วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"มรดกโอบามา" สำเร็จหรือล้มเหลว

(แฟ้มภาพประธานาธิบดี บารัค โอบามา ของสหรัฐฯ นั่งทำงานในห้องทำงานรูปไข่ภายในทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โอบามาจะหมดวาระดำรงตำแหน่งในเดือน ม.ค.ปีหน้าหลังครองอำนาจครบ 2 สมัย)

ช่วงนี้ชาวอเมริกันกำลังลุ้นได้ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ ส่วนจะเป็นใครระหว่างนาง ฮิลลารี คลินตัน ผู้แทนพรรคเดโมแครตและนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนพรรครีพับลิกัน อีกไม่นานก็คงได้รู้กันแล้ว ขณะที่ผู้กำลังจะก้าวลงจากอำนาจหลังอยู่ยาวนาน 2 สมัยครบ 8 ปี อย่างประธานาธิบดี บารัค โอบามา ทิ้งผลงานชิ้นโบดำโบแดงทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลวอะไรไว้บ้างมาเอกซเรย์ดูกันเลย

โอบามาก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯสมัยแรกในปี 2551 ขณะอายุ 47 ปี สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ พร้อมสโลแกน “ความเปลี่ยนแปลง” (change) มุ่งขจัดความแตกแยกและยุติสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน มรดกตกทอดจากยุคอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู.บุช และยังชนะเลือกตั้งอีกสมัยในปี 2555

ส่วนที่เขียนจั่วหัวไว้เรื่องผลงานที่ทำสำเร็จและไม่สำเร็จนั้น...โอบามายังไม่ทันได้โชว์ฝีมืออะไรมากและเพิ่งขึ้นรับตำแหน่งได้ไม่กี่เดือน แต่คณะกรรมการพิจารณาตัดสินรางวัลโนเบลก็ได้มอบโนเบล สาขา “สันติภาพ” ให้ จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก ส่วนใหญ่ค้านเหตุผลของคณะกรรมการโนเบลและเห็นว่าให้รางวัลโนเบลโอบามาเร็วเกินไป

และเมื่อเข้าทำเนียบขาวแล้ว หนังโฆษณาที่ฉายไว้ล้วนกลายเป็นปัญหาติดๆขัดๆ ทั้งภาวะคนตกงาน สงครามในสมรภูมิอิรักและอัฟกานิสถาน ส่วนเรื่องการเมือง ซีก รีพับลิกัน กับเดโมแครต ยังชิงดีชิงเด่นกันไม่หยุด

โดยเฉพาะช่วงปลายปี 2556 คาบเกี่ยวปี 2557 เล่นการเมืองกันซะจนทำเอาประเทศเกือบเป็นอัมพาต รีพับลิกันและเดโมแครตเถียงไม่ยอมกันจน ก.ม.ปรับขยายเพดานหนี้คลอดเกือบไม่ทันกำหนดเส้นตายรวมทั้ง ก.ม.งบ-ประมาณแผ่นดิน โดยมี ก.ม.หลักประกันสุขภาพหรือ โอบามาแคร์ นโยบายระดับมาสเตอร์พีซของโอบามา เป็นเรื่องหลักที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน

ช่วงนั้นคนอเมริกันต้องลุ้นใจหายใจคว่ำกับความเสี่ยงภาวะ “ชัตดาวน์” หน่วยงานรัฐไม่มีงบสนับสนุน เจ้าหน้าที่ภาครัฐเสี่ยงกินแกลบ ประเทศเองก็เสี่ยงชักดาบจ่ายหนี้สาธารณะ กว่าจะผ่านมาได้ เล่นเอาเสียวกันทั้งโลก

ส่วนมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณทางการเงินหรือคิวอี อัดฉีดเงินเข้าระบบกระตุ้นเศรษฐกิจของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในยุคโอบามา ตัวเลขจีดีพียังเดินต้วมเตี้ยมโตไม่ชัด เศรษฐกิจจึงมีแต่ทรงกับทรุด

ขณะที่สเตตัส “มหาอำนาจหมายเลข 1 ของโลก” ของสหรัฐฯก็มาสะเทือนในยุคโอบามา ถูกทาบบารมีกันเห็นๆจากการผงาดขึ้นเป็นใหญ่ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ต่างกระชับอำนาจได้ทั้งภายในและเวทีระดับโลก

ดวงเมืองของจีนกับรัสเซียจึงข่มดวงเมืองสหรัฐฯได้เกือบมิด

ตัวอย่างจุดอ่อนชัดที่สุดของโอบามาคือ สงครามกลางเมืองซีเรีย ไม่รู้เป็นเพราะมีโนเบลสันติภาพค้ำคออยู่หรือเปล่า ทำให้โอบามาเลือกไม่ แทรกแซง เอง แต่เลือกเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ทำให้เกิดสงครามตัวแทนที่อีกฝ่ายได้รับการสนับสนุนจาก รัสเซีย การสู้รบยิ่งยืดเยื้อ ผู้คนล้มตายและอพยพพลัดถิ่นเรือนแสนเรือนล้าน และยังทำให้กลุ่มนักรบจีฮัดโดยเฉพาะ กองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ฉวยโอกาสช่องว่างสุญญากาศ แผ่ขยายอิทธิพลกลายเป็นภัยคุกคามทั่วโลกในปัจจุบันจนคนลืมไปแล้วว่ายุคโอบามาเคยได้เด็ดชีพผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดา อย่าง โอซามา บินลาดิน มาแล้ว

นโยบาย “ปักหมุดเอเชีย” ของโอบามายิ่งแล้วใหญ่ จีนแผ่อิทธิพลล้ำหน้าไปหลายขุม ล่าสุดสหรัฐฯยังถูกพันธมิตรเก่าที่ใครหลายคนเคยมองเป็นลูกแหง่ของสหรัฐฯอย่าง ฟิลิปปินส์ มาในยุคประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต กลับด่าเช้าด่าเย็นไม่ไว้หน้าลูกพี่เก่าเลย

บ่งบอกมนต์ขลังมหาอำนาจเริ่มเสื่อม!

ส่วนเรื่องที่ดูเป็นความสำเร็จของโอบามาชัดที่สุดเห็นจะเป็นข้อตกลงสู้โลกร้อนฉบับใหม่ “ข้อตกลงปารีส” ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นความสำเร็จอย่างเท่ที่ได้ร่วมผลักดันแผนกู้โลกจากความเปลี่ยน

แปลงสภาพอากาศ แต่ถ้าการเมืองสหรัฐฯพลิกขั้ว ฝ่ายรีพับลิกันขึ้นมาเป็นใหญ่แทน ความร่วมไม้ร่วมมือในข้อตกลงปารีสที่สหรัฐฯในยุคของโอบามาได้ให้สัญญาไว้ก็อาจเป็นหมัน

ขณะที่กรณีนางคลินตันได้ประกาศจะเดินหน้าทำนโยบายเก่าของโอบามา หากชนะเลือกตั้ง แม้ได้ใจชาวอเมริกันฝ่ายเสรีนิยม แต่สำหรับกลุ่มคนหัวอนุรักษนิยมแล้ว! คงไม่อยากเห็นสหรัฐฯตกเป็นเบี้ยล่างใครอื่นอีกแล้ว.

ทีมข่าวต่างประเทศ

ช่วงนี้ชาวอเมริกันกำลังลุ้นได้ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ ส่วนจะเป็นใครระหว่างนาง ฮิลลารี คลินตัน ผู้แทนพรรคเดโมแครตและนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนพรรครีพับลิกัน อีกไม่นานก็คงได้รู้กันแล้ว 7 พ.ย. 2559 10:59 7 พ.ย. 2559 14:17 ไทยรัฐ