วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รมว.ยุติธรรม เผยดีเอสไอรายงานผลสอบคดี 'ธัมมชโย' ครบหมดแล้ว

รมว.ยุติธรรม เผยดีเอสไอรายงานผลสอบคดี 'ธัมมชโย' ครบหมดแล้ว

  • Share:

บิ๊กต๊อก เผย อธิบดีดีเอสไอรายงานผลสอบคดี ธัมมชโย ประเด็นใหญ่ครบหมดแล้ว ระบุ อยู่ที่สังคมจะมองว่าใครถ่วงเวลา...

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.59 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคณะทำงานพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดี กรณีนายศุภชัย ศรีศุภอักษรผู้ต้องหาและอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กับพวก ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานฟอกเงิน และรับของโจรจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ในคดีพิเศษที่ 27/2559 ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นวันที่ 30 พ.ย.นี้ ว่าตนได้สอบถามไปยังพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนดคีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งก็ได้รับรายงานว่าในส่วนของดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งประเด็นใหญ่ที่เป็นประเด็นหลักนั้น สามารถสั่งฟ้องได้แล้ว

"ประเด็นใหญ่ที่มันเป็นประเด็นที่จะนำไปสู่การฟ้องศาลมันครบถ้วนหมดแล้ว แต่ถ้าจะไปมองเรื่องเล็กๆน้อยๆ เพิ่มนิดเพิ่มหน่อยมันไม่ใช่ปัจจัยหลักของข้อมูลที่จะต้องมีหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งสามารถไปว่ากันในชั้นศาลได้ ซึ่งเขาตอบผมมาอย่างนี้ จึงต้องไปถามอธิบดีดีเอสไอ ไม่ใช่มาถามผม เพราะผมไม่ใช่พนักงานสอบสวน"พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมมองว่าอาจเป็นการถ่วงเวลา พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ จะให้ตนไปพูดได้อย่างไรว่าใครถ่วง พร้อมกับย้อนถามผู้สื่อข่าว่าสรุปแล้วใครถ่วง พนักงานสอบสวนหรืออัยการถ่วง คือวันนี้สังคมกำลังพูดแบบคุณ ตนเป็นรัฐมนตรีก็มีหน้าที่คุมแค่นโยบาย ซึ่งก็ได้เรียกอธิบดีดีเอสไอมาสอบถามแล้ว

ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าสังคมก็จะพูดแบบที่พวกคุณพูด ซึ่งมันมีอยู่สองคนที่จะถ่วงคือพนักงานสอบสวนหรืออัยการ ถ้าเข้าใจว่าเป็นการถ่วง ดังนั้น ตนจะไปตอบได้อย่างไรว่าใครถ่วง เพราะมันเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ตนก็เข้าใจอย่างนี้ อย่างไรก็ตาม การที่อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องในคดีดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับการที่ดีเอสไอยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ซึ่งมันเป็นคนละประเด็นกัน

เมื่อถามต่อว่า ที่บอกว่าขาดประเด็นเล็กประเด็นน้อยคืออะไรบ้าง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตนไม่รู้ ต้องไปถามอธิบดีดีเอสไอ เขารายงานมาว่า มันเป็นประเด็นที่ไม่ใช่หัวใจหลัก ถ้าขาดปัจจัยหลักมันจะทำให้คดีมันฟ้องไม่ได้ ซึ่งเขาพูดอย่างนั้น ไม่ใช่ตนพูด

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า ผมจะไม่ทำอะไร เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม คุณคิดว่าพล.อ.ไพบูลย์ เป็นรัฐมนตรีจะทำอะไร ในเมื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จึงต้องไปถามอัยการกับพนักงานสอบสวน คุณจะให้รัฐมนตรีไปนั่งเป็นพนักงานสอบสวนเองหรือ ซึ่งมันทำไม่ได้ มันเป็นการไปก้าวก่ายการทำงานของเขาอีกทั้ง ทางอธิบดีเขาก็บอกผมมาแล้วว่าจุดแตกหัก จุดใหญ่ มันสอบสวนครบหมดแล้ว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้