วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เล็งเปิดตลาดถาวร ให้บ.ค้าข้าวทั่วโลก

‘วรงค์’ฉะ‘ปู’ทำพัง แถมซ้ำเติมชาวนา

นบข.ชง ครม.อีกรอบ อนุมัติ 1.8 หมื่นล้าน อุ้มข้าวเจ้า 10,500 ต่อตัน ข้าวหอมปทุม 11,300 ต่อตัน ช่วยชาวนาต่อสู้ราคาข้าวตกต่ำ นายกฯรับแก้ปัญหาปลายเหตุ เพราะเกษตรกรคุ้นเคยแบบนี้มานาน แต่จะพยายามมุ่งแก้ที่ต้นทางตามพระราชดำริ “ระเบิดจากภายใน” ถ้าทำได้ 5 ปีจะรวยกันถ้วนหน้า ออกตัวบอกชาวนา รัฐมีขีดจำกัดช่วยได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น ลั่นไม่ขอโต้คารมกับใครอีก “อภิรดี” เล็งเปิดตลาดค้าข้าวสารถาวรให้บริษัทซื้อข้าวทั่วโลก ปลัด พณ.แจงมาตรการรัฐ คือการฝากข้าวไม่ใช่จำนำ กองทัพยังแข็งขันช่วยชาวนาเก็บเกี่ยว หาตลาดซื้อข้าวบริโภค “หมอวรงค์” ตามฉะ “ยิ่งลักษณ์” ตัวการทำลายระบบข้าวไทย พท.ซัดกลับ “วรงค์” มโนทุบราคาข้าว เล็งฟ้องหมิ่นประมาท กรธ.เร่งคลอด ก.ม.ลูก จ่อนัดประชุมภาคค่ำด้วย ส่วนแนวคิดขึ้นเงินเดือน ส.ส.ถูกรุมค้าน เชื่อสังคมไม่ยอมรับ ไม่ช่วยทำให้จิตสำนึกดีขึ้น

ภายหลังรัฐบาลออกมาตรการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 13,000 บาท เพื่อช่วยเหลือชาวนาต่อสู้กับภาวะราคาข้าวตกต่ำ โดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.แล้วนั้น ล่าสุดในวันที่ 8 พ.ย. จะมีการประชุม ครม. เพื่ออนุมัติงบประมาณอีก 1.8 หมื่นล้านบาท ออกมาตรการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกเจ้าและข้าวหอมปทุมธานี

ประชุม นบข.ช่วยข้าวเจ้า–ข้าวหอม

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. เวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยก่อนการประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวนาที่ปลูกข้าวเจ้าและข้าวหอมปทุมธานี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง โดยจะใช้หลักการใกล้เคียงกับของเดิม

นายกฯพ้อแก้ปัญหาผิดจุดมานาน

ต่อมาภายหลังประชุม พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งเกษตรกรทั้งชาวนา ชาวไร่ และชาวสวน รับฟังทั้งชาวนา โรงสีข้าว และผู้ประกอบการค้าข้าว การแก้ปัญหาราคาข้าวทั้งหมดจะต้องมีมาตรการรองรับที่เหมาะสม วันนี้เรากำลังแก้ปัญหาแค่ปลายทางมาตลอด แก้แบบนี้จนเกษตรกรคุ้นเคย ทำให้วงจรการแก้ไขปัญหาทำได้ยากและช้า รัฐบาลจึงมุ่งย้อนไปที่ต้นทาง ปรับเรื่องการใช้น้ำ การปลูกพืชให้เหมาะสม ลดพื้นที่การปลูก ลดต้นทุนการผลิต คิดทั้งหมดและทำมาโดยตลอด แต่ปัญหาคือประชาชนและสังคมสนใจแต่เรื่องปลายทาง ความร่วมมือจึงอาจจะน้อย แม้แต่การจำนำยุ้งฉาง เดิมชาวไร่ชาวนามียุ้งฉางไว้เก็บ แต่วันนี้ไม่มี จึงเอามาฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หากรับข้าวจำนวนมากๆอย่างที่ผ่านมาต้องไปจ้างเก็บไว้ในคลังเสียค่าใช้จ่ายไปอีก มันผิดไปหมด

ยึดพระราชดำริระเบิดจากภายใน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราต้องใช้แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการระเบิดจากภายใน คือต้นทางทำให้ดี ส่วนปลายทางที่มีทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ และยังมีตลาดชุมชนที่สีข้าวขายกันเอง ที่ถือว่าเป็นเส้นทางเลือกทั้งหมดจะต้องเชื่อมโยงให้ได้ จึงจะทำให้ราคาสูงขึ้น จะต้องผลิตข้าวที่มีคุณภาพและลดปริมาณการปลูกลงแต่ประชาชนอยู่ได้ ไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ประชาชนจะอยู่ได้ต้องใช้ความพอเพียงพระราชทานไว้แล้ว

โดยเก็บข้าวไว้ทำพันธุ์ส่วนหนึ่ง ไว้กินส่วนหนึ่ง ที่เหลือขายโรงสี ขายสหกรณ์ ขายอิสระใส่ถุงขายในชุมชน รัฐจัดตลาดชุมชนให้เป็นตลาดกลาง โดยจะมีการประกาศเครื่องหมายที่ชัดเจนอีกที ส่วนเรื่อง หนี้สินรัฐบาลจะไปเจรจากับโรงสีขอให้มาร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อให้สังคมรับทราบว่าโรงสีก็ทำประโยชน์ เราจะไปกันใครคงไม่ได้ เพราะจำนวนผลผลิตข้าวมีมหาศาล การมาขายลักษณะนี้ได้เพียงส่วนหนึ่งไม่ถึง 5% จากผลผลิตทั้งหมด แต่เป็นการทำให้คนอยู่ได้ เลี้ยงตัวได้

แจงรัฐมีขีดจำกัดการช่วยเหลือ

นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการให้สินเชื่อชะลอการระบายข้าวในส่วนของข้าวหอมมะลิ วันนี้กำลังดูเรื่องของข้าวขาวและข้าวหอมปทุมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขณะที่ข้าวชนิดอื่นก็เตรียมมาตรการรองรับด้วยเช่นกันหากราคามีปัญหา ยืนยันห่วงใยทุกคน เรื่องความเดือดร้อนช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าช่วยแล้วต้องเดือดร้อนทั้งประเทศคงไม่ได้ เพราะจะทำให้มีผลกระทบต่องบประมาณการใช้จ่ายของแผ่นดิน ยังมีอีกหลายอาชีพต้องไปดูแล ไม่ใช่ช่วยแต่ภาคการเกษตรอย่างเดียว เรื่องหนี้สินชาวนาที่ผ่านมาให้งดดอกเบี้ยชะลอหนี้สิน พักการชำระหนี้ ถามว่าแล้วจะให้มันอยู่อย่างนี้หรือ เงินจะหมดตรงกลาง และปลายทาง หมดด้วยการช่วยเหลือและแก้ปัญหาแบบนี้

แก้ทั้งระบบได้ 5 ปีเกษตรกรรวย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เดี๋ยวก็มีเรื่องข้าวโพดนำเข้า ขออย่าเพิ่งออกมาเรียกร้องอะไรมากตอนนี้ สิ่งที่เกิดมา 20-30 ปี คงแก้ไม่ได้ภายในวันเดียว คงต้องแก้ทั้งระบบต้นทาง กลางทาง และปลายทาง แก้เช่นนี้ได้รับรองไม่เกิน 5 ปี ชาวนาชาวไร่รวยขึ้นเยอะ วันนี้ต้นทุนการผลิตข้าวของประเทศเรากับประเทศอื่นต่างกัน บ้านเราต้นทุนสูงกว่า เราสู้ราคาขายข้าวไม่ได้ บางคนบอกให้กลับมาสู่วัฒนธรรมเดิม ใช้แรงงาน ใช้ควาย ก็โอเคใครมีแรงก็ทำไป แต่ต้องนึกถึงคนที่ไม่มีแรง เพราะอายุมากด้วย อย่าพูดอะไรบิดไปโน่นนี่มันทำให้สังคมไม่เข้าใจและทำไม่ได้ ขอให้เข้าใจความตั้งใจของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่พยายามทำกันอยู่ นอนตาไม่หลับกันมาหลายอาทิตย์แล้ว ไม่ใช่มีปัญหาและมาแก้ แต่คิดมาตลอดตั้งแต่วันแรก 22 พ.ค.57 ว่าทำอย่างไรชาวนาจะดีขึ้น เมื่อถามว่า นายกฯจะมีโอกาสไปพบกับชาวนาด้วยตัวเองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนมีงานที่ต้องทำอยู่ แต่ รมว.เกษตรฯก็ลงไปแล้ว นายกฯต้องทำทุกอย่างเลยหรือ มีงานอีกเยอะ สั่งงานไปแล้ว

ไม่ขอตอบโต้กับใครอีกแล้ว

“ทุกมาตรการทำมาตลอด 3 ปี ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะสรุปว่าสำเร็จไปแค่ไหน แต่สื่อต้องช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนเข้าใจ ถ้าทุกคนไม่เข้าใจตรงนี้สุดท้ายก็เดือดร้อน เงินก็หมดไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ติดกับวัฒนธรรมหรือพฤติกรรมการปลูกข้าวแบบเดิม ขอให้เข้าใจตรงกัน ถ้ามีอะไรผิดก็ให้บอกมา แต่ไม่น่าผิด ผมคิดมานาน คิดมา 3 ปีแล้ว แต่ทำได้แค่นี้ เพราะเจอปัญหาแบบนี้ วันนี้ต้องคิดใหม่ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นจะเป็นวงจรแบบเดิม ขอให้ช่วยรัฐบาล จะไม่ไปโต้ตอบกับใคร ใครจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ถ้าทำดี ตั้งใจดี บริสุทธิ์ มันก็เป็นกุศลแค่นั้นเอง รัฐบาลไม่ได้ไปมุ่งหวังทำอะไรให้ใครเสียหายอยู่แล้ว เรื่องที่มีเหตุการณ์นี้โน้นเกิดขึ้น ขอให้พอได้แล้วจะไม่ตอบโต้อะไรทั้งสิ้น เฉยๆ สังคม ประชาชนจะดูเอง ใครทำดีก็ต้องขอบคุณ ใครทำดีได้ดี” นายกฯกล่าว

จัดแพ็กเกจช่วยข้าวเจ้า–ข้าวหอม

ขณะที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์เผยว่า ที่ประชุม นบข. เห็นชอบมาตรการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกเจ้าและข้าวหอมปทุมธานี ซึ่งเป็นข้าวนาปีฤดูการผลิตปี 2559/2560 โดยชาวนา ที่ขายข้าวเปลือกทั้ง 2 ชนิดที่ความชื้น 15% จะได้รับเงินดังนี้คือ ข้าวเปลือกเจ้าจะได้รับเงินสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.ตันละ 7,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวตันละ 2,000 บาท และค่าเตรียมข้าวขึ้นยุ้งฉางและค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท รวมเบ็ดเสร็จเกษตรกรจะได้รับเงินตันละ 10,500 บาท ส่วนข้าวหอมปทุมธานีจะได้สินเชื่อจาก ธ.ก.ส.ตันละ 7,800 บาท เงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวตันละ 2,000 บาท และค่าเตรียมข้าวขึ้นยุ้งฉางและค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท รวมได้รับเงินตันละ 11,300 บาท ระยะเวลาไถ่ถอน 5 เดือน สำหรับชาวนาที่ไม่มียุ้งฉางจะได้รับเงินช่วยเหลือ ค่าเก็บเกี่ยวและค่าปรับปรุงคุณภาพข้าวตันละ 2,000 บาท แต่จะไม่ได้ค่าเตรียมข้าวขึ้นยุ้งฉางและค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท

ชง ครม.อนุมัติ 1.8 หมื่นล้าน 8 พ.ย.

นางอภิรดีกล่าวว่า ชาวนาที่ปลูกข้าวเจ้าและข้าวหอมปทุมธานี ส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง ซึ่งมีจำนวนน้อยที่มียุ้งฉางเก็บข้าวเป็นของตนเอง แต่ยังมีกลไกให้กลุ่มสหกรณ์เข้าร่วมโครงการได้ด้วย ดังนั้นสามารถใช้กลไกสหกรณ์มารวบรวมข้าวจากเกษตรกรเพื่อเข้าโครงการได้ และยังเป็นผลดีที่จะทำให้ระบบสหกรณ์เข้มแข็งขึ้น สำหรับจำนวนเกษตรกรเป้าหมายที่จะเข้าโครงการประกอบด้วย ข้าวเปลือกเจ้าจำนวน 661,885 ราย ข้าวเปลือกหอมปทุมธานีจำนวน 91,028 ราย ใช้งบประมาณรวม 18,000 ล้านบาท โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 8 พ.ย.นี้

“ในรัฐบาลที่ผ่านมาทำโครงการรับจำนำข้าวให้กลายเป็นการซื้อขายข้าว ส่งผลให้วิถีชีวิตเกษตรกรเปลี่ยนไป ไม่มีการเก็บข้าวในยุ้งฉาง ดังนั้นยุ้งฉางของชาวนาจึงหายไป” รมว.พาณิชย์กล่าว

จัดอีเวนต์กวักมือคนซื้อทั่วโลก

นางอภิรดีกล่าวด้วยว่า การปลูกข้าวของไทยมีปริมาณมากเกินกว่าที่บริโภค โดยมีผลผลิตข้าว 30 ล้านตัน บริโภคภายในประเทศครึ่งหนึ่ง ปริมาณที่เหลือส่งออก จึงทำให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ขณะที่ประเทศจีนและอินเดียปลูกข้าวได้มากเช่นกัน แต่ส่งออกน้อยเพราะส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม วันที่ 13-16 พ.ย.นี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญผู้ซื้อข้าวทั่วโลกกว่า 150 บริษัท มาซื้อข้าวโดยตรง ทั้งกลุ่มสหกรณ์ ผู้ส่งออก เหมือนตลาดกลางข้าวสาร ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว โดยกระทรวงพาณิชย์ตั้งใจจะให้เกิดเป็นตลาดกลางค้าข้าวสารถาวร ไม่ใช่จัดเพียงปีละ 1-2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม มีตัวอย่างชาวนาไทยที่ปลูกข้าวอินทรีย์ ปลอดสารพิษ ลดการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง สามารถลดต้นทุนการผลิตเหลือไร่ละ 2,000 บาท และข้าวอินทรีย์ยังมีราคาสูงกว่าข้าวขาวธรรมดา จึงมีแนวคิดที่จะเชิญมาออกรายการโทรทัศน์เพื่อให้คำแนะนำกับเกษตรกรรายอื่นด้วย

แจงมาตรการฝากข้าวไม่ใช่จำนำ

ด้าน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า งบประมาณที่ใช้ในโครงการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกเจ้า และข้าวหอมปทุมธานี รวมจำนวน 18,000 ล้านบาท การช่วยเหลือเกษตรกรครั้งนี้ ไม่ใช่การแทรกแซงราคาข้าวในตลาด เพราะยังปล่อยให้ราคาการซื้อขายข้าวเป็นไปตามกลไกตลาด เพียงแต่รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือเรื่องรายได้ให้เกษตรกร และอยากให้เรียกว่าเป็นโครงการฝากข้าวไว้ เมื่อราคาข้าวขึ้นชาวนาก็นำข้าวไปขายได้ ไม่ใช่โครงการรับจำนำทุกเมล็ด ส่วนการช่วยเหลือชาวนาที่ปลูกข้าวเหนียวนั้น ยังไม่ได้หารือกัน เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวเหนียวยังดีอยู่ อยู่ที่ตันละ 11,700-14,000 บาท ทั้งนี้ คิดว่าราคาข้าวไม่น่าจะร่วงลงต่ำไปกว่านี้แล้ว เราเป็นคนขายข้าวถ้าไม่เชื่อมั่นว่าราคาจะดีขึ้น จะทำให้ตลาดตกใจ ซึ่งปริมาณข้าวจริงๆไม่ได้มาก โดยเฉพาะข้าวหอมปทุมธานีมีปริมาณน้อยกว่าปีที่ผ่านมา

กองทัพช่วยเกี่ยว-ซื้อ-หาตลาด

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ถึงการช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำว่า ทุกหน่วยได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นขั้นตอน อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการข้าวที่รับซื้อมาในแต่ละหน่วยแต่ละพื้นที่ มีความแตกต่างกัน วิธีการปฏิบัติจึงแตกต่างกันบางหน่วยมีโรงสีเป็นของตัวเองก็รับซื้อข้าวเปลือกโดยตรงจากชาวนา บางหน่วยที่ไม่มีก็จะซื้อข้าวจากโรงสีสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำมาบริโภคในหน่วยทหาร บางหน่วยมีการเปิดตลาดในพื้นที่ให้ประชาชนนำข้าวมาขาย นอกจากนี้ ยังจัดกำลังทหารไปช่วยเก็บเกี่ยว

ปูพรมซื้อแหลกทุกภาคทั่วไทย

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 2-5 พ.ย.ที่ผ่านมากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ได้ช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวและรับซื้อข้าวเปลือกและข้าวสาร ประกอบด้วยพื้นที่ภาคเหนือ กกล.รส.กองทัพภาคที่ 3 ได้ช่วยชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวใน 16 จังหวัด พื้นที่ 266 ไร่ และซื้อข้าวสาร 38.4 ตัน ข้าวเปลือก 180 ตัน ส่วนพื้นที่ภาคอีสาน กกล.รส.กองทัพภาคที่ 2 ได้เข้าช่วยชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวใน 17 จังหวัด พื้นที่ 280 ไร่ และซื้อข้าวสาร 88.71 ตัน ข้าวเปลือก 77 ตัน ขณะที่พื้นที่ภาคกลาง กกล.รส.กองทัพภาคที่ 1 ได้เข้าช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวใน 6 จังหวัด พื้นที่ 98 ไร่ 2 งาน และซื้อข้าวเปลือกจำนวน 3.5 ตัน

ทอ.ไม่ตกขบวนซื้อข้าวเร่งเก็บ

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) ดอนเมือง พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.กล่าวว่า กองทัพอากาศพร้อมให้การช่วยเหลือพี่น้องชาวนาตามนโยบายของ คสช.และกองบัญชาการกองทัพไทย โดยจะจัดซื้อข้าวสารจากกลุ่มสหกรณ์การเกษตรโดยตรงมาจำหน่ายให้กำลังพล และจะดูว่าโรงสีจะมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาอย่างไร โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมซึ่งต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนที่ข้าวจะเน่าเสีย

ขณะที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 สำนักงานพัฒนาภาค 3 อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พ.อ.อภิรัชฎ์ รามนัฎ ผบ.นพค.32 สนภ.3 นทพ. ได้เปิดโรงสีข้าวชุมชนในหน่วยให้ชาวนาในพื้นที่นำข้าวเปลือกมาสีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งยังได้สีข้าวเพื่อจำหน่ายข้าวหอมมะลิให้กับประชาชนในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ขณะเดียวกันเกษตรกรยังได้นำข้าวเปลือกมาขายให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 จำนวน 2,000 กิโลกรัม เพื่อใช้เลี้ยงกำลังพลและเด็กนักเรียนชาวไทยภูเขาในหน่วย

สองแควเปิดตลาดนัดข้าวสาร

ที่ถนนหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลก นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พิษณุโลก เป็นประธานเปิดงาน “ตลาดนัดจำหน่ายข้าวสารจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง” เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ โดยจัดพื้นที่จำหน่ายผลผลิตข้าวให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงเป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 น.ทุกวัน ภายในงานมีเต็นท์จำหน่ายข้าวเปลือก-ข้าวสาร ไม่ต่ำกว่า 30 เต็นท์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีข้าราชการประชาชนให้ความสนใจพากันมาซื้อข้าวสารจำนวนมาก มีทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง ข้าวเปลือก ราคาตั้งแต่ กก.ละ 28-40 บาท ในอนาคตจังหวัดจะกำหนดราคากลางให้ทุกร้านจำหน่ายในราคาเดียวกันตามมาตรฐานสากล

5 โรงสีอุตรดิตถ์ใจดีสีข้าวให้ฟรี

นายบุญชุม กิ่งเป็ง อายุ 64 ปี เจ้าของโรงสีข้าวขนาดเล็ก ตั้งอยู่บ้านห้วยกั้ง หมู่ 5 ต.บ้านด่านนาขาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ เผยว่า ตนและโรงสีรวม 5 แห่งในพื้นที่รวมตัวกันให้บริการสีข้าวให้ชาวนาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แลกกับรำและแกลบที่ได้จากการสีข้าวไว้เลี้ยงหมู 20 ตัว เป็ดและไก่อีกจำนวนหนึ่งที่เลี้ยงไว้กินไข่ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ถือเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะช่วงนี้ราคาข้าวตกต่ำสุดในรอบหลายสิบปี เป็นการแบ่งเบาภาระต้นทุนให้แก่เกษตรกรชาวนา เพราะหากนำไปสีกับโรงสีขนาดใหญ่จะเสียค่าใช้จ่ายกระสอบละ 10-15 บาท มีทหารชุดมวลชนจาก มทบ.35 กว่า 10 นาย มาช่วยให้บริการชาวนาที่นำข้าวมาสีด้วย

โครงการ “คนพิจิตรกินข้าวพิจิตร”

ที่ห้องประชุมโรงแรมมีพรสวรรค์ อ.เมืองพิจิตร นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.พิจิตร แถลงข่าวโครงการ “คนพิจิตรกินข้าวพิจิตร” เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำระยะกลาง นายวีระศักดิ์เผยว่า จ.พิจิตร ร่วมกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคี และภาคเอกชน ผลิตข้าวสารคุณภาพตรา “ดาวชาละวัน” รับซื้อข้าวที่ผลิตในจังหวัดพิจิตร โรงสีสวัสดิการชุมชนแปรรูปข้าว 4 ประเภท ได้แก่ ข้าวหอมพิจิตร ข้าวขาวพิจิตร ข้าวไรซ์เบอร์รี่และข้าวกล้องหอมมะลิ ขนาดบรรจุ 1-45 กก. จำหน่ายเองโดยตรงถึงกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคใน จ.พิจิตร ทั้งส่วนราชการ ห้างร้าน ผู้ประกอบการที่ต้องนำข้าวไปเป็นวัตถุดิบ เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคจะได้รับประทานข้าวคุณภาพราคาถูก คาดหวังว่าการดำเนินการจะสามารถแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำในพื้นที่ จ.พิจิตร ได้อย่างยั่งยืน

เร่งสอบคดีจำนำข้าวเช็กบิล 15 พ.ย.

วันเดียวกัน ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เปิดเผยถึงการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐทั้งระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติ และเอกชนที่เกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าว ในส่วนความเสียหายอีกร้อยละ 80 หรือวงเงิน 1.42 แสนล้านบาทว่า พยายามเร่งรวบรวมข้อมูลทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 พ.ย.นี้ เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดทราบกันอยู่แล้วว่า หน่วยงานใดทำหน้าที่อะไรบ้าง แต่ก็ต้องเห็นใจนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. ในฐานะเลขานุการ ศอตช. ซึ่งจะเป็นผู้รวบรวมรายชื่อจากหน่วยงานที่ตรวจสอบ ส่วนตัวยังไม่ทราบว่ามีผู้เกี่ยวข้องกี่คน หน่วยงานราชการเห็นภาพอยู่แล้ว แต่ที่เกี่ยวข้องกับเอกชนนั้นอาจซับซ้อนอยู่บ้าง และต้องสอบสวนเชิงลึกทำให้ต้องใช้เวลาสักระยะ

“วรงค์” ซัด “ปู” ทำลายระบบข้าวไทย

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เข้าใจว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯคงต้องเก็บตัวเงียบ และปล่อยให้ลิ่วล้อมาแก้ตัวเบี่ยงประเด็น หลังจากแผนที่ทำถูกจับได้ ตั้งแต่ชาวนาหน้านวลเป็นชาวนาปลอม ข้าวหอมมะลิที่อ้างซื้อจากชาวนามาขายก็กลายเป็นข้าวสารจากโรงสี เพราะถุงใส่ข้าวสารขนาด 50 กิโลกรัม (กก.) บ่งบอกว่าต้องมาจากโรงสีขนาดใหญ่ที่ทันสมัยเพื่อส่งลูกค้ารายใหญ่หรือส่งออก ที่สำคัญข้าวหอมมะลิราคาตกอยู่แล้ว มาขายทุบราคาเหลือ 20 บาทต่อ กก. ยิ่งซ้ำเติมชาวนา ตอนเป็นรัฐบาล ตลาดข้าวจากปกติ ก็ใช้นโยบายซื้อขาดให้ราคาสูงกว่าตลาดโดยเงินรัฐบาล แต่ตั้งชื่อเรียกนโยบายรับจำนำให้คนสับสน ตอนสีเสร็จเอามาเก็บกองไว้ในโกดังจนข้าวแทบล้นประเทศ ขายก็ไม่ได้ ยกเว้นเอามาขายจีทูจีในราคาพิเศษ ข้าวที่เก็บในโกดังก็มีปัญหามากทั้งเน่า เหลือง ผิดประเภท ยัดไส้นั่งร้าน ระบบข้าวประเทศเสียหายมาถึงวันนี้ ตนจึงพูดได้เต็มปากว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ใจร้ายแบบเลือดเย็นจริงๆ มีแต่ทำให้ชาวนาอ่อนแอ ระบบข้าวประเทศมีปัญหา ทุจริตคอร์รัปชันกันมโหฬาร โดยที่ตัวเองไม่รู้สึกร้อนหนาวต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

อัด “วรงค์” มโน–ไร้ความรู้กลไกตลาด

นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โจมตีการช่วยเหลือชาวนาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นขบวนการทุบราคาข้าวนั้น ขอให้ข้อมูลดังนี้ 1.ราคาขายข้าวหอมมะลิ กก.ละ 20 บาท เป็นราคาที่ใกล้เคียงกับราคาขายส่งข้าวสารหอมมะลิ 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 และที่สามารถขายถูกกว่า เพราะรับซื้อจากชาวนาโดยตรงจึงไม่ต้องเสียค่าการผลิต และค่าการตลาด ไม่ได้ขายเพื่อแสวงหากำไร ดังนั้นจึงไม่ใช่การทุบราคาข้าว 2.การรับซื้อข้าวจากชาวนา จะไม่มีผลเป็นการถล่มราคาหรือกดราคาข้าวให้ตกตํ่าตามที่ นพ.วรงค์มโนและกำลังสร้างภาพบิดเบือนเจตนาบริสุทธิ์ที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวนาในครั้งนี้ เพราะการซื้อขายข้าวจำนวนร้อย พัน หรือหมื่นตันจะไม่มีผลเป็นการกดราคาหรือถล่มราคาข้าวได้ โดยผลผลิตข้าวในฤดูนี้มีเกือบ 30 ล้านตัน 3.ที่ นพ.วรงค์ออกมาโจมตีอดีตนายกฯเป็นการแสดงถึงอคติที่รุนแรงและน่าจะขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกตลาดข้าวอย่างแท้จริง

เล็งฟ้องหมิ่นกล่าวหา “ปู” ทุบราคา

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ออกมาขอบคุณชื่นชมประชาชนและทุกหน่วยงานที่ออกมาช่วยชาวนาฝ่าวิกฤติ ว่า คนไทยคงสบายใจขึ้นในท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ที่ช่วยลดความหวาดระแวงในสังคม ซึ่งอาจเป็นท่าทีที่เพิ่งคิดได้หลังจากปล่อย พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯและอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ออกมาเหน็บแนมน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ รัฐบาลควรยุติปฏิบัติการไอโอได้แล้ว แม้แต่การยัดเยียดให้ชาวนาที่ผูกคอตายที่พิจิตรว่าเป็นช่างแอร์ พล.ท.สรรเสริญต้องกล้าออกมากล่าวขอโทษครอบครัวและผู้เกี่ยวข้อง อย่าด่วนสรุปอะไรที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ ส่วนกรณีนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ถล่มราคาข้าว ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยกำลังพิจารณาเรื่องนี้ว่า เข้าข่ายหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่ ยิ่ง นพ.วรงค์พูดหรือโพสต์เรื่องข้าว ยิ่งออกทะเล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ควรจะเรียกไปอบรมบ้าง เพราะอาจจะส่งผลกระทบในภาพรวมไปถึงพรรคได้

ยกสุภาษิตบริภาษท่านผู้นำ

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่าคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ว่าราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เป็นเพราะฝีมือนักการเมืองร่วมกับโรงสีช่วยกันกดราคาและคำให้สัมภาษณ์ของอดีต ส.ส.ที่ว่าการขายข้าวสาร 10 ตัน ของอดีตนายกรัฐมนตรีคือการทุบราคาข้าว เป็นการแสดงถึงภูมิปัญญาและระดับจิตใจของผู้พูด ต้นเหตุที่ทำราคาข้าวเปลือกตกต่ำเป็นปัจจัยมาจากตลาดโลกประกอบกับผลผลิตข้าวไทยมีมากเป็นพิเศษ ส่วนการขายข้าวสารเพียง 10 ตัน ไม่ได้มีผลต่อราคาข้าวอย่างที่พยายามบิดเบือน ตนไม่เคยได้ยินคำพูดเชิงกระแนะกระแหนจากอดีตนายกฯหญิง แต่เมื่อแสดงน้ำใจออกไปเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือชาวนาตามกำลังกลับถูกตำหนิจากเผด็จการและบริวารว่าเป็นการสร้างภาพ พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “พาโล อปริณายโก”ยังคงทันสมัยและใช้ได้เสมอ

แนะรัฐรับซื้อข้าวเปลือกราคาสูง

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า รัฐบาลมีเจตนาดีช่วยเหลือชาวนา แต่แก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เนื่องจากข้าวสารที่นำมาขายไม่ได้มาจากชาวนาโดยตรง ส่วนใหญ่น่ามาจากโรงสี จากบริษัทขายข้าว วิธีแก้ปัญหาไม่จำเป็นต้องรับจำนำหรือประกันราคาข้าว ควรประกาศรับซื้อข้าวเปลือกในราคาที่สูงกว่าโรงสีในแต่ละจังหวัด เหมือนโรงสีข้าวพระราชทานบ้านโนนศิลาเลิง จ.กาฬสินธุ์ ที่ดำเนินการตามพระราชดำริ เป็นตัวอย่างของการบริหารแบบที่ชาวนาได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เป็นต้นแบบให้ชาวนาขายข้าวสารแทนข้าวเปลือก ที่จะทำให้ชาวนาเกิดรายได้เพิ่มขึ้นแน่นอน เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายและแนวปฏิบัติโรงสีข้าวพระราชทาน มุ่งเน้นและหวังผลที่จะทำให้โรงสีพระราชทานเป็นโรงสีแห่งความสุขร่วมกัน

จ่อถก กรธ.ช่วงค่ำเร่งคลอด ก.ม.ลูก

ส่วนความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง นายมีชัยให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.กกต.คืบหน้าไปกว่าครึ่ง ผ่านไปแล้ว 20-30 มาตรา พยายามให้ทันกำหนด ถ้าเลยกลางเดือน พ.ย.ไปแล้วยังไม่คืบหน้าอาจต้องไปเพิ่มวันพิจารณา หรืออาจเพิ่มเวลาประชุมในช่วงค่ำ ส่วน พ.ร.บ.พรรคการเมือง ขณะนี้สาระสำคัญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือในส่วนของบทลงโทษ กับบทเฉพาะกาลเท่านั้น

รธน.ประกาศใช้ยื่น สนช.ได้ 2 ฉบับ

เมื่อถามว่า กรอบเวลาการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ถือว่าเริ่มนับหนึ่งสตาร์ตหรือยัง นายมีชัยตอบว่า ถือว่ายังไม่นับ ถือว่าเราได้กำไร ช่วยทำให้ไม่ถึงกับลุกลี้ลุกลนจนเกินไป เมื่อถามอีกว่า ยังยืนยันใช่หรือไม่ ว่าทันทีที่ร่างรัฐธรรมนูญประกาศใช้ วันรุ่งขึ้นจะนำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ที่ร่างไว้ล่วงหน้า 2 ฉบับนี้ ส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อทันที นายมีชัย ตอบว่า จะพยายามทำให้ได้อย่างนั้น เมื่อถามว่า กำหนดการวันที่ 9 พ.ย.ที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ยังเป็นกรอบเวลาเดิมหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ยังเป็นไปตามนั้น คิดว่าพิจารณาเสร็จแล้วด้วย เมื่อถามว่า ประเมินได้หรือไม่ว่า ถ้ากำหนดการเป็นไปตามไทม์ไลน์ จะมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรใช้ช่วงไหน นายมีชัยตอบว่า ยังบอกไม่ได้ เพราะมีเงื่อนไขคือ พระมหากษัตริย์ต้องลงพระปรมาภิไธย ส่วนนี้เราบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ แต่มีเงื่อนเวลา 90 วัน กำหนดตามรัฐธรรมนูญนับจากวันที่รัฐบาลทูลเกล้าฯขึ้นไป คิดว่าคงไม่เกินเวลา

รัฐบาลทูลเกล้าฯร่าง รธน. 9 พ.ย.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ. ปรับแก้ไขคำปรารภและส่งมายังรัฐบาลหลายวันแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้รัฐบาลจะนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 คือภายในวันที่ 9 พ.ย. เมื่อถามถึงเนื้อหาที่ยังไม่แน่ใจ เช่น พระนามพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ นายวิษณุตอบว่า เป็นหน้าที่ กรธ.ดำเนินการ เมื่อทราบเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 2-3 บรรทัด เมื่อถามว่า ได้มีการนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือยัง นายวิษณุตอบว่า รัฐบาลยังไม่ได้นำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ

สปท.เชื่อสังคมไม่ยอมขึ้นเงิน ส.ส.

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สปท. ที่ให้ขึ้นเงินเดือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็น 2-3 แสนบาทว่า เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะยังไม่มีความจำเป็นต้องมาเพิ่มเงินเดือนในช่วงนี้ สาธารณชนจะไม่ยอมรับ แม้ให้มีผลบังคับใช้หลังจากนี้อีก 5 ปี ก็ต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่ ส่วนเหตุผลการขึ้นเงินเดือนที่ระบุว่านักการเมืองจะถูกตรวจสอบอย่างหนักจากกลไกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จนไม่สามารถประกอบอาชีพอื่นได้นั้น มองว่าเป็นคนละส่วนกัน ไม่ใช่เมื่อถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นแล้วจะนำมาสู่การขึ้นเงินเดือน เชื่อว่าสังคมคงไม่ยอมรับ

รุมค้านเพิ่มเงินไม่ทำให้ ส.ส.ดีขึ้น

นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการ กกต.กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของผู้ที่จะเข้าสู่การเมืองมากกว่า ควรมีการตรวจสอบทุก 6 เดือนว่าแต่ละคนที่เข้ามาสู่การเมืองเป็นบุคคลอย่างไร มีการทำงานเอื้อประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้องหรือไม่ การเพิ่มค่าตอบแทนสูงไม่ใช่ว่าจะทำให้บุคคลนั้นไม่ทุจริตคอร์รัปชัน ที่ผ่านมามีบางคนไม่ต้องการเงินเดือน เพราะตำแหน่งที่ได้มากกว่าเงินเดือน มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะขึ้นเงินเดือน งานการเมืองเป็นงานอาสามารับใช้ประชาชน ถ้ารู้จักประหยัดก็พออยู่ได้ ควรปรับเงินเดือนของนายกฯให้เพิ่มขึ้นมากกว่าเพราะยังน้อยกว่าผู้บริหารองค์กรมหาชนที่ตั้งขึ้นสมัยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯเสียอีก คนที่เป็นนักการเมืองหากมีนิสัยขี้โกง ไม่ว่าขึ้นเงินเดือนให้เท่าไรก็โกง ไปอบรมสถาบันใดก็ไม่สามารถแก้ไขนิสัยขี้โกงได้

ทุ่ม 2.8 หมื่นล้านพัฒนาจังหวัด

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ครั้งที่ 2/2559 ภายหลังประชุม นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) แถลงว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องนโยบายและหลักเกณฑ์วิธีการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด 4 ปี ครอบคลุมปี 2561-2564 โดยนายกฯให้นโยบายว่า ควรปรับการทำงานทั้ง 48 กลุ่มจังหวัด และ 76 จังหวัดให้เข้ากับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นายกฯได้มอบหมายให้รองนายกฯเข้าไปดูแลในส่วนของยุทธศาสตร์ระดับภาคและยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดให้เชื่อมโยงต่อเนื่อง ที่ประชุมยังพิจารณางบประมาณจังหวัดเบื้องต้น 19,600 ล้านบาท และกลุ่มจังหวัดเบื้องต้น 8,400 ล้านบาท รวม 28,000 ล้านบาท

เล็งยื่นสอบนักข่าวร่วมทริปฮาวาย

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กรณีที่ได้ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบบุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ตั้งบริษัทฯรับเหมางานก่อสร้างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ในสมัย พล.อ.ปรีชายังรับราชการนั้น ป.ป.ช.ขอให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม จึงเร่งรวบรวมอยู่คิดว่าจะมีน้ำหนักมากขึ้น พร้อมจะยื่นคำร้องใหม่กรณีนักข่าวสาวที่เกี่ยวข้องกับการบินไปประชุมที่ฮาวายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก-รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แม้นักข่าวคนนี้จะย้ายชื่อออกจากการจดทะเบียนบริษัทแล้วก็ตาม แต่ถือว่าความผิดได้สำเร็จแล้ว

จี้ “สมคิด” ตั้งหลักให้ถูกแก้ปัญหาลงทุน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะจ้างเวิลด์แบงก์มาเป็นที่ปรึกษาในการเพิ่มอันดับความสะดวกในการทำธุรกิจของไทยว่า เป็นการแสดงให้เห็นว่านายสมคิดหมดปัญญาแก้ไขปัญหาการลงทุนจากต่างประเทศ จะเกิดประโยชน์อะไรที่อันดับความสะดวกในการทำธุรกิจของไทยดีขึ้น แต่ไม่มีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุน หลายประเทศในอาเซียนมีอันดับความสะดวกในการทำธุรกิจต่ำกว่าไทยแต่การลงทุนจากต่างประเทศกลับมีมากกว่าไทยหลายเท่า ดังนั้นอันดับความสะดวกในการทำธุรกิจเป็นปัจจัยหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด รัฐบาลน่าจะถามนักลงทุนต่างประเทศดีกว่าว่าทำไมถึงไม่ลงทุน อยากให้นายสมคิดตั้งหลักคิดให้ถูกทางก่อนที่ประเทศจะย่ำแย่ไปกว่านี้

“อุ๊งอิ๊ง” ยัน “ทักษิณ” ยังอยู่สบายดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเว็บไซต์สำนักข่าวเทเลกราฟของอังกฤษรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เสียชีวิตในช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ย. ในวัย 67 ปี โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ทวีตแสดงความเสียใจในกรณีดังกล่าวด้วย ช่วงเย็นวันเดียวกัน “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณได้โพสต์อินสตาแกรม ลงภาพการคุยโทรศัพท์เฟซไทม์กับนายทักษิณ แสดงภาพนายทักษิณที่กำลังยิ้มแย้มอารมณ์ดี และโพสต์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยว่า “ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงแล้วถามเข้ามานะคะ คุณพ่อกำลังไปประชุมเรื่องการแพทย์และเทคโนโลยีใหม่ใหม่อยู่ที่อังกฤษนะคะ คุณพ่อสบายดีค่ะ”

นบข.ชง ครม.อีกรอบ อนุมัติ 1.8 หมื่นล้าน อุ้มข้าวเจ้า 10,500 ต่อตัน ข้าวหอมปทุม 11,300 ต่อตัน ช่วยชาวนาต่อสู้ราคาข้าวตกต่ำ นายกฯรับแก้ปัญหาปลายเหตุ เพราะเกษตรกรคุ้นเคยแบบนี้มานาน... 8 พ.ย. 2559 07:43 8 พ.ย. 2559 07:43 ไทยรัฐ