วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทิศทางหุ้น 07/11/59

ภาวะการซื้อขายหุ้น

ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลง หลังนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,485.70 จุด ลดลง 0.58% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 0.50% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 50,030.72 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 579.58 จุด เพิ่มขึ้น 0.63% จากสัปดาห์ก่อน

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นของสัปดาห์ นำโดยหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ราคายังปรับขึ้นช้า ขณะที่กลุ่มรับเหมาได้รับอานิสงส์จากการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่กระแสนิยมนายโดนัลด์ ทรัมป์ ปรับดีขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อการเทขายสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังได้รับแรงกดดันจากทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงด้วยเช่นกัน

สำหรับสัปดาห์นี้ (7-11 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัดมองว่าดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,475 และ 1,455 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,500 และ 1,515 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ และการประชุม กนง.ของไทย ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่นๆที่น่าสนใจ ได้แก่ ข้อมูลการค้าของจีน

ภาวะตลาดเงินและอัตราแลกเปลี่ยน

เงินบาททยอยแข็งค่า ท่ามกลางแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ฯ จากประเด็นความกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่ง ณ ขณะนี้ นางฮิลลารี คลินตัน และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เป็นคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในครั้งนี้ ยังมีคะแนนที่ใกล้เคียงกันมาก นอกจากนี้ ทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินอื่นๆในภูมิภาค และสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ก็เป็นปัจจัยบวกที่หนุนค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญมีเพียงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ช่วงต้น) เดือน พ.ย. และสต๊อกสินค้าภาคค้าส่งเดือน ก.ย. สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามประกอบด้วย ผลการประชุม
นโยบายการเงินของ กนง. และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ตอบรับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ

สำหรับสัปดาห์นี้ (7-11 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 34.80-35.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดการเงินทั่วโลก น่าจะอยู่ที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือน ต.ค.ของจีน.


บ.ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

6 พ.ย. 2559 09:46 6 พ.ย. 2559 09:48 ไทยรัฐ