วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มะกันเอือม คู่ชิง “ผีเน่าโลงผุ”

โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน หอมแก้มขอบคุณเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยา ที่กล่าวแนะนำเปิดการปราศรัย (ซ้าย) ขณะที่ฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต ขึ้นเวทีด้วยสีหน้าประทับใจ โดยมีบิล คลินตัน สามี ให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง (ขวา)

การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา นับเป็นปรากฏการณ์ที่สมควรถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของการเมืองแดนพญาอินทรียุคใหม่

เนื่องจากเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ที่บรรยากาศ “การแข่งขัน” อันควรจะแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของนักการเมืองที่จะมาบริหารบ้านเมืองภายภาคหน้ากลับกลายเป็นความเลอะเทอะ เต็มไปด้วยการสาดโคลน ใส่ร้ายป้ายสี สร้างความอับอายแก่กระบวนการประชาธิปไตย

แทนที่จะได้ฟังนโยบายกลับต้องมาทนรับน้ำลาย

ลามไปถึงการสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวแก่สังคมอเมริกัน ไม่ว่าการจุดกระแสกีดกันชาวมุสลิม หรือการชี้เป้าว่านโยบายของอีกฝ่าย อาจทำให้เสถียรภาพความมั่นคงโลกสั่นคลอน สุ่มเสี่ยงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือกระทั่งการประกาศไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง

จนกลายเป็นเรื่อง “เบื่อหน่าย” ในสายตาประชาชน ที่ยิ่งใกล้วันดีเดย์ ยิ่งส่งเสียงหมดศรัทธา ถูกนำมาเป็นประเด็นในสื่อกระแสหลัก ครูไม่กล้ายกตัวอย่างการเลือกตั้งครั้งนี้มาสอนนักเรียน ผลโพลสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน ชี้คนอเมริกันเกินร้อยละ 50 ตกอยู่ในภาวะเครียดจัดจากการเมือง

ชาวบ้านตามท้องถนนบอกพอกันที จบๆไปได้แล้ว

ทนมานานตั้งแต่ศึกเลือกตั้งภายในพรรค จวบจนมาถึงโค้งสุดท้ายวันชี้ชะตา โหมโรงตั้งแต่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ที่เป็นข่าวสัปดาห์เว้นสัปดาห์ เปิดประเด็นโจมตีประชากรชาวเม็กซิกันในสหรัฐฯ ว่าเป็นพวกก่อคดีข่มขืนและเป็นอาชญากร

สร้างความไม่โปร่งใส ลีลาไม่ยอมเผยบัญชีการจ่าย “ภาษี” จนถูกนำเรื่องมาเปิดโปงว่าใช้ช่องกฎหมายเลี่ยงจ่ายภาษีนาน 18 ปี แต่เจ้าตัวกลับชี้แจงหน้าด้านๆ “แสดงว่าผมฉลาดยังไงล่ะ”

ไม่รวมถึงเรื่องฝีปากเราะร้าย หาเรื่องใครไปทั่วทั้งผู้พิพากษา ผู้ประกาศข่าว นางงามจักรวาล ไปถึงครอบครัวมุสลิมอเมริกันที่ลูกพลีชีพรับใช้ชาติ และที่กลายเป็นประเด็นฉาวที่สุดในเดือน ต.ค. ถูกแฉด้วยคลิปวีดิโอเก่าว่าพูดจาไม่ให้เกียรติเพศแม่ “ไม่ต้องพูดอะไรมาก จูบและจับอวัยวะเพศไปเลย”

เล่นเอาพรรครีพับลิกันระส่ำ แตกแยกภายใน แกนนำอย่างพอล ไรอัน ประธานรัฐสภาประกาศตัดหางปล่อยวัด หนำซ้ำมีผู้หญิงอีกอย่างน้อย 10 คนทั้งในและนอกวงการนางแบบ ออกแถลงข่าวว่าถูกทรัมป์ลวนลาม และพยายามใช้เงินซื้อตัว

แม้แต่ภริยาเมลาเนีย ทรัมป์ โมเดลสาวชาวสโลวีเนีย ยังบอบช้ำ โดนกล่าวหาว่าไร้สมองไปลอกสุนทรพจน์ของมิเชล โอบามา สตรีหมายเลข 1 สหรัฐฯมาทั้งดุ้น และเคยแอบมารับจ็อบในสหรัฐฯ ทั้งที่ยังไม่ได้วีซ่าอนุญาตทำงาน ถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย

ส่วน “ฮิลลารี คลินตัน” ตัวแทนพรรคเดโมแครต ถึงจะเป็นนักการเมืองอาชีพที่คร่ำหวอด แต่ใช่จะไร้บาดแผล ถูกเว็บไซต์จอมแฉวิกิลีกส์ เปิดโปงกระบวนการหลังฉาก ได้รับการช่วยเหลือจากนักข่าวซีเอ็นเอ็น ป้อนคำถามให้ก่อนขึ้นโต้วาที

จุดข้อสงสัยความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับมูลนิธิคลินตัน ว่าใช้เป็นหน้าฉากรับเงินบริจาคจากรัฐบาลต่างชาติ เดินสายล็อบบี้กิจการ นัดพบคนวงในของรัฐบาล แลกกับการจ่ายเงินบริจาค หรือเชิญบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีผู้เป็นสามี ไปกล่าวปาฐกถา

พร้อมปมเผือกร้อน ในอดีตสมัยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ตามมาหลอกหลอน กรณีใช้เซิร์ฟเวอร์จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ส่วนตัว เสี่ยงต่อการทำให้ข้อมูลลับทางราชการรั่วไหล

ถึงขั้นสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางเอฟบีไอสหรัฐฯ ล็อกเป้าตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยการปิดคดีไปรอบแรกเมื่อเดือน ก.ค. ไม่พบว่าฮิลลารีมีมูลความผิดใดๆ

แต่เพียง 11 วันก่อนประชาชนเข้าคูหา กลับเจอระเบิดลูกสอง

เจมส์ โคเมย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ ออกโรงส่งจดหมายชี้แจงต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ ว่าจะเปิดการสอบสวนอีกครั้ง มุ่งเป้าที่ฮูมา อาเบดีน ผู้ช่วยระดับสูงคนสนิทฮิลลารี หลังต้องการตรวจสอบอีเมลกว่า 650,000 ฉบับ ภายในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ที่อาเบดีนใช้ร่วมกับสามีแอนโธนี ไวเนอร์ อดีต ส.ส.รัฐนิวยอร์ก ผู้เคยตกเป็นข่าวอื้อฉาว ส่งข้อความลามกกับเด็กสาววัย 15 ปี

แม้สุดท้ายจะตบหัวลูบหลัง ระบุช่วงโค้งสุดท้ายหาเสียง ไม่พบอะไรในกอไผ่ แต่แรงกระเพื่อมทางการเมืองเกิดขึ้นไปแล้ว กระทบความเชื่อมั่นต่อตัวผู้สมัคร และอาจกลายเป็นเรื่องเช็คบิลย้อนหลัง ผอ.เอฟบีไอเข้าข่ายละเมิดกฎหมายแฮช พ.ศ.2482 เจ้าหน้าที่รัฐระดับบริหารแทรกแซงการเลือกตั้ง.


ทีมข่าวต่างประเทศ

การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา นับเป็นปรากฏการณ์ที่สมควรถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของการเมืองแดนพญาอินทรียุคใหม่ 8 พ.ย. 2559 09:37 8 พ.ย. 2559 09:43 ไทยรัฐ