วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอกชนเชียร์“คลินตัน”ผู้นำมะกัน

ลั่น “ทรัมป์” ชนะตลาดเงิน-ตลาดทุนโลกป่วนหนัก

“กสิกรไทย-บล.ทิสโก้” ชี้ “โดนัลด์ ทรัมป์” คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หุ้นดาวโจนส์ดิ่งเหว ค่าเงินดอลลาร์อ่อนยวบ ตลาดเงิน-ตลาดทุนทั่วโลกปั่นป่วน ขณะที่ “สภาหอ-ส.อ.ท.” ระบุ “ฮิลลารี คลินตัน” ชนะ เศรษฐกิจโลกและไทยได้อานิสงส์เต็มๆ

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ วันที่ 8 พ.ย.นี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) โดยมีผู้ชิงชัย 2 คน คือ นางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต อดีต รมว.การต่างประเทศ และภริยานายบิลล์ คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล จากพรรครีพับลิกันว่า นักลงทุนไม่เชื่อมั่นเอ็กซิทโพลล์ เพราะมีโอกาสพลิกได้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งก่อนหน้า โดยคะแนนเอ็กซิทโพลล์ ล่าสุดให้นางคลินตัน 46% และนายทรัมป์ 42% แต่ยังมีอีก 12% ที่ยังไม่ออก เสียง ทำให้การลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนระมัดระวังกันเป็นพิเศษ

ทั้งนี้หากนางคลินตันชนะ ตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะนโยบายเศรษฐกิจส่วนใหญ่สานต่อนโยบายเดิมของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้มีเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น และค่าเงินสกุลอื่นทั่วโลกอ่อนค่าลง แต่หากนายทรัมป์ ชนะ ตลาดเงินและตลาดทุนจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ประเมินว่าหุ้นดาวโจนส์จะลดลง 35% มีผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกลดลงตาม เพราะนโยบายนายทรัมป์กีดกันการค้าจากต่างชาติ และอาจดำเนินนโยบาย การเงินการคลังใหม่ เฟดอาจชะลอขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้มีแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่ารวดเร็ว และค่าเงินสกุลอื่นทั่วโลกแข็งค่าขึ้น

ด้านบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 60 ภายใต้ประธานาธิบดีคนใหม่จะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง สนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งจะเอื้อให้การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ปี 60 เติบโต 1.3-2.5% มีมูลค่า 24,680-24,980 ล้านเหรียญฯ ส่วนธุรกิจไทยต้องติดตามและเตรียมรับมือกับพัฒนาการทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ การปรับตัวของตลาดการเงิน ทั้งค่าเงิน และดอกเบี้ย รวมถึงนโยบายต่างประเทศที่จะปกป้องการค้ามากขึ้น

“ทรัมป์” ชนะหุ้นตกทั่วโลก

ส่วนนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ และนายกสมาคมนักวิเคราะห์ กล่าวว่า ถ้าเลือกได้ ตนเลือกนางคลินตันเป็นประธานาธิบดี เพราะนำไปสู่ความแน่นอน มีนโยบายชัดเจน น่าเชื่อถือ และเป็นไปได้มากกว่า ส่วนนายทรัมป์ดูเป็นนโยบายเพื่อการหาเสียง ส่วนใหญ่ต่อต้านโลกาภิวัตน์ ที่เลิกคบและต่อต้านจีน ตั้งกำแพงภาษีสินค้าจากจีนสูงๆ สร้างกำแพงชายแดนที่เม็กซิโก และผลักดันแรงงานต่างด้าวกลับ

หากนางคลินตันได้เป็นประธานาธิบดี คาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯจะเป็นเหมือนช่วงที่นายโอบามาเป็นประธานาธิบดี และน่าจะค่อยๆฟื้นตัว นโยบายดอกเบี้ย และการค้าสหรัฐฯคล้ายเดิม และจะเข้มงวดกับสถาบันการเงินมากขึ้น ส่วนนโยบายต่างประเทศ อาจทบทวนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งน่าจะดีกับไทยที่ยังไม่ได้เข้าร่วม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯน่าจะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลดีให้ค่าเงินบาทอ่อนลง และไทยส่งออกมากขึ้น “ตลาดหุ้นไทยคงได้รับผลกระทบโดยตรงไม่มาก แต่มีผลทางอ้อม ที่กระแสเงินทุนบางส่วนคงกลับมาลงทุนตลาดเกิดใหม่ และไทยกลับสู่โหมดอิงปัจจัยในประเทศเหมือนเดิม แต่หากนายทรัมป์ชนะ ทันทีที่โลกรู้ ในระยะสั้นคงโกลาหล หุ้นคงตกทั่วโลก เพราะไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากนั้น ค่อยมาดูว่านายทรัมป์จะทำอะไรได้จริงแค่ไหน”

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากนางคลินตันชนะ น่าจะเจรจาด้านความมั่นคงได้ดีกว่า เพราะมีประสบการณ์มากกว่า “ถ้านางคลินตันได้เป็นประธานาธิบดีไทยและชาวโลกอาจสบายใจมากกว่า เพราะมีประสบการณ์มากกว่า แต่นายทรัมป์มีวิธีคิดที่กล้าเสี่ยงหวือหวา นโยบายต่างๆจึงมุ่งดูแลเฉพาะคนอเมริกัน ซึ่งเราไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับชาวโลก จึงน่ามีความเสี่ยงมากกว่าหากชนะการเลือกตั้ง อีกทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯอาจเกิดความไม่มั่นคง และอาจมีปัญหาเสถียรภาพทางการเงิน ที่สำคัญนายทรัมป์ไม่เอาทีพีพี แต่นางคลินตันคงเดินหน้าต่อทีพีพี และอาจแก้ไขบางประการ อย่างไรก็ตาม ผมมองว่า นางคลินตันน่าจะชนะ”

“คลินตัน” ชนะส่งออกไทยดี

ส่วนนายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หลังจากข้อกล่าวหาของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ตกไป คะแนนเสียงของนางคลินตันกลับมาเป็นบวกอีกรอบหนึ่ง หลังจากก่อนหน้านี้นำหน้านายทรัมป์ค่อนข้างห่างมาตลอด มั่นใจว่านางคลินตันจะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ “หากนางคลินตันได้เป็นประธานาธิบดี จะมีผลดีต่อธุรกิจการค้าของทั่วโลก เพราะมีนโยบายเปิดเสรีทางการค้า และเศรษฐกิจสหรัฐฯจะค่อยๆดีขึ้น ส่งผลดีให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เป็นจังหวะที่ไทยจะส่งออกไปสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ส่วนทีพีพียังมั่นใจว่านางคลินตันจะสานต่อยุทธศาสตร์การค้าที่นายโอบามาวางไว้”

แต่หากนายทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี สิ่งที่ภาคเอกชนเป็นห่วง คือ การกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะอาจมีการยกเลิกทีพีพี ซึ่งจะกระทบกับไทยคือ ตลาดส่งออกไปหลายๆประเทศที่เป็นสมาชิกทีพีพีอาจสูญหายไป รายได้จากการส่งออกก็จะลดลง เพราะไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหาร

ขณะที่นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทดิจิตอล เวนเจอร์ จำกัด กล่าวว่า ส่วนตัวอยากให้นางคลินตันได้รับเลือกตั้ง เพราะน่าจะไม่กระทบกับไทยมากนัก แต่หากนายทรัมป์ได้รับการเลือก ไทยน่าจะต้องรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯแน่ ซึ่งอาจจะดีหรือไม่ดีต่อไทยก็ได้

“การเลือกตั้งครั้งนี้สูสีมาก เพราะคะแนน นิยมนายทรัมป์เพิ่มขึ้นตลอด ไม่ว่าจะทำตัวแปลกขนาดไหน และจากการเดินทางไปสหรัฐฯ 4 ครั้งในปีนี้ คนอเมริกันบางกลุ่มซึ่งมีจำนวนไม่น้อย ไม่ได้สนใจนโยบายเท่าใด แต่เน้นต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะคนรายได้น้อย หากเลือกนางคลินตันทุกอย่างคงจะเหมือนเดิม แต่หากเลือกนายทรัมป์ อาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือโอกาสใหม่ๆ เหมือนกับที่ชาวอังกฤษเคยโหวตพลิกโผ ให้สหราชอาณาจักรต้องออกจากสหภาพยุโรป (อียู) สำเร็จมาแล้ว”

เชื่อ “ทรัมป์” ดันเศรษฐกิจหวือหวา

นายสมประวิณ มันประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเลือกตั้งสหรัฐฯน่าจะส่งผลกระทบจำกัดต่อเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าผู้สมัครฝ่ายใดจะชนะการเลือกตั้ง เพราะปัจจุบันแรงขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจไทยไม่ได้มาจากต่างประเทศ โดยอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มากนักในระยะสั้นผ่านตลาดเงินตลาดทุน สำหรับผลกระทบในระยะยาว ต้องดูว่า ผู้นำคนใหม่จะมีนโยบายแท้จริงอย่างไร การป้องกันทางการค้า และการกีดกันแรงงานจะเกิดขึ้นในภาพกว้างหรือไม่ หากนายทรัมป์ชนะ และกีดกันการค้าจริง คงกระทบการค้าโลกและไทย ซึ่งจากการศึกษาของบริษัทมูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสระบุว่า หากนายทรัมป์ชนะ เป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจระยะสั้นของสหรัฐฯจะเติบโตมาก แต่ในระยะยาวอาจจะเข้าสู่วิกฤติได้ และจะกระทบไปทั้งโลก รวมทั้งไทยด้วย

ส่วนนายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการ บริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กล่าวว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยคงไม่มีผลกระทบเท่าไร ส่วนตัวมองว่านโยบายของนางคลินตันจะเน้นเอาใจประชาชนระดับล่าง ส่วนนายทรัมป์จะเน้นเอาใจกลุ่มธุรกิจ เสมือนเป็นทุนนิยม หากนายทรัมป์ชนะภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศจะกระเตื้องหวือหวามากกว่านี้

ขณะที่นายไพบูลย์ กนกวัฒนาวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เท่าที่ได้พูดคุยกันกับกลุ่มนักธุรกิจ รวมถึงตน ต้องการให้นางคลินตัน เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ เพราะเป็น “พิราบขาว” หรือพวกนิยมสันติ ซึ่งจะคล้ายๆกับสมัยที่นายบิลล์ คลินตัน เป็นประธานาธิบดี ที่มีความประนีประนอมมากกว่าโดยนายทรัมป์เป็นคนไม่เกรงใจใคร คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จะทำอะไรก็ได้ และเป็นคนหัวสมัยใหม่ ซึ่งคำว่า “หัวสมัยใหม่” ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้ทุกอย่างก้าวหน้า อาจมีความรุนแรง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับสันติภาพโลก.

“กสิกรไทย-บล.ทิสโก้” ชี้ “โดนัลด์ ทรัมป์” คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หุ้นดาวโจนส์ดิ่งเหว ค่าเงินดอลลาร์อ่อนยวบ ตลาดเงิน-ตลาดทุนทั่วโลกปั่นป่วน... 7 พ.ย. 2559 23:26 8 พ.ย. 2559 09:26 ไทยรัฐ