วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


แพทย์-พยาบาลออกหน่วยแพทย์อาสา ถวาย "พ่อหลวง" ตลอด 100 วัน

เป็นเวลาเกือบครบหนึ่งเดือนแล้วที่เหล่าอาสาสมัครและจิตอาสา ได้ร่วมแรงร่วมใจ รวมทั้งรวมกำลังทรัพย์ ในการช่วยเหลือและแบ่งปันสิ่งจำเป็นต่างๆ ให้กับปวงชนชาวไทยที่ตั้งใจมาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณท้องสนามหลวง

หนึ่งในน้ำใจสำคัญของเหล่าจิตอาสา คือการช่วยดูแลด้านสุขภาพของประชาชนที่มาตากแดด ตากลมและฝน เพื่อที่จะได้เข้าไปกราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระ บรมมหาราชวัง ของหน่วยแพทย์โครงการแพทย์อาสาร่วมใจ ถวายเป็นพระราชกุศล โดยแพทยสภา ร่วมกับมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง (ปธพ.) 1-5 ซึ่งมีเหล่าแพทย์อาสาจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน, รวมทั้งแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.), พยาบาล, เภสัชกร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชน โดยปักหลักตั้งเต็นท์อยู่ในท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.59

บรรยากาศในเต็นท์พร้อมพรั่งไปด้วยอุปกรณ์ตรวจโรคขั้นพื้นฐาน เตียงพักผู้ป่วยฉุกเฉิน มุมจ่ายยาโดยเภสัชกร ทุกขั้นตอนสะดวกสบาย มีเจ้าหน้าที่จัดระเบียบให้การดูแลเป็นอย่างดี เหมือนเดินเข้าโรงพยาบาลขนาดย่อม เลยทีเดียว ซึ่ง พล.อ.ต.นพ. อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา เปิดเผยว่า การทำงานโครงการนี้เป็นการทำงานของหน่วยอาสาทั้งระบบ ที่เราตั้งใจจะดำเนินการเป็นเวลา 100 วัน เมื่อครบ 100 วัน เราจะส่งคืนให้หน่วยงานรัฐเข้าสู่หน่วยปกติ ซึ่งการทำงานในแต่ละวันจะมีแพทย์อาสา ทั้ง รพ.รามาธิบดี, รพ.ศิริราช, รพ.จุฬาฯ, รพ.กรุงเทพ รวมทั้งหน่วยแพทย์ พอ.สว. และหมออาสาจาก รพ.อื่นๆ อีกมากมาย มาร่วมเข้าพื้นที่วันละ 3 รอบ ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. โดยเฉลี่ยจะมีแพทย์อาสาประมาณ 30-50 คนมาผลัด เปลี่ยนหมุนเวียน แพทย์เหล่านี้เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรคต่างๆ ซึ่งจะคอยดูแลคนไข้ที่เป็นโรคโดยทั่วไปและคนไข้อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน ในส่วนของเภสัชกรเราจะมี 2 รอบ โดยหน่วยงานหลัก คือจาก รพ.ศิริราช และ รพ.รามาธิบดี ยาที่นำมาใช้ก็เป็นยาจากองค์การเภสัชกรรม

คุณหมออิทธพรกล่าวต่อ ว่า การรักษาที่ผ่านมายังเป็นคนไข้ที่มีอาการป่วยเบื้องต้น จากการตากแดด ตากลมและฝน ส่วนคนไข้ฉุกเฉินยังเป็นอุบัติเหตุลื่นล้ม น้ำร้อนลวก และหากมีเคสที่หนักเราก็มีการเตรียมพร้อมที่จะจัดส่งผู้ป่วยทางเรือไปยัง รพ.ศิริราชโดยทันที นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยที่มาจากต่างจังหวัดแล้วลืมเอายาประจำตัวมา ก็แวะมาหาเราที่เต็นท์ก็มี ซึ่งเรายินดีที่จะให้บริการ เพราะคิดว่า คนไข้ทุกคนเป็นแขกคนสำคัญ เราจะดูแลเขาให้ดีที่สุด รวมทั้งยังมีสิ่งของจำเป็นที่หลายคนคิดไม่ถึงและเป็นที่ต้องการ ซึ่งเราก็มีเตรียมให้ครบวงจร อาทิ ผ้าอ้อมสำหรับเด็ก, ผ้าอนามัย เป็นต้น จากการทำงานโครงการนี้ทำให้เราสามารถสร้างการแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นระบบ และสามารถเป็นต้นแบบของการให้บริการทางการแพทย์ในภาวะที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติอื่นๆได้ ส่วนการทำงานครั้งนี้ทุกคนต่างมาทำงานด้วยใจเดียวกัน คือเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 ในการรักษาก็ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เราจะขอให้คนไข้ช่วยจ่ายค่ารักษา ด้วยการทำความดีแทน โดยขอให้ เขาเขียนความดีในสิ่งที่เขาอยากจะทำถวายในหลวง ร.9 เหมือนเป็นคำมั่นสัญญาลงบนกระดาษใบโพธิ์ แล้วนำไปติดบนต้นไม้แห่งความดีถวายพ่อหลวง ซึ่งเราตั้งใจจะทำให้ครบ 9,999 ใบ

นอกจากนี้ นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ มูลนิธิ พอ.สว. เปิดเผยว่า แพทย์อาสา พอ.สว.ได้เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย ซึ่งแพทย์ทุกคนต่างตั้งใจกันมาโดยไม่ต้องเกณฑ์เลย เรียกว่ามาสมัครเกินโควตาด้วยซ้ำ แต่ละคนยินดีมาช่วยงานแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่ต้องเดินทางจากจังหวัดตนตั้งแต่เวลาตี 2-ตี 3 เพื่อจะเดินทางมาให้ถึงกรุงเทพฯ ก่อน 6 โมงเช้า และช่วง บ่ายก็เดินทางกลับภูมิลำเนา .... ทั้งนี้ เพราะทุกคนมีความตั้งใจเดียวกันที่จะทำถวาย “พ่อหลวง” นั่นเอง.

เป็นเวลาเกือบครบหนึ่งเดือนแล้วที่เหล่าอาสาสมัครและจิตอาสา ได้ร่วมแรงร่วมใจ รวมทั้งรวมกำลังทรัพย์ ในการช่วยเหลือและแบ่งปันสิ่งจำเป็นต่างๆ 6 พ.ย. 2559 12:39 18 ม.ค. 2560 14:09 ไทยรัฐ