วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯวันนี้ สงครามสีเขย่าโลก

การหย่อนบัตรเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นำหมายเลขหนึ่ง ของโลก จะเริ่มขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายน (เวลาในสหรัฐฯ) ตรงกับเช้าวันที่ 9 พฤศจิกายน (เวลาในไทย) แต่วันเสาร์ที่ผ่านมา การเลือกตั้งล่วงหน้าได้เริ่มขึ้นแล้ว มีชาวอเมริกันเกือบ 40 ล้านคน ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า และมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 18 ล้านคน ใน 12 รัฐ ที่คะแนนเสียงยังสูสีกันระหว่าง นางฮิลลารี คลินตัน พรรคเดโมแครต กับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ พรรครีพับลิกัน

ศึกเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯในครั้งนี้ ถือเป็น “สงครามสีทางการเมือง” ที่ใหญ่ที่สุดในโลกระหว่าง “สีน้ำเงิน” พรรคเดโมแครต กับ “สีแดง” พรรครีพับลิกัน

ผลโพลล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน ของ สำนักข่าวบีบีซี อังกฤษ ที่เรียกว่า “Poll of Polls” โดยนำผลโพลระดับประเทศ 5 โพลของสหรัฐฯมาเขย่าทำโพลอีกครั้งพบว่า ฮิลลารี คลินตัน นำ โดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ 46 ต่อ 44 เปอร์เซ็นต์ และผลโพลของ นสพ.นิวยอร์ก ไทม์ ล่าสุดก็พบว่า คลินตัน นำ ทรัมป์ อยู่ 45.6 ต่อ 43.2 เปอร์เซ็นต์ และระบุว่า ฮิลลารี คลินตัน มีโอกาสที่จะชนะถึง 84 เปอร์เซ็นต์

ผู้ชนะได้รับเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะต้องได้เสียง อิเล็กทอรัล โหวต เกินครึ่ง คือ 270 เสียง ซึ่ง เอ็นบีซี นิวส์ ได้ประเมินเสียงล่าสุดพบว่า คลินตัน ได้คะแนนเสียง อิเล็กทอรัล โหวต ที่แน่นอนแล้ว 182 เสียง และมีแนวโน้มจะได้อีก 82 เสียง รวมเป็น 284 เสียง

ขณะที่ ทรัมป์ ได้ อิเล็กทอรัล โหวต ที่แน่นอนแล้วเพียง 71 เสียง และมีแนวโน้มจะได้อีก 109 เสียง รวมเป็น 180 เสียง

เอาเป็นว่า ผมเชื่อโพลเมืองนอก ที่มีการกลั่นกรองไม่รู้กี่โพล ฮิลลารี คลินตัน จะชนะการเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ค่อน ข้างแน่นอน แต่เธอจะไม่ได้นั่งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯอย่างสงบ การเมืองสหรัฐฯได้เข้าสู่ “การเมืองน้ำเน่า” แบบ “การเมืองในโลกที่ 3” ไปแล้ว มีเกจิการเมืองในสหรัฐฯวิเคราะห์ว่า เมื่อ ฮิลลารี คลินตัน ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เธอจะถูกตรวจสอบเรื่องอีเมลรั่วอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวส่งเรื่องอีเมลที่เป็นความลับของรัฐบาล ไปจนถึงอีเมลที่ถูกวิกิลีกส์แฮกไปแฉ

เกจิการเมืองสหรัฐฯระบุว่า รัฐสภา จะเป็น ทุ่งสังหาร หรือ Killing Field สำหรับ ฮิลลารี คลินตัน เธอจะถูกรัฐสภาสอบสวนเรื่องอีเมล นโยบายต่างๆจะถูกตรวจสอบจากรัฐสภา ยิ่งมีข่าวว่า ประเทศรัสเซีย คู่กัดของ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา พรรคเดโมแครต ยืนอยู่ข้าง โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยิ่ง ทำให้ ฮิลลารี คลินตัน เหนื่อยมากขึ้นในการบริหารประเทศทุกด้าน

ก็ไม่รู้ การเมืองสหรัฐฯ ที่เป็น แม่แบบประชาธิปไตยโลก มาหลาย ร้อยปี จะกลับไปสู่ “การเมืองน้ำเน่า” เหมือน ประเทศด้อยพัฒนา ได้อย่างไร น่าเศร้าใจจริงๆ

ถ้า ฮิลลารี คลินตัน ได้รับเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ข้อหนึ่งที่เป็น ผลดีต่อประเทศไทย ก็คือ เธอจะเลื่อนการใช้ข้อตกลง TPP หรือ ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก 12 ชาติ ของ บารัค โอบามา ซึ่งครอบคลุมเศรษฐกิจถึง 40% ของ GDP โลก ออกไป ซึ่งจะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านไทยที่เป็นสมาชิกทีพีพี เช่น เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ รวมทั้ง ญี่ปุ่น ด้วย ไม่ได้เปรียบประเทศไทย เพราะไทยไม่ได้เป็นสมาชิกข้อตกลงนี้ ซึ่งมีเป้าหมายกีดกันทาง การค้าประเทศจีน

เมื่อ ข้อตกลงทีพีพีไม่มีผลบังคับใช้ อย่างน้อยก็อีกหลายปี ผมเชื่อว่า การส่งออกของไทยซึ่งมีสัดส่วนถึง 70% ของจีดีพีก็น่าจะดีขึ้น เพราะประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่งสำคัญอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ไม่ได้เปรียบประเทศไทย

เมื่อ ฮิลลารี คลินตัน ได้รับเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เธอจะเป็น ผู้นำหญิงคนล่าสุดของโลก และเป็น ผู้นำหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง มีอิทธิพลยิ่งกว่า นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ผมขออวยพรให้เธอโชคดีครับ ยังไงก็ดีกว่าทรัมป์.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

7 พ.ย. 2559 10:50 7 พ.ย. 2559 10:50 ไทยรัฐ