วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลด 'น็อต' พิษกราบรถกู ยึดรางวัล

แกรมมี่ทีวีเชือด ผบ.ตร.ให้เร่งคดี

“น็อต-อัครณัฐ” หมดอนาคต บิ๊ก“จีเอ็มเอ็มทีวี” ใช้บทลงโทษหนักสุด ยกเลิกสัญญา การเป็นศิลปินในสังกัดแถมปลดจากงานพิธีกรรายการรถโรงเรียนทันที “ไทยพีบีเอส” ก็เช่นกัน แถลงระงับออกอากาศละครเรื่องก๊วนสืบหลังเลิกเรียน และงานพิธีกรรายการ “Thailand Science Challenge ท้าประลองวิทย์” มีผลทันที เนื่องจากประพฤติตัวไม่เหมาะสม เป็นตัวอย่างกับเด็กและเยาวชน ส่วน “สว.นท.” เรียกคืนรางวัล “คนไทยตัวอย่างประจำปี 2559” เจ้าตัวน้ำตาซึมโอด ทั้งบ้าน พ่อแม่ ร้านอาหารถูกปาไข่ วอนอย่าไปทำคนไม่เกี่ยวข้อง ขณะที่ดาราสาว มิ้นท์-ณัฐวรา วงศ์วาสนา ที่ถ่ายรูปล้างห้องน้ำวัดใน จ.พิษณุโลก คู่กับน็อตลงโซเชียลมีเดียยอมรับ ถูกหางเลขอย่างจัง ทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วนดารา-นักร้อง-นักธุรกิจ โพสต์โซเชียลทั้งเตือนทั้งด่าซ้ำ ด้านตำรวจแจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่าย รอผลตรวจจากแพทย์ว่าคู่กรณีที่ถูกต่อยจมูกหักรักษาเกิน 21 วันหรือไม่ ถ้าเกินถือว่าทำร้ายร่างกายสาหัสโทษหนัก “จักรทิพย์” สั่งกำชับขณะไปประชุมที่บาหลี ให้ทำคดีอย่างเร่งด่วน เป็นเรื่องที่รับไม่ได้

กรณีนายอัครณัฐ หรือน็อต อริยฤทธิ์วิกุล อายุ 28 ปี นักแสดงและพิธีกร ขับรถยนต์มินิ คูเปอร์ สีเหลือง ทะเบียน ญย 8585 กรุงเทพมหานคร มาบนถนนเจริญกรุง หน้าตลาดบางรัก ถูกรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สีขาว ทะเบียน 1 กด 8816 กรุงเทพมหานคร ที่มีนายกิตติศักดิ์ สิงห์โต อายุ 25 ปี พนักงานคัดกรองเอกสารสำนักงานสรรพากรพื้นที่ตลิ่งชัน เฉี่ยวชนไฟท้ายด้านซ้ายแตก ทำให้นายอัครณัฐโกรธลงจากรถกระชากคอนายกิตติศักดิ์มาดูรอยเฉี่ยว พร้อมต่อยที่ใบหน้าหลายครั้ง แถมยังบังคับให้กราบรถ หลังจากตำรวจ สน.ยานนาวา มาถึงที่เกิดเหตุพา 2 ฝ่ายไปเจรจาที่โรงพักก็ไกล่เกลี่ยกันได้ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 4 พ.ย. ต่อมามีผู้นำคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย มีคนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก จนนายกิตติศักดิ์และครอบครัวเปลี่ยนใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ยานนาวาอีกครั้ง ต่อมานายอัครณัฐและทนายความเดินทางเข้าแจ้งความและให้ปากคำพนักงานสอบสวนเช่นกันตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจาก สน.ยานนาวา เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 7 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายออกจากห้องสอบปากคำ นายกิตติศักดิ์เผยว่า ขณะเกิดเหตุมีรถแท็กซี่พุ่งชนด้านท้ายทำให้รถ จยย.ของตนไปชนรถนายอัครณัฐ เห็นว่าเป็นรอยเฉี่ยวนิดหน่อยจึงขี่ จยย.ตามแท็กซี่ไป ก่อนได้ยินเสียงดาราหนุ่มตะโกนว่า ชนแล้วหนี จึงวนรถกลับมาเพื่ออธิบาย เมื่อจอดรถ ดาราหนุ่มก็ปรี่เข้ามาตามที่ปรากฏในคลิป ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้ต่อสู้ถูกต่อยไป 7 ครั้ง จากนั้นไม่นานตำรวจเดินทางมาพาไปเจรจากันที่สถานีตำรวจ ตอนแรกจะไม่ดำเนินคดีแต่ทางบ้านรับไม่ได้เมื่อเห็นคลิป จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้านนางสุธิรา หงษ์ทอง มารดาของนายกิตติ– ศักดิ์ กล่าวว่า ทราบเรื่องตอน 6 โมงเย็นวันเกิดเหตุจากลูกชาย ตอนแรกคิดว่าเป็นอุบัติเหตุทั่วไป เห็นแค่หน้าตาตกฟกช้ำดั้งเขียว ไม่เห็นคลิป อีกทั้งนายอัครณัฐมาอย่างสุภาพและบอกว่า รักรถมากจึงขอโทษกันไป แต่วันนี้ (6 พ.ย.) ตอนบ่ายเห็นคลิปแล้วรับไม่ได้กับการกระทำของคู่กรณี ขนาดลูกชายยกมือไหว้ยังไม่ยอมหยุด จึงหมดความเห็นใจ สลดใจอย่างยิ่ง ยืนยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด

ต่อมานายอัครณัฐออกมาจากห้องสอบสวนพร้อมทนายความเปิดใจว่า วันเกิดเหตุตนกับเพื่อนเดินทางไปงานแต่งงาน ถึงที่เกิดเหตุรถถูกชนหันไปเห็นรถ จยย.ขี่ออกมาจากท้ายรถก่อนแซงไปทางซ้าย ตนเปิดกระจกรถตะโกนเรียกแต่รถ จยย.ไม่จอด ก่อนวนรถกลับมาจอดฝั่งตรงข้ามถนน ตัดสินใจวิ่งไปฝั่งตรงข้ามเพื่อนำคนขี่ จยย.ลงรถให้ได้ แต่ช่วงแรกคู่กรณีไม่ลงจากรถ วินาทีนั้นคิดแต่ว่าต้องทำอะไรก็ได้เพื่อให้คนขี่ลงมา ไม่เช่นนั้นกลายเป็นว่า ตนต้องรับผิดชอบคนเดียว ถามว่าเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปตนผิดไหม ยอมรับจากใจจริงว่า ผมผิด ขอโทษทั้งสื่อมวลชน คุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง คู่กรณีและครอบครัวคู่กรณี แต่ไม่ใช่ว่าหลังเกิดเหตุจะไม่รับผิดชอบ ไปเจรจากันที่สถานีตำรวจตั้งแต่วันเกิดเหตุ ที่นั่นเจอคุณแม่ของคู่กรณี ตนยกมือไหว้กราบขอโทษไปแล้ว จากนั้นได้คุยกัน คุณแม่ยอมรับว่าน้องบอยก็ผิด ตนขอโทษ น้องบอยก็บาดเจ็บ รถผมก็เสียหายแต่ซ่อมได้มีประกันตกลงกันตามนี้

น็อต-อัครณัฐ กล่าวต่อไปว่า ตนถามร้อยเวรว่า หากแจ้งความจะมีผลกับคู่กรณีหรือไม่ ร้อยเวรบอกว่าอาจจะมี อีกทั้งน้องบอยบอกว่า ไม่มีเงินขนาดนั้น จึงตัดสินใจลงบันทึกประจำวันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีคู่กรณี แต่ในความเป็นจริงถึงแม้เราจะจับมือกัน คุยกันต่อหน้าตำรวจว่า จะแจ้งประกันไปแบบไม่มีคู่กรณี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีไทยมุงจำนวนมาก คุณแม่ยังบอกว่า หากเกิดอะไรขึ้นจะรับผิดชอบช่วยแก้ข่าวเอง ผมมีหลักฐานเป็นคลิปที่เจรจากัน หลังจากนั้นดาราหนุ่มนำคลิปขณะเจรจากับครอบครัวนายกิตติศักดิ์มาเปิดให้สื่อมวลชนดู คลิปดังกล่าวความยาวประมาณ 2 นาที ใจความว่า แม่ของผู้เสียหายพูดว่าจะช่วยแก้ข่าว หากนักแสดงหนุ่มได้รับความเสียหาย

หลังคลิปจบ น็อต-อัครณัฐ กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า วันนี้มีคนบุกมาปาไข่ที่ร้าน ที่บ้าน ครอบครัวพ่อแม่โดนหมด ร้านอาหารก็โดน ถามว่าคนเหล่านั้นทำอะไรผิด พวกเขาไม่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าที่ผ่านมาเป็นคนรับผิดชอบ ไม่เคยหนี ไม่ได้มาสร้างภาพเป็นคนดีทุกอย่างอยู่ที่ใจ แต่การกระทำแค่ 1 นาทีครึ่ง อย่าเอามาตัดสินตน หากถามว่า ทำไมต้องให้กราบรถ คิดว่าน้องต้องขอโทษ วินาทีนั้นคิดว่าไม่ขอโทษตนไม่เป็นไรขอโทษรถก็ได้ เลยบอกให้เขากราบรถ

ส่วนนายอดุล ทินะพงศ์ ทนายความกล่าวว่า วันนี้เข้ามาให้ปากคำตามข้อเท็จจริง อยากขอความเป็นธรรมให้ลูกความ ให้ดูทรัพย์สินที่เสียหาย ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรักและหวงทรัพย์สิน หากนักข่าวโดนคนหยิบมือถือแล้วปาทิ้งจะรู้สึกอย่างไร อย่าบอกว่าไม่โกรธนะครับ ถ้าไม่โกรธ ตนขอมือถือมาปาหน่อย ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ทรัพย์สินเสียหายไม่จำเป็นต้องไปทำร้ายกัน น็อต-อัครณัฐ แทรกตอบว่า ก็เป็นการปกป้องสิทธิ์ที่ทรัพย์สินเสียหาย หลังแถลงข่าวดาราหนุ่มเดินไปยกมือไหว้นางสุธิราเพื่อขอโทษอีกครั้ง และพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจก่อนแยกย้ายกันกลับ

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รอง ผกก. (หน.สอบสวน) สน.ยานนาวา และ พ.ต.ท.อดิเรก พันธุ์ใย รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ยานนาวา ทำหนังสือรายงานเหตุคดีที่น่าสนใจส่งให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. ผบก.น.6 และรอง ผบก.น.6 พ.ต.ท.ทวีปกล่าวว่า ตนรับผิดชอบคดีทำร้ายร่างกาย ส่วน พ.ต.ท.อดิเรก ทำคดีจราจรขับรถประมาทเฉี่ยวชนทรัพย์ผู้อื่นเสียหายแล้วหลบหนี สอบสวนนายอัครณัฐให้การว่า ขับรถออกจากบ้านย่านวัดพระยาไกรไปงานแต่งงานที่โรงแรมย่านบุคคโล ถึงที่เกิดเหตุการจราจรติดขัด นายกิตติศักดิ์ขี่รถ จยย. มาเฉี่ยวท้ายรถแล้วหลบหนี จึงเปิดกระจกบอกว่า ให้หยุดรถลงมาเจรจา แต่นายกิตติศักดิ์ขี่ซิกแซ็กไปเรื่อยจนรถติดไปต่อไม่ได้จึงกลับรถ นายอัครณัฐข้ามถนนไปดักที่ฝั่งตรงข้าม กระชากนายกิตติศักดิ์ลงมาแล้วเป็นอย่างที่เห็นในคลิป พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ต้อง
รอผลตรวจจากแพทย์โรงพยาบาลเลิดสินก่อนว่าสาหัสหรือไม่

พ.ต.ท.ทวีปกล่าวต่อไปว่า ส่วนนายกิตติศักดิ์ให้การว่า กำลังขี่รถไปช่วยแม่ขายของที่ตลาดข้าง สน.บางรัก มาถึงที่เกิดเหตุมีรถแท็กซี่ขับมาชนท้ายรถ จยย.จนพุ่งไปเฉี่ยวท้ายรถนายอัครณัฐ พยายามขี่ จยย.ตามรถแท็กซี่แต่ไม่ทัน จึงกลับรถไปจอดรออยู่ฝั่งตรงข้าม จนกระทั่งนายอัครณัฐเดินมาทำร้ายโดนต่อยรวม 7 ครั้งจนดั้งจมูกหัก ทั้ง 2 คดีจะใช้เวลาประมาณ 20 วันรวบรวมพยานหลักฐาน รอผลตรวจบาดแผล ผลตรวจสภาพรถจากกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อส่งศาล และต้องหากล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุมาประกอบ เพราะทั้ง 2 คนให้การอย่างไรก็ได้ ส่วนนายกิตติศักดิ์แจ้งข้อหาขับประมาทเฉี่ยวชนทรัพย์ผู้อื่นเสียหายแล้วหลบหนี ทั้งคู่ให้การปฏิเสธ แต่จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย
พ.ต.ท.ทวีปกล่าวด้วยว่า วันนี้นายกิตติศักดิ์ไปพบแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลเลิดสินที่รักษาจมูก ต้องดูระยะเวลาการรักษาของบาดแผลด้วยว่า เกิน 21 วันหรือไม่ ถ้าเกินจะแจ้งข้อหานายอัครณัฐเพิ่มเป็นทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังรวบรวมพยานหลักฐานที่จะนำไปสู่การแจ้งข้อหาข่มขืนใจให้กระทำการใดๆ ไม่กระทำการใดด้วย เพราะมีการบังคับให้นายกิตติศักดิ์กราบรถเก๋งของนายอัครณัฐด้วย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. อยู่ระหว่างการร่วมประชุมสมัชชาใหญ่การต่อต้านการก่อการร้าย ภายในองค์กรตำรวจสากลที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 7- 10 พ.ย. หลังทราบเรื่องได้โทรศัพท์มากำชับสั่งการว่า ให้รีบดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ และเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริงๆ

ด้านนายสถาพร พานิชรักษาพงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทจีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด เผยว่า บริษัทใช้บทลงโทษสูงสุดสำหรับกรณีนี้คือ เมื่อน็อต-อัครณัฐ เป็นศิลปินในสังกัด เห็นว่าการกระทำเป็นตัวอย่างไม่ดี เป็นอะไรที่เสื่อมเสียมากจึงไม่สามารถให้ทำงานกับเราต่อไปได้ ขอยกเลิกสัญญาการเป็นศิลปินตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทำให้พ้นหน้าที่พิธีกรรายการรถโรงเรียน ทันที ขณะเดียวกัน รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งในฐานะต้นสังกัด ถามว่าก่อนหน้านี้ตักเตือนน็อตหรือไม่ นายสถาพรกล่าวว่า ทันทีที่เห็นคลิปติดต่อพูดคุยทันที บอกเขาว่าทำได้อย่างเดียวคือต้องขอโทษเท่านั้น ต่อให้เคลียร์คู่กรณี ขอโทษผู้เสียหายและคุณแม่เขาแล้ว แต่ต้องขอโทษสังคมโดยไม่มีเงื่อนไข บอกด้วยว่า ไม่ว่าเราจะโดนเฉี่ยวชนก่อนหรืออะไรก็ตาม เรื่องมันผ่านไปแล้ว แต่การทำร้ายร่างกายคนอื่นทำไม่ได้ กฎหมายมีอยู่ ไม่ควรพูดแก้ตัว ยอมรับผิดและขอโทษไปซะ ตอนแรกดูเขาเข้าใจ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ออกมาแบบนี้ ก่อนแถลงการณ์บทลงโทษตนโทร.ไปบอกเขาด้วยตัวเองแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากฝากอะไรถึงศิลปินดารานักร้องที่เป็นบุคคลสาธารณะบ้าง นายสถาพรกล่าวว่า มันไม่ใช่แบ่งแยกว่า เป็นดาราทำไม่ได้แล้วคนอื่นทำได้ แต่เป็นเรื่องที่คนทั่วไปไม่ควรทำ ควรทำสิ่งถูกต้องตามกฎหมาย อย่าปล่อยให้อารมณ์เป็นใหญ่ ต้องควบคุมตัวเอง หลายเรื่องร้ายเกิดจากการกระทำโดยขาดสติทั้งสิ้น ดารานักร้องที่เป็นบุคคลสาธารณะยิ่งต้องระวังมากกว่าปกติ ต้องควบคุมตัวเองให้ได้ อย่าทำเรื่องที่ผิดกฎหมายผิดศีลธรรม

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสออกแถลงการณ์เรื่องระงับการออกอากาศผลงานนายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ว่า จากคลิปเหตุการณ์ที่นายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล แสดงพฤติกรรมมันไม่เหมาะสมถูกเผย แพร่ทางโซเชียลมีเดียนั้น สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นการกระทำที่เป็นแบบอย่างที่ไม่เหมาะสมแก่เด็กและเยาวชน จึงระงับการออกอากาศผลงานทั้งหมดของนายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ได้แก่ ละครเรื่องก๊วนสืบหลังเลิกเรียน และพิธีกรรายการ “Thailand Science Challenge ท้าประลองวิทย์” มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ส่วนสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรื่องขอถอนชื่อนายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือน็อต ออกจากทำเนียบประวัติ และขอเรียกคืนรางวัล “คนไทยตัวอย่าง ประจำปี 2559” เนื่องจากแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม และเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมไทย ลงชื่อ นายอำนาจ หมัดสดาย ประธานคณะกรรมการสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท.)

ด้านดาราสาว มิ้นท์-ณัฐวรา วงศ์วาสนา ที่ไปออกอีเวนต์ทำดีล้างห้องน้ำวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ซึ่งมีน็อต-อัครณัฐ เป็นพิธีกร ถูกหางเลขไปด้วยเผยว่า ถูกด่าในอินสตาแกรมไม่ลืมหูลืมตา ทั้งที่แค่ไปออกอีเวนต์ล้างห้องน้ำวัดทำดีแท้ๆ ถ่ายรูปโพสต์ตอนเช้าแล้วทำงานไม่ได้อ่านคอมเมนต์ จนทำงานเสร็จนั่งเครื่องมาลงที่กรุงเทพฯ ก่อนแยกย้ายกัน น็อตเดินเข้ามาหาพูดว่าขอโทษ ตนก็งงว่า พูดเรื่องอะไร แต่บอกไปว่าไม่เป็นไร หลังจากแยกกันแล้วน้องสาวเปิดอินเตอร์เน็ตดูถึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนที่เข้ามาคอมเมนต์รูปด่าลุกลามเกินเลยใหญ่โตถึงขั้นมโนว่าเราเป็นแฟนกัน รู้สึกว่าชักไม่มีเหตุผลดีที่มีคนเข้ามาโพสต์แก้ให้บ้าง ตอนแรกคิดว่าจะลบรูปทิ้งแต่คิดอีกทีไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าลบทิ้งเดี๋ยวจะหาว่ามีพิรุธ เลยลงชี้แจงในอินสตาแกรมแทน

กรณีดังกล่าวสร้างกระแสสังคม มีทั้งคนในวงการบันเทิงและนักธุรกิจโพสต์ความเห็นทางโซเชียลมีเดียจำนวนมาก อาทิ “อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม” โพสต์ในอินสตาแกรมว่า “ตอนแรกก็ว่าจะไม่ยุ่งให้ดราม่า แต่เตือนน้องกราบรถกู.... ยิ่งแถยิ่งเจ็บนะน้อง รับไปผมผิด ผมอารมณ์ร้อน จะไม่ทำอีกง่ายกว่านะน้อง แมนๆไป จบง่ายกว่าสบาย ไปแจ้งความต่อ มันมีคลิปนะน้อง ไม่ใช่ภาพนิ่ง คนเค้าเห็นกันหมดว่าเค้าไม่ได้จะสู้ #กราบรถกู #ลงแปบเดี๋ยวก็ลบ”...

ขณะที่กอล์ฟ-พิชญะ รุ่นพี่ร่วมค่ายจีเอ็มเอ็ม โพสต์ทวิตเตอร์ถึงหนุ่มน็อตว่า “วันนี้มีโอกาสดูคลิปมอไซค์ชนรถเจ้าของรถลงมาต่อยมอไซค์ ต่อให้เขาชนรถคุณยังไง คุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปต่อยเขาแบบนั้นของเป็นของนอกกาย ควรตั้งสติและใจเย็น” ส่วนดารารุ่นใหญ่ “ตั๊ก-มยุรา เศวตศิลา” นักแสดงและพิธีกรคนดังโพสต์อินสตาแกรม @mayurasavetsila ว่า “ปกติ ชื่อเสียงของพวกเรา นักแสดง พิธีกร ใครๆก็ไม่ปลื้มอยู่แล้ว ทำไมต้องทำให้คนประณามเข้าไปอีก เสียหมดทั้งวงการ สติ สติ” พร้อมเขียนข้อความว่า “เสียหมด”

เฟซบุ๊กของนายวิกรม กรมดิษฐ์ Vikrom Kromadit โพสต์ข้อความว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ใครๆไม่อยากให้มี แต่กลับกลายมาเป็นการทำร้ายร่างกายคนที่เขาไม่แสดงการขัดแย้ง ไม่รู้ว่าคุณคนนี้แกใหญ่โตมาจากไหนถึงแสดงความป่าเถื่อนต่อหน้าสาธารณชนได้ขนาดนี้ หากเป็นคนไร้การศึกษาอาจพอเข้าใจได้ แต่ได้ข่าวว่าจบถึงจุฬาและมีอาชีพเกี่ยวกับสื่อสาร แถมยังได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นอีก ทำให้ผมรู้เป็นห่วงสังคมไทยจริงๆว่า ความเห็นแก่ตัวแล้วมักจะทำความเดือดร้อนรุนแรงกับคนที่อ่อนแอกว่า ถือเป็นเรื่องที่สังคมหรือองค์กรที่ว่าจ้างคนจำพวกนี้ไม่ควรปกป้องพฤติกรรมป่าเถื่อนที่โลกปัจจุบันรับไม่ได้ สังคมไทยต้องรักษาความยุติธรรมและสงบสุขด้วยกัน ไม่ควรมีที่ยืนให้กับคนเถื่อนเหล่านี้

“น็อต-อัครณัฐ” หมดอนาคต บิ๊ก“จีเอ็มเอ็มทีวี” ใช้บทลงโทษหนักสุด ยกเลิกสัญญา การเป็นศิลปินในสังกัดแถมปลดจากงานพิธีกรรายการรถโรงเรียนทันที “ไทยพีบีเอส” ก็เช่นกัน... 8 พ.ย. 2559 07:34 8 พ.ย. 2559 07:34 ไทยรัฐ