วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตา 'ไทยลีก' ฤดูใหม่ ยังไม่นิ่ง!

วันก่อน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้การบริหารงานของ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เปิดที่ทำการ (ชั่วคราว) ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อาคารพงษ์สุภี ประชุมวางแผนหารือร่วมกับตัวแทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และอุปนายกฯฝ่ายต่างๆ โดยประเด็นหลักอยู่ที่การจัดตั้งสภาปฏิรูปและเขียนแผนพัฒนาฟุตบอลแบบยั่งยืนในระยะ 20 ปีข้างหน้า

งานนี้นายกลูกหนังไทย วางโครงการว่าจะเชิญบุคคล หรือตัวแทนองค์กร ผู้ที่มีความสามารถประสบการณ์ในกีฬาฟุตบอล มาเป็นตัวแทนเข้าร่วม “สภาปฏิรูปกีฬาฟุตบอลของประเทศไทย” โดยให้ท่านเหล่านั้นมีส่วนร่วมเสนอความคิด แนวทางที่จะพัฒนาร่วมกัน

โดยวาดฝันว่านี่จะเป็นประวัติศาสตร์ที่วงการลูกหนังบ้านเราจะมีแผนที่เป็นแนวทางพัฒนาฟุตบอลในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ มีทิศทางไปในแนวเดียวกัน ภายใต้กรอบความร่วมมือกันระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กกท., กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงศึกษาธิการ

ประมุขฟุตบอลไทย บอกว่า ที่ต้องเริ่มทำโปรเจกต์นี้กันอย่างจริงจังเพราะทราบมาว่า ประเทศเพื่อนบ้านของเราได้เขียนแผนเหล่านั้นเสร็จเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ประเทศไทยยังไม่เคยมีให้เห็นเป็นรูปธรรมสักที

ดังนั้น เราจะมีการประกาศในเว็บไซต์ของสมาคมฯ หากใครคิดว่ามีความสามารถหรือรู้จักวิธีการและมีแนวทางที่ดี ก็สามารถแนะนำได้ หรือใครที่พร้อมจะร่วมงานกับสมาคมฯก็ให้เสนอมา และตอบรับภายในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ โดยจะจัดประชุมกันหนึ่งครั้งเพื่ออธิบายแนวความคิด หรือนโยบายในการพัฒนา

หลังจากนั้นจะสัมมนาร่วมกัน โดยจะแบ่งหน้าที่การทำงานของแต่ละด้าน เพื่อให้มีความครบถ้วน ทั้งเรื่องโค้ช, กรรมการ, แพทย์, โภชนาการ, ฟิตเนส รวมถึงทุกอย่างที่อยู่ในโครงสร้าง ซึ่งจะพัฒนาให้ชัดเจน

“สรุปคือเราจะทำร่วมกันโดยสมาคมฯ จะจัดกิจกรรมใดๆ เราจะใช้ศูนย์ฝึกของ กกท. ที่มีอยู่ 6 ศูนย์ทั่วประเทศเป็นการเริ่มต้น ในอนาคตนักกีฬาทีมชาติทุกรุ่นจะไปใช้สถานที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นการเก็บตัว และถ้า สมาคมฯ จะคัดเลือกทีมชาติตั้งแต่อายุ 12, 14 หรือ 16 ปี เราจะใช้ศูนย์ฝึกของ กกท.เป็นที่ฝึกซ้อม โดยให้นักกีฬาซ้อม และเรียนที่โรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆ กับศูนย์ โดยมุ่งเน้นเรียนในโรงเรียนนานาชาติ เพราะว่าเราต้องการสร้างนักกีฬาที่มีพื้นฐานด้านภาษา รวมถึงโค้ช และกรรมการที่มีการฝึกอบรม เราจะเปิดคอร์สตั้งแต่เยาวชน ใครสนใจเล่นฟุตบอลก็เล่น ใครสนใจจะเป็นโค้ชหรือกรรมการ เราจะสนับสนุนให้เรียนในโรงเรียนนานาชาติ เพราะที่ผ่านมา บุคลากรของไทยในวงการฟุตบอล เมื่อได้รับทุนไปฝึกอบรมในหลักสูตรของเอเอฟเอฟ, เอเอฟซี หรือฟีฟ่า มักไม่ค่อยผ่านหลักสูตร เพราะว่าเรามีจุดอ่อนด้านภาษา” บิ๊กอ๊อด ร่ายยาวถึงไอเดียในการพัฒนา

ขณะเดียวกัน ในการประชุมกันครั้งนี้ ก็ได้มีการพูดถึงโครงสร้างฟุตบอลลีกของไทย โดยเฉพาะลีกสูงสุดในฤดูกาลหน้า ศึกโตโยต้าไทยลีก 2017 ซึ่งวางแพลนไว้ว่าจะเปิดซีซั่นใหม่กันตั้งแต่ช่วง ก.พ.60

โดย “นายกสมยศ” ให้ความหวังกับทุกสโมสรด้วยว่า จะเพิ่มเงินสนับสนุนจากเดิมทีมละ 20 ล้านบาท เป็น 25 ล้าน แต่ในส่วนของ 5 ล้านไม่ได้ให้ฟรีๆ แต่ขอให้แต่ละทีมต้องเขียนแผนมาด้วยว่าจะเอาไปทำอะไร แบบไหน ยังไง เช่นเดียวกับแนวคิดที่ว่าอาจมีการพักฤดูกาลในช่วงหน้าฝนเพื่อหลีกหนีอุปสรรคต่างๆ โดย เฉพาะเรื่องของสนามเละเทะ

อย่างไรก็ตาม แผนงานสำหรับบอลไทยลีกฤดูกาล 2017 ก็ยังต้องรอดูสถานการณ์ของบางทีม ที่กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นทีม “พลังเอ็ม” โอสถสภา หรือ ซุปเปอร์พาวเวอร์ฯ ที่ได้กลุ่มทุนใหม่จากสมุทรสาคร เข้ามาเทกโอเวอร์ แต่ล่าสุด ติดขัดปัญหาเรื่องกฎของคลับไลเซนซิง ทำให้สะดุดยังเปลี่ยนอะไรไม่ได้ดังใจหวัง และคงต้องคุยกันอีกหลายยก

เช่นเดียวกับอีกทีม คือ “โลมาน้ำเงิน” พัทยา ยูไนเต็ด ที่ประสบปัญหาเรื่องสถานะทางการเงิน จนต้องขายทีมให้กลุ่ม “ยักษ์แสด” อุดรธานี ที่โดดเข้ามาเทกโอเวอร์ เพื่อหาทีมไปเล่นที่อีสาน แต่ทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย เพราะติดปัญหาเคสเดียวกับซุปเปอร์พาวเวอร์ฯ แต่เรื่องของการเจรจาเวลานี้การลุล่วงไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

แต่ปัญหาเรื่องของการเปลี่ยนเจ้าของทีม หรือใครจะเข้ามาเทกโอเวอร์ ใคร หรือสวมสิทธิใคร ยังไม่ชวนติดตามเท่ากับกรณีที่ฤดูกาล 2016 ที่ผ่านมา สมาคมฯได้สร้างเงื่อนปมในเรื่องของการประกาศยุติการแข่งขันบอลลีกและบอลถ้วยทุกรายการก่อนจบฤดูกาลตามมติของสโมสรสมาชิก จนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงไปทั่ว

ขณะเดียวกัน กรณีนี้ก็ส่งผลโดยตรงต่อกระแสความเชื่อมั่นในตัว “ผู้นำ” องค์กรสูงสุดของฟุตบอลไทย ที่ถูกลดทอนลงตามไปด้วย

โดยเฉพาะผลกระทบจากการที่ 2 ทีมสโมสรใหญ่ อย่าง อาร์มี่ ยูไนเต็ด กับทีม “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล ต้องกระเด็นตกชั้นลงไปสู่ลีกดิวิชั่น 1 ทั้งที่ยังมีโอกาสรอดจาก 3 เกมที่เหลือ ซึ่งไม่มีการเยียวยาใดๆ

ทำให้หลายคนมองว่าในฤดูกาล 2017 นั้น ศึกไทยลีกจะมีกี่ทีมกันแน่ แม้ว่าเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกจะยังคงโหวตให้มี 18 ทีมเท่าเดิม โดยไม่มีการเพิ่มเป็น 20 ทีมเพื่อช่วยทั้ง 2 สโมสรดังกล่าวแต่อย่างใด จนเกิดกระแสว่านี่คือ มติ “หักเหลี่ยมโหด” ของสโมสรพันธมิตรด้วยกันเอง

สรุปว่าบอลไทยลีกในฤดูกาลใหม่ ที่ดูเหมือนจะได้ข้อสรุปเรื่องจำนวนทีมไปแล้ว เอาเข้าจริงก็ยังไม่ “นิ่ง”

เพราะทั้งอาร์มี่และชัยนาท ไม่มีใครยอมรับในชะตากรรมการ “ตกชั้น” ไปเล่นในลีกพระรองกันง่ายๆ เพราะมองว่าการตัดสินแบบนี้ไม่เป็นธรรม ซึ่งทั้ง 2 สโมสรต่างยื่นเรื่องถึงการกีฬาแห่งประเทศไทย และกำลังรอฟังผลการพิจารณาอย่างใจจดใจจ่อ

ขณะเดียวกัน ถ้าผลสรุปของ กกท.ออกมายังไม่เป็นที่ถูกใจ สถานีต่อไปก็คือ “เอเอฟซี-ฟีฟ่า” รวมถึง “ศาลกีฬาโลก” ที่จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของทั้ง 2 ทีมอย่างไม่ต้องสงสัย

เรียกว่างานนี้อาจเป็น “หนังชีวิต” ม้วนยาว ที่ต้องติดตาม

ยิ่งล่าสุดทีม “สุภาพบุรุษวงจักร” อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่นิ่งอยู่นาน เริ่มขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เปิดตัวกุนซือและสตาฟฟ์โค้ชชุดใหม่ ที่นำโดย “โค้ชดำ” ธนิศร์ อารีสง่ากุล พร้อมด้วยทีมงาน “โค้ชตุ้ม” รังสิวุฒิ ชโลปถัมภ์, ชาตรี กรบัณฑิตย์, วรกร วิจารณ์ณรงค์ และ อนุกูล กันยายน ส่วน ผจก.ทีมป้ายแดง ก็เป็นอดีตนักเตะทหารบกชุดแชมป์ ถ้วย ก อย่าง พันเอก กิตติเชษฐ์ มโหธร ที่มาพร้อม พลเอก ศุภฤกษ์ ไม้แก้ว ผู้อำนวยการสโมสรคนใหม่ ซึ่งเป็นผู้ลงนามแต่งตั้งทีมงานของทีมลูกหนังอาร์มี่ยุคใหม่ทั้งหมด

แต่นั่นยังไม่น่าสนใจเท่ากับท่าทีของ “บิ๊กเจี๊ยบ” พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานสโมสรคนใหม่ ที่ได้เข้ามาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทีมฟุตบอลอาร์มี่ พร้อมให้นโยบายกับทีมโค้ชทั้งหมดในการทำทีมสู้ศึก
ฤดูกาลใหม่

โดยยังไม่บอกชัดเจนว่าให้เตรียมทีมไว้เล่นลีกไหน... ? ไทยลีก หรือ ด.1

ซึ่งคำตอบสุดท้าย คงต้องถามท่านสมยศดู!!!

0000000000000000000000000000

วันก่อน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้การบริหารงานของ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เปิดที่ทำการ (ชั่วคราว) ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อาคารพงษ์สุภี 6 พ.ย. 2559 12:56 6 พ.ย. 2559 12:58 ไทยรัฐ