วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คืนลอยกระทง มท.ไฟเขียวจัด 'มหรสพ' ได้แต่ห้ามจุดพลุ-โคมลอย

ตากฝนรอกราบ‘พระบรมศพ’

กอร.รส.สั่งคุมเข้มการตรวจ ตั้งหอสูง 5 ม. ป้องกันเหตุ ดูแลความปลอดภัย คนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมสกัดคนเร่ร่อน-ขี้เมา-คนวิกลจริตเข้ามาป่วนในท้องสนามหลวง “พงษ์สวัสดิ์” รองแม่ทัพภาค 1 วอนคนสุขภาพไม่แข็งแรง-เป็นหวัด ให้รักษาตัวให้หายดีก่อนมา หวั่นมาแพร่เชื้อ หลังสภาพอากาศยังแปรปรวน ด้าน กทม.เตรียมขอคืนพื้นที่สนามหลวงด้านทิศใต้เพื่อก่อสร้างพระเมรุมาศ หลังปีใหม่ ด้าน มหาดไทยสั่งใหม่ ยกเลิกคำสั่งงดจัดมหรสพ-กิจกรรมบันเทิงในงานลอยกระทงปีนี้ โดยให้ผู้จัดงานพิจารณาตามความเหมาะสมแทน

พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ยี่สิบห้า และเป็นวันที่สิบที่สำนักพระราชวังอนุญาตให้ประชาชนเข้า ถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยพสกนิกรต่าง หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย และพร้อมใจน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์ราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีต่อปวงชนชาวไทยอย่างไม่เสื่อมคลาย

บำเพ็ญพระราชกุศลวันที่ 25

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 7 พ.ย. เวลา 07.00 น. ร.อ.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 6 พ.ย. จากนั้นเวลา 11.00น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ต่อด้วยเวลา 12.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีพระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และในเวลา 15.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระพิธีธรรมจากวัด ราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรม จากนั้นเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม

คนยังคงแน่นสนามหลวง

ขณะเดียวกันที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรม มหาราชวังฝั่งทิศเหนือ ยังปรากฏภาพพสกนิกรผู้ภักดี มาปักหลักตั้งแถวรอกันตั้งแต่เวลา 4 นาฬิกา เฝ้าคอยให้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ องค์พระภูมินทร์ล้นเกล้าชาวไทย ในเวลา 05.00น.ไปจนถึงเวลา 21.00 น. ซึ่งตลอด 12 ชั่วโมง ของความรักความศรัทธาที่ราษฎรได้แสดงออกมาให้ชาวโลกเห็นด้วยแถวของพสกนิกรที่มารอถวายสักการะพระบรมศพทอดยาวคดเคี้ยวจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ล้นออกไปเต็มสนามหลวง

ตั้งจุดสูงดูแลความปลอดภัย

ในส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ยังคงคุมเข้ม ผู้ที่จะเข้ามาบริเวณภายในท้องสนามหลวงจะต้องถูกตรวจบัตรประชาชน ก่อนที่จะเดินผ่านเครื่องสแกนโลหะ โดยเจ้าหน้าที่จะไม่ยินยอมให้นำวัตถุแหลมคม เช่น มีด ไฟแช็ก อาวุธต่างๆ เข้าไปภายในอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำสแตนด์สูงประมาณ 5 เมตร รอบสนามหลวง พร้อมด้วยกล้องส่องทางไกลคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของบุคคลที่คาดว่าจะเข้ามาก่อเหตุความวุ่นวายและเป็นการดูแลให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนอีกทางด้วย

ฝนกระหน่ำแต่ไม่ละความมุ่งมั่น

กระทั่งเวลา 10.30 น. ได้เกิดฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทำให้ประชาชนที่ต่อแถวเข้าคิวเพื่อรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพต้องเข้าหลบไปในเต็นท์ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ บางรายนำร่มและเสื้อกันฝนติดตัวมานำมากางและออกมาสวมใส่กันอย่างทุลักทุเล ขณะที่เต็นท์เต็มทำให้มีประชาชนบางส่วนต้องมายืนเข้าแถวรอที่บริเวณกลางสนามหลวง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนัก แต่ทุกคนต่างก็มีจิตมุ่งมั่นที่จะเข้ากราบพระบรมศพที่หน้าพระบรมโกศให้จงได้ ยังคงเฝ้ารอเวลาถึงคิวของตัวเองแม้จะต้องตากฝนก็ตาม นางรัตนา ทองสุข พร้อมด้วยครอบครัว เดินทางมาจาก จ.สงขลา ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 6 พ.ย. กล่าวว่า ตั้งใจที่จะเข้ามากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย เพราะพระองค์ทรงงานให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ประเทศมีความก้าวหน้า ทันทีที่มาถึงได้
มาเข้าคิวยืนตากฝนตั้งแต่ 10.00 น. หากจะพาลูกสาวหลบฝนก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าคิวจะหายไป ในใจคิดว่า ในหลวง ร.9 ทรงตากฝนมายาวนาน เพียงแค่นี้เราต้องทนได้

จิตอาสาแจกอาหารถนนชั้นนอก

ขณะที่กองอำนวยการร่วมรักษาความเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง ได้ให้จิตอาสานำร่มออกให้ประชาชนได้ยืมใช้ตามจุดต่างๆ ส่วนที่บริเวณรอบนอกท้องสนามหลวง อาทิ ถนนข้าวสาร ถนนประชาธิปไตย เหล่าจิตอาสาก็ได้นำอาหารและเครื่องดื่มใส่รถกระบะมาแจกให้กับประชาชนรับประทานฟรีเป็นระยะๆ เนื่องจากกองอำนวยการร่วมได้ตั้งข้อบังคับว่า หากใครต้องการนำของมาแจก ที่บริเวณท้องสนามหลวงจะต้องมาลงทะเบียน ทำให้กลุ่มจิตอาสาเหล่านี้ซึ่งมีจำนวนของไม่มาก การที่จะมาลงทะเบียนจะทำให้ยุ่งยาก จึงนำมาแจกบริเวณรอบนอกสนามหลวงแทน

จัดระเบียบเต็นท์ใหม่ 11 พ.ย.

ต่อมาเวลา 12.30 น. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรม มหาราชวัง (กอร.รส.) น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษก กรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในส่วนการปรับพื้นที่ฝั่งทิศเหนือขณะนี้ลาดยางเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะตั้งเต็นท์ 20 × 10 เมตร จำนวน 40 เต็นท์ ซึ่งจะรองรับประชาชนได้ 12,000 คน พร้อมทั้งดูแลระบบไฟ เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันศุกร์นี้ 11 พ.ย. เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นที่พักรอ หลังจากนั้นจะมีการหารือเพื่อย้ายจุดต่อแถวอีกครั้งจากโซนทิศใต้มาโซนทิศเหนือ

จัดสถานที่ให้สงฆ์ร่วมพระราชพิธี

โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า หากพระสงฆ์จะมาร่วมพระราชพิธีให้ไปรวมกันที่ราชนาวีสโมสร โดยสำนักพระพุทธศาสนาจะเป็นผู้ดูแล ส่วนกรณีที่กลุ่มช้างจำนวน 10 เชือก จากมูลนิธิพระคชบาล จะมาแสดงความอาลัยนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีมาตรการดูแลความปลอดภัยตามขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ที่ผ่านมาเราได้รับรายงานว่ามีประชาชนผู้สูงอายุจำนวนมาก เป็นลมระหว่างรอแถวรอถวายสักการะพระบรมศพ เนื่องจากภาวะขาดน้ำและอาหาร จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนผู้สูงอายุ อย่าลืมพกอาหารแห้ง น้ำดื่ม ลูกอมให้พร้อม เพื่อป้องกันการเป็นลม ขณะเดียวกัน ทาง กอร.รส. ก็จะมีอาสาเดินสอบถามและคอยดูแลด้วยเช่นกัน

จัดระเบียบขี้เมา-คนวิกลจริต

ขณะที่นายณรงค์ คงคำ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ในส่วนการดูแลคนเร่ร่อนนั้น กองอำนวยการร่วมไม่มีการแบ่งแยกคน ที่จะเข้าแสดงความอาลัย ขอยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิ์ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ส่วนคนวิกลจริต ก่อความเดือดร้อนรำคาญและขี้เมานั้น วันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมาพบว่ามีคนไร้ที่พึ่งเข้ามาในพื้นที่ 22 คน ซึ่งเราก็ได้ส่งไปยังบ้านมิตรไมตรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เปิดแอพพลิเคชั่นให้ดูข้อมูล

ด้านนายวิกร เพิ่มพวก ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad ผู้แทนศูนย์ประสาน volunteer for dad กล่าวว่า ได้มีมาตรการในการปรับปรุงการลงทะเบียน ป้องกันผู้แอบอ้าง โดยให้นำบัตรประชาชน หรือบัตรที่ออกโดยราชการมาร่วมลงทะเบียนทุกครั้ง ซึ่งวันนี้เป็นวันใช้บัตรอาสาสมัครเป็นสี โดยแต่ละวันจะมีสีแตกต่างกัน นอกจากนี้เราได้รับการสนับสนุนจากแอพพลิเคชั่น ZONE ซึ่งสามารถโหลดได้ทั้งระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส โดยจะช่วยอำนวยความสะดวก แจ้งข้อมูลข่าวสาร ท้ายแถวอยู่บริเวณใด ซึ่งจะระบุในภาพแผนที่ของสนามหลวง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของแอพพลิเคชั่นและอาสาสมัครอัพเดตข้อมูลการเข้าคิวของประชาชนในทุก 1 ชั่วโมงอย่างเป็นทางการ ซึ่งสามารถดูได้ในหมวดหมู่ข่าว

เขียนเลขเก้าไทยบนร่มดำ

จากนั้นผู้สื่อข่าวตระเวนดูการทำกิจกรรมของเหล่าจิตอาสาต่างๆพบว่า ที่เต็นท์ฝั่งทิศเหนือของสนามหลวงมีจิตอาสาจากหลากหลายอาชีพ และนักศึกษาจากหลายสถาบันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาทำกิจกรรมวาดเลขเก้าไทยบนร่มสีดำ น้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ นายอาทร จันทวิมล อายุ 73 ปี ประธานมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การทาสีร่มนั้น คิดวิธีผสมสีกันเองภายในกลุ่ม ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยเคล็ดลับหรือรายละเอียดได้ เนื่องจากหากมีบุคคลใดลอกเลียนไม่ครบสูตรจะทำให้เกิดผลเสียได้ โดยร่มเลขเก้าแบบไทยจะมีไม่ซ้ำกันเป็นงานแฮนด์เมด การวาดลายตามแบบฉบับของจิตอาสาเอง ส่วนที่เต็นท์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช นายจรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ก็เปิดเผยว่า มูลนิธิ 5 ธันวา มหาราช เคยจัดงานจุดเทียนถวายพระพรพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. ต่อเนื่องยาวนานมาถึง 43 ปี ส่วนวันที่ 5 ธ.ค.ปีนี้จะมีพิธีอย่างไรหรือไม่ รูปแบบจะเป็นอย่างไร จึงไม่สามารถตอบได้ ต้องรอการประสานงานของทางรัฐบาลก่อน

พระบรมวงศานุวงศ์ทรงห่วงพสกนิกร

ขณะเดียวกันที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานอาหารประกอบด้วย บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง นมกล่อง กระเพาะปลา 5,000 ชุด ข้าวเหนียวหมู-ไก่ทอด เฉาก๊วย ฯลฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์มาแจกจ่ายประชาชน เช่นเดียวกับที่เต็นท์หมายเลข 11 สนามหลวงฝั่งทิศเหนือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ พระราชทานหน่วยแพทย์-พยาบาล จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ให้การดูแลรักษาประชาชนที่มารอถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมอาหารมาแจกจ่าย ประกอบด้วย ข้าวเหนียวหมูทอด พร้อมแกงเขียวหวาน

ยายซาบซึ้งน้ำพระทัยพระองค์โสมฯ

อีกด้านหนึ่งที่รถหน่วยเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ รับสั่งให้นำอาหารมาปรุงสดแจกจ่ายประชาชน ประกอบด้วยข้าวเหนียวไก่ทอด 9,000 ห่อ และไอศกรีมกระทิสด เป็นต้น นางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิฯ เผยว่า มีหญิงชราวัย 70 ปี ชาว อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณของพระองค์โสมฯ เนื่องจากหลายวันก่อนหญิงคนนี้ที่มารอรับอาหารแล้วมีอาการคล้ายจะเป็นลม พระองค์โสมฯมีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่เชิญไปนั่งพักข้างรถหน่วยเคลื่อนที่ และทรงนำพัดมาพัดให้ด้วยพระองค์เอง ปรากฏว่าวันนี้หญิงชรารายดังกล่าวนำพวงมาลัยดอกไม้สด ตั้งใจมาทูลเกล้าฯถวาย แต่เนื่องจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ ทรงติดภารกิจ ทางกองงานส่วนพระองค์ได้ถวายรายงานให้ทรงทราบ และมีรับสั่งตอบกลับมาว่า “ขอบคุณมาก” ทั้งรับสั่งให้ช่วยเก็บพวงมาลัยของหญิงชรารายนี้ไว้ให้พระองค์ด้วย

ระทึกพบ จยย.ต้องสงสัย

ต่อมาเวลา 14.40 น.ที่บริเวณถนนพระจันทร์ ข้างวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรวิหาร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน น-6330 แพร่ ต้องสงสัย หลังจากที่ประชาชนในย่านดังกล่าวได้เห็นรถจักรยานคันดังกล่าวจอดอยู่เป็นเวลาหลายวันแล้ว จึงได้แจ้งกับนายสรรชัย อยู่ไพศาล เจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้ามาตรวจสอบ จากนั้นได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม เวลาไม่นาน พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ รอง ผกก.สืบสวนสอบสวน สน.ชนะสงคราม เข้ามาตรวจสอบ พร้อมกับเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า รถคันดังกล่าวจอดมาแล้วนานกว่า 15 วัน และไม่ทราบว่าเป็นรถของใครและนำมาจอดไว้ทำอะไร เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น จึงได้เข้าตรวจสอบ ไม่พบว่ามีวัตถุอันตรายใดๆ ซุกซ่อนในรถดังกล่าว ซึ่งตำรวจจะได้เคลื่อนย้ายรถและติดต่อเจ้าของรถมาสอบถามต่อไป

เตรียมจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ

ต่อมา พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 รองผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) กล่าวภายหลังการตรวจพื้นที่ความเรียบร้อยในบริเวณสนามหลวงว่า ทางศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ได้มอบหมายให้ น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการ เมือง มาดูความคืบหน้าของการปรับพื้นที่เพื่อใช้ในการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ ซึ่งทาง กทม. ได้ปรับปรุงพื้นที่โซนเหนือเรียบร้อยแล้ว และเตรียมจะตั้งเต็นท์ในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นจุดพักคอยในการต่อแถว ขณะเดียวกันบริเวณ ดังกล่าวก็จะเตรียมจัดนิทรรศการ ซึ่งนายกฯอยากให้ประชาชนที่มาเฝ้ารอได้ชื่นชมพระบารมี และพระราชกรณียกิจที่สำคัญ

ห่วงโรคระบาดในสนามหลวง

รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวอีกว่า เรื่องจำนวนผู้คนอาจจะมีปัญหาบ้าง เพราะทุกคนได้เดินมาตั้งแต่เช้า เป็นจำนวนมากเกิดความแออัด อีกปัญหาหนึ่งก็คือเรื่องของสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยบ้าง ทำให้การบริหารคนทำให้เกิดความล่าช้าไปบ้าง ทั้งนี้ ตนเป็นห่วงเรื่องของสุขภาพประชาชนที่เดินทางเข้ามา ขอฝากไปยังประชาชนที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือป่วยมีโรคติดต่อ ที่อยู่ในระยะแพร่เชื้อ อย่างไข้หวัด ใหญ่ เป็นต้น ขอรักษาตัวให้หายดีก่อน ที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพ เพราะบริเวณสนามหลวงมีผู้คนเดินทางมามาก ซึ่งมีความแออัด ง่ายต่อการแพร่เชื้อ อีกทั้งในหนึ่งวัน สภาพอากาศทั้งแดด และฝนสลับกัน

คชสารคู่แผ่นดินมาแสดงความอาลัย

นอกจากนี้ พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวด้วยว่าในวันที่ 8 พ.ย. ควาญช้างจากกลุ่มคชสารคู่แผ่นดิน 200 คน และตัวแทนช้าง 10 เชือก จากมูลนิธิพระคชบาล เดินทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และถึงหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนในช่วงเช้ามืด และมีกิจกรรมที่บริเวณหน้ากระทรวงกลาโหมในช่วงสาย ถือเป็นการแสดงความจงรักภักดีของช้างและควาญช้าง เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งมีการดูแลความปลอดภัย และแยกพื้นที่ระหว่างประชาชนกับช้างอย่างชัดเจน

เตรียมทดลองระบบออนไลน์

รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวอีกว่า ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาหารือเพื่อรับทราบรายละเอียดการทำงานของ กอร.รส. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดเปิดให้มีการลงทะเบียนเข้าถวายสักการะพระบรมศพผ่านระบบออนไลน์ เพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งที่เข้าถึงระบบดิจิทัล แต่เราก็ไม่ละเลยประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่ยังเข้าไม่ถึงระบบนี้ อีกทั้งปัญหาเรื่องเวลาการเข้าถวายสักการะ ถ้าหากคนที่มาเข้าแถวตั้งแต่ 05.00 น. แต่กลับมีคนลงทะเบียนได้เข้าไปก่อน ก็จะเกิดความไม่พอใจกับคนที่เดินทางมาก่อนได้ เราก็ได้รายงานปัญหาต่างๆให้เขาได้รับทราบไป เบื้องต้นจากการพูดคุยจะมีการเปิดให้ทดลองระบบในต้นเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อดูว่าจะมีความสำเร็จแค่ไหน และต้องปรับแก้อะไรบ้าง

ขอพื้นที่สร้างพระเมรุมาศหลังปีใหม่

อีกด้านหนึ่งที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงการคืนพื้นที่สนามหลวงด้านทิศใต้เพื่อก่อสร้างพระเมรุมาศว่า ยังไม่ทราบกำหนดการที่ชัดเจนต้องคืนพื้นที่เมื่อไหร่ เบื้องต้นจะประสานขอคืนพื้นที่หลังช่วงปีใหม่ เนื่องจากขณะนี้มีประชาชนเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก เกรงว่าพื้นที่ จะแออัด ส่วนการปรับตำแหน่งจุดคัดกรองทั้ง 8 จุดภายหลังการคืนพื้นที่เพื่อก่อสร้างพระเมรุมาศ ต้องประชุมหารือปรับเปลี่ยนตำแหน่งจุดคัดกรองเพื่อความสะดวกของประชาชน ปัจจุบันประตูทางเข้าออก และจุดคัดกรอง ส่วนใหญ่อยู่ด้านทิศเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ กทม.เตรียมรองรับประชาชนอยู่แล้ว สำหรับการขยายเวลาแจกอาหารในช่วงวันหยุด อาจจะ พิจารณาขยายเวลาแจกอาหารสำหรับผู้ที่มาถวาย สักการะพระบรมศพ แต่ส่วนผู้ที่จะเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ ได้รับประทานอาหารมาก่อนแล้ว

ยอดลงนามฯกว่า 7 ล้านราย

วันเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย สรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างจังหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 6 พ.ย. จำนวนทั้งสิ้น 75,975 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 7,066,446 ราย ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดอภิธรรม 9,072,176 คน ทำบุญตักบาตร 2,764,058 คน กิจกรรมอื่นๆ 2,457,829 คน

ขยายเวลาชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน

นอกจากนี้ วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 พ.ย. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เสนอ ครม.วาระเพื่อทราบโครงการเปิดพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมยามค่ำคืน เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใต้การดำเนินการของคณะกรรมการบูรณาการด้าน พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ โดยสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพได้เข้าชมการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชในช่วงเวลาค่ำคืน จากเวลาปกติ โดยมีพิพิธภัณฑ์ทั้งในและนอกเกาะรัตนโกสินทร์เข้าร่วมกว่า 10 พิพิธภัณฑ์ อาทิ มิวเซียมสยาม นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ หอศิลปร่วมสมัยราชดำเนิน ในระหว่างวันที่ 16-18 ธ.ค. เปิดให้เข้าชมฟรีตลอด 3 วัน

“นักธุรกิจจีน” ร่วมแสดงความอาลัย

ขณะที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังให้การต้อนรับกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนในประเทศไทยกว่า 32 บริษัทที่มาแสดงความอาลัยการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า คณะนักธุรกิจจีนเข้าพบเพื่อแสดงความโศกเศร้าอาลัยร่วมกับประชาชนชาวไทย พวกเขาซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่เปิดโอกาสให้คนจีนได้เข้ามาพำนักและประกอบธุรกิจ และในประเทศจีนได้มีการเสนอข่าวทุกวันเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ที่สอนให้คนไทยรู้จักความพอเพียง พร้อมกันนี้ นักธุรกิจจีนได้แสดงความประสงค์ขอร่วมเป็นเจ้าภาพในการสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จึงแนะนำให้ไปประสานกับสำนักพระราชวัง พร้อมกันนี้ ม.ล.ปนัดดา ยังให้การต้อนรับกลุ่มจิตอาสา “ปันเสื้อดำ ทำเพื่อพ่อ” ที่นำเสื้อผ้าสีดำ จำนวน 1,031 ชิ้น มามอบแก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแบ่งปันเสื้อดำในการไว้ทุกข์ โดย ม.ล.ปนัดดากล่าวว่าจะนำเสื้อดำดังกล่าวไปมอบให้ประชาชนที่ขาดแคลนจริงๆต่อไป

ลอยกระทงงดมหรสพบันเทิง

ด้านนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการจัดงานลอยกระทง ในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ซึ่งครบกำหนด 30 วันที่ทางการกำหนดให้ประชาชนไว้ทุกข์แล้วนั้นว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมในการดูแลความปลอดภัย ดังนี้ 1.ในห้วงของการถวายพระเกียรติยศและความอาลัยขอให้งดส่วนที่เป็นการจัดมหรสพ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิง เช่น การแสดงดนตรี การละเล่น 2. ตรวจตราอาคารสถานที่ โป๊ะ ท่าเทียบเรือโดยสาร 3.ตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างภายในงานให้มีความแข็งแรง และดำเนินการตามกฎหมาย ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเคร่งครัด 4.ตามคำสั่ง คสช. กำหนดห้ามจุดและ ปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอ หรือ ผู้อำนวยการเขต 5.เข้มงวดการออกหรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้า รวมทั้งตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิง 6.ให้ทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที 7.กวดขันการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน โดยเน้นหนัก การไม่สวมหมวกนิรภัย เมาสุรา ขับรถ เร็ว 8.จัดชุดเจ้าหน้าที่ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจ ทหาร และกรมเจ้าท่า

ขณะที่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคสช. กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ได้กำชับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ในการจัดระเบียบสังคม เสริมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.รัฐบาลจะผ่อนปรนให้จัดกิจกรรมบันเทิงได้ตามปกติ ประกอบกับจะอยู่ในช่วงเทศกาลการท่องเที่ยวและงานประเพณีต่างๆ ซึ่งทาง กกล.รส.จะช่วยดูแลให้การจัดงานหรือกิจกรรมต่างๆตามแนวทางที่เหมาะสม

มท.ยกเลิกคำสั่งงดจัดมหรสพ-บันเทิง

ต่อมาช่วงค่ำ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ระบุ ขอยกเลิกข้อความในข้อ 1.ที่ให้งดจัดมหรสพหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิง ให้แก้ไขเป็นทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน สามารถจัดกิจกรรมได้ตามปกติ เช่น งานมหรสพ งานแสดงดนตรีวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยผู้จัดงานพิจารณาตามความเหมาะสม และเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

สวดพระอภิธรรมเป็นพระราชกุศล

ส่วนต่างจังหวัดประชาชนยังทำบุญและทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง เริ่มจาก จ.นครปฐม นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล นอภ.บางเลน พ.ต.อ.วชิระ สภเลิศ ผกก.สภ.บางเลน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น้อมเกล้าฯเสด็จสู่สวรรคาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ที่วัดบางเลน อ.บางเลน โดยมีพระเทพศาสนาภิบาล รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐมและเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระศรีวิสุทธิวงศ์ เจ้าคณะอำเภอบางเลนเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยพระครูเกษมถาวรคุณ เจ้าคณะตำบลไผ่หูช้างและเจ้าอาวาสวัดบางเลนเปิดเผยว่า ตามประกาศมหาเถรสมาคมให้วัดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมเป็นพระราชกุศลถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทางวัดบางเลนจึงได้จัดพิธีขึ้นโดยมีพระสงฆ์ สามเณร 200 รูป และประชาชนพร้อมใจกันสวดมนต์และเจริญจิตภาวนาและที่ จ.ราชบุรี นายสมศักดิ์ สุกเกลี้ยง ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำ อ.ปากท่อและครอบครัว เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลที่วัดปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี พร้อมพสกนิกรทุกหมู่เหล่าและชาวไทยพื้นที่ราบสูง (กะเหรี่ยง) และร้องเพลงสดุดีมหาราชา

เรือเวชพาหน์บริการรักษาโรค

ที่บริเวณท่าน้ำริมแม่น้ำท่าจีนของวัดปากน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ว่าที่ ร.ต.สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผวจ.สุพรรณบุรี นางดลใจ จองพานิช นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธานเปิดปฏิบัติการเพื่อให้บริการประชาชนของหน่วยแพทย์เรือพระราชทานเวชพาหน์ โดยมีประชาชนและนักเรียนสองริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนมาใช้บริการกันอย่างคึกคัก สำหรับการออกให้บริการของหน่วยแพทย์เรือพระราชทานเวชพาหน์ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพ่อหลวง ร.9 ได้พระราชทานเรือลำนี้ เมื่อ พ.ศ.2498 เพื่อใช้บรรเทาทุกข์และรักษาประชาชน โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ

วิ่งข้ามจังหวัดกราบพระบรมศพ
ขณะเดียวกัน มีกลุ่มชาวบ้าน 4 คนถือพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วิ่งผ่านหน้าสำนักงานขนส่งทุ่งคอก ถนนทุ่งคอก-ดอนตาเพชร หมู่ 1 ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ทราบชื่อนายเชือน เขียวหวาน อายุ 48 ปี ประธานชมรมกลุ่มอนุรักษ์ควายไทย อ.สองพี่น้อง นายนิรันตร์ เขียวหวาน อายุ 40 ปี นายมานพ ใจบุญ อายุ 39 ปี และนายสันติ วรเสถียร อายุ 39 ปี สมาชิกชมรมอนุรักษ์ควายไทย สอบถามนายเชือน กล่าวว่า หลังทราบข่าวสวรรคตในหลวง ร.9 ตนเสียใจอย่างมากและเห็นพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยกว่าพวกเรามามากแล้วจึงขอทำดีเพื่อพ่อหลวง โดยชักชวนกลุ่มเพื่อนวิ่งออกจากบ้านเลขที่ 127 หมู่ 6 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง สถานที่ตั้งชมรมอนุรักษ์ควายไทยเพื่อมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพ
ปัดเสนียดช้างก่อนเข้าสักการะ

ขณะที่วังช้างอยุธยาแลเพนียด หมู่ 4 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาลได้นิมนต์พระครูเกษมจันทวิมล หรือพระอาจารย์แดง พระเกจิชื่อดังและเจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญทำพิธีปัสสะหรือพิธีปัดเสนียดจัญไร สวดมนต์ชุมนุมเทวดาและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้กับช้าง 11 เชือก และควาญช้างวังช้างอยุธยาแลเพนียดที่จะเดินทางเข้าร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายลายทองเหรียญเปิดเผยว่า วังช้างอยุธยาแลเพนียดเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำช้าง 11 เชือกแต่งเครื่องคชาภรณ์ร่วมกับคชสารทั่วแผ่นดินพร้อมด้วยผู้แทนของชาวคชสารกว่า 200 คน เดินทางเข้าร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 8 พ.ย. บริเวณหน้ากระทรวงกลาโหม แต่ก่อนไปต้องทำพิธีปัสสะหรือปัดเสนียดจัญไรนำสิ่งที่ไม่ดีหรือสิ่งอัปมงคลออกจากตัวช้างก่อน

แห่จองแสตมป์ที่ระลึกชุดพิเศษ

ที่สำนักงานไปรษณีย์ชัยนาท อ.เมืองชัยนาท ประชาชนทยอยมาลงทะเบียนเพื่อจองแสตมป์ที่ระลึกผนึกตราไปรษณียากรในหลวง ร.9 ชุดพิเศษ ที่บริษัทไปรษณีย์ไทยจัดทำขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วประเทศจำนวน 9,999,999 ดวงโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากที่มารอตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดทำการ เช่นเดียวกับไปรษณีย์ศรีราชา จ.ชลบุรี และที่ทำการไปรษณีย์หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่เช้ามีประชาชนจำนวนมากมาลงทะเบียนแจ้งความจำนงอย่างต่อเนื่องและตามสำนักงานไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศมีประชาชนมาลงทะเบียนอย่างคึกคักเช่นกันหรือสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.stamprama9.thailandpost.com

เจ้าของร้านแอร์แจกขนมจีนฟรี

ที่ด่านตรวจความมั่นคง หน้าตลาดเทศบาล 2 บ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นางสาวปิยะภรณ์ จันทสูตร อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ถนนบ้านวังปลาตอง ต.อรัญประเทศ เจ้าของร้านบูรพาแอร์ ไดนาโมและแบตเตอรี่ พร้อมญาติพี่น้องกว่า 10 คน นำขนมจีนกว่า 100 กก.พร้อมน้ำยาป่าขาไก่และแกงเขียวหวานอย่างละ 3 หม้อใหญ่มาประสานกับ พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก เพื่อขอใช้สถานที่บริเวณเต็นท์ข้างตู้ตำรวจด่านตรวจความมั่นคงของ สภ.คลองลึก เพื่อนำขนมจีน น้ำยาและแกงเขียวหวานแจกจ่ายประชาชนรับประทานฟรี เพื่อเป็นการทำดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9

นร.บางพลี-มหาชัยแปรอักษร ๙

เช้าวันเดียวกัน คณะครู เจ้าหน้าที่และนักเรียนโรงเรียนพูลเจริญวิทยาคม ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จัดพิธีแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ สีเหลืองในหัวใจสีดำ บริเวณลานอเนกประสงค์ร่มราชพฤกษ์ โดยมีนายไพรัตน์ ก้อนทองคำ ผอ.โรงเรียนพูลเจริญวิทยาคม เป็นประธาน และที่โรงเรียนเอกชัย ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร นายสมชัย ชวลิตธาดา ผอ.โรงเรียนเอกชัย ได้นำคณะครู นักเรียน 1,500 คนร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย เดช โดยร่วมกันแปรอักษรเป็นเลข ๙ ซึ่งสื่อความหมายว่าทุกคนเป็นพสกนิกรในสมัยรัชกาลที่ 9

หลายโรงเรียนแสดงความอาลัย

เช่นเดียวกับที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอภูกระดึง จ.เลย นายชัชพงษ์ อาจแก้ว นอภ.ภูกระดึงพร้อมหัวหน้าส่วนราช การ นักเรียนและประชาชน 5,000 คน ร่วมกันยืนแปรรูปหัวใจและเลข 9 แสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตลอด ส่วนนายวิทยา พัฒนเมธาดา ผอ.โรงเรียนดอยเต่าวิทยาคม อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ นำคณะครูและนักเรียนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและแปรอักษรเป็นเลข 9 อยู่ตรงกลางรูปหัวใจ ตามด้วยโรงเรียนเทศบาล 5 ว่าที่ ร.ต.วรพล ใจคำ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 5 ต.เวียง อ.เมืองพะเยา พร้อมคณะครู นักเรียน 300 คนร่วมกันแปรรูปอักษรเป็นรูปหัวใจ นอกจากนี้ที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี อ.เมืองพิษณุโลก นักเรียนและอาจารย์กว่า 3,000 คน ร่วมใจแปรอักษรเป็นรูปหัวใจและมีเลข ๙ อยู่ตรงกลาง และที่ จ.นครสวรรค์ นายอรุณ รุ่งเรือง ผอ.โรงเรียนลาดยาววิทยาคม อ.ลาดยาว ร่วมกับครู นักเรียน 1,719 คนร่วมใจกันแปรอักษรเป็นเลข ๙ มีรูปหัวใจล้อมรอบ

วาดภาพพระราชกรณียกิจ

ส่วน จ.ปราจีนบุรี กลุ่ม 304 Rider ซึ่งเป็น กลุ่มนักธุรกิจใน จ.ปราจีนบุรี ได้ประสานกับผู้มีความสามารถทางด้านศิลปะ มาวาดภาพพระราช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ภายใต้หัวข้อว่า “กอดรูปพ่อแนบดวงใจ จุดเทียนชัยถวายพ่อ” จำนวน 9 ภาพ ทั้งหมดเป็นภาพพระราชกรณียกิจที่ประชาชนมักเห็นเป็นประจำ หลังวาดภาพทั้งหมดเสร็จแล้วจะนำไปแสดงที่บริเวณตลาด 304 พลาซ่า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อให้ประชาชนได้ชมและร่วมแสดงความอาลัยโดยนายธนเดช พลชัย หัวหน้ากลุ่มกล่าวว่า กิจกรรมที่ทำครั้งนี้เพื่อถวายแด่พ่อหลวงของเรา และอยากให้พวกเราทุกคนมาร่วมกันในกิจกรรมครั้งนี้

ชาวม้งร่วมทำพิธี “อัวคัวจือ”

สายวันเดียวกัน นายประสิทธิ์ เลาหลื่อ ประธานเครือข่ายม้ง จ.แม่ฮ่องสอน นำชาวเขาเผ่าม้งจากทุกอำเภอในจังหวัดแม่ฮ่องสอนกว่า 500 คน ทำพิธีเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนายเพิ่มศักดิ์ ฉวีรักษ์ รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็นประธาน จากนั้นได้ประกอบ พิธีตามความเชื่อของชนเผ่าม้งในพิธีกรรม “อัวคัวจือ” เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยในการเสด็จสู่สวรรคาลัย และที่วัดดอยท่าเสา ต.ท่าเสา อ.เมืองอุตรดิตถ์ นายสุวัฒน์ชัย ศรีสุพัฒนกุล ผอ.วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ เป็นประธานทำพิธีปลงผมนาค 105 คนในโครงการบรรพชาสามเณรเพื่อน้อมถวายอุทิศเป็น พระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9

น้ำใจชาวอุบลฯ-กองบิน 21

ที่กองบังคับการกองบิน 21 อุบลราชธานี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี น.อ.ฐานันดร์ ทิพเวศ ผบ.กองบิน 21 นำข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ ทหารกองประจำการและครอบครัวกองบิน 21 ช่วยกันบรรจุข้าวสาร หมูยอ เครื่องอุปโภค และบริโภค ภายใต้โครงการ “ร่วมแสดงความอาลัย จากน้ำใจชาวอุบลฯและกองบิน 21” ซึ่งเป็นโครงการที่กองทัพอากาศได้ดำเนินการตามนโยบายของ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. ที่อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาถวายสักการะและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่สนามหลวง ดังนั้น ชาว จ.อุบลราชธานี และกองบิน 21 จึงรวบรวมน้ำใจจัดหาสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวอุบลราชธานี โดยจัดส่งหมูยอกว่า 1,000 แท่ง และข้าวสารหอมมะลิอีก 1 ตัน สำหรับประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี ต้องการจะร่วมบริจาคหมูยอ ข้าวสาร หรืออาหารประจำจังหวัด ติดต่อได้ที่แผนกกิจการพลเรือน กองบังคับการกองบิน 21 โทรศัพท์หมายเลข 0-4524-3090 ถึง 4 ต่อ 3232 ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

ไม่เป็นหนี้ใช้ชีวิตแบบพอเพียง

นายบุญเหล็ง สายแวว อายุ 67 ปี ชาวนาบ้านหัวเรือ ต.หัวเรือ อ.เมืองอุบลราชธานี บุคคลที่ได้รับเกียรติบัตร และประกาศนียบัตรกว่า 200 ใบ เปิดเผยว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังรางวัลอันทรงเกียรติทั้งหมดคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เนื่องจากตนและครอบครัวน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ทั้งชีวิตไม่เคยเป็นหนี้ ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทุกอย่างที่มีซื้อด้วยเงินสด โดยมีการวางแผนการดำเนินชีวิต แถมยังมีเงินรายวัน เงินรายเดือน และเงินรายปีไว้ใช้จ่ายในครัวเรือนด้วย โดยเงินรายวันได้จากการปลูกผักอายุสั้น เงินรายเดือนได้จากการปลูกผักที่เก็บผลผลิตได้ 30-60 วัน และเงินรายปีได้จากการเลี้ยงสัตว์ เช่น โค กระบือ ทั้งหมดเกิดจากการน้อมนำแนวทางของพ่อหลวงมาใช้กว่า 40 ปี

ร.ต.ต.ยึดมั่นคำสอนปลูกต้นไม้

ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ อายุ 70 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ อยู่บ้านเลขที่ 243 บ้านพิมาย หมู่ 1 ต.พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ บุคคลที่ปลูกต้นไม้สองฟากถนนทุกสาย ตามริมคันห้วยหนองคลองบึง จนทำให้พื้นที่ริมถนนในปรางค์กู่เขียวขจี เปิดเผยว่า หลังเข้าอบรมโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เริ่มปลูกต้นไม้ตั้งแต่ปี 2531 ตอนแรกปลูกตามหัวไร่ปลายนาของตน เมื่อปลูกในที่ตัวเองเต็มแล้วขยายไปตามคันคูคลอง ตามคันห้วยหนองคลองบึง สองฟากถนนจนปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเต็มไปด้วยต้นไม้ยางนา ต้นสะเดา ต้นตาลและต้นคูณ “ตอนที่เริ่มปลูกต้นไม้ใหม่ๆ มีแต่คนเขาว่าผมบ้า แต่ผมไม่สน ก้มหน้าก้มตาปลูกไปเรื่อยๆ จนต้นไม้เติบโต ผมได้รับโล่รางวัลจากองค์กรต่างๆมากมาย รวมทั้งรางวัลผู้อนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำดีเด่นของโลกและยังมีระดับเอเชียด้วย สิ่งที่ผมทำเกิดจากโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองและคำสอนของพ่อหลวงที่นำมาปฏิบัติและผมจะปลูกต้นไม้ต่อไปจนกว่าจะตาย” ร.ต.ต.วิชัยกล่าว

ปลื้มผลิตเครื่องผสมเกลือถวาย

นายชายชาญ ปิงเมือง หัวหน้าแผนกช่างกล โรงงาน วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ กล่าวว่า ชาววิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ต่างปลื้มใจที่เคยถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยผลิตเครื่องผสมเกลือไอโอดีนถวายเมื่อปี 2533 ครั้งนั้นพระองค์ทรงเสด็จพระราช ดำเนินดูการสาธิตการทำงานของเครื่องด้วยพระองค์เองที่วิทยาเทคนิคเชียงใหม่ ซึ่งเครื่องดังกล่าวช่วยลดการใช้แรงงานคนในการผสมไอโอดีนในเกลือสำหรับแจกจ่ายประชาชน เนื่องจากประชาชนในภาคเหนือประสบปัญหาเป็นโรคคอพอก แต่เกลือสินเธาว์ไม่มีไอโอดีนเหมือนเกลือทะเลหรือเกลือสมุทร ถ้าขาดไอโอดีนจะเป็นโรคคอพอกและถ้าขาดตั้งแต่เด็กร่างกายจะแคระแกร็น สติปัญญาต่ำ หูหนวก เป็นใบ้ ตาเหล่ และอัมพาต และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทางวิทยาลัยได้ผสมเกลือกว่า 2 ตัน ไปแจกจ่ายประชาชนด้วย โดยจุดแรกที่บ้านป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ศิลปินใต้แต่งเพลง “คิดถึงพ่อหลวง”

ที่ จ.นครศรีธรรมราช กลุ่มศิลปินกราฟฟิตี้ ยังคงขะมักเขม้นทาสีและวาดภาพกราฟฟิตี้เป็นภาพ พระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บนกำแพงหน้าโกดังภายในซอยบ่ออ่าง ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.คลัง อ.เมือง นครศรีธรรมราช ซึ่งเริ่มวาดมาตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระองค์ท่านและต้องการให้ประชาชนถ่ายรูปภาพไว้เป็นที่ระลึก ขณะเดียวกันมีศิลปินลูกทุ่งคนใต้ชื่อดังคือนายจุมพล ทองตัน หรือโกไข่ เดินทางมาบันทึกภาพมิวสิกวีดิโอในเพลง “คิดถึงพ่อหลวง” บริเวณกำแพงที่มีภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยนายจุมพลกล่าวว่า แต่งเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนชาวไทยลุกขึ้นมาปฏิบัติตามแนวทางพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างจริงจังและสะท้อนความรู้สึกของคนใต้ที่มีต่อพระองค์

กอร.รส.สั่งคุมเข้มการตรวจ ตั้งหอสูง 5 ม. ป้องกันเหตุ ดูแลความปลอดภัย คนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมสกัดคนเร่ร่อน-ขี้เมา-คนวิกลจริต 8 พ.ย. 2559 04:52 8 พ.ย. 2559 05:03 ไทยรัฐ