วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระเถระ-ปชช. สวดมนต์ เต็มวัดพระแก้ว

แห่เช่าเหรียญร.9คึกคัก เชื่อแท้-เก๊ก็ขลังเช่นกัน

พระเถรานุเถระ-ประชาชนร่วมสวดพระพุทธมนต์ ตั้งจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรัฐบาลกำหนดจัดสวดทุกวันที่ 5 ของเดือน ทุกวัดพร้อมกันทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน พสกนิกรเดินทางมาถวาย สักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเนืองแน่น กทม.เผยคนมาล้นสนามหลวงเฉลี่ยวันละ 1.3 แสนคน แต่มีเพียง 3 หมื่นคนที่ได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ด้านศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร มธ. เตรียมลดขยะรอบสนามหลวงอย่างน้อยร้อยละ 25 ก่อน 5 ธันวาคมนี้ ติงทุกโรงครัวควรมีระบบกำจัดน้ำเสีย

ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ ต่างมาด้วยจิตใจเดียวกัน มุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี เข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่และเหล่าจิตอาสาต่างๆ

พระเทพฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 5 พ.ย. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน และคุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาองค์โตและองค์เล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และในเวลา19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมจากวัดระฆังโฆสิตารามราชวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

พสกนิกรแห่กราบพระบรมศพ

สำหรับบรรยากาศการเข้าถวายสักการะพระบรม ศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 5 พ.ย. พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมาแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างเนืองแน่น ต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ท่ามกลางบรรยากาศอันโศกเศร้าอาดูรของผู้คนที่รักและศรัทธาต่อองค์มหาราชมิ่งขวัญปวงประชา ที่ต่างเดินทางมาต่อแถวสักการะพระบรมศพขององค์ราชันย์แห่งสยาม ยาวตั้งแต่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ไปถึงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยแล้วแน่นพระระเบียงคดวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ล้นไปนอกประตูมณีนพรัตน์ จนเต็มสนามหลวงทิศใต้ เนื่องจากเป็นวันหยุดทำให้ประชาชนมาสักการะพระบรมศพกันมากเป็นพิเศษ ในช่วงเช้า สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ ได้ทางประตูวิเศษไชยศรี จนเมื่อถึงเวลา 08.30 น. ที่มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระแก้ว และพระบรมมหาราชวัง จึงปรับให้ประชาชนไปเข้าทางประตูมณีนพรัตน์ ผ่านวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

จัดระเบียบจราจรรอบสนามหลวง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดระเบียบการจราจรโดยรอบสนามหลวง บริเวณถนนหน้าพระลานให้รถเดินทางเดียว แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนพระจันทร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินผ่าน นอกจากนี้รถของจิตอาสาที่จะเข้ามาภายในสนามหลวงจะต้องมีบัตรอนุญาตเท่านั้น ส่วนการจราจรบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรขาเข้าตั้งแต่เวลา 07.00 น. โดยให้รถโดยสาร ขสมก.และรถจักรยานยนต์สามารถแล่นผ่านได้เท่านั้น ทำให้ที่บริเวณท่าเรือข้ามฟากมีประชาชนเข้าไปใช้บริการมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา

ทหาร–ตำรวจ คุมเข้มทางน้ำ

ที่บริเวณท่าเรือวังหลัง ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชน จากฝั่งธนบุรีจะโดยสารเรือข้ามฟากไปขึ้นที่ท่าพระจันทร์เพื่อร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พบว่ามีการรักษาความปลอดภัยจากทหารบก ทหารเรือและตำรวจอย่างแน่นหนา ประชาชนต้องต่อคิวก่อนแบ่งกันลงโป๊ะเทียบเรือซึ่งสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุด 60 คน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยประชาสัมพันธ์ตลอดเส้นทางจนถึงฝั่งท่าพระจันทร์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามผู้ที่เลือกใช้เรือโดยสารข้ามฟากส่วนใหญ่จะเข้าใจระบบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

กทม.ส่งเรือเก็บขยะตามลำน้ำ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม.ว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักรักษาความสะอาดกรุงเทพมหานคร นำเรือเก็บกวาดสิ่งปฏิกูลออกปฏิบัติงานกันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ตลอดเส้นทางเรือโดยสารข้ามฟากและบริเวณโป๊ะเทียบเรือโดยสาร เพื่อทำให้ทัศนียภาพในแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดสองฟากฝั่งมีความสวยงามสะอาดตาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ กทม.ยังจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจมาร่วมเดินตรวจตรารักษาความปลอดภัยและดูแลความสะอาดบนฟุตปาท ท่าเรือโดยสาร ร่วมกับตำรวจ ทหาร อาสาสมัครรักษาดินแดน ลูกเสือ ยุวกาชาดและนักศึกษาวิชาทหาร

พลังความร้อนพ่ายพลังศรัทธา

ส่วนบรรยากาศที่ท้องสนามหลวง เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์จึงมีประชาชนจากทุกสารทิศหลั่งไหลเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระบรมมหาราชวัง อย่างเนืองแน่น โดยรอบสนามหลวงมีประชาชนจำนวนมากเข้าแถวรอคิวตั้งแต่ช่วงเช้า จุดรอคิวท้ายแถวในสนามหลวงฝั่งทิศเหนือตรงข้ามหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งจัดเป็นจุดพักคอย 30 จุด จุดละ 4 แถว รวม 100 คน เพื่อทยอยเข้าแถว เดินเข้าถวายสักการะตามลำดับ มีคนปักหลักรอคิว ท่ามกลางแสงแดดแผดจ้า อากาศร้อนระอุแต่ละคนได้ใช้ร่มบังแดดนั่งรอด้วยความตั้งใจที่จะเข้าไปกราบหน้าพระบรมศพ ทำให้ความร้อนพ่ายแพ้ต่อพลังศรัทธา พลังพระบารมี จึงไม่เป็นอุปสรรค ทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้มเต็มปริ่มไปด้วยความสุข โดยในช่วงสาย บอม-ธนิน มนูญศิลป์ พระเอกละครดังร่างโย่งมาเดินแจกผ้าเย็นให้ประชาชนที่บริเวณจุดรอคิวท้ายแถวด้วย

บดอัดหินเกร็ดเต็มพื้นสนามหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พื้นที่ท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ ซึ่งใช้เป็นจุดพักคอยของประชาชนที่จะเข้าคิวถวายสักการะพระบรมศพ ก่อนหน้านี้จะมีปัญหาเวลาฝนตกพื้นสนามเละเป็นโคลน กทม.จึงนำหินคลุกมาโรย บดอัดจนแน่น ทำให้พื้นหญ้าเดิมที่เคยแฉะเปียก มีความสะดวกสบายมากขึ้น ขณะเดียวกันมีการประกาศขอความร่วมมือประชาชนที่รับแจกน้ำและอาหารช่วยกันดูแลต้นมะขามรอบสนามหลวง บางต้นอายุนับ 100 ปี โดยห้ามไม่ให้เทน้ำ โดยเฉพาะน้ำอัดลม กาแฟ และสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงบนพื้นดินโคนต้นมะขาม เพราะจะทำให้ต้นไม้ตาย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากประชาชนช่วยเตือนกันเอง ให้เทน้ำลงบนท่อน้ำทิ้งแทน

นอกจากนี้ บริเวณถนนโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ขี่ม้า พร้อมนำสุนัขตำรวจ ออกตระเวนตรวจตราความเรียบร้อย และตรวจหาสิ่งผิดปกติ ซึ่งปรากฏว่าได้รับความสนใจจากเด็กๆที่มากับผู้ปกครอง ต่างเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก

ยัดเยียดเหรียญปลอมให้ผู้สูงอายุ

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ประชาชนที่เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ต่างเก็บพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีการแจกฟรีกลับไปบูชาและเก็บไว้เป็นที่ระลึก มีประชาชนบางส่วนไปเลือกซื้อเหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึก ที่มีคนนำมาเดินเร่ขายในบริเวณรอบสนามหลวง บางคนถูกหลอกให้ซื้อเหรียญปลอมจากคนขายที่อ้างว่าเป็นเหรียญตกค้าง และเป็นเหรียญยอดนิยม อาทิ เหรียญทรงผนวชปี 2499 และเหรียญพระมหาชนก จำหน่ายเหรียญละ 100-150 บาท โดยคนเร่ขายใช้วิธีหลอกล่อด้วยการถือเหรียญไว้ในมือ 4-5 เหรียญและอ้างว่ามีอยู่เพียงเท่านี้ ทำให้ผู้สูงอายุหลายคนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เมื่อถูกยัดเหรียญใส่มือ ก็ต้องยอมจ่ายเงินให้โดยไม่รู้ว่าเป็นเหรียญที่ทำเลียนแบบ ทำให้มีผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อแล้วหลายราย

ตลาดพระท่าพระจันทร์คึกคัก

นอกจากนี้ จากการเดินสำรวจบริเวณข้างวัด มหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ถนนมหาราช และตลาดจำหน่ายพระเครื่องย่านท่าพระจันทร์ บรรยากาศการซื้อขายเหรียญกษาปณ์และเหรียญต่างๆ ที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นไปอย่างคึกคัก และมีการนำเหรียญที่ทำขึ้นเลียนแบบมาวางขายเกลื่อน โดยเหรียญรุ่นดังมีให้เลือกซื้อทุกรุ่นทุกแบบ โดยเฉพาะเหรียญพระมหาชนก ที่จัดทำคู่กับหนังสือพระราชนิพนธ์ เรื่อง พระมหาชนก และกำลังเป็นที่เสาะแสวงหาจนราคาของแท้ขยับขึ้นไปหลายเท่าตัว ส่วนของปลอมซื้อขายกันในราคา 50-150 บาท มีคนสนใจซื้อจำนวนมาก ส่วนหนึ่งบอกจะนำไปขายต่อ

เต็มใจซื้อของปลอม เชื่อไม่เสกก็ขลัง

เมื่อสอบถามคนที่มาหาซื้อเหรียญทำเลียนแบบ เช่น นายสุรินทร์ สิงห์โตทอง อายุ 58 ปี ชาวบ้านจาก จ.พิจิตร ที่ซื้อเหรียญพระมหาชนทำเลียนแบบของแท้ จากแผงพระหลังวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ข้างสนามหลวง กล่าวว่า เดินทางมาสักการะพระบรมศพ กับคณะชาวพิจิตรกว่า 700 คน อยากได้เหรียญที่ระลึกกลับไปฝากญาติ จึงมาเดินหาซื้อของราคาถูกเพราะสามารถซื้อได้จำนวนมาก โดยซื้อเหรียญพระมหาชนก พิมพ์เล็ก 5 เหรียญ ในราคาเหรียญละ 80 บาท ที่ต้องซื้อของเลียนแบบเพราะของแท้ราคาแพงหลายหมื่นบาท แต่ตนเห็นว่าเหรียญเลียนแบบมีราคาถูกมากและบนเหรียญก็มีรูปของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงงาน เป็นเหรียญแห่งความเพียร เชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเป็นของแท้ ไม่ต้องเข้าพิธีปลุกเสกก็มีความขลังในตัวอยู่แล้ว เอากลับไปฝากลูกหลาน ให้เด็กๆ ห้อยคอหล่นหายก็ไม่ต้องเสียดาย

ปลื้มใจเหตุการณ์รอยพระบาทประทับ

ขณะที่นายอำพล วุฒิเมธานันท์ อายุ 49 ปี ชาวบ้านจาก จ.สมุทรสงคราม ที่เดินทางมาซื้อหาภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในอิริยาบถต่างๆ อัดกรอบสำเร็จรูป กลับไปจำนวนนับ 10 ชุด เล่าว่า ความทรงจำของตนที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยตนอายุ 6 ขวบ ตอนนั้นแม่พาไปรับเสด็จเนื่องในโอกาสที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนราษฎรที่ จ.สมุทรสงคราม วันนั้นแม่พาไปนั่งรอรับเสด็จอยู่แถวหน้า พอพระองค์ท่านเสด็จผ่าน แม่นำผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวที่แม่พกไปด้วยออกมาวางไว้ให้พระองค์ทรงประทับรอยพระบาท ทุกวันนี้ยังเก็บผ้ามงคลผืนดังกล่าวไว้บูชาที่บ้านด้วยความปลาบปลื้มประทับใจ เพราะคงไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดบนโลกใบนี้ที่เข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิดเท่าในหลวง ร. 9 ของเราอีกแล้ว

กงสุลหมู่เกาะมาร์แชล์แจกขนมปังน้ำดื่ม

สำหรับการจัดกิจกรรมของหน่วยงานและเหล่าจิตอาสานั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา11.30 น.ที่เต็นท์ร่วมด้วยช่วยกัน บริเวณทางเข้าท้องสนามหลวง ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสตีเฟน เฉิง เซี่ยนซี กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชล์ ประจำประเทศไทย นำขนมปังและน้ำดื่ม จำนวน 3 พันชุด และริสแบรนด์สีดำเขียนข้อความว่า ฉันเกิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 และขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป อีกจำนวนหนึ่ง มาแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมแสดงความอาลัยที่ท้องสนามหลวง โดยกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชล์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชล์ เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อทรงครองราชย์ครบ 70 ปี ตนเคยเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วรู้สึกชื่นชมในน้ำพระทัยพระองค์ท่านมาก จึงได้นำน้ำดื่มและขนมปังมาแจกจ่ายให้ประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน

ผู้พิพากษาศาลอาญาร่วมแจกของ

ส่วนที่เต็นท์ที่ 4 ด้านเหนือ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามประตูศาลฎีกา นายสุภัทร์ สุทธิมนัส อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา นายสมชาติ สารธรรม รองอธิบดีศาลอาญา คณะผู้พิพากษาและผู้ประนีประนอมประจำศาลอาญา นำซาลาเปา 300 ใบ น้ำมะพร้าวกล่อง 50 ลัง ร่มกันแดด 500 คัน น้ำดื่มและกล้วยแขกมาแจกให้กับประชาชนที่มาต่อคิวเพื่อเข้าถวายบังคมพระบรมศพ

พริตตี้อาสาทำดีเพื่อในหลวง ร.9

ที่เต็นท์กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ท้องสนามหลวง มีกลุ่มพริตตี้และกลุ่มเอ็มซี หรือพิธีกร งานอีเวนต์ต่างๆ รวมกลุ่มหมุนเวียนเข้ามาเป็นจิตอาสา คอยประกาศประชาสัมพันธ์เรื่องต่างๆ ทั้งภาษาไทย อังกฤษและจีน ให้กับประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาบริเวณท้องสนามหลวง ได้รับทราบข้อมูลต่างๆ โดย น.ส.เขมจิรา จันทร์หอม น.ส.ชีวาพร ศรีศักดิ์เลขา และนายพงษ์นรินทร์ อายุยืน ตัวแทนกลุ่มพริตตี้และกลุ่มเอ็มซี กล่าวว่า ในอาชีพพริตตี้ และกลุ่มเอ็มซี มีความถนัดเรื่องของการพูดหลายภาษาอยู่แล้ว เพื่อนส่วนหนึ่งคุยกันในกลุ่มเล็กๆ เพื่อเข้ามาช่วยงานเป็นจิตอาสาในการประชาสัมพันธ์ ก่อนที่จะมีการบอกต่อๆ กันไปจนกลายเป็นกลุ่มใหญ่ผลัดเปลี่ยนเข้ามาช่วยงานกว่า 200 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์แจ้งข้อมูลข่าวสาร อีกส่วนจะทำหน้าที่รับโทรศัพท์สายด่วน 1899 แจ้งเหตุและสอบถาม แม้ว่าบางคนจะขาดรายได้ไปเมื่อมาช่วยงาน แต่ทุกคนเต็มใจที่มาร่วมถวายงานเป็นจิตอาสามี จุดมุ่งหมายเดียวกันคือรักในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ แต่เราก็สามารถเติมเต็มให้งานสมบูรณ์แบบ

ขอผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่

จากนั้นเวลา 12.30 น. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังการประชุมร่วม กอร.รส.ว่าในทุกวันมีประชาชนเข้ามาในพื้นที่สนามหลวงประมาณ 130,000 คน มี 30,000 คน ที่ได้เข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ ดังนั้นคนที่เหลือจึงเป็นคนที่ไม่ได้เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ หากแต่มาร่วมทำกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมต่างๆที่มีอยู่ในสนามหลวง อาทิ ตัดผม นวด วาดภาพ สกรีนเสื้อ หรือย้อมผ้า จึงขอความกรุณาให้ออกจากพื้นที่ และขอความร่วมมือคนที่จะมาจัดกิจกรรม ให้เน้นเพื่ออำนวยความสะดวกคนที่เข้ามาถวายสักการะ เช่น เรื่องอาหาร เป็นต้น แต่เราจะขอความร่วมมือ ให้แจกเป็นรอบๆ พร้อมกันนี้ก็จะขึ้นบัญชีผู้ค้าแผงลอยที่ยังคงนำสินค้ามาวางจำหน่าย ซึ่งพบว่ามีการกระทำบางอย่างมิบังควรและแอบอ้าง ถึงขั้นผ่านพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นคนต่างจังหวัดที่ไม่รู้เรื่องอะไร

1197 สอบถามเส้นทาง–จอดรถ

ด้าน พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า สำหรับประชาชน ที่มีความประสงค์จะมาเพื่อถวายสักการะพระบรมศพ ที่พระบรมมหาราชวัง แต่ไม่ทราบเส้นทาง หรือกลุ่มบุคคลที่เดินทางเป็นหมู่คณะที่ต้องการทราบจุดจอดรถ สามารถโทร.มาสอบถามข้อมูลศูนย์จราจรกลางที่เบอร์ 1197 เพราะมีจุดสำหรับจอดรถ และจุดบริการรถฟรี จัดเตรียมไว้ให้

คนเร่ร่อนสนามหลวงลดลง

ขณะที่นายณรงค์ คงคำ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า การดูแลกลุ่มคนไร้ที่พึ่งพิงจาก 3 วันที่ผ่านมา พบคนเข้าข่าย 148 ราย และเมื่อคืน (4 พ.ย.) พบ 25 ราย โดยแบ่งเป็นกลุ่มคนที่มาค้างคืนเพื่อรอถวายสักการะพระบรมศพ 3 ราย และเป็นกลุ่มคนไร้ที่พึ่งพิง 22 ราย โดยการแก้ปัญหาจะมีการเชิญตัวมาที่จุดคัดกรอง ซึ่งมีทั้งนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ คอยสอบถามข้อมูล เพื่อแยกเป็นกรณี หากมีอาการเจ็บป่วยจะส่งไปยังสถานพยาบาล ถ้าพบมีอาการมึนเมาสุเรา ก็ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเป็นกลุ่มคนไร้ที่พึ่งก็จะส่งไปยังบ้านมิตรไมตรี ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าสถิติในหลายวันที่ผ่านมา จำนวนของคนไร้ที่พึ่งลดลงอย่างน่าพอใจ จึงขอฝากประชาชนหากพบบุคคลที่เข้าข่ายแจ้งมายัง กอร.รส.ได้

คนมาเข้าคิวได้เข้าสักการะแน่

พล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส.กล่าวว่า ภาพรวมของการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดย กอร.รส.ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว รวมถึงความปลอดภัยและการรักษาระเบียบความสงบเรียบร้อย ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเที่ยง ของวันนี้มีประชาชนเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพแล้ว 17,000 ยังคงมีเข้าคิวอีก 20,000 เศษๆ ท้ายแถวจะมีบอลลูนลอยขึ้นเป็นจุดสังเกต ทั้งนี้ เราจะประสานงานกับสำนักพระราชวัง เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง

พบอาสาสมัครทำตัวไม่เหมาะสม

ด้านนายวิกร เพิ่มพวก ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ามีอาสาสมัครบางคน มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม มีการแอบอ้างเรียกรับเงิน ดังนั้นหลังวันที่ 7 เราจะมีการออกบัตรแบบใหม่ที่มีสีแตกต่างกันออกไป และต้องขอให้ประชาชนที่จะลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครพกบัตรประชาชนตัวจริง หรือบัตรที่ข้าราชการออกให้ ที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก เพื่อเป็นข้อมูล และขอให้ทำความเข้าใจว่าอาสาสมัครจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ เพียงแต่ได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเท่านั้น และหลังวันที่ 13 พ.ย.จะมีการออกบัตรเป็นบาร์โค้ด เพื่อความง่ายต่อการตรวจสอบเป็นรายบุคคล ขอฝากไปยังประชาชนหากพบเห็นว่ามีอาสาสมัครประพฤติตัวไม่เหมาะสม ให้โทร.แจ้งได้ที่เบอร์ 09-5479-7034 ได้

บก.จร.แจงจัดจุดจอดรถรองรับ

วันเดียวกัน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. ประชาสัมพันธ์จัดการจราจร กรณีประชาชนเดินทางเป็นหมู่คณะโดยรถบัส เพื่อเข้าเฝ้าฯถวายบังคมพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง ระหว่างวันที่ 5-6 พ.ย. โดยทางตำรวจจัดจุดจอดรับ-ส่ง 2 จุด ประกอบด้วย หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง และหน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนินกลาง เมื่อส่งคนแล้วให้นำรถไปจอดในพื้นที่ 5 จุด ประกอบด้วย ถนนพุทธมณฑลสาย 1 รองรับรถได้ 400 คัน ถนนพุทธมณฑลสาย 2 รองรับรถได้ 500 คัน ถนนกาญจนาภิเษก รองรับรถได้ 500 คัน สถานีขนส่งสายใต้เก่า รองรับรถได้ 150 คัน ถนนไฟฉาย-ถนนกาญจนาภิเษก รองรับรถได้ 500 คัน ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งอุบัติเหตุและสภาพจราจรเพิ่มเติม ได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ส่วนกำหนดการต่างๆ เกี่ยวกับการจัดงานพระราชพิธีสอบถามได้ที่หมายเลข 1899

กำชับผู้ปกครองระวังเด็กพลัดหลง

ต่อมา พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. รรท.ผบก.น.1 พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น.เดินทางตรวจความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวงและจุดคัดกรองต่างๆ จากนั้น พล.ต.ต.สมพงษ์ เปิดเผยว่า วันนี้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 7 กองร้อย พร้อมตำรวจนอกเครื่องแบบอีก 300 นาย อีกทั้งมีการตั้งจุดคัดกรองรอบสนามหลวง เพื่อตรวจสอบและยึดอาวุธที่ประชาชนพกเข้ามา ส่วนใหญ่เป็นคัตเตอร์ กรรไกร และมีด ขอประชาสัมพันธ์ว่า อย่าพกพาอาวุธเข้ามาในพื้นที่รอบสนามหลวงโดยเด็ดขาด ส่วนผู้ปกครองที่พาเด็กเข้ามาในพื้นที่ ขอให้เขียนที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ใส่ไว้กับตัวเด็ก เพราะวันนี้มีเด็กพลัดหลง 3 คน มี 2 คนที่มีเบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครองติดตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ติดต่อมารับได้ทันที แต่เด็กอีกหนึ่งรายไม่มีข้อมูลใดๆ เลย ทำให้เจ้าหน้าที่เสียเวลา 3-4 ชั่วโมงในการตามหาผู้ปกครอง ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า ภาพรวมการจราจรวันนี้ บริเวณโดยรอบคล่องตัว ถึงแม้จะมีการปิดการจราจรทั้ง 27 เส้นทาง ก็ไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่รอบนอก สำหรับวันที่ 6 พ.ย.ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ขอความร่วมมือผู้ที่เข้าร่วมพิธีไม่ควรนำรถส่วนตัวมาจอดในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หากจำเป็นให้มาจอดรับ-ส่งที่ถนนพระอาทิตย์เท่านั้น ควรหลีกเลี่ยงถนนราชดำเนิน เพราะยังปิดเส้นทางจราจรอยู่

เตรียมลดขยะร้อยละ 25

จากนั้น เวลา 13.30 น. ที่หน้าหอประชุมศรีบูรพา ม.ธรรมศาสตร์ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครฯ เปิดเผยว่า จากการดำเนินการของศูนย์ฯ ถึงวันนี้ มีจำนวนอาสาสมัครทั้งสิ้น 22,184 คน เฉลี่ยวันละ 1,304 คน แยกประเภทเป็นอาสาสมัครจัดการขยะร้อยละ 33.59 อาสาสมัครจัดการของบริจาคร้อยละ 26.68 อาสาสมัครแพทย์และพยาบาลร้อยละ 4.8 อาสาบริการร้อยละ 30.44 อาสาสมัครประจำรถ shuttle Bus ร้อยละ 0.01 อาสาสมัครประจำระบบภายในร้อยละ 1.39 และอื่นๆ ร้อยละ 3.09 ทั้งนี้ พบอาสาสมัครอายุน้อยที่สุดคืออายุ 6 ขวบ มาทำหน้าที่เก็บขยะกับผู้ปกครอง นอกจากนี้ยังได้จัดครัวตัวอย่าง คือโรงครัวธรรมศาสตร์ไว้บริการแก่อาสาสมัคร โดยรูปแบบบริการตัวเอง ไม่ใช้กล่องโฟม กระดาษ แต่จะมีจาน ซ้อน เตรียมไว้ให้ เมื่อรับประทานเสร็จต้องล้างภาชนะเอง เพื่อเป็นต้นแบบการลดขยะแก่โรงครัวในท้องสนามหลวง ทั้งนี้จะพยายามให้กล่องโฟมหมดไปจากท้องสนามหลวง และขยะลดลงอย่างน้อยลงร้อยละ 25 ให้ได้ก่อนวันที่ 5 ธันวาคมนี้

ติงทุกโรงครัวต้องมีระบบกำจัดน้ำเสีย

นายปริญญากล่าวอีกว่า จากการสำรวจการดำเนินการของโรงครัวที่ผ่านมา พบโรงครัวของมูลนิธิร่วมกตัญญูดีที่สุด อยากให้โรงครัวอื่นๆ นำไปเป็นแบบอย่าง ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ ไขมันในน้ำขยะจากโรงครัว และไม่คัดแยกเศษอาหารก่อนเทน้ำทิ้ง จึงต้องมีมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขณะเดียวกันในการประกอบอาหารก็ไม่มีการสวมผ้ากันเปื้อน สวมหมวก ซึ่งต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้ได้มาตรฐาน ส่วนขั้นตอนในการปรุงอาหารนั้น ควรยกให้สูงจากพื้น ไม่ควรวางภาชนะต่างๆไว้บนถังแก๊ส เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ และไม่ควรประกอบอาหารไว้เกินจำนวนความต้องการ เพราะจะส่งผลต่อปริมาณขยะ

ปิดศูนย์ชั่วคราว แต่จิตอาสาทำงานอยู่

นายปริญญา กล่าวว่า ศูนย์จะปิดทำการชั่วคราวในวันที่ 6, 11, 12, 13 พ.ย.นี้ แต่อาสาสมัครจะยังคงทำงานอยู่ เนื่องด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปี 2558 ส่วนอาสาสมัครที่เคยปฏิบัติงานแล้ว ขอให้มาลงทะเบียนได้รับบัตรอาสาสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน จึงจะสามารถเข้าปฏิบัติงานในศูนย์ชั่วคราวได้ นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.เป็นต้นไป จะมีการเปลี่ยนสีบัตรของอาสาสมัครในแต่ละวันเพื่อป้องกันการแอบอ้างจากผู้ไม่หวังดี

นักเขียนซีไรต์ชมน้ำใจจิตอาสา

ด้าน น.ส.งามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ซึ่งนำอาหารมาให้อาสาสมัครได้รับประทาน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีส่วนร่วมในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ในการแก้ไขปัญหาปริมาณขยะก่อนหน้านี้รู้สึกตกใจกับปริมาณขยะต่อวัน ที่สำคัญยังเกินความต้องการของประชาชน จึงขอเชิญผู้ที่สนใจให้มาร่วมเป็นแนวหลัง ทำในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อสังคมของเรา นอกจากนี้ น.ส.สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ หรืออิมเมจ The Voice ยังได้ร่วมประชาสัมพันธ์จิตอาสา งดใช้กล่องโฟม คัดแยกขยะ ล้างจาน และขัดห้องน้ำด้วย

สวดพระพุทธมนต์ถวาย

ต่อมาเวลา 15.00 น.ที่อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง มหาเถรสมาคม ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระเทพดิลก วัดสามพระยา พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา พร้อมด้วยพระราชา คณะพระสังฆาธิการทุกระดับ ทุกวัด ในเขตกรุงเทพมหานคร กว่า 500 รูป เข้าร่วม สำหรับการสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลครั้งนี้ เกิดจากมติมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ให้มีการจัดพิธีนี้ ทุกวัดพร้อมกันทั่วประเทศ และเชิญชวนประชาชนให้สวดมนต์และเจริญจิตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ประชาชนร่วมพิธีสวดจนแน่น

สำหรับบรรยากาศโดยรอบพระอุโบสถวัด พระศรีรัตนศาสดาราม คลาคล่ำไปด้วยเหล่าพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศที่เดินทางมาร่วมในพิธี ส่งผลให้ในบริเวณพระอุโบสถ ภายในกำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ ไปจนถึงบนศาลารายรอบพระอุโบสถ บนระเบียงคด มีประชาชนเดินทางมาจับจองที่ร่วมสวดมนต์กันเนืองแน่น ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้นำหนังสือบทสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล จำนวน 5 พันเล่ม พร้อมภาพพระบรมฉายาลักษณ์ มาแจกให้พสกนิกร ขณะที่หน้าพระอุโบสถ มีการอัญเชิญภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ขนาดใหญ่มาประดิษฐานไว้ เพื่อให้ราษฎรที่มาร่วมในพิธี ได้ส่งจิตอธิษฐานถึงองค์พระผู้เสด็จสู่สรวงสวรรคาลัย ร่วมกันทั้งมณฑลพิธีวัดพระแก้ว

ร่วมกันเจริญจิตภาวนา

กระทั่งเวลา 16.00 น. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กล่าวสัมโมทนียกถา ก่อนวางพานพุ่มเครื่องสักการะ และจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ต่อมานายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จากนั้นจุดเครื่องบูชาทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัด ราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระสวดพระพุทธมนต์ รวม 13 บท ประกอบด้วย ปุพพะภาคะนะมะกาโร, สะระณะคะมะนะปาโฐ, ปัพพะโตปะมะคาถา, อะริยะธะนะคาถา (ต่อ), อาทิตตะปะริยายะสุตตัง, สะติปัฏฐานะปาโฐ, ภาระสุตตะคาถา, ติลักขะณาทิคาถา, วิปัสสะนาภูมิปาโฐ, ปัฏฐานะมาติกาปาโฐ, ติอุทานะคาถา, ภัทเทกะรัตตะคาถา และภะวะตุ สัพพะมังคะลัง ใช้เวลาสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล เป็นเวลา 45 นาที จากนั้นสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธฯ นำคณะสงฆ์ตลอดจนพสกนิกรที่อยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และที่รวมตัวอยู่ในวัดทั่วประเทศ ร่วมกันเจริญจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพียง

จัดสวดทุกวันที่ 5 ของเดือน

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังเสร็จพิธีว่า หลังจากนี้การสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล จะมีขึ้นทุกวันที่ 5 ของเดือน ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และทุกวัดพร้อมกันทั่วประเทศ เว้นในเดือน ธ.ค.จะปรับมาเป็นวันที่ 4 ธ.ค.แทน ขณะที่นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผอ.สำนักงานเลขาธิการ มหาเถรสมาคม นอกจากการสวดเจริญพุทธมนต์ในวัดพระแก้ว ยังมีการจัดสวดเจริญพระพุทธมนต์ที่มหาเถรสมาคม ได้ร่วมกับรัฐบาลจัดขึ้นทุกวัดทั่วประเทศในทุกวันจันทร์และวันศุกร์ โดยการสวดในวันจันทร์ จากเดิมสวดเพื่อถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ปรับเป็นการจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนวันศุกร์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เหมือนเดิม นอกจากนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาได้จัดโครงการอุปสมบทหมู่ทั่วประเทศ ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วันจำนวน 10,000 รูป แบ่งเป็นจังหวัดละ 89 รูป เริ่มบวช 28 พ.ย.ลาสิกขา 6 ธ.ค. รวม 9 วัน จากนั้น วันที่ 20 ม.ค.จะมีการจัดพิธีอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในการบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน)

อาลัยทั่วประเทศ 6.8 ล้านราย

วันเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยสรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่าประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ในต่างจังหวัด ณ วันที่ 4พ.ย.จำนวนทั้ง 179,629 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 6,889,408 รายกิจกรรมสวดอภิธรรม จำนวนทั้งสิ้น 8,810,465 คน กิจกรรมการทำบุญตักบาตร จำนวนทั้งสิ้น 2,733,720 คน และกิจกรรมอื่นๆ จำนวนทั้งสิ้น 2,374,144 คน

พระราชทานอาหารแก่พสกนิกร

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตลอดทั้งวันพสกนิกรที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่สนามหลวง ต่างต้องปลาบปลื้มซาบซึ้งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ และพระเมตตาจากพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงห่วงใยราษฎรที่มาถวายสักการะพระบรมศพ พระราชทาน ประทาน อาหารมาแจกจ่ายให้ได้รับประทานกันอย่างอิ่มหนำ เช่น ที่เต็นท์ฝั่งทิศใต้ของทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประชาชนจำนวนมากมาต่อคิวรอรับอาหารพระราชทานจากสมเด็จพระบรมโอรสา ธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งประกอบไปด้วย อาหารชั้นดีรสเลิศจากร้านดัง อาทิ ข้าวขาหมู สตูไก่ บะหมี่หมูแดง ฯลฯ เช่นเดียวกันที่เต็นท์หมายเลข 11 สนามหลวงทิศเหนือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า จุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ พระราชทานหน่วยแพทย์-พยาบาล จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลวิชัยยุทธ มาดูแลสุขภาพของประชาชน ขณะที่บริเวณหน้ากรมศิลปากร ตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ก็รับสั่งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภา กาชาดไทย นำรถโรงครัวเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” มาปรุงอาหารสดแจกประชาชนทุกวัน โดยมีเมนูหลักคือข้าวเหนียวไก่ทอด

“ร่วม–ตึ๊ง” เปิดโรงทานบริจาคของ

ขณะที่ที่เต็นท์ 27 โรงทานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ด้านถนนหน้าพระลาน ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.) นายเสน่ห์ บุนนาค ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง คณะกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมฯ ร่วมกันนำขนมปัง ยาดม จำนวน 1,500 ชุด บริจาคแก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ยังประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการเข้าถวายบังคมพระบรมศพเพื่อให้ประชาชนรับทราบและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ส่วนที่เต็นท์ 39 ของมูลนิธิร่วมกตัญญู ตรงข้าม ม.ธรรมศาสตร์ มีประชาชนจำนวนมากต่อแถวรอรับอาหารและผลไม้ นายอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ หัวหน้ารถกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูกล่าวว่า วันนี้มีอาหาร อาทิ ผัดกะเพราไก่ แกงฟักไก่ ผัดซีอิ๊ว ผัดวุ้นเส้นและผัดพริกหยวก รวมทั้งผลไม้หลายชนิด อาทิ แตงโมและฝรั่ง โดยมีตารางแจกอาหารช่วงเวลา 06.00-09.00 น. เวลา 11.00-14.00 น. และเวลา 16.00-20.00 น.

แจกข้าว–ทำบุญถวายในหลวง ร.9

สำหรับต่างจังหวัดประชาชนร่วมใจกันทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่องโดยที่มูลนิธิร่วมใจอุทัยธานี จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยกันขนน้ำดื่ม ของใช้และอาหาร อาทิ ข้าวเหนียวหมูทอด 500 กล่อง ขนมปัง นม ยาสามัญประจำบ้าน ยาดม กระดาษชำระและของใช้อีกจำนวนมากขึ้นรถกระบะ 3 คัน ส่งไปสนามหลวง เพื่อแจกให้ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และที่ร้านสุโขทัยโลหะกิจ เลขที่ 93/20 ถนนบายพาส หมู่ 4 ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย นายธนพล หรือเสี่ยแกะ เลาบุญเสถียร อายุ 46 ปี เจ้าของร้านและประธานชมรมรถ จยย.คลาสสิกสุโขทัยพร้อมสมาชิก จัดขบวนรถ จยย.คลาสสิกนำกฐินไปทอดที่วัดนากาหลง ต.นาเชิงคีรี อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9

นักโทษแต่งเพลง “ต้นไม้เทวดา”

ที่ จ.ร้อยเอ็ด นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด นางยุพา วิฑูรย์ นายกเหล่ากาชาดร้อยเอ็ด นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ร่วมกับประชาชน ข้าราชการ นักเรียนและนักศึกษาทำพิธีทอดกฐินถวาย 110 วัดใน 20 อำเภอของ จ.ร้อยเอ็ด ที่มณฑลพิธีในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ซึ่งการทอดกฐินครั้งนี้จัดเป็นกรณีพิเศษเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เช่นเดียวกับ จ.บุรีรัมย์ นายเผด็จ หริ่งรอด ผบ.เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และผู้ต้องขังพร้อมใจกันขับร้องเพลง “ต้นไม้เทวดา” ที่ผู้ต้องขังชายคนหนึ่งแต่งขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มอบสองล้อ 122 คันให้ นร.ด้อยโอกาส

ขณะเดียวกันที่โรงเรียนวัดบ้านแสลงคง ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ นางภานิชา อินทร์ช้าง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์เขต 2 นางวิไล ชัยสุริยะเดชา ผอ.โรงเรียนวัดบ้านแสลงคงและนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในเขตพื้นที่ อ.พลับพลาชัย ร่วมรับมอบรถจักรยาน 122 คันที่ผู้มีจิตศรัทธาจากภาคส่วนต่างๆ และคณะครูร่วมกันจัดหามามอบให้กับนักเรียน เพื่อเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็กด้อยโอกาส

อุบลฯ แห่กราบสักการะ 4 กลุ่ม

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ชาว จ.อุบลราชธานี มีความประสงค์จะเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งหมด 4 กลุ่ม กลุ่มละ 750 คน คือกลุ่มที่ 1 ไปวันที่ 22 พ.ย. กลุ่มที่ 2 ไปวันที่ 5 ธ.ค. กลุ่มที่ 3 ไปวันที่ 24 ธ.ค.และกลุ่มที่ 4 ไปวันที่ 12 ม.ค.60 ส่วนประชาชนที่สนใจเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ที่ว่าการอำเภอตามทะเบียนหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดอุบลราชธานี (กลุ่มงานความมั่นคง) โทรศัพท์หมายเลข 0-4534-4658 สำหรับการแต่งกาย ขอให้แต่งกายตามประกาศสำนักพระราชวังโดยแต่งไว้ทุกข์สีดำ สุภาพบุรุษสวมเสื้อมีปกสีดำ กางเกงขายาวสีดำ (งดกางเกงยีนส์) รองเท้าหุ้มส้นสีดำ สุภาพสตรี สวมชุดสุภาพ มีแขน ไม่รัดรูป กระโปรงยาวคลุมเข่าหรือผ้าถุง (งดเว้นกระโปรงยีนส์) รองเท้าหุ้มส้นสีดำ

แก่งสะพือประวัติศาสตร์

นายปัญญา แพงเหล่า ผู้สืบสานตำนานเมืองอุบลราชธานีและคณะกรรมการผู้จัดทำหนังสือตามรอยเสด็จ เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ เสด็จฯมาเยี่ยมพสกนิกรชาว อ.พิบูลมังสาหาร บริเวณแก่งสะพือ เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2498 พร้อมประทับเสวยพระกระยาหารเที่ยงที่พลับพลาริมแก่งสะพือ ครั้งนั้นทางราชการได้จัดเตรียมศิลาทรายที่ขุดพบในบริเวณวัดสระแก้ว (วัดใต้) ไว้จึงทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชานุญาตให้ทรงลงพระปรมาภิไธย โดยทรงจารึกลงแผ่นศิลาทรายด้วยชอล์กสีขาว ซึ่งทางราชการได้ให้ช่างแกะสลักรอยจารึกเพื่อกันความเลอะเลือนภายหลัง ต่อมาจึงได้สร้างตั้งแท่นประดิษฐานพระปรมาภิไธยขึ้น หลังดำเนินการเสร็จได้จัดเฉลิมฉลองเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2510 หินพระปรมาภิไธยจึงเป็นอนุสรณ์สถานที่เด่นเป็นสง่าและล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองพิบูลมังสาหารจนถึงปัจจุบัน

วาดภาพ-แกะสลักเกี่ยวพัน ร.9

พระครูสุเขตสุทธาลังการ เจ้าอาวาสวัดทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ได้จ้างอาจารย์จากกรมศิลปากรวาดภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนเสาศาลาการเปรียญทั้ง 14 ต้นโดยเสา 7 ต้นแรก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ ส่วนเสาอีก 7 ต้น ด้านซ้ายจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่พระองค์เสด็จฯมา จ.สุโขทัย จำนวน 7 ครั้ง สาเหตุการวาดภาพพระราชกรณียกิจลงบน เสาศาลาการเปรียญนั้น เพื่อให้ชาวบ้านที่มาทำบุญได้เห็นการทำงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำงานเหนื่อยเพื่อคนไทยและเพื่อทำให้คนไทยรู้จักรักใคร่สามัคคีปรองดองกัน ส่วนที่สวนหมากไม้ ริมถนนสายดอนเจดีย์ อ.พบพระ จ.ตาก ของนายณรงค์ ไกรนารถ ได้เปิดให้ชาวบ้านสลักภาพอะไรก็ได้บนผลเมล่อนในสวน ตั้งแต่วันที่ 2-9 พ.ย.59 ซึ่งเมื่อทิ้งระยะประมาณ 1 เดือน ภาพที่สลักลงไปจะเห็นเด่นชัดสวยงาม ปรากฏว่าชาวบ้านสลักเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และภาพสลักหมายเลข ๙ จำนวนมากเกือบทั้งสวน

ปู่อายุ 91 ปีบวชเพื่อในหลวง

ที่วัดคลองสน หมู่ 3 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ได้มีผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปรวม 14 ราย มีความประสงค์อุปสมบทเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทั้งหมดเดินทางมาปลงผมที่วัดกันอย่างพร้อมเพรียง โดยผู้อายุมากที่สุดคือนายสำราญ อินจรัญ อายุ 91 ปี ข้าราชการบำนาญ โดยมีพระครูสุเมธจริยาลังการ เจ้าคณะตำบลเกาะช้าง และเจ้าอาวาสวัดคลองสนเป็นพระอุปัชฌาย์ และที่บริเวณอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผวจ.ปราจีนบุรี เป็นประธานในพิธีกล่าวแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและร่วมกันแปรตัวอักษร สัญลักษณ์ของโครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นเลข ๙ ด้านใน ส่วนด้านนอกมีข้อความว่า “นฤบดินทรจินดา ปราจีนบุรี” โดยมีข้าราชการ ตำรวจ ทหาร เหล่ากาชาดจังหวัด พ่อค้า ประชาชน นักเรียน และนักศึกษาร่วมพิธีกว่า 30,000 คน

ผญบ.นำทีมเดินเท้าสู่เมืองกรุง

สายวันเดียวกันที่บริเวณถนนบางลี่-วัดไผ่ หมู่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรีนายณราชัย หอมใจ อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกุ่ม อ.สองพี่น้อง นางสังเวย พิทักษ์วงค์ อายุ 73 ปี นางกริษณา พิทักษ์วงค์ อายุ 62 ปี นางนกแก้ว พิทักษ์วงค์ อายุ 45 ปี นางสำเริง มีสม อายุ 54 ปี นางบัวไร ปิ่นแก้ว อายุ 54 ปี นางสายสมร พิทักษ์วงค์ อายุ 45 ปี ด.ญ.หทัยชนก ไทยประเสริญ อายุ 11 ขวบ และ ด.ช.อัคพล มีสม อายุ 10 ขวบ ทั้งหมดเป็นเครือญาติกัน พร้อมรถซาเล้งติดตั้งพระ บรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและธงชาติเดินเท้ามุ่งหน้าไปถวายสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยนายณราชัยกล่าวว่า หลังทราบข่าวสวรรคตของในหลวง ร.9 ตนยังเสียใจไม่หาย อยากให้พระองค์อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนต่อไป และขอทำดีเพื่อพ่อหลวงสักครั้ง โดยชวนญาติพี่น้องเดินเท้ามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเข้าถวายสักการะ พระบรมศพ

ชาวม้งลงดอยไปสนามหลวง

ที่หมู่ 1 บ้านโล๊ะโค๊ะ ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร หมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง นายซ่า แสนซุ้ง อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านโล๊ะโค๊ะพร้อมเพื่อนชาวม้งรวม 7 คน เดินเท้าลงจากดอยเพื่อจะไปสักการะพระบรมศพ โดยแต่งกายชุดประจำเผ่ามีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช แบกใส่หลังไปด้วย โดยนายซ่าแสนซุ้ง เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจมากที่พระองค์เสด็จสวรรคต ชาวไทยภูเขาถือว่าพระองค์เป็นพ่อคนที่ 1 สำคัญกว่าพ่อบังเกิดเกล้าด้วยซ้ำ เพราะพระองค์ทรงตรากตรำลำบากเพื่อประชาชนมานานถึง 70 ปี ทำให้รู้สึกรักพระองค์มาก และที่วัดสระแก้ว อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พระฤทธิรงค์ โกสโร อายุ 34 ปี พระลูกวัดวัดสระแก้ว พร้อมลูกศิษย์เดินเท้าไปกรุงเทพฯเพื่อเข้าถวายบังคมพระบรมศพเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจคอยให้ความสะดวกตลอดเส้นทาง

ในหลวง ร.9 เปรียบดั่งสมมติเทพ

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ที่วัดห้วยบง อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ พระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) มาตรวจเยี่ยมพระบัณฑิตอาสาพัฒนาชาวเขา และพระธรรมจาริก พร้อมทั้งนำคณะผู้บริหาร มจร. ข้าราชการในพื้นที่ ชาวเขาเผ่าปกากะญอ ม้ง อาข่า มูเซอ ไทยใหญ่ กว่า 300 คน สวดพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นร่วมเจริญจิตภาวนาเป็นเวลา 90 วินาที และร่วมกันจุดเทียน ซึ่งวางเรียงเป็นรูปหัวใจล้อมหมายเลข 9 ด้านบนหัวใจเป็นข้อความว่า ชาวกัลยาฯ ส่วนด้านล่าง เป็นอักษรย่อภาษาอังกฤษ ชื่อของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ เพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นพระพรหมบัณฑิตกล่าวถวายความอาลัยว่า เราได้พร้อมใจกันมาร่วมบำเพ็ญ กุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความกตัญญูรู้คุณของพระองค์ ครั้งที่ยังทรงพระชนม์ชีพ ทรงดำรงอยู่ในฐานะองค์เทพของชาวไทย เป็นสมมติเทพดูแลพสกนิกรของพระองค์ ทรงกำกับดูแลให้มีการพัฒนาพื้นที่ราบสูง พสกนิกรของพระองค์ ได้รับประโยชน์จากโครงการพระราชดำรินับไม่ถ้วน บัดนี้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย บนสวรรค์ ชั้นฟ้า เป็นเทพผู้มีศักดิ์ใหญ่ สอดส่องดูพสกนิกรบนชั้นฟ้า พระบารมีของพระองค์จะยังคงปกแผ่คุ้มครองพวกเราตลอดไป

พระเถรานุเถระ-ประชาชนร่วมสวดพระพุทธมนต์ ตั้งจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรัฐบาลกำหนดจัดสวดทุกวันที่ 5 ของเดือน ทุกวัดพร้อมกันทั่วประเทศ 6 พ.ย. 2559 00:51 6 พ.ย. 2559 05:21 ไทยรัฐ