วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่มีกำหนดปิด สักการะหน้าพระบรมศพ เปิดยาวถึงปีหน้า-ให้ทยอยมา

คืนสนามหลวงทำพระเมรุมาศ

ปวงประชาหลั่งไหลเข้าถวายสักการะ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง อย่างไม่ขาดสาย แม้บางช่วงต้องเจอทั้งอากาศร้อนสลับฝนตก ขณะที่ ศตส.จ่อปรับพื้นที่ท้องสนามหลวงจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ เตรียมทดลองรับจองคิวเข้าถวายสักการะพระบรมศพผ่านระบบออนไลน์ต้น ธ.ค.นี้ ด้านกรมอุทยานแห่งชาติฯเผยฤกษ์บวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมงานพระราชพิธีพระบรมศพ จันทร์ที่ 14 พ.ย. เวลา 14.09 น. ใช้ต้นที่ 15 ประกอบพิธีลงขวาน พร้อมตั้งคณะกรรมการตัดและแปรรูปไม้ก่อนส่งมอบสำนักพระราชวัง ขณะเดียวกันที่ประชุมชลประทานโลก ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ

พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ยี่สิบสี่ และเป็นวันที่เก้า ที่มีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระ บรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ซึ่งตลอดวันที่ 6 พ.ย. มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเป็นจำนวนมาก

พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลวันที่ 24

ทั้งนี้เมื่อเวลา 07.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมศพ จากนั้นเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดสุทัศน-เทพวราราม และเวลา 15.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวราราม สวดพระอภิธรรม

จากนั้นเวลา 17.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม และในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลในพระราชพิธีบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร สวดอภิธรรมพระบรมศพ

ที่มาพระโกศทองใหญ่สร้างสมัย ร.1

สำหรับพระบรมโกศที่ใช้ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นพระโกศทองใหญ่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อ พ.ศ.2351 โดยโปรดฯ ให้รื้อทองที่หุ้มพระโกศกุดั่นที่ใช้ในการพระราชพิธี บำเพ็ญพระราชกุศลพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ เมื่อปี พ.ศ.2342 มาทำเป็นพระโกศทองใหญ่ขึ้นไว้สำหรับพระบรมศพของพระองค์ และเป็นประเพณีในรัชกาลต่อมา เมื่อพระมหากษัตริย์ สวรรคตจะใช้พระโกศทองใหญ่ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระโกศทองใหญ่สำหรับพระบรมศพจะมีเครื่องประดับประกอบพระอิสริยยศพระมหากษัตริย์ ประกอบด้วย ดอกไม้เพชรพุ่มข้าวบิณฑ์ประดับยอดพระโกศทองใหญ่ ดอกไม้ไหว, เฟื่องและพู่เงินประดับฝาพระโกศ และดอกไม้เอวประดับเอวพระโกศ

เปิดประตูวิเศษไชยศรีตั้งแต่ตี 5

สำหรับบรรยากาศที่พระบรมมหาราชวัง ที่มีการเปิดให้ราษฎรชาวไทยเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง อนุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ภาพที่ปรากฏให้เห็นคือคลื่นพสกนิกรที่เปี่ยมไปด้วยความรักและศรัทธาต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 จากเหนือสุด จดใต้สุดทั่วทุกจังหวัดของประเทศ วิ่งกรูมาต่อแถวในท้องสนามหลวง ด้วยปรารถนาแรงกล้าที่จะได้ก้าวย่างขึ้นมา น้อมกายก้มกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แสดงความสำนึกถึงพระคุณอันประเสริฐ ที่เคยตรากตรำทุ่มเทพระวรกาย จนพระเสโทหลั่งรินหยดสู่พื้นดิน เพียงหวังให้ประชาชนได้อยู่ได้กินร่มเย็นมานานกว่ากึ่งศตวรรษ

ช่วงเวลาแห่งความอาดูร

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า แม้วันเวลาความสูญเสียอาดูรอันยิ่งใหญ่ของคนไทย จะผ่านมาถึง 25 วัน แต่มิอาจคลายความทุกข์ในจิตใจผู้คน บรรยากาศบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตลอดวันเต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้าสลดล่องลอยอยู่ในแทบทุกอณู ครั้นเมื่อพสกนิกรได้ถวายสักการะพระบรมโกศ พระบรมศพ และตั้งอธิษฐานจิตขอเป็นข้ารองบาททุกชาติเสร็จสิ้น ทั้งหมดต้องหันหลังกลับซับน้ำตาก้าวเท้าลงมา ผ่านทางประตูกำแพงแก้วฝั่งทิศตะวันตก เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้มอบภาพพระราชทาน เป็นภาพพระบรมโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้กลับไปไว้เป็นที่ระลึก ทั้งเมื่อราษฎรไทยเดินออกทางออกจากเขตพระราชฐาน ผ่านประตูสวัสดิโสภา ประตูเทวาภิรมย์ เข้าสู่ถนนมหาราช เพื่อกลับภูมิลำเนาของแต่ละคน หลายคนประกาศลั่นวาจาว่า นำภาพพระบรมโกศ พระบรมศพ ที่ได้รับมากลับไปบูชาจวบจนวันสุดท้ายแห่งชีวิต

ถนนทุกสายมุ่งสู่สนามหลวง

ขณะที่บริเวณท้องสนามหลวง ภาพของพสกนิกรหลั่งไหลมาเข้าแถวที่บริเวณจุดรอคิว ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา รอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หน้าพระบรมโกศ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ยังคงมีให้เห็นได้ตลอดครึ่งวันเช้า โดยหัวแถวอยู่ที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี ตั้งแต่เวลา 05.00 น. แต่เมื่อถึงเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี ส่วนประชาชนที่จะเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ให้ไปเข้าทางประตูมณีนพรัตน์แทน

นักปั่นบ้านโป่งร่วมวางดอกไม้ขาว

นอกจากนี้ ที่ประตูเทวาภิรมย์ นางสุดา ทวีกาญจน์ นายกสมาคมกีฬาจักรยาน จ.ราชบุรี นำสมาชิกราว 300 คน ปั่นจักรยานมาจาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มารวมตัวที่บริเวณนอกกำแพง ฝั่งทิศตะวันตกของพระบรมมหาราชวัง เพื่อร่วมถวายสักการะพระบรมศพ ทั้งนี้ ทางกลุ่มได้นำพระบรม ฉายาลักษณ์ไปวางไว้ที่ริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง พร้อมดอกไม้สีขาว ก่อนที่ทั้งหมดก้มลงกราบภาพพระบรมฉายาลักษณ์อย่างพร้อมเพรียง จากนั้นได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ระหว่างที่ร้องเพลง หลายคนนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ชูเหนือเกล้าแล้วหลั่งน้ำตาไปด้วยความอาลัย เสร็จแล้วทั้งหมดยังได้ยืนสงบนิ่ง ตั้งจิตอธิษฐานขอเป็นข้ารองบาททุกชาติ เป็นเวลารวม 89 วินาที ทั้งนี้ นางสุดากล่าวว่า ครั้งหนึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯทรงเยี่ยมพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ตลาดบ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2479 พร้อมพระราชทานความช่วยเหลือเป็นเงินให้รายละ 1 แสนบาท พระมหากรุณาธิคุณครั้งยิ่งใหญ่นี้ประทับอยู่ในความทรงจำของประชาชนในตลาดบ้านโป่งมิรู้ลืม ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่เตรียมมาวันนี้ ก็เป็นภาพพระราชกรณียกิจในวันเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรที่ประสบภัยใน อ.บ้านโป่ง ดีใจที่ได้มารวมตัวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อถวายสักการะพระบรมศพในวันนี้

กลาโหมจัดส้มตำปูปลาร้า 300 กก.

สำหรับการจัดเลี้ยงอาหารประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ ภายหลังมีการจัดระเบียบและกำหนดแจกอาหารเป็นเวลา ทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น บริเวณเต็นท์ที่หน่วยงานต่างๆ นำอาหารและเครื่องดื่มมาจัดแจกก็มีประชาชนเข้ารับแจกกันแน่นทุกจุด โดยเฉพาะที่เต็นท์ของกระทรวงกลาโหม ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากจะมีอาหาร เครื่องดื่ม และขนม มาเลี้ยงประชาชนเหมือนทุกวันแล้ว ยังนำเมนูเด็ด “ส้มตำรสแซ่บ” จาก จ.ราชบุรี มาจัดเลี้ยง โดยนำครกขนาดใหญ่ 4 ครก มาตั้งเรียงตำแจกกันสดๆ ทั้งส้มตำปู ตำไทย ตำปูปลาร้าและตำหอยดอง โดยเตรียมมะละกอไว้ตำถึง 300 กิโลกรัม ซึ่งเมนูส้มตำที่จัดมาแจกเป็นวันแรก ได้รับความสนใจอย่างมาก และมีคนต่อแถวยาวเหยียดรอรับแจก คนตำต้องเร่งตำกันมือเป็นระวิง ส่วนที่เต็นท์ศูนย์บริการประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน เหล่านักแสดงช่อง 3 นำโดย ท็อป-จรณ โสรัตน์ ณิชา-ณัฐณิชา มิ้นท์-นวินดา เบอร์ต๊อดตี้ นำผัดไทย ข้าวเหนียวหมูทอด 1,500 ชุด ไอศกรีม 8 ถัง มาแจกให้กับประชาชนด้วย

พระองค์โสมฯ ทรงเพิ่มเมนูข้าวจี่

ขณะที่เมื่อเวลา 10.34 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ยังรถโรงครัวเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก บริเวณหน้ากรมศิลปากร เพื่อทรงทอดไก่ประทานแจกพร้อมข้าวเหนียว และทอดข้าวเหนียวชุบไข่ หรือข้าวจี่ ประทานให้กับราษฎรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนว่า เหตุผลที่ทรงเลือกข้าวเหนียวไก่ทอดมาแจกราษฎร เพราะไก่เป็นอาหารที่รับประทานง่าย ทานได้ทุกเพศทุกวัย ทุกเชื้อชาติศาสนา ทั้งยังเก็บไว้ได้นาน สำหรับเคล็ดลับการทอดไก่ให้นุ่ม ก่อนอื่นต้องหมักไก่ตรงบริเวณช่วงน่องบนไว้ประมาณ 30 นาที

“ร้อนน่ะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถามว่าเหนื่อยไหม ต้องบอกว่าเหนื่อยจนชินแล้ว เพราะทำอาหารมาเยอะ เคยทำจำนวนมากตั้งแต่แจกคนเป็นหลักแสน ถึงน้อยที่สุดคือหลักพันคน แต่ครั้งนี้ทำมาแจกให้กับประชาชนวันละหลายหมื่นคน ส่วนข้าวจี่เป็นเมนูใหม่ที่เพิ่งคิดขึ้นมา เพราะมีคนนำไข่ไก่มาถวายให้ ไม่รู้ว่าจะทำเมนูอะไร จึงคิดสูตรข้าวจี่ขึ้นมา เมื่อไม่กี่วันนี้เอง” พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ ทรงรับสั่ง

“โดม” แนะนำคำสอนพ่อหลวงไปปฏิบัติ

ขณะเดียวกัน ตลอดวันตามเต็นท์ของหน่วยรัฐ องค์กรการกุศล และภาคเอกชนต่างๆ ก็ยังคงมีเหล่าจิตอาสา ที่มีทั้งดาราคนดังและกลุ่มเยาวชน เข้ามาร่วมทำดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 กันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย อาทิ ที่เต็นท์ 40 ตรงข้ามวัดพระศรีมหาธาตุ โดม-ปกรณ์ ลัม พร้อม เมทัล สุขขาว นักร้องชื่อดัง และกลุ่มเพื่อนๆ นำพระบรม ฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เสื้อยืดสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ ริสต์แบนด์ และยาดม มาแจกให้ประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ โดย โดม-ปกรณ์ กล่าวว่า ร่วมกับเพื่อนๆ กลุ่มแฟนคลับโดม นำสิ่งของมาแบ่งปันกันด้วยใจจริง รู้สึกดีที่ได้เป็นผู้ให้ มันถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะเอาคำสอนของพ่อหลวงมาปฏิบัติอย่างจริงจังเสียที ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ เห็นทุกคนแบ่งปันกัน ช่วยเหลือกันในช่วงเวลาเศร้าโศกอย่างนี้เป็นภาพที่ประทับใจคนทั่วโลก ตนเชื่อว่าทุกคนรักในหลวงมากๆ เท่ากับชีวิตของตัวเอง

“ดอยธิเบศร์” แจกพระบรมฉายาลักษณ์

ส่วนที่ประตูวิเศษไชยศรี ช่วงเช้า นายดอยธิเบศร์ ดัชนี ลูกชายถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 6 หมื่นใบ มาแจกให้กับผู้ที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ นำกลับไปบูชา โดยใช้เวลาเพียงไม่นานพระบรม ฉายาลักษณ์ก็หมดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ นายดอยธิเบศร์ กล่าวว่า พระบรมฉายาลักษณ์ที่นำมาแจกเป็นครั้งที่ 2 นี้ ขออนุญาตมาจากช่างภาพที่ตามเสด็จเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยากมาก แรงบันดาลใจที่นำมาแจกครั้งนี้เพราะตนอยากจะมอบให้กับคนต่างจังหวัดที่เข้าถึงยาก เพราะคนกรุงเทพฯสามารถหาชมได้ง่ายกว่า โดยตั้งใจว่าจะแจกพระบรม ฉายาลักษณ์ให้ครบ 9 ครั้ง ครั้งต่อไปจะเป็นพระบรม สาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนนี้อยู่ระหว่างขออนุญาตจากศิลปินผู้เขียนต่อไป

กศน.รับเพนต์ร่มดำแทนย้อมผ้า

ส่วนที่เต็นท์ 36 ภายในสนามหลวง หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ร่วมกับจิตอาสา ให้บริการเพนต์ร่มและรับแลกเปลี่ยนร่มเก่า เป็นร่มใหม่สีดำ โดยมีประชาชนนำร่มสีต่างๆมาเพนต์เป็นสีดำ พร้อมกับเขียนเลขเก้าไทยลงบนร่ม โดยเจ้าหน้าที่ประจำเต็นท์ กศน. กล่าวว่า เดิมทีที่เต็นท์แห่งนี้จะรับย้อมผ้าสีดำ แต่ขณะนี้ได้เปลี่ยนเป็นการทาสีร่มสีดำแทนแล้ว เพราะเห็นว่าประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพหลายคนมีร่มสีฉูดฉาดและไม่กล้ากาง ทาง กศน.จึงเปิดรับบริจาคร่มสีดำและ แลกเปลี่ยน รวมทั้งทาสีร่ม แต่จะมาขอรับร่มฟรีไม่ได้ ต้องนำร่มเก่าหรือที่ชำรุดมาแลก โดยในขณะนี้มีประชาชนนำร่มมาแลกแล้วกว่า 300 คัน

สธ.ตั้งหน่วยแพทย์ที่ท่าช้าง

ที่ท่าช้าง พญ.สุภาวดี เจียรกุล สถาบันประสาทวิทยา พญ.จริยา แสงสัจจา ผอ.สถาบันบำราศนราดูร นำทีมแพทย์พยาบาลและสาธารณสุขจากทุกสังกัด อาทิ สถาบันประสาทวิทยา สถาบันบำราศนราดูร ทีมกู้ภัยจากสำนักการแพทย์ และเจ้าหน้าที่จากกรมสุขภาพจิต ร่วมกันตั้งหน่วยให้บริการประชาชนที่มาร่วมพิธีถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกระจายไปตามจุดต่างๆทั่วสนามหลวง โดยพญ.สุภาวดีเผยว่า เหตุที่มาตั้งหน่วยที่ท่าช้างเพราะเป็นจุดที่มีผู้คนเดินทางขึ้นลงทางเรือเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังกระจายไปตามจุดต่างๆใน ท้องสนามหลวง โดยที่หน่วยจะมีรถกู้ภัย รถพยาบาล เตรียมพร้อม ส่วนใหญ่ประชาชนที่มาใช้บริการแพทย์ มีอาการความดันสูง เจ็บคอ เป็นหวัด เป็นลม วิงเวียนศีรษะ นอนไม่หลับ ได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานบริเวณท้องสนามหลวง บางรายมีโรคประจำตัว เช่น ความดันสูง เบาหวานจะแนะนำไม่ให้ขาดยา การปฏิบัติตนป้องกันความดันขึ้นสูง เพราะมีปัจจัยกระตุ้น ไม่ว่าจะเครียด ขาดยาหรืออดนอน รวมทั้งการเป็นลมจากน้ำตาลต่ำ ขอให้ผู้มีโรคประจำตัวทำตามคำแนะนำและพบแพทย์ด้วย

นนร.น้อมนำคำสอนไปปฏิบัติ

ในส่วนความรู้สึกของนักเรียนนายร้อย 4 เหล่าทัพ ที่มาร่วมเป็นจิตอาสาบริการน้ำดื่มและอาหาร รวมทั้งยาดม ให้กับประชาชนที่เข้าคิวรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ โดย นนร.พัฒนพล บุญณรงค์ นักเรียนนายร้อย จปร.ชั้นปีที่ 4 กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นนักเรียนนายร้อย จปร.ในอนาคตต้องมีหน้าที่รับใช้ประชาชนอยู่แล้ว จึงเข้ามาเป็นจิตอาสาดูแลประชาชนด้วยความเต็มใจ สิ่งที่จดจำคำสอนของในหลวง ร.9 ก็คือ ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทุกคนต้องมีเพื่อให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ ขณะที่ นรอ.กันต์ธร กองบิน นักเรียนนายเรืออากาศชั้นปีที่ 2 กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ภูมิใจคือได้มาเป็นจิตอาสาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 และยังจดจำคำสั่งสอนที่พระองค์ตรัสไว้ในเรื่องของความไม่ย่อท้อ แม้บางครั้งการเป็นข้าราชการจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ แต่เมื่อคิดถึงคำสั่งสอนของพระองค์ก็จะทำให้เราฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ด้วยดี

จัดแถวจุดรอคิวเป็นระบบมากขึ้น

เวลาต่อมา ที่กองอำนวยการร่วมฯ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.กฤษณ์ดนัย อิทธิมณฑล เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 นายวิกร เพิ่มพวง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสา โวลันเทีย ฟอร์แดด ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณ โดยรอบพระบรมมหาราชวัง ครั้งที่ 20/2559 โดย พล.ต.กฤษณ์ดนัยกล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการปฏิบัติงานของแต่ละภาคส่วน รวมถึงข้อบกพร่องต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะช่วงวันหยุดราชการที่จะมีคนมารอคิวเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก แต่ขณะนี้สามารถจัดระบบได้ดีขึ้น ยังไม่มีปัญหาหนักที่ต้องแก้ไข ประกอบกับพื้นสนามหลวงเริ่มแห้ง ได้จัดให้ประชาชนเข้าไปรอคิวในสนามหญ้า สังเกตจุดเข้าคิวมีบอลลูนลอยอยู่ด้านบน ระบุข้อความว่าท้ายคิว ในส่วนนี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกกำกับแถวตลอด

ยังไม่ปิดถวายสักการะพระบรมศพ

ด้าน พล.ต.ท.อำนวยกล่าวว่า ตามที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย.เป็นต้นมา และจะเปิดไปจนถึงปีหน้า ยังไม่มีกำหนดการปิด ขอแนะนำให้ประชาชนทยอยกันมา พื้นที่สนามหลวงจะได้ไม่แออัด โดยเฉพาะช่วงที่ กทม.ต้องคืนพื้นที่ 2 ใน 3 ให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อสร้างพระเมรุมาศ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบกำหนดที่แน่ชัด แต่ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ พื้นที่สนามหลวงด้านทิศเหนือ สำนักการโยธา กทม.จะปูพื้นแล้วเสร็จ พร้อมตั้งเต็นท์สำหรับเป็นจุดพักของประชาชนขนาด 10×20 เมตร จำนวน 40 เต็นท์ รองรับประชาชนได้ประมาณ 12,000 คนตั้งเต็นท์บริเวณทางโค้งทิศเหนือสนามหลวงอีก 44 เต็นท์ สำหรับจุดแจกอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึง จุดปฐมพยาบาลต่างๆ สามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 4,000 คน ส่วนกรณีที่ประชาชนขอขยายเวลาแจกอาหาร ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพราะมีคนมาเป็นจำนวนมากว่า อาจจะขยายเวลาให้เฉพาะประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพเท่านั้น ส่วนอื่นที่ไม่ได้เข้าไปแต่มารอต่อคิวรับอาหารอาจจะต้องรักษาระเบียบวินัยในการรับแจกอาหาร 3 เวลา คือเช้า 06.00-09.00 น. กลางวัน 11.00-14.00 น. และเย็น 16.00-20.00 น.

เข้มวันรับปริญญา 12–13 พ.ย.

พล.ต.กฤษณ์ดนัยกล่าวว่า 12-13 พ.ย. มีพิธี พระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังคงปิดถนน 27 เส้นทาง เหมือนเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา และยังคงเข้มงวดการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะการตรวจจุดคัดกรองทุกจุดรอบสนามหลวง นอกจากนี้ทราบว่า ในส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แต่งกายชุดสีดำกลมกลืนกับประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ ได้ประสานเจ้าหน้าที่จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่างๆ เป็นภาษาต่างประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจให้นักท่องเที่ยวเข้าออกพื้นที่ ได้ถูกช่องทาง ไม่ให้สับสน

ขอให้ใช้บริการรถสาธารณะ

ขณะที่นายวิกร เพิ่มพวง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสา โวลันเทีย ฟอร์แดด กล่าวว่า ระหว่างพิธีพระราชทานปริญญาบัตร จะไม่อนุญาตให้นำรถมาจอดบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงอาคารจอดรถชั้นใต้ดิน ที่สงวนไว้เฉาะเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรเท่านั้น ขอความร่วมมือผู้ปกครอง บัณฑิต หรือประชาชนทั่วไป เดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ หรือรถที่กองอำนวยการจัดไว้ พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือบริษัทเดินเรือเพิ่มรอบถี่ขึ้น รองรับการเดินทางของประชาชนที่ท่ามหาราช ท่าช้าง มากขึ้น นอกจากนี้ได้ประสานศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ จัดพื้นที่จอดรถอำนวยความสะดวก รองรับได้ประมาณ 500 คัน

ศตส.จ่อปรับพื้นที่จัดนิทรรศการ

อีกด้านหนึ่ง ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เป็นประธานประชุมฝ่ายเลขานุการ ศตส.ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการประชุม นายสุวพันธุ์ แถลงว่า เป็นการประชุมสรุปการเตรียมปรับพื้นที่ท้องสนามหลวง เพื่อใช้เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพื้นที่สำหรับจุดพักคอยให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ โดย ศตส.เห็นชอบตามแผนที่ กทม.เสนอมา ส่วนรายละเอียดการปฏิบัติจะพิจารณาในแต่ละส่วนต่อไป สำหรับการลาดยางผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในพื้นที่โซนเหนือท้องสนามหลวง เพื่อเป็นจุดพักคอยให้กับประชาชนเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าจะนำ 40 เต็นท์มาติดตั้งเพื่อเป็นจุดพักคอยประชาชน เป็นจุดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน เป็นพื้นที่ซุ้มอาหาร ซุ้มจิตอาสา การออกร้านของภาคส่วนต่างๆ และเป็นจุดบริการทางการแพทย์

11–13 พ.ย. ปรับจราจร มธ.รับปริญญา

นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ส่วนการจราจรและคมนาคมขนส่ง ทาง สตช.และกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) จะปรับการจราจรไปตามสภาพจริง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่มีการปิดถนนพื้นที่รอบนอกท้องสนามหลวง หากคลี่คลายจะได้ปรับการจราจรสู่สภาวะปกติ โดยในวันที่ 11-13 พ.ย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะมีการรับพระราชทานปริญญาบัตร คงต้องมีการปรับเพื่อให้เกิดความเหมาะสม ทั้งนี้ ศตส.ได้ทยอยปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนเร่ร่อน ปัญหาอาชญากรรม และเชื่อว่าตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป การแก้ไขปัญหาหน้างานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำอยู่ตลอดว่า ต้องยึดหลักผ่อนปรน อะลุ่มอล่วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

ทดสอบลงทะเบียนออนไลน์ต้น ธ.ค.

นายสุวพันธุ์กล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพยังใช้ระบบจัดคิวกลุ่มเป็นหลัก ส่วนการจัดเตรียมทำโปรแกรมให้ประชาชนลงทะเบียนออนไลน์เพื่อเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นจัดทำโปรแกรม เป็นทางเลือกในการลดจำนวนประชาชนมารอคิว แต่ระบบต้องมีความเสถียร มั่นคง และต้องผ่านการทดลองใช้ก่อนในต้นเดือน ธ.ค.ที่จะทดสอบเป็นครั้งสุดท้าย ตอนนี้ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่ายังใช้ระบบจัดคิวกลุ่มเป็นปกติ ไม่มีการยกเลิก ทั้งนี้ ขอขอบคุณประชาชน เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ รวมถึงภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมอำนวยความสะดวกประชาชนด้วย โดย ศตส.จะมีการประชุมครั้งต่อไปวันที่ 11 พ.ย.เวลา 14.00 น.

มท.สรุปยอดลงนามเกือบ 7 ล้านราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. กระทรวงมหาดไทยสรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่ามีประชาชนลงนามแสดงความอาลัยในต่างจังหวัด ณ วันที่ 5 พ.ย. จำนวน 101,063 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 6,990,471 ราย กิจกรรมสวดอภิธรรม จำนวนทั้งสิ้น 8,934,800 คน การทำบุญตักบาตร จำนวนทั้งสิ้น 2,745,961 คน กิจกรรมอื่นๆ จำนวนทั้งสิ้น 2,413,240 คน

เที่ยงเจอแดดบ่ายเจอฝนก็ไม่ท้อ

สำหรับบรรยากาศโดยรอบท้องสนามหลวงช่วงบ่ายถึงค่ำ ยังคงมีประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาเพื่อเข้าคิวรอเวลาเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง โดยที่บริเวณหน้าจุดคัดกรอง ตรวจค้นประชาชน ก่อนเข้าในพื้นที่สนามหลวง มีคนเข้าแถวเดินเรียง 1 ผ่านเข้าจุดตรวจตลอดทั้งวัน โดยปรากฏว่าช่วงบ่ายท้องฟ้าที่มีแสงแดดสว่างจ้ามาตั้งแต่เช้า ได้เริ่มมืดครึ้มด้วยเมฆฝน จากนั้นไม่นาน สายฝนก็โปรยปรายลงมาเล็กน้อย แต่ทุกคนยังคงปักหลักยืนต่อแถวรอคิวอย่างไม่หวั่นไหว ด้วยตั้งใจมั่นที่จะเข้าถวายพระบรมศพด้วยความจงรักภักดี

ปั่นสองล้อทำเองพิสูจน์ความเพียร

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้พบกับนายภมร เทพสุวรรณ์ อายุ 41 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งประดิษฐ์ รถจักรยานขึ้นมาเอง โดยมีแรงบันดาลใจจากกิจกรรมไบค์ฟอร์แดด ใช้ปั่นมาจากบ้านที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายภมรเปิดเผยว่า คิดประดิษฐ์รถจักรยานนี้ด้วยมือตัวเอง ด้วยการใช้เหล็กเก่า นำมารีไซเคิล ตัวรถมีลักษณะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษคำว่า Dad สีเหลือง และสีฟ้า ใช้เวลาประกอบ 1 ปี เมื่อทำเสร็จได้ปั่นจักรยานขึ้นมาเพื่อแสดงความอาลัยที่หน้าพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งมาถึงในวันที่ 6 พ.ย.ใช้เวลา 8 วัน ระยะทางประมาณ 780 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางมีผู้บริจาคเงินช่วยมาทำบุญ โดยตนจะนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลศิริราช เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 การปั่นจักรยานครั้งนี้ตนอยากพิสูจน์เรื่องความเพียร เพียร ที่ 1 คือประดิษฐ์จักรยานด้วยตัวเอง เพียรที่ 2 ปั่นจักรยานจาก จ.สุราษฎร์ธานีมา กทม. เพื่อพิสูจน์ว่าความเพียรนั้นมีจริง

ตั้ง กก.ตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอม

สำหรับการเตรียมจัดสร้างพระเมรุมาศ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ถึงความคืบหน้าการเตรียมพร้อมพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เพื่อให้ผู้แทนสำนักพระราชวัง และหัวหน้างานโหรพราหมณ์ เข้ามาทำพิธีตัดไม้จันทน์หอม จำนวน 4 ต้น สำหรับใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า กรมอุทยานฯได้อนุมัติการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอมแล้ว โดยแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการแปรรูปไม้ 3 ราย ประกอบด้วย นายวัฒนา พรประเสริฐ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส เป็นประธาน นายธีระ เต็มองค์หล้า นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เป็นกรรมการ และนายพีรวัฒิ สิโรตม์พิพัฒ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการเป็นกรรมการและเลขานุการ หลังจากดำเนินการแปรรูปไม้เสร็จแล้วจะดำเนินการส่งมอบไม้จันทน์หอมทั้งหมดให้กับสำนักพระราชวัง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

จัดเตรียมพื้นที่พร้อมแล้ว

ในส่วนการเตรียมพร้อมในพื้นที่นั้น อุทยานฯ กุยบุรีได้เตรียมการพร้อมเกือบทุกอย่างแล้ว โดยเดิมทีนั้น เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯกุยบุรีได้ลงพื้นที่ เพื่อสำรวจหาไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายไว้จำนวน 19 ต้น เพื่อให้ทางคณะผู้แทนจากสำนักพระราชวังคัดเลือก ลำดับที่ 1-19 และหลังจากคณะเข้าไปสำรวจแล้วได้คัดเลือกไม้จันทน์หอมไว้ 4 ต้น คือลำดับที่ 11, 12, 14 และ 15 เพื่อใช้จัดสร้างพระบรมโกศ ตกแต่งพระเมรุมาศ และทำดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยสำนักพระราชวังจะมีพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย.นี้ เวลา 14.09 น.

ทำพิธีตัดต้นจันทน์หอมต้นที่ 15

“ขณะนี้ก็เร่งปรับพื้นที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอมลำดับต้นที่ 10, 11, 14 และต้นที่ 15 รวม 4 ต้นภายในบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ด้านหลังของที่ทำการอุทยานฯกุยบุรีแล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่เอากรวดหยาบไปโรยบริเวณเส้นทางที่จะเดินเข้าไปทำพิธี ซึ่งจะเลือกพื้นที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอมลำดับต้นที่ 15 ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักงานอุทยานฯ ตามเส้นทางเดินเท้าไปทางทิศตะวันตกระยะทางประมาณ 500 เมตร ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงตัดต้นไม้จันทน์หอมทั้ง 4 ต้น ใช้ฤกษ์เวลา 14.09-14.39 น. เจ้าหน้าที่อุทยานฯกุยบุรี ได้เร่งดำเนินการปรับพื้นที่บริเวณโดยรอบต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อใช้เป็นมณฑลพิธีบวงสรวงและตัดต้นไม้จันทน์หอม โดยเฉพาะจุดด้านหน้าพื้นที่ราบ จะมีการตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวง ตลอดจนเครื่องสังเวยต่างๆ รวมทั้งทำบันไดไม้ชั่วคราวขึ้นไปยังต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อให้นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ ซึ่งจะเดินทางมาประกอบพิธีในวันดังกล่าว โดยจะมีการหลั่งน้ำเทพมนต์ เจิมบริเวณต้นไม้จันทน์หอม และลงขวานทองที่ต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เป็นปฐมฤกษ์ พร้อมโปรยข้าวตอกดอกไม้รอบบริเวณต้นไม้จันทน์หอม และจึงดำเนินการตัดต้นไม้จันทน์หอมที่เหลืออีก 3 ต้นพร้อมๆกัน” นายธัญญากล่าว

เผยกำหนดการประกอบพิธี

สำหรับกำหนดการประกอบพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม จะเริ่มในเวลา 14.09 น. มีพิธีหลั่งน้ำเทพมนต์ เจิมบริเวณต้นจันทน์หอม ขณะที่โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ภูษามาลาไกวบัณเฑาะว์ จากนั้นเจิมขวานสำหรับใช้ตัดต้นจันทน์หอม จุดเทียนเงิน เทียนทอง ธูปบนโต๊ะเครื่องบวงสรวงและปักธูปบริวารที่เครื่องสังเวยทั้งหมด จากนั้นนายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ อ่านประกาศบวงสรวง จบแล้วไปยังบริเวณต้นจันทน์หอม ประพรมน้ำเทพมนต์ที่ต้นจันทน์หอมแล้วใช้ขวานฟันที่ต้นจันทน์หอม เป็นปฐมฤกษ์และโปรยดอกไม้รอบบริเวณต้นจันทน์หอม ขณะที่โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ภูษามาลาไกวบัณเฑาะว์

เร่งสางเถาวัลย์และไม้เล็ก

นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานฯ กุยบุรีกล่าวว่า ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่สางเถาวัลย์และไม้เล็กบางส่วนที่ขึ้นปกคลุมบริเวณต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 10, 11, 14 ด้วยเนื่องจากทั้ง 3 ต้นจะต้องดำเนิน การตัดให้เสร็จสิ้นในช่วงเวลาที่กำหนดเช่นกัน ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้านี้การปรับพื้นที่ทั้งหมดจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กุยบุรี พร้อมใจดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่การตัด การแปรรูป การลำเลียงขึ้นรถไปส่งมอบจนเสร็จสิ้นให้ลุล่วง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สำรวจจนได้ไม้จันทน์หอมยืนต้นตายตามธรรมชาติ บริเวณป่าดิบแล้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 9 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไว้ 4 ต้นจาก 19 ต้นโดยต้นที่ 14 มีขนาดความโต 203 เซนติเมตร สูง 15 เมตร ปริมาตร 4.92 ลูกบาศก์เมตร ต้นที่ 11 มีขนาดความโต 178 เซนติเมตร สูง 11 เมตร ปริมาตร 2.77 ลูกบาศก์เมตร ต้นที่ 10 มีขนาดความโต 175 เซนติเมตร สูง 14 เมตร ปริมาตร 3.41 ลูกบาศก์เมตร และต้นที่ 15 มีขนาดความโต 142 เซนติเมตร สูง 15 เมตร ปริมาตร 2.09 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้ง 4 ต้น เนื้อไม้มีกลิ่นหอมปานกลาง และมีลักษณะไม้เปลาตรงกลม

“ชลธี” ปลื้มแต่งเพลง “ฟ้าร้องไห้”

ในส่วนของประชาชนทุกสาขาอาชีพ ที่จัดกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ย. หลังได้รับการเปิดเผยจาก นายสมนึก ทองมา หรือครูชลธี ธารทอง ครูเพลงชื่อดัง เจ้าของฉายาเทวดาเพลง และศิลปินแห่งชาติ ปี 2542 สาขาศิลปะการแสดง (นักแต่งเพลงลูกทุ่ง) ถึงการแต่งเพลง “ฟ้าร้องไห้” ถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยนำออกเผยแพร่ทางยูทูบเพียง 13 วัน มีผู้เข้าชมเกือบ 4 ล้านวิว ว่าเริ่มแต่งเพลงฟ้าร้องไห้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค. เนื่องจากมี กระแสข่าวออกมาอย่างหนาหูว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต จนกระทั่งแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ รู้สึกเศร้าเสียใจอย่างที่สุดจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ตั้งใจแต่งเพลงนี้เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์เป็นครั้งสุดท้าย ใช้เวลาเพียง 10 ชั่วโมง ตลอดเวลาที่แต่งน้ำตาไหลตลอดทั้งเพลง วันรุ่งขึ้นก็มีค่ายเพลง 4 ค่ายติดต่อมา เพื่อให้แต่งเพลงเพื่อ แสดงความอาลัย จึงมอบเพลงนี้ให้กับ บ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด แล้วคัดนักร้องที่เป็นลูกศิษย์ ตนอีกกว่า 50 คน มาร่วมขับร้อง คอรัส และถ่ายทำมิวสิกวีดิโอนี้

50 ศิลปินลูกศิษย์ร่วมกันร้อง

เทวดาเพลงกล่าวต่อว่า ทุกคนมาด้วยใจ ไม่ขอรับค่าตัวด้วยจิตใจที่เป็นกุศล ศิลปินหลักก็มี สุนารี ราชสีมา เอกชัย ศรีวิชัย มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ไชยา มิตรชัย ผ่องศรี วรนุช และศิลปินแห่งชาติอีกหลายคน รวมทั้งตนก็ร่วมกันร้องเพลงนี้ด้วย ซึ่งหลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ออกมา แต่ก็ต้องฝืนร้องให้จบเพลง หลังจากนั้นนำเอ็มวีนี้เผยแพร่ทางยูทูบเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา มาถึง ณ วันที่ 6 พ.ย. มีผู้เข้ามาชมแล้วเกือบ 4 ล้านวิว รู้สึก ตื้นตันใจที่ได้มีส่วนในการร่วมแสดงความอาลัยให้กับในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย ตนเป็นนักแต่งเพลงที่แต่งเพลงในหลวง รัชกาลที่ 9 มากที่สุดรวม 12 เพลง เพลงแรกคือ ล้นเกล้าเผ่าไทย องค์เดียวในโลก ฟ้าห่มดิน ทุกข์ของพ่อ ทุกข์ของแผ่นดิน พระบิดร สมมติเทพของชาวไทย ราชาแห่งราชัน พ่อแก้วแม่เกล้าชาวไทย เรารักในหลวง ขวัญข้าวขวัญแผ่นดิน และเพลงสุดท้ายคือ ฟ้าร้องไห้ ทุกเพลงที่ตนแต่งต้องนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อแผ่นดินไทย ทรงเหน็ดเหนื่อยมากเพียงไหน ทำให้กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ทุกที

เมืองคอนร้อยใจทำบุญ

ส่วนประชาชนต่างจังหวัดยังคงจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมืองนครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช มอบหมายให้นายสกล จันทรักษ์ รองผวจ.นครศรีธรรมราช นำข้าราชการและประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เพื่อแสดงความจงรักภักดีและถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนที่วัดเขาพระทอง อ.ชะอวด นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง ผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีทำบุญสวดมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 มีประชาชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก จากนั้นร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนไว้อาลัย 89 วินาที

ชาวยะลาเดินทางเข้า กทม.

ที่สนามโรงพิธีช้างเผือก เขตเทศบาลนครยะลา ต.สะเตง อ.เมืองยะลา ประชาชนจำนวน 750 คน จากพื้นที่ 8 อำเภอ ขึ้นรถบัสโดยสาร 15 คัน เพื่อเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงออกถึงความจงรัก ภักดี มีนายดลเดช พัฒนรัฐ ผวจ.ยะลา พร้อมด้วย นางนฤมล พัฒนรัฐ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา เดินทางมาอำนวยความสะดวก พร้อมมอบอาหารและน้ำดื่มให้ประชาชนรับประทานระหว่างเดินทาง ส่วน จ.ตรัง ชมรมวีออสคลับตรัง ประมาณ 60 คัน พร้อมสมาชิกกว่า 70 คน ร่วมกันกวาดขยะและทำความสะอาดวัดโคกหล่อ ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

นศ.ขับเสภาส่งเสด็จสู่สวรรค์

น.ส.จุฑารัตน์ คงรอด หรือน้องไอซ์ อายุ 22 ปี นักศึกษาปี 4 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ได้รับเกียรติเป็นตัวแทนนักศึกษาขับเสภาแสดงความอาลัย “ส่งเสด็จสู่สวรรค์ครรไล” ในหลวง ร.9 ลงแผ่นซีดีออกเผยแพร่ตาม สื่อต่างๆ แต่งบทเสภาโดย ผศ.ดร.ชาญชัย คงเพียรธรรม อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ ทั้งนี้ ตนมีรูปร่างเล็ก สูงเพียง 136 ซม. แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต เนื่องจากน้อมนำแนวพระราชดำรัสมาใช้ เริ่มหัดขับเสภาช่วงเรียน ม.3 และเคยเข้าร่วมแข่งขันในงานต่างๆ รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ขับเสภารำลึกพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

เลยรำลึกร่มพระบารมี

นายคุมพล บรรเทาทุกข์ ผวจ.เลย เปิดเผยว่า อ.ภูเรือ กำหนดจัดงานเทศกาลต้นคริสต์มาสครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 26 พ.ย.59 -31 ม.ค.60 บริเวณลานคริสต์มาส ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูเรือ ภายใต้ แนวคิดน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงภูมิพลพระราชทานแนวคิดแก่เกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือให้ปรับเปลี่ยนการทำไร่เลื่อนลอย และการปลูกฝิ่นมาเป็นการปลูกไม้ดอกเมืองหนาว เกษตรกรน้อมนำมาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ภายในงานมีการแสดงต้นคริสต์มาสกว่า 30,000 ต้น รวมถึงมีสินค้าโอทอป และของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อจำนวนมาก

ยกย่องอัจฉริยภาพด้านน้ำ

ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมชลประทานโลก ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อการบริหารจัดการน้ำภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก : บทบาทการชลประทานต่อความยั่งยืนด้านอาหาร (Water Management in a Changing World : Role of irrigation for Sustainable Food Production) ระหว่างวันที่ 6-12 พ.ย.โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนจากประเทศต่างๆ 45 ประเทศ รวม 1,200 คน เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ พล.อ. ฉัตรชัยเปิดเผยว่า ที่ประชุมมีการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงจัดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมลงนามแสดงความอาลัย และจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติการบริหารจัดการน้ำ 13 เรื่อง อาทิ ฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้ง แก้มลิง และระบบการระบายน้ำ ประเทศไทยผ่านวิกฤติมาได้เพราะการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และมั่นใจว่าการประชุมชลประทานโลกครั้งนี้ จะทำให้ทุกประเทศเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก ต่อปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง ลดความยากจน และความหิวโหย รวมถึงร่วมกันวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานให้เพียงพอ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยใช้ทำการเกษตรอย่างยั่งยืน

โหร คมช.ชี้เข้าสู่ยุคศิวิไลซ์

ที่สำนักวิหารหลวงปู่เกวลัน บ้านสุขิโต ต.ป่าตัน อ.เมืองเชียงใหม่ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือ โหร คมช. ประกอบพิธีทำบุญมหากุศล ครั้งที่ 14 มีการประกอบพิธีทางสงฆ์ ไถ่ชีวิตโคกระบือ 20 ตัว ปล่อยปลาสู่แม่น้ำปิง 1,000 กิโลกรัม และทำบุญถวายกฐินทาน 22 วัด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 มีประชาชนร่วมพิธีจำนวนมาก นายวารินทร์เปิดเผยว่า ปีนี้บ้านเมืองมีการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่ประชาชนรวมตัวกันแสดงความจงรักภักดีและช่วยกันพัฒนาชาติไทย ต่อไปจะเป็นยุคของเมืองศิวิไลซ์ ความสุขความเจริญของบ้านเมืองจะปรากฏขึ้นในรัชกาลต่อไป

ปั่นจักรยานเส้นทางเสด็จ

ส่วนที่โรงเรียนวชิรป่าซาง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน นายวีระชัย ภู่เพียงใจ ผวจ.ลำพูน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ปั่นร่วมใจ แสดงความอาลัยพ่อ” มีชมรมปั่นจักรยานลำพูน ชมรมรักในหลวง ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก การปั่นจักรยานใช้เส้นทางครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า ตลาดป่าซาง วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร และไปสิ้นสุดที่หน้าศาลากลางจังหวัดลำพูน เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

หนูน้อยพิการร่วมไว้อาลัย

ที่หน้าอุทยานพระโพธิสัตว์ วัดสังฆาราม ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย พระสุขวโรทัย เจ้าอาวาส พร้อมด้วยนายจิตรกร ศิริพัฒนานุกูลชัย นายกเทศบาลตำบลลานหอย และประชาชนกว่า 1,000 คน ร่วมพิธีแสดงความอาลัยหน้าพระบรม สาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในจำนวนนี้มี ด.ช.พัชพันธิ์ ภู่ทองพรรัตน์ หรือ น้องมอส อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านด่าน พิการแขนขวาตั้งแต่กำเนิดเข้าร่วมพิธีด้วย ใช้มือซ้ายชูพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง ร.9 ไว้บนศีรษะเพื่อแสดงความจงรักภักดี สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้วัดสังฆาราม บริจาคทาน 500 ชุด ให้ชาวบ้านผู้ยากไร้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

หลายที่ร่วมใจแจกอาหารฟรี

ที่ร้านต้มเลือดหมู หน้าวัดราชธานี ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย เปิดให้ประชาชนได้กินฟรี 1 วัน มีประชาชนมายืนรอต่อแถวเป็นจำนวนมาก สอบถามนางสุดใจ บัวเผื่อน หรือ เจ๊แจ๊ว อายุ 59 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ขายต้มเลือดหมูมานานกว่า 20 ปี ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับเพื่อนแจกต้มเลือดหมูฟรีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนที่ร้านพอลล่าบิวตี้ เลขที่ 16 ถนนบาลเมือง ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย มีการแจกขนมจีน แกงเขียวหวานไก่ และไอศกรีม สอบถาม น.ส.ผ่องอำไพ หลวงพา อายุ 46 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ร่วมกับเพื่อนนำขนมจีน 50 กก. แกงเขียวหวานไก่ 3 หม้อ และไอศกรีม 2 ถัง มาแจกเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนบรรยากาศที่แผงพระใน อ.สวรรคโลก เป็นไปด้วยความคึกคัก บรรดานักสะสมเหรียญทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ออกมาหาซื้อเหรียญในหลวง ร.9 รวมถึงเหรียญที่ระลึกโอกาสต่างๆ ทำให้ราคาเหรียญเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

แจกผ้ากันเปื้อนดำพ่อค้า

ที่ตลาดสดเทศบาล 2 ต.ตลาดหลวง อ.เมือง อ่างทอง นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผวจ.อ่างทอง พร้อมด้วยนางทักษณิภร ปุตระเศรณี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทอง และนายรุ่งฤทธิ์ เศรษฐลักษณ์ ขนส่งจังหวัดอ่างทอง ร่วมกันแจกผ้ากันเปื้อนสีดำ 100 ตัว ด้านหน้าเป็นเลข 9 อยู่ในรูปหัวใจ ด้านหลังมีข้อความ “ชาวอ่างทอง ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” ให้กับพ่อค้าและแม่ค้าภายในตลาด นายวีร์รวุทธ์เปิดเผยว่า บรรดาพ่อค้าและแม่ค้ามีผ้ากันเปื้อนอยู่แล้วแต่หลากสี จึงร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดทำผ้ากันเปื้อนสีดำแจกจ่าย เพื่อความเหมาะสมรวมถึงแสดงความจงรักภักดี และแสดงความอาลัยแด่ในหลวงภูมิพล

พ่อค้าร่วมร้อยใจภักดิ์

ที่ตลาดนัดวัดหนองค้อ หมู่ 9 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 08.00 น. ประชาชนรวมถึงพ่อค้าและแม่ค้าพร้อมใจกันร่วมร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เพื่อแสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 นายมงคล สอสูงเนิน รองประธานกรรมการหมู่บ้าน เปิดเผยว่า ประชาชนและพ่อค้าในพื้นที่ไม่มีโอกาสไปถวายสักการะพระบรมศพในหลวงภูมิพล เบื้องหน้าพระบรมโกศ ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมใจกันร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัยทุกเช้าอย่างพร้อมเพรียงกัน

รักษาผู้ป่วยริมแม่น้ำท่าจีน

วันเดียวกัน ว่าที่ ร.ต.สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผวจ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า มอบหมายให้นายพิภพ บุญธรรม รอง ผวจ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยนายอนันต์ นาคนิยม นายอำเภอบางปลาม้า อำนวยความสะดวกและให้การต้อนรับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เรือพระราชทานเวชพาหน์ บริเวณที่ทำการประตูน้ำบางยี่หน ต.ตะค่า อ.บางปลาม้า จะออกปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยริมแม่น้ำท่าจีนวันที่ 7-11 พ.ย. สำหรับเรือดังกล่าวในหลวง ร.9 พระราชทานเมื่อ พ.ศ.2498 เพื่อใช้บรรเทาทุกข์และรักษาประชาชน สร้างความปลาบปลื้มให้กับพสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้

สุดซาบซึ้งได้บ้านหลังใหม่

นายสมบุญ สุลีสถิร นายก อบต.ดอนกำยาน อ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า อบต.มีความภาคภูมิใจที่ได้สร้างบ้านตามโครงการบ้านสวยเมืองสุข เทิดไท้องค์ราชัน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ปี 2551 ให้แก่ผู้ยากไร้ 4 หลัง หนึ่งในนั้นคือบ้านของนางกรุ่น ภมรพล อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 110 หมู่ 8 ต.ดอนกำยาน อ.เมืองสุพรรณบุรี บ้านหลังเก่าปลูกเป็นเพิงสังกะสีมีสภาพผุพัง อาศัยอยู่กับครอบครัวรวม 5 คน ด้วยความยากลำบากยังต้องเลี้ยงลูกชายที่พิการ ขณะที่นางกรุ่นเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวมีชีวิตลำบาก บ้านมีสภาพผุพัง อบต.ดอนกำยาน มาสร้างบ้านหลังใหม่ให้ทำให้ชีวิตดีขึ้น หากไม่มีในหลวง ร.9 คงไม่มีบ้านที่ดีอยู่เหมือนปัจจุบัน และจะทดแทนคุณด้วยการเป็นคนดีและใช้ชีวิตแบบพอเพียง

รวมพลังมุ่งหน้าเข้ากรุง

ขณะเดียวกันประชาชนต่างจังหวัดหลายคน แสดงความอาลัยด้วยการเดินเท้าหรือขี่จักรยานเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาทิ นายวันชัย สามารถ อายุ 61 ปี และนายประหยัด เพ็งกลั่น อายุ 61 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร เริ่มปั่นจักรยานออกจากบ้าน ส่วนนายนฤชิต แสนปากดี อาจารย์มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยตัวแทนนักศึกษา รวม 8 คน ปั่นจักรยานออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อถวายสักการะพระบรมศพ นายพลอย บุญเพ็ชร อายุ 47 ปี ชาว จ.พิจิตร เดินเท้าเป็นวันที่ 4 เข้าสู่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ขณะที่นายธนวิน ปินะภา อายุ 29 ปี หนุ่มพิการขา ชาว จ.มหาสารคาม ใช้มือโยกจักรยานเป็นวันที่ 5 เข้าสู่พื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เช่นเดียวกับ นายณัฐพล บุบผาวาสน์ อายุ 27 ปี หนุ่มพิการเดินไม่ได้ ชาว จ.จันทบุรี ปั่นวีลแชร์เข้าสู่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ มีเจ้าหน้าที่และประชาชนคอยดูและให้กำลังใจตลอดเส้นทาง

ผวจ.นนท์หนุนใช้บริการเรือด่วน

ส่วนที่ท่าน้ำนนทบุรี อ.เมืองนนทบุรี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.นนทบุรี พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชนจำนวน 750 คน ลงเรือด่วนเจ้าพระยา 6 ลำ เดินทางไปที่ท่าเรือปิ่นเกล้าฯ (ฝั่งพระนคร) เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยนายนิสิต เปิดเผยว่า ได้อำนวยความสะดวกประชาชนชาว จ.นนทบุรี เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาส

ปวงประชาหลั่งไหลเข้าถวายสักการะ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง อย่างไม่ขาดสาย แม้บางช่วงต้องเจอทั้งอากาศร้อนสลับฝนตก 7 พ.ย. 2559 03:28 7 พ.ย. 2559 03:31 ไทยรัฐ