วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วางแผนป้องกันไว้ก่อน

โดย สหบาท

หลังการข่าวความมั่นคงเตือนจะมีเหตุวินาศกรรมกลางเมืองหลวงและปริมณฑล

มีการสั่งจับตารถต้องสงสัยที่ผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ประกอบ “คาร์บอมบ์” อย่างน้อย 2 คัน เป็นรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด และรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน

ตำรวจทุกหน่วยต้องเพิ่มมาตรการเข้มตามคำสั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดปริมณฑล มีเส้นทางจากภาคใต้เข้า กทม.บอกว่า สิ่งที่กังวลรองจากเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน คือ เรื่องของความมั่นคงที่เกิดขึ้นในพื้นที่

อย่างกรณีระเบิดที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดชุดปฏิบัติร่วมทุกฝ่ายตั้งแต่ต้น กระทั่งสืบสวนสอบสวนติดตามคลี่คลายจนเห็นภาพใบหน้าคนร้ายอย่างชัดแจ้ง

เพราะได้รับความร่วมมือจาก ส่วนราชการท้องถิ่น ที่ติดกล้องซีซีทีวีจับภาพผู้ต้องสงสัยตั้งแต่เริ่มลงจากรถในพื้นที่เพื่อก่อเหตุแล้วขึ้นรถกลับ

“บางคนอาจจะมองว่า ไม่รอบคอบ ก็ต้องยอมรับ เพราะปกติเหตุที่จะขึ้นมาเกิดข้างบนนี่น้อยมาก ผมเองก็ปฏิบัติงานในพื้นที่นี้มานานพอควร ก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะมาเกิดขึ้น” พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ระบายความรู้สึก

“พอเกิดแล้วก็ต้องหามาตรการป้องกัน แม้อาจถูกมองว่า เป็นมาตรการวัวหายล้อมคอก แต่ต้องยอมรับสภาพ”

เจ้าตัวถึงกำชับตำรวจ บช.ภ.7ให้ทำงานหนักมากขึ้น ป้องกันไม่ให้เหตุเกิดซ้ำรอย

มอบนโยบายตั้งด่านตรวจค้น “เอกซเรย์พื้นที่” เข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง ตำรวจทุกนายต้องระดมกำลังสุดความสามารถ ควบคู่กับการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มตามเส้นทางสายหลัก และสายรองเข้าสู่เมืองหลวง

วางกำลังป้องกันทุกวิถีทาง พยายามทำให้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ยังส่งชุดสืบสวนประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมออกหาข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถต้องสงสัย บุคคลเฝ้าระวัง

เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนป้องกันและติดตามจับกุม

คือความตั้งใจของผู้นำตำรวจภูธรภาค 7.

สหบาท

7 พ.ย. 2559 09:47 7 พ.ย. 2559 09:47 ไทยรัฐ


advertisement