วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนอดีตประกายแห่งดวงดาว MERCEDES BENZ 190SL

ย้อนอดีตประกายแห่งดวงดาว MERCEDES BENZ 190SL

  • Share:

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง บริษัท Mercedes Benz พยายามกอบกู้สถานะที่เคยมั่นคงตั้งแต่ช่วงก่อนสงครามให้ฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง การกอบกู้ฟื้นคืนสถานภาพของบริษัทเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากโรงงานและโชว์รูมของ Mercedes ในเยอรมนีถูกทำลายลงอย่างย่อยยับในช่วงท้ายของสงคราม แนวคิดผลิตรถสปอร์ตสองที่นั่งแบบเปิดหลังคาได้โดยเหนี่ยวนำเอาความงามของรูปโฉมในแบบสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนด้วยราคาขายที่ไม่แพงเสียบแทนที่รถสปอร์ตที่มีราคาสูงอย่าง 300SL ผู้บริหารของแบรนด์ตราดาวมอบหมายงานสร้างรถเล็กเปิดหลังคา โดยนำเอาเรือนร่างที่ลงตัวสุดๆ ของรถแข่งโมเดล 300 SLR มาเป็นต้นแบบแล้วทำการผสมผสานความลงตัวของ Mercedes Benz 300SL Roadster เพื่อคงความงดงามตามสไตล์และแบบฉบับผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วของค่ายดาวสามแฉกเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

Mercedes Benz 300SLR
Mercedes Benz 300SLR Roadster คือรถแข่งที่กลายมาเป็นสปอร์ตคาร์สมรรถนะสูง 300SL โดยสามารถกวาดแชมป์การแข่งขันรถยนต์ในทวีปยุโรปเป็นว่าเล่น

Mercedes Benz 300SL Gullwing
หลังจากความสำเร็จของ 300SLR รถสปอร์ตรุ่น 300SL ซึ่งเป็น DNA ที่ถ่ายทอดมาจาก SLR ก็ถูกผลิตออกมาวางขายในช่วงปี ค.ศ. 1954 นับเป็นรถสปอร์ตจากค่ายตราดาวที่มีประสิทธิภาพสูงในยุคนั้น ด้วยโครงสร้างและเทคโนโลยีใหม่หมด ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ fuel injection เป็นครั้งแรกในวงการยนตรกรรม รวมถึงการออกแบบประตูแบบปีกนกนางนวลหรือ Gullwing กับเรือนร่างที่ปราดเปรียวเพรียวลมในแบบเปิดประทุนโรดสเตอร์สองที่นั่ง หรือ Roadster ทำให้ Mercedes Benz 300SL ที่แปลงร่างมาจาก 300SLR ทั้งแบบ Coupe และ Roadster ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงกลางยุค 50'

Mercedes Benz 190SL R121
แม้จะไปได้ดีในตลาดรถสปอร์ตระดับสูงของโลกแห่งยานยนต์ในยุคนั้น แต่ราคาที่แพงมหาโหดของ Mercedes Benz 300SL ทำให้ผู้บริหารของแบรนด์ตราดาวเกิดความคิดที่จะทำรถสปอร์ตเปิดประทุนราคาถูกสำหรับคนทั่วไป นักออกแบบและวิศวกรตราดาวจึงทำการปรับโมเดลของรถสปอร์ตในตระกูล SL เพื่อทำให้รถรุ่นนี้มีราคาที่ถูกลงและทำให้คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้ 190SL จึงถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อกดราคาไม่ให้แพงมากจนเกินไป ราคาที่ต่ำลงทำให้มันสามารถแข่งขันกับรถสปอร์ตจากอิตาลีและอเมริกาได้อย่างไม่เคอะเขิน นักออกแบบและทีมวิศวกรของ Mercedes Benz พัฒนาโครงสร้างแบบ Ponton วางรูปแบบของแชสซี welded platform-type ทำการแยกซับเฟรมด้านหน้าให้รวมกับระบบกันสะเทือนเพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพในการทรงตัว แม้ระยะห่างของฐานล้อจะเท่ากับรุ่น 300SL แต่ขนาดความยาวของตัวถังใน รุ่น 190SL กลับสั้นกว่าเล็กน้อย รูปแบบคูเป้หลังคาแข็งและประตูแบบปีกนกของ 300SL เมื่อถูกปรับแก้ให้กลายเป็นรถที่มีขนาดเล็กกว่า โดยใช้รูปแบบโรดสเตอร์เปิดประทุนสองที่นั่งพร้อมกับหลังคาอ่อนซึ่งเป็นหลังคาผ้าใบแบบพับเก็บได้

ขุมกำลังของ Mercedes Benz 190SL วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง รหัส R121 ซึ่งในยุค 1955 นั้น เครื่อง M121 เป็นขุมกำลังที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ 300SL โดยลดจำนวนกระบอกสูบจาก 6 สูบมาเหลือแค่ 4 สูบ ความกว้างของกระบอกสูบ 85 มิลลิเมตร กับช่วงชักที่สั้นกว่าบนตัวเลข 86.3 มิลลิเมตร ทำให้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบตัวนี้เป็นเครื่องแบบชักสั้นดันเร็ว ปริมาตรความจุ 1,897 ซีซี ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ปใช้แคมแท่งเดี่ยวหรือ SOHC (ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป) ขับเพลาราวลิ้นเดี่ยวด้วยโซ่คู่ที่ทนทานแบบ Duplex chain driven overhead camshaft ระบบจ่ายเชื้อเพลิงใช้คาร์บูเรเตอร์คู่แบบทวินโช้คลิ้นคู่ของ Solex Caburator มีอัตราส่วนกำลังอัด 8.5:1 ซึ่งในยุค 50' นับว่าเป็นเครื่องยนต์เบนซินที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงมาก เครื่องยนต์ของ Mercedes Benz 190SL สร้างเรี่ยวแรงได้ 105 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 142 นิวตันเมตรที่ 3,200 รอบต่อนาที แม้จะมีกำลังพอตัว แต่เครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีความจุเพียงแค่ 1.9 ลิตรนั้นก็ไม่สามารถทำให้ 190 SL ที่มีน้ำหนักตัวถึง 1.2 ตัน ทะยานขึ้นสู่ทำเนียบรถแรงในยุคนั้นได้

ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ของ Mercedes Benz 190SL เป็นเกียร์ธรรมดาแบบ 4 สปีด fully synchronized อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 14.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 172 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 12.5 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร จุดเด่นของ Mercedes Benz 190 SL Roadster อยู่ตรงย่านของกำลังซึ่งแปรเป็นแรงบิดในระดับ 105 ปอนด์-ฟุต หรือ 142 นิวตันเมตรที่ 3,200 รอบต่อนาที รอบของการหมุนปานกลางที่ค่อนข้างสูงแสดงออกอย่างชัดแจ้งว่า 190SL เป็นรถสปอร์ตที่ขับขี่ได้ดี ให้อารมณ์รถโรดสเตอร์เปิดหลังคาจนกลายเป็นรถยอดนิยม น้ำหนักของคันเกียร์และแป้นคลัตช์ให้ความรู้สึกหนักหน่วงราวกับรถแข่ง เป็นเรื่องปกติในปี ค.ศ. 1955 จากเทคโนโลยีที่ยังไม่ก้าวไกลเท่าที่ควร อารมณ์การขับแบบรถเปิดหลังคากลายเป็นจุดดึงดูดลูกค้าของแบรนด์ตราดาวที่ต้องการรถสปอร์ตซึ่งให้ความแตกต่างทางด้านอารมณ์ของการควบคุม

รูปลักษณ์ที่แตกต่างจาก Mercedes Benz 300SL ตรงประตูทรงปกติที่เข้า-ออกจากรถได้สะดวกกว่าแม้จะไม่หล่อเหลาเท่าประตูทรงปีกนกนางนวลของ 300SL Coupe รวมถึงไม่มีช่องระบายความร้อนแบบเหงือกปลาฉลามใน 300SL Roadster แต่ฐานล้อกว้าง ตัวถังแบนและความต่ำเตี้ยทำให้ Mercedes Benz 190SL R121 มีมุมมองที่ปราดเปรียวเพรียวลมอยู่พอสมควร แม้ค่ายตราดาวจะบอกว่ามันเป็นสปอร์ตคาร์ที่คล่องแคล่วว่องไวซึ่งจะทำให้เจ้าของสามารถสนุกไปกับมันทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัยของ Mercedes Benz 190SL แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วโรดสเตอร์จากแบรนด์ตราดาวคันนี้กลับวิ่งได้ดีและขับได้สบายๆ ในสไตล์ GT เมื่อขับออกทางไกล จุดประสงค์ของหลังคาผ้าใบแบบเปิดประทุนเพื่อเปิดรับสายลมและแสงแดดอันสดชื่นในช่วงต้นฤดูหนาว สมรรถนะของเครื่องยนต์เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวทำได้แค่รถที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน เอาไปแข่งไปไล่กับรถสปอร์ตจากอิตาเลี่ยนในยุคนั้นคงลำบาก รถ Mercedes Benz 190SL ถูกเปิดผ้าคลุมในงาน New York Sport Car Show เมื่อปี 1954 หลังจากนั้นได้ย้ายวิกมาโชว์ตัวเป็นๆ ที่งาน Geneva Motor Show ในช่วงปลายปี 1954 ตามด้วยการวางขายในตลาดรถสปอร์ตทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทยโดยธนบุรีประกอบยนต์) นับเป็นยนตรกรรมแบบเปิดหลังคาที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับรถ Mercedes Benz 190SL สภาพสมบูรณ์มีราคาค่าตัวในปี 2016 ประมาณ 6-8 ล้านบาท แพงกว่ารถใหม่อย่าง SLC300 AMG Dynamic R172 ซึ่งมีราคาแค่ 3.9 ล้านบาทไปไกลลิบ ความคลาสสิกของตัวรถทำให้หา Mercedes Benz 190SL มือสองได้ยากเต็มทน เนื่องจากเจ้าของที่ครอบครองรถรุ่นนี้ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ แม้จะมีเงินมากองอยู่ตรงหน้าก็ตาม.


1955 MERCEDES BENZ 190SL R121 SPECIFICATIONS
Produced:..........................1955-1963
Engine:..............................4-cylinder-inline engine (four-stroke), front-mounted
Bore x Stroke:....................85mm x 83.6mm
Displacement:...................1897 cc
Max. Power @ rpm:..........105PS (77kW; 104hp) @ 5700
Max. Torque @ rpm:.........142Nm (105lbft) @ 3200
Compression Ratio:...........8.5: 1, from 09/59 8.8:1
Fuel feed:..........................twin two barrel sidedraft carburetors - Solex 44 PHH
Fuel tank capacity:............65L (17.2USgal; 14.3impgal)
Valve train:.........................SOHC, duplex chain
Cooling:............................Water
Gearbox:...........................4-speed manual, lever between seats rear-wheel drive, standard axle ratio 3.90:1
Electrical system:.............12-volt
Front suspension:.............Double wishbones, coil springs, stabilizing bar
Rear suspension::..............Swing axle, coil springs
Brakes:...............................Drum brakes ( 230mm), power assisted
Steering:...........................Recirculating ball steering
Body structure:................Sheet steel, uni-body construction
Dry weight:.......................1,160kg (2,560lb) (Hardtop: + 20kg (44lb))
Loaded weight:.................1,400kg (3,100lb), from 1961 1,440kg (3,170lb)
Track front/rear:................1,430mm (56.3in) 1,475mm (58.1in)
Wheelbase:........................2,400 mm (94.5in)
Length:..............................4,290mm (168.9in)
Width:................................1,740mm (68.5in)
Height:...............................1,320mm (52.0in)
Tyre/Tire sizes:..................6.40-13 Sport
Top speed:.........................171km/h (106mph)
Fuel Consumption (estimate):12.5 litres per 100 kilometres (22.6mpg-imp; 18.8mpg-US)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้