เพื่อรักษามาตรฐานด้วย

แผนระยะสั้น (ภายในปี พ.ศ.2559) : ส่งเสริม ผลักดัน และช่วยเหลือให้แต่ละสโมสร มีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับทั้งการแข่งขันแยกตามรุ่นอายุ และการเตรียมความพร้อมอื่นๆ ภายในสโมสร อาทิ ด้านการบริหารชุมชน การบริหารสิทธิประโยชน์ ด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะด้านการหารายได้และการบริหารต้นทุนการดำเนินการ อีกทั้งการจัดการแข่งขันจะเริ่มปรับตัว เข้าสู่มาตรฐานสากล ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของบุคลากรในทุกสาขาหรือหน้าที่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อรองรับแผนระยะยาวที่กำลังจะเกิดขึ้น มีดัชนีชี้วัด คือ สโมสรฟุตบอลในระดับพรีเมียร์ลีกควรผ่านการประเมินตามกฎข้อบังคับ เอเอฟซี คลับไลเซนซิ่ง (AFC Club Licensing) หรือมากกว่า 5 สโมสร จัดอบรมพัฒนาบุคลากรในวงการฟุตบอล เพื่อให้ความรู้และสามารถปรับตัวตามการ แข่งขันที่จะเกิดขึ้น อาทิ ด้านการบริหารสิทธิประโยชน์ หรือการตลาด บุคลากรของสโมสรฟุตบอลระดับไทยพรีเมียร์ลีก ทุกสโมสรผ่านการอบรมให้ความรู้ในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานที่ร่วมโครงการกับ กกท. อาทิ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ หรือหลักสูตรอบรมที่จัดขึ้นโดย กกท.เองเป็นต้น

แผนระยะกลาง (ภายในปี พ.ศ.2561) : หลังจากได้มีการจัดการแข่งขันลีกเยาวชน ในปีแรกแล้ว การจัดการแข่งขันจะเริ่มปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานสากล ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของบุคลากรในทุกสาขาหรือหน้าที่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อรองรับแผน ระยะยาวที่กำลังจะเกิดขึ้น การผ่านเกณฑ์มาตรฐานเอเอฟซี การจัดลำดับ หรือการยกย่องเชิดชูเกียรติมีความจำเป็นในการพัฒนาบุคลากร เพื่อเป็นการกระตุ้นให้บุคลากรรุ่นใหม่ตื่นตัวและเข้ามาทดแทนหรือเพิ่มเติมความต้องการได้อย่างต่อเนื่อง

มีดัชนีชี้วัด คือสโมสรฟุตบอลในระดับพรีเมียร์ลีก ควรผ่านการประเมินตามกฎข้อบังคับ คลับไลเซนซิ่ง หรือมากกว่า 16 สโมสร จัดทำแผนบุคลากรต้นแบบที่จำเป็นในการพัฒนาฟุตบอลเยาวชน แต่ละสโมสรสามารถคัดสรรและจัดจ้างบุคลากรได้ครบตามตำแหน่งหน้าที่ที่จำเป็น กกท. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อาทิ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จัดหลักสูตรการอบรมขั้นต่ำ 2 หัวข้อ หัวข้อละ 3 ลำดับขั้น อาทิ หลักสูตรพื้นฐาน หลักสูตรเพื่อการปฏิบัติการ และหลักสูตรขั้นสูงหรือบริหาร เป็นต้น

การจัดหลักสูตรการอบรมโดยเชิญบุคลากรระดับนานาชาติ อาทิ บุคลากรเฉพาะด้าน จากเอเอฟซี มาร่วมให้ความรู้ หรือร่วมวางหลักสูตร พัฒนาระบบการประเมินการบริหารจัดการของสโมสรฟุตบอลอาชีพที่สะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานและมาตรฐานของบุคลากร รวมไปถึงจัดการสรรหาบุคลากรผู้ทรงความสามารถหรือมีผลงานที่โดดเด่น และจัดพิธีการมอบรางวัลเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับบุคลากรในวงการ

อันที่จริงสำหรับกีฬาฟุตบอล ยังมีอีกหลายองคาพยพ ที่ กกท.เตรียมเดินหน้าจับมือกับอีกหลายภาคส่วนเพื่อพัฒนาลูกหนังไทยอย่างยั่งยืนทั้งระบบ ซึ่งจะได้มานำเสนอในโอกาสต่อๆไป....

กองแข่งขันกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศ ไทย (กกท.) เปิดเผยถึงรายละเอียดโครงการ “สานฝันฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลก” ซึ่งเป็นการพัฒนาฟุตบอลของประเทศไทยอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน ทั้งระบบ 8 พ.ย. 2559 09:47 8 พ.ย. 2559 09:50 ไทยรัฐ