วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โพลฮิลลารี นำทรัมป์เล็กน้อย

หวาดเสียวที่รีโน ยกป้าย-ประท้วง ตร.นึกว่าชักปืน! ลากตัวทรัมป์หนี

โลกจับตาโค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งเมืองลุงแซม อังคารที่ 8 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ รู้กัน ใครจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45 ระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน ผู้แทนพรรคเดโมแครต กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนพรรครีพับลิกัน สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ อดีตสตรีหมายเลข 1 ทำเนียบขาว ยังมีคะแนนเหนืออยู่เล็กน้อย ถึงแม้จะถูกคู่แข่งตีตื้นจากกรณีอีเมลฉาว ขณะเดียวกัน เกิดเรื่องตระหนกกับทรัมป์ ตำรวจลับต้องรีบพาลงเวทีหาเสียง เพราะเข้าใจผิดคิดว่าผู้ประท้วงมีปืน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ย. การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 อย่างเป็นทางการ จะเริ่มขึ้นในวันอังคารที่ 8 พ.ย.59 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา ตรงกับประเทศไทยวันพุธที่ 9 พ.ย.59 เป็นการชิงชัยระหว่างคู่แข่งคนสำคัญคือ นางฮิลลารี คลินตัน วัย 69 ปี ผู้แทนพรรคเดโมแดรต เจ้าของตำแหน่งอดีตสตรีหมายเลข 1 ภริยาอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา ทั้งเคยดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกรัฐนิวยอร์ก กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ วัย 70 ปี ผู้แทนพรรครีพับลิกัน มหาเศรษฐีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ชาวมหานครนิวยอร์ก ไม่เคยมีประสบการณ์ในแวดวงการเมืองมาก่อน

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯครั้งนี้ รวมไปถึงการเลือกตั้งรองประธานาธิบดี และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ 435 เก้าอี้ กับเลือกตั้งวุฒิสมาชิกอีก 1 ใน 3 หรือจำนวน 34 จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง และเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐอีก 12 รัฐ กับเลือกผู้ว่าการดินแดนอาณานิคมสหรัฐฯอีก 2 แห่ง นอกเหนือจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและการลงประชามติในข้อเสนอต่างๆอีกมากมายในแต่ละรัฐ

ศึกเลือกตั้งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 58 มีผู้ร่วมลงสนามเลือกตั้งประธานาธิบดีทั้งหมด 6 คน รวมทั้งนายแกรี จอห์นสัน อดีตผู้ว่าการรัฐนิวเม็กซิโก จากพรรคเสรีนิยม นางจิลล์ สตีน ผู้สมัครจากพรรคกรีน นายดาร์เรลล์ คาสเทิล ผู้สมัครจากพรรครัฐธรรมนูญ และนาย
อีวาน แม็กมูลลิน ผู้สมัครอิสระ แต่ผู้สมัครทั้ง 4 คน เป็นได้แค่ไม้ประดับ แทบไม่มีโอกาสได้รับชัยชนะ เนื่องจากระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม ประชาชนใน 50 รัฐ กับ 1 เขตปกครองพิเศษ คือ ดิสก์ริก ออฟ โคลัมเบีย (ดี.ซี.) ซึ่งใน 48 รัฐ ประชาชนจะลงคะแนนเลือกให้คณะผู้เลือกตั้งไปโหวตเลือกประธานาธิบดีคนใดคนหนึ่ง โดยผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใดได้รับคะแนนเสียงประชาชน (Popular Votes) มากกว่าจะได้คะแนนเสียง “คณะผู้เลือกตั้ง” (Electoral College) ของรัฐนั้นๆไปทั้งหมดเรียกว่า “ผู้ชนะกินรวบ” (Winner take all)

ส่วนอีก 2 รัฐ คือรัฐเมนกับรัฐเนบราสกา ใช้ระบบผสมผสานระหว่างคะแนนเสียงประชาชน (Popular Votes) กับระบบคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) โดยคณะผู้เลือกตั้งมีทั้งหมด 538 เสียง จำนวนมากน้อยแต่ละรัฐไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร ผู้ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใดได้คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งเกินครึ่ง คือ 270 เสียงขึ้นไป จะชนะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ วาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี ส่วนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั่วประเทศทั้งหมดราว 225.8 ล้านคน เลือกตั้งล่วงหน้าไปตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาแล้วกว่า 30 ล้านคน

สำหรับนางฮิลลารี คลินตัน ก่อนจะได้รับเลือกเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตขึ้นชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อ 26 ก.ค. ผ่านการต่อสู้ศึกเลือกตั้งขั้นต้นชนะเหนือนายเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ กว่าจะได้รับเลือกเป็นผู้แทนพรรครีพับลิกันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผ่านการสู้ศึกเลือกตั้งขั้นต้นชนะนายเท็ด ครูซ วุฒิสมาชิกรัฐเท็กซัส ส่วนคู่ชิงเก้าอี้รองประธานาธิบดีสหรัฐฯเคียงข้างนางฮิลลารี คลินตัน คือ นายทิม เคน วัย 58 ปี อดีตวุฒิสมาชิกรัฐเวอร์จิเนีย ขณะที่คู่ชิงเก้าอี้รองประธานาธิบดีสหรัฐฯเคียงข้างนายโดนัลด์ ทรัมป์ คือนายไมค์ เพนซ์ วัย 57 ปี ผู้ว่าการรัฐอินเดียนา

ทั้งนี้ ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯตั้งแต่ปี 2532 คือประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช สังกัดพรรครีพับลิกัน ดำรงตำแหน่งเพียง 1 สมัย ระหว่างปี 2532-2536 จากนั้นขั้วอำนาจเปลี่ยนมาเป็นนักการเมืองพรรคเดโมแครตคือ ประธานาธิบดีบิล คลินตัน ครองเก้าอี้ 2 สมัย 8 ปี ระหว่างปี 2536-2544 และเมื่อปี 2544-2552 เก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯเปลี่ยนมาอยู่ภายใต้ในครอบครองโดยนักการเมืองพรรครีพับลิกัน คือ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช กระทั่งประธานาธิบดีบารัค โอบามา นักการเมืองสังกัดพรรคเดโมแครต กลับมาช่วงชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯคืนได้อีก 2 สมัย ระยะเวลา 8 ปี โดยครองตำแหน่งระหว่างปี 2552 จนถึงปัจจุบัน

ในส่วนของบรรยากาศการหาเสียงโค้งสุดท้ายก่อนหน้าการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย.นี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปยังรัฐเนวาดา หนึ่งในรัฐ “สวิงเสตท” หรือรัฐตัวแปรที่ไม่ใช่ฐานเสียงพรรคใดชัดเจนต้องแย่งชิงกันสูง แต่ขณะที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีเมืองรีโน ได้เกิดเหตุวุ่นวายหลังผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันรายหนึ่งหน้าเวทีทราบชื่อต่อมาว่า นายออสติน ไครตส์ พยายามหยิบป้ายต่อต้านนายทรัมป์ขึ้นมา แต่ถูกเข้าใจผิด ถูกผู้สนับสนุนนายทรัมป์รอบข้างพุ่งเข้าชาร์จ พร้อมมีคนตะโกนว่า “ปืน” ทำให้ตำรวจลับซีเครต เซอร์วิส วิ่งขึ้นเวทีพานายทรัมป์หลบหนีออกไป พร้อมกรูกันเข้าควบคุมตัวนายไครตส์ไปสอบสวน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจลับเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบแล้วไม่พบอาวุธปืน ได้ปล่อยตัวนายไครตส์ ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐฯถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า หลังถูกนำไปสอบสวนและสืบประวัติหลายชั่วโมงก็ถูกปล่อยตัว ส่วนเหตุที่พยายามนำป้ายออกมา เพื่อหวังถูกฝูงชนโห่ไล่ แต่กลับถูกบีบคอและชกต่อย จากนั้นมีคนตะโกนว่าปืนจนเกิดเรื่องวุ่นวาย ส่วนจุดประสงค์ที่อยากชูป้ายต่อต้านเพราะอยากให้ผู้สนับสนุนนายทรัมป์ เข้าใจในความคิดต่างเหมือนที่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยพูดไว้ตอนถูกผู้ประท้วงมาชูป้ายต่อต้าน ตนไม่ได้เกลียดผู้สนับสนุนนายทรัมป์ และเข้าใจที่เจ้าหน้าที่ต้องควบคุมตัวตามหน้าที่

ขณะที่นายทรัมป์ได้กลับมาขึ้นเวทีอีกครั้ง พร้อมกล่าวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไม่มีใครเคยบอกว่าการเลือกตั้งเป็นเรื่องง่าย แต่เราจะไม่ให้ใครมาหยุดเราได้ นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังเดินสายไปหาเสียงในรัฐสวิงเสตท นอร์ทแคโรไลนา พร้อมกับนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยา ซึ่งกลับมาปรากฏตัวต่อสาธารณชนอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเก็บตัวไปนานต่อกรณีถูกกล่าวหาว่า ลอกสุนทรพจน์ของนางมิเชล โอบามา สตรีหมายเลข 1 ในงานประชุมใหญ่พรรค และก่อนหน้านี้นายทรัมป์ยังหาเสียงที่รัฐวิสคอนซิน พร้อมกับนายพอล ไรอัน ประธานรัฐสภาสังกัดพรรครีพับลิกัน ที่เคยประกาศเลิกสนับสนุนนายทรัมป์ไปเมื่อเดือน ต.ค. กรณีคลิปวีดิโอนายทรัมป์พูดจาดูหมิ่นสตรี และถูกกล่าวหาว่าลวนลามทางเพศ สื่อสหรัฐฯมองว่าเป็นความพยายามสร้างเอกภาพภายในพรรครีพับลิกัน

ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวโจมตีนางฮิลลารี ที่เมืองเดนเวอร์ รัฐสวิงเสตท โอไฮโอ ว่าทำให้กระบวนการการเมืองเสื่อมเสียเกียรติ จากการนำเหล่าศิลปินนักร้องคนดังอย่าง เจย์ ซี บียอนเซ่ มาร่วมงานหาเสียง ถือเป็นการกระทำที่โสโครกและไร้มาตรฐาน ตนไม่จำเป็นต้องมีคนดังมาช่วยดึงดูดผู้สนับสนุน เห็นหรือไม่ว่าตอนนี้นางฮิลลารีกำลังเป็นฝ่ายตั้งรับ ต้องกลับมาหาเสียงในรัฐฐานที่มั่นของพรรคเดโมแครต มองว่าถ้าจะไปๆ มาๆสร้างความสับสนเช่นนี้ แนะนำให้นางฮิลลารีกลับไปนอนที่บ้านดีกว่า

ส่วนนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโม-แครต ได้ขึ้นเวทีปราศรัยต่อผู้สนับสนุนชาวอเมริกัน-เฮติ ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา หนึ่งในรัฐสวิงเสตท ระหว่างหาเสียงในพื้นที่ภาคใต้ของฟลอริดา ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก ต้องยกเลิกกำหนดการหลังขึ้นพูดได้เพียง 7 นาที โดยการปราศรัยครั้งนี้เป็นกำหนด การหาเสียงครั้งสุดท้ายของนางฮิลลารีในรัฐฟลอริดา ก่อนที่นางฮิลลารีจะมุ่งไปยังเมืองฟิลาเดลเฟีย ร่วมงานรณรงค์หาเสียง ซึ่งเชิญแคที เพอร์รี นักร้องสาว ชื่อดังมาร่วมงานด้วย ส่วนนายทิม เคน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกหาเสียงที่รัฐฟลอริดาเช่นกัน โดยขึ้นเวทีเล่นเครื่องดนตรีฮาร์โมนิกา ร่วมกับจอน บอน โจวี่ ศิลปินเพลงร็อกชื่อดังด้วย

ด้านผลสำรวจความนิยมต่อผู้สมัคร จัดทำโดยหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ และสถานีโทรทัศน์เอบีซี เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ระบุว่า นางฮิลลารีมีคะแนน นำอยู่ที่ 47 เปอร์เซ็นต์ ต่อนายทรัมป์ 44 เปอร์เซ็นต์ ห่างกันเพียงแค่ 3 จุด ส่วนการวิเคราะห์ของสำนักข่าวบีบีซีอังกฤษ ที่ประเมินค่าเฉลี่ยจากสำนักโพล ในสหรัฐฯอย่างน้อย 5 แห่ง ระบุว่าความนิยมของนางฮิลลารีและนายทรัมป์ เมื่อวันที่ 6 พ.ย. อยู่ที่ 46 ต่อ 44 เปอร์เซ็นต์ ห่างกัน 2 จุด ขยับขึ้นมาจากวันที่ 4 พ.ย. ที่คะแนนของผู้สมัครทั้งคู่ เสมอกันที่ 45 เปอร์เซ็นต์

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่คะแนนนิยมของนางฮิลลารีถูกนายทรัมป์ตีตื้นขึ้นมาได้ อาจมาจากกรณีนายเจมส์ โคเมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางแห่งชาติสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ ส่งจดหมายชี้แจงสภาคองเกรสสหรัฐฯ ว่าจะเปิดการสืบสวนรอบใหม่ต่อกรณีการใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมลของนางฮิลลารี หลังจากต้องการตรวจสอบหลักฐานใหม่ในคอมพิวเตอร์ ของนางฮูมา อาเบดิน ผู้ช่วยระดับสูงของนางฮิลลารี เป็นอีเมลถึง 650,000 ฉบับ เพื่อตรวจสอบว่าอีเมลเหล่านี้มีข้อมูลลับทางราชการปะปนอยู่ด้วยหรือไม่

ส่วนสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานวิเคราะห์จากผลสำรวจความคิดเห็นล่วงหน้าว่าผู้สมัครคนใดจะได้รับชัยชนะ ในรัฐตัวแปรสวิงเสตท 12 รัฐ โดยเริ่มจากรัฐที่คาดว่านางฮิลลารีจะเป็นผู้กำชัย ได้แก่ รัฐฟลอริดา คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 29 เสียง คะแนนนำ 47.4 ต่อ 46.2 เปอร์เซ็นต์ รัฐเพนซิลเวเนีย คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 20 เสียง คะแนนนำ 46.8 ต่อ 43.8 เปอร์เซ็นต์ รัฐมิชิแกน คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 16 เสียง คะแนนนำ 46 ต่อ 40.3 เปอร์เซ็นต์ รัฐเวอร์จิเนีย คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 13 เสียง คะแนนนำ 46.6 ต่อ 41.4 เปอร์เซ็นต์ รัฐโคโลราโด คะแนน คณะผู้เลือกตั้ง 9 เสียง คะแนนนำ 42.8 ต่อ 40.2 เปอร์เซ็นต์

ส่วนรัฐสวิงเสตทที่คาดว่านายทรัมป์จะได้รับชัยชนะได้แก่ รัฐโอไฮโอ คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 18 เสียง คะแนนนำ 46.3 ต่อ 43 เปอร์เซ็นต์ รัฐจอร์เจีย คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 16 เสียง คะแนนนำ 48.3 ต่อ 42.7 เปอร์เซ็นต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 15 เสียง คะแนนนำ 46.8 ต่อ 46 เปอร์เซ็นต์ รัฐอริโซนา คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 11 เสียง คะแนนนำ 46.3 ต่อ 42.3 เปอร์เซ็นต์ รัฐไอโอวา คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 6 เสียง คะแนนนำ 41.7 ต่อ 40.3 เปอร์เซ็นต์ รัฐเนวาดา คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 6 เสียง คะแนนนำ 46 ต่อ 44 เปอร์เซ็นต์ และรัฐนิวแฮมพ์เชียร์ คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 4 เสียง คะแนนนำ 43.5 ต่อ 42 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้หากไม่มีการคลาดเคลื่อนก็เท่ากับว่านางฮิลลารีมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งแล้ว 87 เสียง ขณะที่นายทรัมป์มีคะแนน 76 เสียง ซึ่งในการเลือกตั้งวันจริง ผู้สมัครคนใดได้เสียงคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 เสียงก็จะเป็นผู้ชนะ

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ของสหรัฐฯยังรายงานว่า จากการคำนวณคะแนนคณะผู้เลือกตั้งในรัฐต่างๆรวมถึงความน่าจะเป็นในรัฐสวิงเสตทด้วยแล้ว นางฮิลลารีจะได้รับคะแนนอยู่ที่ 278 เสียง ส่วนนายทรัมป์อยู่ที่ประมาณ 215 เสียง เท่ากับว่านางฮิลลารีได้คะแนนเกิน 270 เสียงและมีความเป็นไปได้ที่นางฮิลลารีอาจเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯครั้งนี้

มีรายงานด้วยว่า คณะผู้เลือกตั้งของทุกรัฐ จะไปลงมติรับรองประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 19 ธ.ค.ปลายปีนี้ ตามผลการเลือกตั้งที่ออกมาว่าใครชนะรัฐใด และแทบไม่เคยมีมาก่อนที่จะมีคณะผู้เลือกตั้งที่ตัดสินแหกคอกไม่ลงคะแนนให้ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีผู้เข้าชิงคนใด ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 เสียง จะเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ในการลงมติเลือกประธานาธิบดีแทน

โลกจับตาโค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งเมืองลุงแซม อังคารที่ 8 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ รู้กัน ใครจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45 ระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน ผู้แทนพรรคเดโมแครต กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนพรรครีพับลิกัน 7 พ.ย. 2559 04:22 7 พ.ย. 2559 04:22 ไทยรัฐ


advertisement