วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุทกพัฒน์-อุทยานฯ ปกป้องทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ตามแนวพระราชดำริ : ตั้งเครือข่าย "ป่าไม้หมู่บ้าน"

“ตอนที่ผมถวายงานใหม่ๆ พระองค์ทรงรับสั่งเป็นนัยสำคัญ เมื่อไหร่จะเห็นป่าไม้หมู่บ้านเสียที มีป่าไม้จังหวัดแล้ว นั่นหมายถึงทรงอยากให้ประชาชนลุกขึ้นมาทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และสื่อถึงว่าเมื่อไรประชาชนจะลุกขึ้นมาปกป้อง ลงมือฟื้นฟูป่าไม้ด้วยตัวเองนั่นเอง”

นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงงานสำคัญตามแนวพระราชดำริ พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงต้องการเห็น “ป่าไม้หมู่บ้าน” เกิดขึ้น โดยใช้แนวพระราชดำริ กรอบคิด กรอบงานและหลักการทรงงาน เช่น การพึ่งตนเอง คิดเชื่อมโยงกันใช้ธรรมชาติแก้ธรรมชาติ ลงมือทำและสร้างตัวอย่างความสำเร็จ สามารถถ่ายทอดและขยายผลความสำเร็จสู่พื้นที่อื่นๆ

ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ จึงร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาผืนป่าอนุรักษ์ของประเทศ ดำเนินการโครงการ “การพัฒนาและขยายผลเครือข่ายการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ตามแนวพระราชดำริ” เพื่อสร้าง “ป่าไม้หมู่บ้าน” ให้เกิดขึ้น

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุว่า แนวทางดำเนินงานร่วมกันระหว่างกรมอุทยานฯ กับมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ มี 3 แนวทาง คือ 1.จัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า อย่างมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชนและภาคประชาชน มีกระบวนการตั้งแต่สำรวจขอบเขตทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า จัดทำข้อมูลและแผนที่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าฟื้นฟู ป่าเศรษฐกิจ และป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 2.พัฒนาแนวหรือพื้นที่กันชน ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า เช่น การสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น สร้างฝายกักเก็บและตักตะกอน เพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำ เพิ่มแนวกันไฟป่าเปียก ปลูกต้นไม้ท้องถิ่นโตเร็วและสร้างแนวกันชน เพื่อป้องกันปัญหาการบุกรุกป่า และ 3.พัฒนาให้เหมาะสมตามภูมิสังคม บนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง ลงมือทำอย่างมีส่วนร่วมเพื่อสร้างตัวอย่างความสำเร็จ เพิ่มพื้นที่วนเกษตร มีกองทุนและเรือนเพาะกล้าพันธุ์ไม้ท้องถิ่น เกิดกลุ่มบริหารจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า มีกฎกติกา วิธีจัดการ แผนงานที่ชัดเจนและขยายผล สำเร็จ โดยกรมอุทยานฯ จะเลือกพื้นที่สร้าง “ป่าไม้หมู่บ้าน” ในป่าอนุรักษ์ ที่มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอยู่แล้ว

“กรมอุทยานฯ จะน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาดำเนินโครงการแบบรอบด้าน ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ป่า พัฒนาอนุรักษ์ เพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำ ดูแลทรัพยากรดิน น้ำ ป่า รวมทั้งให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืนและพึ่งพาตัวเองได้” อธิบดีกรมอุทยานฯระบุ

สอดคล้องกับที่ นายสุเมธ ระบุว่า โครงการป่าไม้หมู่บ้าน จะช่วยแก้ปัญหาการบุกรุกทำลายป่า กรมอุทยานฯ หรือกรมป่าไม้ ต่างก็ประสบปัญหาการบุกรุกของชาวบ้านไม่รู้จบมาตลอด ดังนั้น จะทำอย่างไร การจะเอาคนออกมาหมดบางแห่งทำได้ บางแห่งก็มีปัญหา ถ้าหากให้เขาอยู่กับป่าตามแนวพระราชดำริที่ได้เกิดขึ้นมานานแล้ว คงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีการขยายพื้นที่บุกรุกทำลายป่าออกไปอีก และต้องเพิ่มพื้นที่ป่า หากินกับป่าให้เกิดความยั่งยืนเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้ทั้งป่าทั้งคนอยู่ได้

ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ เล่าด้วยว่า ที่ผ่านมามีหลายเครือข่ายที่ประสบผลสำเร็จในการจัดการดิน น้ำ ป่า และพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริ ปัจจุบันมี 60 ชุมชนแกนนำ ในพื้นที่ 19 ลุ่มน้ำ และเตรียมขยายผลตามแนวพระราชดำริอีก 603 กว่าชุมชนทั่วประเทศ อย่างบ้านห้วยปลาหลด จ.ตาก มีการจัดการป่าอย่างยั่งยืนจากอดีตป่าเกลี้ยง ก็เหมือน จ.น่าน ในปัจจุบันที่มีหลายฝ่ายพยายามฟื้นฟูเขาหัวโล้น พระบาท สมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ บ้านห้วยปลาหลดเมื่อปี 2517 มีพระราชกระแสถ้าทำลายป่าอย่างนี้ ต่อไปอยู่ไม่ได้แล้ว โชคดีที่ชาวมูเซอดำน้อมนำคำแนะนำของพระองค์มาฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารจนอุดมสมบูรณ์ วันนี้มีน้ำใช้ตลอดปี การทำลายป่าหยุดลง และไม่ยอมให้ใครมาทำลาย เพราะป่าคือชีวิต น้ำคือชีวิต ความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ก็ดีขึ้น ไม่เป็นโปลิสจับขโมย

“ในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานแนวพระราชดำริ ในการให้ชาวบ้านรวมกัน ให้ประชาชนอยู่กับป่า แบบมีส่วนร่วมด้วยความร่าเริงใจ ไม่ต้องถูกขับไล่ ใช้ประโยชน์พื้นที่ที่อาศัยอยู่อย่างเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดปัญหาในพื้นที่อื่น มีรับสั่งด้วยว่าถ้าประชาชนไม่ร่วมมือ หรือลงมือทำด้วยการดำเนินการของหน่วยงานราชการคงสำเร็จได้ยาก” นายสุเมธกล่าวย้ำ

จากแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อให้เกิดโครงการพัฒนาและฟื้นฟูป่าไม้จำนวนมากทั่วประเทศ ด้วยทรงตระหนักว่า ป่าไม้มีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อมวลมนุษยชาติ และทรงเล็งเห็นว่าการจัดการทรัพยากรป่าไม้เกี่ยวโยงกับการอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำและดิน

สิ่งที่สำคัญจากนี้ คือการน้อมนำแนวพระราชดำริสู่การขยายแนวคิดเชิงปฏิบัติและลงมือทำอย่างเป็นรูปแบบ เพื่อใช้เป็นตัวอย่างขยายผลสำเร็จให้เกิดเครือข่ายการพัฒนาการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ตามแนวพระราชดำริ

เพื่อดูแลปกป้องทรัพยากรของชาติ ทั้งดิน น้ำ ป่า ได้อย่างยั่งยืน.

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

“ตอนที่ผมถวายงานใหม่ๆ พระองค์ทรงรับสั่งเป็นนัยสำคัญ เมื่อไหร่จะเห็นป่าไม้หมู่บ้านเสียที มีป่าไม้จังหวัดแล้ว นั่นหมายถึงทรงอยากให้ประชาชนลุกขึ้นมาทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 7 พ.ย. 2559 12:06 7 พ.ย. 2559 12:10 ไทยรัฐ