วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เงินเดือนส.ส. จ่าย3แสน หวังมีจริยธรรม

เงินเดือนส.ส. จ่าย3แสน หวังมีจริยธรรม

  • Share:
ความฝัน อนุสปท. ใช้บังคับในอีก5ปี

“หมอวรงค์” ขย่ม “ยิ่งลักษณ์” เลือดเย็น ซื้อข้าวมาขายถูก ซ้ำเติมทุบราคาข้าวหอมมะลิเจ๊ง ซัดจัดฉากรับซื้อชาวนา แต่แพ็กเกจเหมือนมาจากโรงสี จี้ “บิ๊กตู่” ตรวจสอบถล่มตลาดข้าวปั่นป่วน “เพื่อไทย” ดาหน้าโต้ ยันอิงราคาตลาด อัดกลับมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ “ไก่อู” แจงนายกฯ ไม่อยากเสียเวลาขัดแย้งกับใคร จัดชุดปฏิบัติการตำบลกล่อมชาวบ้านปลูกพืชทดแทน “มีชัย” กำชับ กรธ. ปรับเข้มข้นเนื้อหากฎหมายลูก สปท.การเมืองชงกลไกเฟ้นผู้สมัคร ส.ส.-ผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ดันปรับขึ้นเงินเดือน รมต.-ส.ส.รับ 2-3 แสนบาท เทียบเท่าองค์การมหาชน เลี่ยงครหาให้บังคับใช้หลังจากนี้ 5 ปี

จากกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี นำข้าวสารหอมมะลิที่รับซื้อจากชาวนามาขายกิโลกรัมละ 20 บาท เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการสร้างภาพ ล่าสุดนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตรวจสอบเพราะถือเป็นการทุบราคาข้าวให้ตกต่ำยิ่งขึ้น

“วรงค์” ฉะ “ปู” เลือดเย็นทุบราคาข้าว

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ “รัฐบาลต้องตรวจสอบขบวนการถล่มราคาข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์” ว่า ซีรีส์ถล่มราคาข้าวหอมมะลิอย่างเลือดเย็น หวังผลทางการเมือง สั่นคลอนรัฐบาลจบลงสมบูรณ์ในเย็นวันที่ 5 พ.ย. สิ่งที่ประชาชนควรรับรู้คือ 1. การขายข้าวสารหอมมะลิราคาถูก กก. ละ 20 บาท ของชาวนาที่อุบลราชธานี ได้รับการยืนยันจากชาวอุบลฯ ว่าเป็นการจัดฉากจริง 2. น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่าซื้อข้าวสารหอมมะลิจากชาวนา 10 ตัน และอดีต ส.ส.ซื้อจากชาวนาอีก 10 ตัน แต่รูปแบบการบรรจุ ไม่น่าใช่ข้าวสารจากชาวนา ต้องเป็นโรงสีขนาดใหญ่เพื่อส่งต่อลูกค้าและต่างประเทศ 3.การขายข้าวสารหอมมะลิเพียง กก.ละ 20 บาท ขณะที่ราคาทั่วไป กก.30-35 บาท เท่ากับเป็นการทุบราคาข้าวสารหอมมะลิอย่างเลือดเย็นที่สุด แม้จะชี้แจงว่าเป็นข้าวไม่ได้คัดเกรด ข้าวชาวนาที่ไหนเขาคัดเกรด ยิ่งขัดแย้งกับสิ่งที่เคยพูด

จี้ “บิ๊กตู่” สอบจัดฉากซื้อข้าวโรงสี

นพ.วรงค์ ระบุต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องตรวจสอบและชี้แจงประชาชนคือ 1. ชาวนาที่มาจากหลายที่มีการจัดตั้งอย่างไร มีทีมงานนักการเมือง แต่ทำตัวเป็นชาวนาสร้างเหตุการณ์ป่วนตลาดข้าวใช่หรือไม่ แต่ละคนชื่ออะไร บทบาทเป็นอย่างไร 2. ข้าวสารหอมมะลิที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยซื้อมารวม 20 ตัน ซื้อมาจากโรงสีเดียวทั้งหมดหรือไม่ ชื่ออะไร 3.ซื้อมาราคาเท่าไร ต่ำกว่าราคาที่ควรจะขายต่อหรือไม่ 4. น.ส.ยิ่งลักษณ์โฆษณาว่ารับซื้อข้าวมาจากชาวนา ถ้าซื้อข้าวจากโรงสีเท่ากับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์โกหกประชาชน ขอเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงโดยด่วน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นตลาดข้าวกลับคืนมา ชาวนาจะได้หูตาสว่างว่าใครกันแน่ที่ประสงค์ร้ายต่อชาวนา

จวก พท.เบี่ยงประเด็นตีสองหน้า

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ ร.ท.หญิง สุนิสา เลิศภควัต ทีมสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ใจแคบ ไร้มาตรการช่วยแก้ไขปัญหาให้ชาวนาและหากไม่ช่วยก็ลาออกไปว่า เป็นการพยายามเบี่ยงเบนประเด็นราคาข้าวตกต่ำเชื่อมโยงการเมือง เป็นการตีสองหน้าสร้างข่าวผ่านสื่อเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลนี้ ทางหนึ่งสร้างภาพให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงพื้นที่ไปซื้อข้าวจากชาวนาราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น และจัดอีเวนต์ขายข้าว 20 ตัน หมดใน 1 ชั่วโมง อีกด้านก็ให้ ร.ท.หญิง สุนิสา มาโจมตีรัฐบาล กลบเกลื่อนความผิดพลาดในโครงการรับจำนำข้าวจนประเทศ ชาติเสียหายร่วม 9 แสนล้านบาท

“วิม” โต้ซื้อข้าวตามราคาตลาด

ด้านนายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าการช่วยชาวนาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นการจัดฉากและขาย กก.ละ 20 บาท เป็นการทุบราคาข้าวหอมมะลิว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานีและสุรินทร์ เป็นการซื้อทั้งข้าวสารหอมมะลิที่ชาวนาสีมาเอง และซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิ จากนั้นขอให้โรงสีชุมชนเป็นผู้สี แล้วส่งมาขาย กทม. จึงไม่ได้คัดเกรดเหมือนในห้างสรรพสินค้า ชาวนาขายให้ กก.ละ 20 บาท นำมาขาย กก.ละ 20 บาทในราคาต้นทุน ข้าวเปลือกหอมมะลิในพื้นที่ กก.ละ 6.70 บาท ถ้าตากแล้ว กก.ละ 8 บาท ไปรับซื้อข้าวไม่ได้ต่ำกว่าตลาด นพ.วรงค์ควรไปทำหน้าที่อดีต ส.ส.พิษณุโลก ลงไปดูแลความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่บ้างก็ดี ตอนนี้ข้าวที่ จ.พิษณุโลก กำลังจะเก็บเกี่ยวแล้ว

ทยอยส่งเข้ากรุงขายอีกลอต

นายวิมกล่าวว่า ส่วนที่ นพ.วรงค์สงสัยซื้อข้าวถุงจากโรงสีขนาดใหญ่มาขายนั้น หาก นพ.วรงค์ติดตามข่าวจะเห็นภาพมีประชาชนมาช่วยกันบรรจุและจะเห็นภาพอดีตนายกฯโพสต์เฟซบุ๊กช่วยชาวบ้านชั่งข้าวให้ได้ถุงละ 5 กก. และเวลานี้ได้มีกลุ่มชาวนา กลุ่มลูกชาวนา และกลุ่มที่ขายข้าวผ่านทางโซเซียลมีเดีย เห็นว่าการขายข้าวที่แฟชั่นไอส์แลนด์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์สามารถเชิญชวนประชาชนมาซื้อข้าวได้เป็นจำนวนมาก การขายผ่านโซเซียลมีเดียขายได้น้อย มีค่าใช้จ่ายส่งถึงผู้รับ ได้ติดต่อมาขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ช่วยประชาสัมพันธ์มาซื้อผ่านทางเพจ และประสานหาจุดขายให้ กลุ่มเกษตรกรจะเป็นผู้ขายเอง ขณะนี้ข้าวสารหอมมะลิบางส่วนจาก จ.ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ มหาสารคาม สุรินทร์ กำลังทยอยขนส่งใกล้ถึง กทม.แล้ว หากข้าวมีปริมาณมากพอสามารถขายให้ประชาชนได้ อดีตนายกฯจะกำหนดพื้นที่ขายให้ชาวนาใน กทม.อีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ และอาจลงช่วยขายด้วย

ซัดมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ นพ.วรงค์ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ซื้อข้าวมาขายต่อ กก.ละ 20 บาท เป็นการทุบราคาอย่างใจร้ายที่สุดนั้น พอขายเท่าทุนบอกทุบราคา ขายเอากำไรก็บอกเอาเปรียบชาวนา เป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องทำใจ ไม่มีทางทำให้ นพ.วรงค์พอใจ ติทุกเรื่อง คนจะได้เห็นว่า นพ.วรงค์เป็นคนอย่างไร ต้องการอะไรจากสังคม เอาเวลาไปช่วยชาวนาบ้าง ข้าวลอตใหม่กำลังจะออกมาจะวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างไร วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ ถ้าสิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำแล้วเกิดกระแส ผู้คนในสังคมลุกขึ้นมาช่วยชาวนากันทั้งประเทศ นึกไม่ออกว่า นพ.วรงค์จะอยู่อย่างไร มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ ชาวบ้านเขาเบื่อ

อัดคิดในมุมมืดเกินเยียวยา

ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขายข้าว กก.ราคา 20 บาท เพื่อให้เห็นว่าถ้าชาวนาจะขายตรงก็ทำได้ในราคานี้ เพราะโรงสีซื้อข้าวที่หักความชื้นแล้ว กก.ละ 7 บาท ถ้าข้าวตากแห้งอยู่ที่ 10-11 บาท การนำมาขายแบบนี้จึงได้ราคาดีกว่า แม้ราคาข้าวจะตก แต่ข้าวในห้างสรรพสินค้ายังราคาเท่าเดิมอยู่ การที่ นพ.วรงค์มาพูดเช่นนี้ กลัวนายทุนขายข้าวสารเดือดร้อนหรือไม่ ไม่ทราบได้ ตนมุ่งไปที่ประชาชน ไม่ชี้แจงกับ นพ.วรงค์ เพราะคิดมุมมืดมาตลอดเกินเยียวยาไปแล้ว พรรคเพื่อไทย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ทำอะไรผิด หากจะผิดก็คงผิดใจคนบางคนบางกลุ่มที่คอยกระแนะกระแหน ไม่ยอมทำอะไร มองแต่คนอื่นผิดตลอด ประเภทความผิดคนอื่นดุจขุนเขา ความผิดตัวเองดั่งปุยนุ่น

บี้รัฐบาลเร่งช่วยก่อนข้าวทะลัก

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำว่า แม้รัฐบาลจะมีมาตรการออกมาแล้ว แต่ประชาชนในพื้นที่ จ.ลพบุรี ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ชาวนาที่เก็บเกี่ยวแล้วยังต้องนำข้าวเปลือกไปขายให้กับโรงสีในราคาต่ำอยู่ อีกไม่นานผลผลิตทั้งหมดจะออกมา จึงอยากให้รัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนและเร่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐในพื้นที่ให้ลงไปช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจะส่งผลกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก

แนะรัฐปฏิรูปเกษตรทั้งระบบ

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวถึงปัญหาราคาข้าวตกต่ำว่า ราคาข้าวตกต่ำปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากข้าวล้นสต๊อกในโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดของรัฐบาลเก่ายังขายไม่ออก น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยต้องยอมรับความจริง อย่าตัดตอนปัญหา รัฐบาลควรแปรวิกฤติเป็นโอกาส ทำแผนปฏิรูประบบข้าวและภาคการเกษตรทั้งระบบครบวงจร ไม่เช่นนั้นเรื่องข้าวและปัญหาชาวนาจะถูกนำไปใช้ชิงความได้เปรียบทางการเมืองตลอดเวลา ไทยกำลังเขียนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วิกฤติครั้งนี้รัฐบาลต้องลงมือปฏิรูปวางแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว ระดมความเห็นทุกภาคส่วน บางมาตรการอาจไม่ถูกใจชาวนาในระยะสั้น แต่ช่วยชาวนาระยะยาวได้ ต้องกล้าทำ

โพลให้ยุติสาดโคลนมาลงมือช่วย

วันเดียวกัน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล โดยชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “โพลความเดือดร้อนของชาวนาในสายตาประชาชน” กรณีศึกษา 1,341 กลุ่มตัวอย่างระหว่างวันที่ 1-5 พ.ย.พบว่า สาเหตุของปัญหาความเดือดร้อนของชาวนา ร้อยละ 42.6 ระบุต้นเหตุมาจากกลไกตลาดไม่มีประสิทธิภาพ รองลงมาคือ ร้อยละ 27.9 ระบุเกมการเมือง ร้อยละ 26.5 ระบุกลุ่มนายทุนเสียประโยชน์ และเพียงร้อยละ 3 ระบุจากตัวชาวนาเอง ร้อยละ 94.7 ระบุเห็นด้วยที่รัฐบาลควรลงพื้นที่รับฟังข้อมูลและเข้าถึงปัญหาของชาวนาโดยตรงไม่ต้องผ่านตัวแทน ขณะที่ร้อยละ 97.7 ระบุเห็นด้วยที่ทุกฝ่ายควรหยุดพูดใส่ร้ายต่อกันและหันมาสนใจแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนา นอกจากนี้ร้อยละ 90.4 เห็นด้วยที่รัฐบาลควรส่งเสริมให้หน่วยงานราชการในพื้นที่แต่ละจังหวัดซื้อข้าวจากชาวนาได้โดยตรง ขณะที่ร้อยละ 90.7 เห็นด้วยที่รัฐบาลควรลงทุนสนับสนุนอาชีพชาวนาโดยการลงทุนรถเกี่ยวข้าว มีลานตากข้าว มีโรงสีข้าว มีบรรจุหีบห่อ และช่องทางจัดจำหน่ายในแต่ละพื้นที่ของจังหวัด

นายกฯไม่ขอเสียเวลาขัดแย้งใคร

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากขอบคุณประชาชนและทุกหน่วยงานที่ร่วมกับรัฐบาลให้ความช่วยเหลือชาวนา ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนหนึ่งคนใด ถือว่าร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และฝากขอบคุณนายกสมาคมโรงสีข้าว พ่อค้าคนกลางและโรงสีทั้งหลายที่ออกมาร่วมด้วยช่วยกัน ไม่กดราคารับซื้อข้าว นายกฯย้ำไม่อยากเสียเวลาขัดแย้งกับใคร อยากให้คนไทยเปลี่ยนวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส ร่วมแก้ปัญหาในระยะยาว ป้องกันการเอาเปรียบจากนายทุน ชาวนาที่เดือดร้อนถูกเอาเปรียบให้แจ้งเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ หรือหน่วยทหารในพื้นที่ รัฐบาลจะจัดชุดปฏิบัติการตำบล (ชปต.) ลงพื้นที่ให้คำแนะนำเช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูก การลดต้นทุนการผลิต การจัดหาตลาดโดยตรง


ทหารสระแก้วลงแขกเกี่ยวข้าว

ส่วนที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.ต.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.กกล.บูรพา สั่งการให้ พ.อ.นิโรธ ทองม่วง ผบ.ฉก.กรมทพ.12 กกล.บูรพา จัดกำลังพลไปช่วยลงแขกเกี่ยวข้าวช่วยชาวนารวม 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 3 และหมู่ 4 ต.ผ่านศึก และหมู่ 2 ต.ท่าข้าม โดย พ.อ.นิโรธเปิดเผยว่า ทหารจะออกช่วยชาวนาในทุกมิติ นอกจากช่วยเกี่ยวข้าวแล้วจะนำยานพาหนะของกองร้อยทหารพรานมาช่วยขนข้าวจากแปลงนามาตากเพื่อลดความชื้น เสร็จแล้วนำข้าวไปสีที่โรงสีชุมชน พร้อมประสานผู้ประกอบการค้า โรงงานขนาดพื้นที่รอบตลาดโรงเกลือมาช่วยซื้อข้าวสารจากชาวนาโดยตรง ทำให้ได้ราคาสูงขึ้นเป็นที่พอใจของชาวนา

ร้านเครื่องไฟฟ้าซื้อข้าวแจกลูกค้า

ร้านเส่งฮวดคลังไฟฟ้า อ.เมืองชัยนาท เปิดพื้นที่ให้ชาวนานำข้าวสารหอมมะลิมาวางขายฟรีตั้งแต่เริ่มเปิดยันปิดร้าน โดยนายธเนศ นิลสุวรรณวงษ์ เจ้าของร้านเส่งฮวดคลังไฟฟ้า กล่าวว่า ทางร้านเล็งเห็นความยากลำบากของชาวนา เพราะราคาข้าวตกต่ำอย่างมาก เลยอยากเป็นสื่อกลางช่วยชาวนาขายข้าว เนื่องจากร้านตั้งอยู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ มีคนพลุกพล่าน ทำให้ขายข้าวได้มาก และยังช่วยอุดหนุนซื้อข้าวแจกลูกค้าอีกทาง ใครมาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะได้ข้าวฟรี 1 กก.กลับบ้าน

กรธ.ใส่เนื้อหา ก.ม.ลูกเข้มข้น

อีกเรื่องหนึ่ง นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะ กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อจากสัปดาห์ที่ผ่านมา คืบหน้าไปแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการพิจารณา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง คณะอนุกรรมาธิการฯที่รับผิดชอบกำลังพิจารณา โดยจะรายงานความคืบหน้าให้ กรธ. หารือต่อ เพราะนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการฯที่รับผิดชอบไปดูหลักกฎหมายเดิม และดูรัฐธรรมนูญปี 50 ประกอบการร่าง นำหลักการสำคัญมาเปรียบเทียบปรับแก้ให้เข้มข้น เหมาะสมกับการปฏิรูปด้วย ส่วนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนภาคต่างๆ คณะอนุกรรมาธิการ รับฟังความเห็นฯ เร่งรวบรวมข้อสรุปเสนอต่อที่ประชุม กรธ. รวมทั้งวันที่ 16 พ.ย. กรธ.จะจัดรับฟังความเห็นเรื่อง พ.ร.บ.ว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และ พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.โดยจะรอผลสรุปเวทีรับฟังความเห็นต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณากฎหมายนั้นๆด้วย

แยกเวที สนช.รับฟังความเห็น

เมื่อถามว่า การจัดสัมมนาวันที่ 16 พ.ย. จะมี เวทีสัมมนาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่รัฐสภาเช่นกัน โดย สนช.อยากให้ กรธ.เร่งส่งกฎหมายลูกมาให้ สนช.พิจารณาโดยเร็วที่สุด นายอุดมกล่าวว่า เวทีสัมมนาเบื้องต้น กรธ.และ สนช.ไม่มีประเด็นที่จะทำร่วมกัน เราเข้าใจดีว่าใครก็กลัวทำงานไม่ทัน สนช.คงกังวลว่าการพิจารณากฎหมายภายใน 60 วัน จะบีบรัดเกินไป แต่อยากให้เข้าใจ กรธ.ก็ต้องการให้กฎหมายออกมามีการปฏิรูปชัดเจน ถ้าทำออกมาแล้วกติกาเป็นแบบเดิม จะทำไปทำไม ขนาดประธาน กรธ.ยังเคยบอกว่ากฎหมาย 4 ฉบับ ภายในเวลา 240 วันก็หืดขึ้นคอ กรธ.เหมือนกัน

ยัน กกต.จว.ยังมีความจำเป็น

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวถึงกรณี กรธ.มีพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีแนวคิดเปลี่ยนรูปแบบ กกต.จังหวัดเพื่อไม่ให้ถูกครอบงำว่า ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ยังยืนยันว่า กกต.จังหวัด มีความจำเป็นอยู่ สามารถช่วยงานได้ เพราะการเลือกตั้งมีตลอดโดยเฉพาะการเลือกตั้งท้องถิ่น ยอมรับว่าการคัดสรรคนเข้ามาเป็น กกต.จังหวัดเราจะต้องดูให้ดีขึ้น คนที่มีความเกี่ยวโยงกับฝ่ายการเมืองในท้องถิ่นก็ดูอยู่แล้วและไม่ให้อำนาจ กกต.จังหวัดในการทำสำนวนคดี ทั้งนี้ต้องรอพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ทั้งฉบับก่อน ก่อนจะข้อเสนอแนะหรือคำชี้แจงส่งให้ กรธ.หรือ สนช.พิจารณา

สพม.ระดมกึ๋นส่งข้อเสนอ กรธ.

นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำประเด็นและสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า สพม.ได้ร่วมมือกับทางนิด้าโพล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ไปสอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับร่างฯ พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับ จำนวน 7,500 ชุด จะสรุปผลในวันที่ 11 พ.ย.นี้ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นประชาชน นอกจากนี้ จะจัดกิจกรรมโฟกัสกรุ๊ป เพื่อระดมความเห็นจากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนักการเมือง อดีต ส.ว.องค์กรอิสระภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน ในวันที่ 14 พ.ย. เวลา 09.00 น. เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม สพม.เพื่อรับทราบ ก่อนนำเสนอต่อ กรธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนจะได้รับการพิจารณาหรือไม่ขึ้นกับดุลพินิจของ กรธ.

สปท.การเมืองชงคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.

อีกด้าน นายสมพงษ์ สระกวี กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สปท.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาแนวทางปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า คณะอนุ กมธ.สรุปแนวทางการปฏิรูปเรื่องดังกล่าวเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว สาระสำคัญคือ 1.การปฏิรูปมาตรการคัดกรองตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้มีประสิทธิภาพ ทั้งผู้สมัคร ส.ส.และผู้เป็นรัฐมนตรี ต้องผ่านการคัดกรองอย่างเป็นประชาธิปไตยจากพรรคการเมือง เช่น ถ้าเป็น ส.ส.เขตต้องผ่านวิธีไพรมารีโหวตก่อน จะต้องแสดงตัวให้ประชาชนทราบล่วงหน้า 6 เดือน ถึง 1 ปี ว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในพื้นที่ใด ขณะที่ผู้จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องผ่านมติกรรมการบริหารพรรคอย่างเป็นทางการ มีกระบวนการเปิดเผยประวัติ ชื่อเสียงให้คนในพรรคและประชาชนได้รับรู้ เพื่อช่วยกันตรวจสอบ ไม่ใช่มาจากวิธีการคัดเลือกของนายทุนพรรค หรือหัวหน้าพรรคเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา

จับเข้าคอร์สนักการเมืองที่ดี

นายสมพงษ์กล่าวว่า 2.การให้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องผ่านการอบรมหลักสูตรความรู้การเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ดีจาก กกต.หรือสถาบันพระปกเกล้าที่กำหนดขึ้น เพื่อพัฒนาให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พึงประสงค์ของประชาชน โดยจะอบรมหลักสูตรพัฒนาการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ดี ทั้งก่อนการรับสมัครเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้งทุกครั้งแก่ผู้สมัคร ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี รวมทั้งตำแหน่งเลขานุการ และที่ปรึกษารัฐมนตรี อย่างไรก็ตามไม่มีการกำหนดบทลงโทษว่าหากไม่เข้าร่วมหลักสูตรดังกล่าวจะมีโทษอย่างไร เป็นเพียงการวางแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างมีเกียรติยศ และมีความซื่อสัตย์สุจริตเท่านั้น

ดัน รมต.–ส.ส.รับเงินเดือน 3 แสน

นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า 3.การพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนแก่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. เทียบเคียงกับโครงสร้างเงินเดือนของผู้บริหารองค์การมหาชน ที่ได้รับเงินเดือน 2-3 แสนบาท เช่น องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เนื่องจากองค์การเหล่านี้มีโครงสร้างอยู่ในตำแหน่งตามวาระ และดำเนินการโดยไม่หวังผลกำไร เมื่อเราคาดหวังอยากได้นักการเมืองมีประสิทธิภาพ จึงต้องมีค่าตอบแทนคุ้มค่าเพียงพอให้ ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่จะมีผลบังคับใช้ หลังจากนี้จะตรวจสอบควบคุมนักการเมืองอย่างเข้มข้น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทั้งจากมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมือง กฎหมาย 3 ชั่วโคตร การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ไม่สามารถประกอบอาชีพอื่นใดได้ นอกจากนักการเมือง หากนักการเมืองมีรายได้ทางเดียว จึงควรพิจารณาค่าตอบแทนให้เหมาะสม หากมีการตรวจสอบเข้มข้น แต่ไม่เพิ่มค่าตอบแทนให้เหมาะสม นักการเมืองก็ต้องหลบซ่อนใช้วิธีอื่นทุจริต ปัจจุบันเงินเดือน ส.ส.อยู่แค่กว่า 100,000 บาท ใช้มาหลายปีแล้ว มีการเพิ่มค่าตอบแทนขึ้นเพียง 1-2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

เลี่ยงครหาให้มีผลหลังจากนี้ 5 ปี

นายสมพงษ์กล่าวว่า ข้อเสนอการเพิ่มค่าตอบแทนให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น อนุ กมธ.ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าต้องเพิ่มเป็น 2-3 แสนบาทเท่ากับผู้บริหารองค์การมหาชน เพียงแต่นำโครงสร้างขององค์การมหาชนมาเปรียบเทียบให้ดู จะเพิ่มเติมเท่าใดต้องให้สังคมและทุกฝ่ายช่วยกันพิจารณา เราห่วงเช่นกันว่าข้อเสนอนี้จะถูกต่อต้านจากสังคม ดังนั้นในการประชุมอนุ กมธ.จึงมีข้อเสนอว่า ควรให้ข้อเสนอเรื่องการเพิ่มค่าตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีผลบังคับใช้หลังจากนี้ 5 ปี เพื่อมิให้ถูกกล่าวหาว่าเสนอเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ทั้งนี้จะสรุปแนวทางการปฏิรูปเรื่องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 พ.ย. จากนั้นช่วงบ่ายจะนำเข้าสู่ที่ประชุม สปท.การเมืองเพื่อขอความเห็นชอบ และส่งให้ที่ประชุม สปท.พิจารณาต่อไป

“ทรงพร” โอดงานหนักกลับถูกปลด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งปลดนางทรงพร โกมลสุรเดช พ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไปเป็นผู้ตรวจพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นางทรงพร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Mam Songporn โดยนำภาพคำสั่งปลดมาประกอบเนื้อหาว่า รางวัลจากการริเริ่มตั้งกระทรวงใหม่ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ทำงานหนักมาตลอด ไม่เคยไปทำงานสาย กลับบ้านคนเกือบสุดท้ายทุกวัน นี่หรือคือรางวัลที่ได้รับ ภาคภูมิใจที่ได้รับราชการมาเป็นผู้รับใช้
ประเทศชาติ มีความซื่อสัตย์ และจงรักภักดีต่อแผ่นดิน ปลายทางสุดท้ายคือ การเกษียณอายุราชการ ที่ต้องถอดชฎาที่สวมอยู่บนหัวออก แต่ไม่นึกว่าจะต้องถูกถอดออกด้วยคำสั่งนี้ ซึ่งคงไม่มีวันที่จะมาหยุดการทำงานได้ เพราะยังต้องรับเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชน จนกว่าจะพ้นภาระหน้าที่วันที่ 1 ต.ค.2560

เศร้าหลับไม่ลง งงเด้งเพราะอะไร

คนใกล้ชิดนางทรงพรเปิดเผยว่า นางทรงพร ยังคงรู้สึกงง เศร้า นอนไม่หลับ เพราะไม่รู้ว่าถูกปลดด้วยข้อหาใด ตลอดเวลาที่ทำงานมา ทำงานด้วยความทุ่มเท อาจมีปัญหาในการทำงานบ้าง ตามกฎระเบียบราชการ และกระทรวงดีอีเป็นกระทรวงที่ไม่เคยได้รับจัดสรรงบประมาณมากขนาด 20,000 ล้านบาทมาก่อน ทำให้ต้องทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ให้มีทุจริต ต้องการให้ประชาชนได้รับประโยชน์จริงๆ จากเงินที่รัฐลงทุนให้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้