วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มด ปลื้มแม่ขนลุกเห็นลูกใส่ชุดครุย แจงหัวใจโสดเพราะอยากอิสระ

มด ณปภัช ปลื้มใจแม่บอกขนลุกหลังเห็นตนใส่ชุดครุยถ่ายรูปหลังเรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง โดยใช้เวลาเรียน 3 ปี เผยอยากเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาดหรือนิเทศศาสตร์ แจงเลิกเพชร อาศิระ เพราะไม่อยากปวดหัวและอยากอิสระไม่กังวลอะไร

เป็นเรื่องราวดีๆ ที่นักร้องนักแสดงสาว มด ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ ภาคภูมิใจไม่น้อย หลังมุมานะตั้งใจเรียนจนคว้าใบปริญญาจากคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง โดยใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปี พอได้เจอสาวมดเลยถามถึงเรื่องนี้รวมถึงแพลนเรียนต่อของเจ้าตัว พร้อมทั้งอัพเดตเรื่องราวหัวใจหลังโสดสนิทเพราะห่างกับ เพชร อาศิระ เตาะเจริญสุข ลูกชายเจ้าของค่ายมวยดังในพัทยาด้วย

ซึ่ง มด เผยถึงความรู้สึกหลังเรียนจบให้ฟังว่า "ตอนทำเอกสารทำเรื่องจบ รอรับปริญญาอย่างเดียว รู้สึกโล่งอกมาก (ทำหน้าภูมิใจ)" จบคณะอะไร? "รัฐศาสตร์ ม.รามคำแหงค่ะ กำหนดรับปริญญาตอนแรกที่ทราบคือเดือน มี.ค.ปีหน้า แต่ล่าสุดได้ยินว่าจะเลื่อนเป็นเดือน มิ.ย. น่าจะรับปีหน้ากันทั้งหมด" แม่ว่าอย่างไรบ้าง? "แม่พูดประโยคเดียวกับมดเลยว่าจบสักทีเนอะ วันที่ไปทำเอกสารทำเรื่องจบกับทางมหาวิทยาลัยซึ่งต้องถ่ายรูปใส่ชุดครุย ตอนที่ถ่ายรูปเสร็จแล้วแม่พูดขึ้นมาว่ารู้สึกขนลุกตอนที่เห็นลูกใส่ชุดครุย เหมือนรอวันนี้มานาน ก็บอกแม่ไปว่าเอาปริญญามาให้แล้วนะ" ใช้เวลาเรียนนานแค่ไหน? "อย่านับปีเลยดีกว่า ยอมรับเลยว่านาน เพราะตอนที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเริ่มต้นที่ ม.กรุงเทพ แล้วก็ย้ายมาสแตมฟอร์ด ซึ่งเป็นช่วงที่เราเป็นนักร้อง มีงานเดินสายตามต่างจังหวัด จัดเวลาเรียน การทำงานลงตัวค่อนข้างยาก เวลาเข้าเรียนน้อยมาก จนในที่สุดตัดสินใจมาเรียน ม.รามคำแหง ในช่วงที่ผันตัวเองมาเป็นนักแสดงใช้เวลาเรียนประมาณ 3 ปี เพราะลงเรียนใหม่หมดเลย เพราะที่ผ่านมาเรียนนิเทศอินเตอร์หมด แต่ที่รามมดเรียนรัฐศาสตร์ ก็อัดเต็มที่ ยอมเหนื่อยค่ะ ตอนแรกก็งงเหมือนกันว่าทำไมเลือกเรียนคณะนี้ จบแล้วจะไปทำอะไร แต่เรียนแล้วพอดูข่าวการเมืองทำให้เราเข้าใจในรายละเอียดมากขึ้น ส่วนเรื่องเกรดมดไม่ได้คาดหวังเลย อยู่ในจุดแค่ไหน ขอแค่ผ่านและเรียนจบก็พอ เกรดจะสวยหรูแค่ไหนไม่สำคัญเท่ากับการใช้ประสบการณ์ชีวิตเลี้ยงดูตัวเอง วิชาความรู้ที่เรียนมาเหมือนเป็นเครื่องประดับความรู้ที่นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน"

แพลนเรียนต่อไว้หรือยัง? "อยากเรียนต่อโทค่ะ แต่ยังไม่ได้แพลนอะไรไว้ ในใจอยากเรียนมาร์เก็ตติ้งกับนิเทศศาสตร์ เพราะตรงกับสายงานและได้ใช้แน่นอนในอนาคต แต่พอไปปรึกษาคนที่เรียนเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรียน ป.โท ไม่ง่ายเหมือน ป.ตรี ไม่ใช่ว่าเข้าเรียน อ่านหนังสือ สอบแล้วก็จบ แต่ต้องคิดและวิเคราะห์ ทำงานกลุ่มกับเพื่อน ต้องให้เวลากับการเรียน ไม่สามารถหยุดเรียนเป็นอาทิตย์เพราะติดงานได้ บทเรียนจาก ป.ตรี ที่วางแผนไม่ดี ฉะนั้นถ้าจะเรียนต้องวางแผนดีๆ" ทิ้งช่วงนานกลัวจะหมดไฟไหม? "ไม่อยากทิ้งช่วงนาน และเชื่อว่าไม่หมดไฟ เพราะก่อนหน้านี้ก็ยังคุยกับแม่เลยว่าอยากไปเรียนภาษา การเรียนไม่ได้อยู่ที่อายุหรอก อยู่ที่ใจมากกว่าว่าอยากจะเรียนหรือเปล่า มนุษย์ทุกคนมีความขี้เกียจ แต่ในเมื่อเราอยากจะรู้ก็ต้องศึกษาค้นคว้าแค่นั้นเอง" เรื่องงานล่ะ ตอนนี้มาเป็นนักแสดงเต็มตัวแล้ว? "ใช่ค่ะ แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่ได้ทำงานอะไรเลย ช่วงนี้ว่าง อย่างที่ทุกคนรู้กัน ทุกอย่างต้องหยุด งานเราออกแนววาไรตี้ค่อนข้างเยอะ คงไม่เหมาะเพราะอยู่ในช่วงไว้อาลัย แพลนงานในอนาคตก็ยังไม่รู้ คงเป็นปีหน้าถึงจะรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เอาเป็นว่าถ้าผู้ใหญ่มอบหมายงานอะไรมาก็พร้อมที่จะทำ" งั้นช่วงนี้ทำอะไรบ้าง? "มาเป็นจิตอาสา อยู่บ้าน ออกไปพบเจอเพื่อนๆ ใช้ชีวิตของเรา ถือโอกาสพักผ่อนไปในตัว"

ความรักล่ะเป็นยังไงบ้าง? "โสดค่ะ โสดมาตั้งนานแล้ว มดมองว่าไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์อะไรก็แล้วแต่ การเป็นเพื่อน พี่น้องกัน ยาวนานที่สุด ตอนนี้รู้สึกถ้าจะมีแฟนหรือตัดสินใจคบใครจริงจังไม่อยากต้องมานั่งทะเลาะ หรือปวดหัวกับเรื่องจุกจิกจู้จี้ ไม่พร้อมแบกรับความรู้สึกใคร อยากเป็นอิสระไม่ต้องมากังวลอะไร ไม่อยากมานั่งคิดว่าแค่จะไปไหนกับเพื่อนก็ต้องมารายงานคนนั้นคนนี้ แค่รายงานแม่คนเดียวก็ปวดหัวจะแย่แล้ว ขอไม่ต้องรายงานใครดีกว่า อยู่แบบนี้มีความสุขกว่า อาจจะเหงาบ้าง แต่ก็ยังดีกว่ามีใครแล้วต้องมานั่งปวดหัว รู้ตัวเองว่ายังไม่รู้สึกว่าเจอคนที่ใช่" โสดสนิท? "มีคนเข้ามาคุย เข้ามาจีบ แต่ยังไม่พร้อมจะมีใคร ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น เฉยๆ อะ" ที่เลิกกันเพราะระยะทาง? "ไม่เกี่ยวค่ะ อย่างที่บอกเราไม่อยากปวดหัว เป็นที่ตัวเราเองค่ะ อาจจะเป็นเพราะเราโตขึ้นด้วย มีความรู้สึกว่าจะคบใครต้องไม่คบแบบอารมณ์เด็กๆ แล้ว โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ จะไปไหนต้องขออนุญาต ไม่ใช่อะ คนที่เป็นแฟนกันต้องมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ต้องเป็นทั้งแฟน ทั้งเพื่อนและพี่ไปในตัว ไม่เชิงว่าไม่อยากให้ใครมาตีกรอบชีวิต แต่เราเป็นคนให้อิสระคนอื่น จะไปไหนทำอะไรเชิญได้ตามสบาย และตัวฉันก็ต้องมีอิสระเหล่านั้นบ้าง แต่ถ้าเราจะไปบ้างแล้วแฟนอิดออดเราก็จะหยุด ไม่ไปแล้ว" รักครั้งต่อไปจะต้องเป็นแบบไหน? "พูดกันด้วยเรื่องของความรู้สึก ถ้าใช่ก็คือใช่ ความรักไม่ใช่เรื่องหลักในชีวิต มดไม่มีสเปก ตั้งไว้ยังไงไม่มีทางได้ตามที่ตั้งไว้ ต้องลองคุยไปเรื่อย ศึกษากันก่อน เราเป็นคนตรงๆ ถ้าไม่ใช่ก็จะบอก ไม่อยากให้เสียเวลา เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกันไปก่อน".

มด ณปภัช ปลื้มใจแม่บอกขนลุกหลังเห็นตนใส่ชุดครุยถ่ายรูปหลังเรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง โดยใช้เวลาเรียน 3 ปี เผยอยากเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาดหรือนิเทศศาสตร์ แจงเลิกเพชร อาศิระ เพราะไม่อยากปวดหัวและอยากอิสระไม่กังวลอะไร 8 พ.ย. 2559 03:07 8 พ.ย. 2559 06:58 ไทยรัฐ