วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลิกโฉมรถไฟไทยยุค 4.0 ดีเดย์ 11 พ.ย.ให้บริการมาตรฐานใหม่

รถไฟไทยพลิกโฉมการเดินทางระบบรางครั้งสำคัญของประเทศ เปิดให้บริการเดินรถโดยสารรุ่นใหม่ 115 คัน 4 เส้นทาง ดีเดย์ 11 พฤศจิกายนนี้ มั่นใจตอบโจทย์รองรับการเติบโตเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค คาดมีผู้ใช้บริการปีละ 1.073 ล้านคน สร้างรายได้เฉลี่ยปีละ 1.2 พันล้านบาท

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการเปิดเดินรถโดยสารรุ่นใหม่จำนวน 115 คันว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.พร้อมแล้วในการเปิดให้บริการเดินรถโดยสารรุ่นใหม่ใน 4 เส้นทาง โดยจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการใน 2 เส้นทางแรกคือ เส้นทาง “อุตราวิถี” กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ และเส้นทาง “อีสานวัฒนา” กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป ขณะที่อีก 2 เส้นทาง เส้นทาง “อีสานมรรคา” กรุงเทพฯ-หนองคาย-กรุงเทพฯ และเส้นทาง “ทักษิณารัถย์” กรุงเทพฯ-หาดใหญ่-กรุงเทพฯ จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป

ยิ่งไปกว่านั้น การรถไฟแห่งประเทศไทยยังได้รับพระราชทานชื่อขบวนจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระราชทานอนุญาตให้เชิญชื่อพระราชทานประดับที่ตู้โดยสารรถไฟใหม่ทั้ง 115 คันอีกด้วย โดยเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ พระราชทานชื่อว่า “อุตราวิถี” เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ พระราชทานชื่อว่า “อีสานวัฒนา” เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย-กรุงเทพฯ พระราชทานชื่อว่า “อีสานมรรคา” และเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-กรุงเทพฯ พระราชทานชื่อว่า “ทักษิณารัถย์”

“การจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการพัฒนาปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนำไปสู่การวางรากฐานประเทศในระยะยาวและยังถือเป็นการพลิกโฉมหน้าการให้บริการครั้งใหญ่ของรถไฟ ในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนคนไทย และหวังกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น และสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว”

ทั้งนี้ การให้บริการรถโดยสารรุ่นใหม่ใน 4 เส้นทาง จะนำมาเดินรถทดแทนรถไฟในตารางเดินรถเก่า 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย-กรุงเทพฯ และเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-กรุงเทพฯ ยกเว้นเส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ ที่จะเปิดให้บริการทั้งขบวนรถโดยสารใหม่และขบวนรถปัจจุบันควบคู่กัน แต่จะให้ขบวนรถใหม่เดินรถทดแทนเวลาเดิมของรถปัจจุบัน ขณะที่ขบวนรถปัจจุบันจะขยับเวลาให้บริการ

ผู้ว่าการการรถไฟฯกล่าวต่อด้วยว่า รถไฟมั่นใจว่าในการให้บริการรถใหม่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารได้เป็นอย่างดี โดยใน 1 ขบวน ประกอบด้วยรถพ่วงเป็นรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 (บนอ.ป.) รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.ป.) ในจำนวนนี้มีรถสำหรับผู้พิการ 1 คัน รถโบกี้ขายอาหารปรับอากาศ (บกข.ป.) และรถกำลังไฟฟ้า (Power Car) อีกทั้งยังประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยครบครัน อาทิ ห้องน้ำระบบสุญญา-กาศระบบกันสะเทือนแบบรถไฟความเร็วสูง ระบบทีวีแจ้งเตือน ปลั๊กไฟบริการทุกที่นอน จอทีวีส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารชั้น 1 กล้องวงจรปิดควบคุมความปลอดภัย รถสำหรับคนพิการ

“ยิ่งไปกว่านั้นการเปิดให้บริการขบวนรถโดยสารใหม่ เมื่อผนวกกับแผนการก่อสร้างรถไฟทางคู่ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ถึงที่หมายปลายทางได้เร็วขึ้น 3 ชั่วโมง จึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้มีโอกาสได้ใช้รถโดยสารรุ่นใหม่อย่างทั่วถึง คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยปีละ 1.073 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้เฉลี่ยประมาณปีละ 1,250.9 ล้านบาท อัตราผลตอบแทน 11.0%”

ปัจจุบัน รถไฟเริ่มเปิดให้ผู้โดยสารจองตั๋วโดยสารใช้บริการรถโดยสารรุ่นใหม่ได้แล้ว และมียอดจองเต็มแล้วหลายขบวน สำหรับค่าโดยสารรถโดยสารรุ่นใหม่ทั้ง 4 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 ราคา 791-881 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 ราคา 1,253-1,453 บาท เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 ราคา 731-821 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 ราคา 1,120-1,320 บาท เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย-กรุงเทพฯ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 ราคา 748-838 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 ราคา 1,157-1,357บาท และเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-กรุงเทพฯ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 ราคา 855-945 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 ราคา 1,394-1,594 บาท.

รถไฟไทยพลิกโฉมการเดินทางระบบรางครั้งสำคัญของประเทศ เปิดให้บริการเดินรถโดยสารรุ่นใหม่ 115 คัน 4 เส้นทาง ดีเดย์ 11 พฤศจิกายนนี้ มั่นใจตอบโจทย์รองรับการเติบโตเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค 7 พ.ย. 2559 01:09 7 พ.ย. 2559 03:18 ไทยรัฐ