วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แคนาดาเชื่อ นักดำน้ำพบระเบิดนิวเคลียร์มะกันที่หายไปเมื่อปี 1950

แคนาดาเชื่อ นักดำน้ำพบระเบิดนิวเคลียร์มะกันที่หายไปเมื่อปี 1950

  • Share:

แบบจำลองระเบิดนิวเคลียร์ที่หายไป จัดแสดงในประเทศแคนาดา (ภาพจาก ROYAL AVIATION MUSEUM OF WESTERN CANADA)

ทางการแคนาดาเผย นักดำน้ำอาจค้นพบระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ที่หายไปเมื่อกว่า 60 ปีก่อนโดยบังเอิญ ในขณะที่เขาดำน้ำนอกชายฝั่งรัฐบริติช โคลัมเบีย โดยรัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแล้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ว่า ฌอน สมีริชินสกี นักดำน้ำอาชีพเปิดเผยว่า เมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. เขาลงดำน้ำบริเวณนอกเกาะพิตต์ (Pitt Island) ใกล้กับ ไฮดาไกว หรือ หมู่เกาะควีนชาร์ลอตต์ ชายฝั่งทางเหนือของรัฐบริติช โคลัมเบีย เพื่อหาปลิงทะเล ก่อนที่เขาจะพบกับอุปกรณ์ทำจากเหล็กขนาดใหญ่ และมีรูปร่างคล้ายกับจานบิน

นายสมีริชินสกีพบอุปกรณ์ดังกล่าวในจุดที่ห่างไกล ทำให้เขาต้องใช้เวลา 2-3 วันกว่าจะเดินทางกลับถึงฝั่งเพื่อหาผู้เชี่ยวชาญมาดูว่าเขาค้นพบอะไร เขายังพูดติดตลกกับเพื่อนนักดำน้ำหลังกลับถึงฝั่งด้วยว่า “ผมพบอะไรบางอย่างที่ประหลาดมากๆ ผมคิดว่ามันคือยูเอฟโอ” และเพื่อนคนหนึ่งของเขา ซึ่งเป็นคนเก่าแก่ในท้องที่ก็ล้อเล่นกลับไปว่า “บางทีคุณอาจพบนิวเคลียร์ลูกนั้นที่หายไปเมื่อยุคปี 1950 ก็ได้”

แต่เรื่องตลกอาจกลายเป็นความจริง เมื่อกระทรวงกลาโหมแคนาดาระบุว่า พวกเขาได้หารือกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แล้ว และเชื่อว่า วัตถุปริศนาที่นายสมีริชินสกีค้นพบอาจเป็นระเบิดนิวเคลียร์จากเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-36 ของสหรัฐอเมริกา ที่หายไปใกล้กับรัฐบริติช โคลัมเบียในปี 1950 แล้ว แต่พวกเขาไม่คิดว่าระเบิดลูกนี้จะมีวัสดุนิวเคลียร์ และได้ส่งเรือของกองทัพหลายลำไปยังจุดที่พบวัตถุต้องสงสัยแล้ว เพื่อยืนยันว่าใช่ระเบิดที่หายไปจริงหรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า ระเบิดลูกนี้หากเป็นของจริงก็ไม่น่าใช้การได้ หรือทำอันตรายใครได้

อนึ่ง เรื่องราวของระเบิดนิวเคลียร์ที่หายไปลูกนี้เป็นปริศนาในประวัติศาสตร์ทางทหารของโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ โดยเมื่อปี 1950 เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-36 หมายเลข 075 ตกใกล้กับรัฐบริติช โคลัมเบีย ระหว่างกำลังเดินทางไปยังฐานทัพอากาศคาร์สเวลล์ ในรัฐเทกซัส

เครื่องบินลำนี้กำลังทำภารกิจลับในการจำลองการโจมตีด้วยระเบิดนิวเคลียร์ และบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์ ‘มาร์ก โฟร์’ ของจริงบนเครื่อง เพื่อดูว่าบี-36 สามารถบรรทุกมันได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลายชั่วโมงหลังขึ้นบิน เครื่องยนต์ของบี-36 ลำนี้ก็ติดไฟ ก่อนจะตก มีผู้เสียชีวิต 5 คน จากลูกเรือ 17 คน ส่วนที่เหลือสามารถกระโดดร่มออกจากเครื่องได้ทัน

หลังเกิดเหตุ กองทัพสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า ระเบิด มาร์ก โฟร์ ไม่มีพลูโตเนียม แต่บรรจุสารตะกั่วและทีเอ็นทีเอาไว้ ดังนั้นมันจึงไม่มีขีดความสามารถของระเบิดนิวเคลียร์ ขณะที่ลูกเรือที่รอดชีวิตเปิดเผยว่า เครื่องบินถูกควบคุมโดยระบบนักบินอัตโนมัติ และถูกตั้งให้ตกกลางทะเล แต่ 3 ปีต่อมา ก็มีการพบซากเครื่องบินตกบริเวณภูเขา โคโลเกต ลึกเข้าไปในแผ่นดินหลายร้อย กม. ซึ่งลูกเรือที่รอดชีวิตยอมรับว่า พวกเขาทิ้งระเบิดมาร์ก โฟร์ ลงทะเลเพราะเกรงว่าระเบิดอาจระเบิดขึ้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้