วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เด้งปลัดดิจิทัลฯ เซ่นเน็ตหมู่บ้านอืด

เด้งปลัดดิจิทัลฯ เซ่นเน็ตหมู่บ้านอืด

  • Share:
ใช้ม.44จัดการ ‘ปู’โผล่ห้างดังขายข้าว10ตัน!

รัฐบาลลุยแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เจาะตลาดขายตรงให้ชาวนา ไดเร็คเซล ถึงผู้บริโภค “ประจิน” เผย จัดวิธีขายออนไลน์ เปิดตลาดนัดสถานที่ราชการ สถานศึกษา หน่วยทหาร พร้อมเน้นสร้างองค์ความรู้ให้ชาวนาผลิตข้าวคุณภาพสูง “ไก่อู” รูดซิปปากงดโต้คารมการเมือง แย้มรัฐเตรียมปล่อยสินเชื่ออีก พท.วอนนายกฯอย่าใจแคบ มอง “ยิ่งลักษณ์” ดราม่าสร้างภาพ เอาแต่โยนปัญหาใส่รัฐบาลเก่า ถ้าไม่พร้อมรับมือปัญหาก็ลาออกไป เย้ยสุดท้ายต้องเลียนแบบโครงการรับจำนำข้าว“ปู”ขนข้าวขายแฟชั่นไอส์แลนด์ คนแห่ซื้อเกลี้ยง ชี้สร้างภาพหรือไม่ เวลาจะพิสูจน์“วรงค์” ยังตามจิก “ปู” ทุบราคาข้าวสารหอมมะลิหวังผลการเมือง “บิ๊กตู่” เซ็นคำสั่ง ม.44 เด้งปลัดดีอี สังเวยโครงการเน็ตหมู่บ้านอืด เจ้าตัวสะดุ้งไม่รู้ทำอะไรผิด

ปัญหาราคาข้าวตกต่ำเป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของชาวนาที่รัฐบาลมุ่งเน้นเร่งแก้ไข ภายหลังมีมาตรการรับจำนำยุ้งฉางเพื่อช่วยเหลือแล้ว รัฐบาลยังพยายามสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการขายข้าวโดยตรงจากชาวนาถึงมือผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองตอบโต้กันไปมา

ให้ความรู้ชาวนาแก้ปัญหาข้าว

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำว่า สาเหตุอาจเกิดจากข้าวที่ออกมายังไม่ได้มาตรฐาน หรือมีความชื้นสูง จึงทำให้ราคาตกต่ำ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ชาวนาได้ราคาข้าวที่ดีขึ้น คือการใช้มาตรการที่ ครม.เพิ่งมีมติออกมา รวมถึงเพิ่มโอกาสในการขายของชาวนา เช่น การขายออนไลน์ หรือ จัดพื้นที่ให้ชาวนาขายข้าวเอง จัดเป็นตลาดนัดขายข้าวในพื้นที่ที่เหมาะสม ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย ในสถานที่ราชการ สถานศึกษา หรือหน่วยทหาร โดยไม่ต้องเสียค่าดำเนินการ ระยะต่อไปต้องให้ชาวนาเข้าใจถึงปัญหาว่าข้าวที่ผลิตจะต้องมีทั้งปริมาณและคุณภาพ เห็นได้จากพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ที่มีข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง ผลผลิตออกมามีราคาสูงและไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนราชการในพื้นที่ สถานศึกษาในพื้นที่ที่มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับข้าว รวมถึงนำวิธีการทำนาของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ไปประกอบกันแล้วจัดอบรมชาวนาเอาความรู้ต่างๆไปให้เขา

“ไก่อู” ขอสงบปากไม่โต้เพื่อไทย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทยออกมาวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำของรัฐบาลในขณะนี้ว่า ไม่เป็นไร การวิพากษ์วิจารณ์สามารถทำได้ ไม่ขอตอบโต้ เรื่องการเมืองใครจะวิจารณ์ปล่อยเขาไป บ้านเมืองเราวันนี้ควรลดราวาศอกกันได้แล้ว นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า การแก้ปัญหาเกษตรกรต้องแก้ให้ตรงจุด พยายามอธิบายด้วยเหตุผลให้เข้าใจอย่างแท้จริง พร้อมลดการตอบโต้ว่าใครดีหรือไม่ดี เพื่อลดความขัดแย้ง ยืนยันรัฐบาลชุดนี้ดำเนินการอย่างถูกต้องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ยึดการเกษตรแบบผสมผสาน และในอนาคตจะมีการปล่อยสินเชื่อข้าวหอมมะลิ

วท.เปิดพื้นที่ชาวนาขายตรงผู้บริโภค

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาล มีนโยบายสนับสนุนชาวนาให้สามารถจำหน่ายข้าวแก่ผู้บริโภคได้โดยตรง วท.จึงร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำข้าวหอมมะลิเกรดเอจากชาวนามาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ในราคาย่อมเยา โดยไม่ผ่านคนกลาง จะเริ่มเปิดพื้นที่จำหน่ายข้าวและจัดแสดงเครื่องสีข้าวตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.นี้ ที่สำนักงานปลัด วท. ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ นอกจากนี้ จะนำเครื่องสีข้าวที่ วท.สนับสนุนในโครงการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องสีข้าวระดับครัวเรือน มาจัดแสดง เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนใจนำไปใช้สีข้าวรับประทานเอง หรือกลุ่มเกษตรกรนำไปสีข้าวเพื่อจำหน่ายได้โดยตรง เป็นการเร่งขยายผลจากที่ วท. ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้กับเกษตรกรและส่งมอบเครื่องสีข้าวดังกล่าวให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกว่า 100 ชุมชนมาแล้ว

พท.วอน “บิ๊กตู่” หยุดใจแคบ

ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต ทีมสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ระบุนักการเมืองอย่าสร้างภาพช่วยชาวนาว่า สะท้อนให้เห็นถึงความใจแคบของ พล.อ.ประยุทธ์ ใครๆก็เห็นว่าราคาข้าวกำลังตกต่ำ โดยที่รัฐบาลไม่สามารถช่วยอะไรได้ ประชาชนทุกสาขาอาชีพจึงช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ชาวนา รวมทั้งคนที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี อย่าง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วย ที่จริงแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ควรจะยินดีที่ผู้คนในสังคมมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกันไม่ใช่มาพูดจาแขวะหรือกันท่าเหมือนกลัวใครจะเด่นกว่า ท่านควรจะคิดบวกว่ามีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล ไม่ใช่ไล่ชาวนาไปทำอาชีพอื่น ปล่อย ปัญหาบานปลาย จนข้าวหลุดจากมือชาวนาไปตกอยู่ในมือของพ่อค้าคนกลาง แล้วถึงมีมาตรการออกมาช่วยเหลือ ทำให้ชาวนาไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

ไม่พร้อมสู้ปัญหาก็ลาออกไป

“วันนี้พอมีชาวนาเครียดจนฆ่าตัวตาย ก็ปล่อย ให้ลิ่วล้อมาอ้างว่าผู้เสียชีวิตเป็นช่างซ่อมแอร์ ไม่ใช่ชาวนา เหมือนจะปัดความรับผิดชอบ นอกจากนี้รัฐบาลควรเลิกท่องว่าเป็นความผิดของรัฐบาลเก่าได้แล้ว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ก็บริหารประเทศมานาน พอสมควร หากไม่พร้อมจะดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ก็สมควรจะลาออกไป ไม่ใช่ตีหน้าเศร้าว่าอยากลาออก แต่เอามือกอดเก้าอี้ไว้แน่น ยิ่งกว่าตุ๊กแกเกาะข้างฝา” ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว

เย้ยต้องเลียนแบบจำนำข้าว

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาพที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯร้องไห้เมื่อไปพบชาวนา เป็นความรู้สึกอัดอั้นที่เห็นชาวนาต้องเดือดร้อนจากภาวะราคาข้าวตกต่ำ จากเดิมที่มีโครงการจำนำข้าวช่วยเหลือชาวนา เงินทุกบาทในโครงการก็ได้ถึงมือชาวนา ทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น การกล่าวหาว่าทุจริตนั้น มันอยู่ในกระบวนการปฏิบัติที่บกพร่อง ไม่ใช่ความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อถูกชาวนาถามถึงเงินที่ต้องชดใช้ 3.5 หมื่นล้านบาทยิ่งสร้างความเจ็บปวด จน น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องหลั่งน้ำตาออกมา คนที่กล่าวหาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์สร้างภาพบิดเบือนนั้น ไม่รู้หัวใจทำด้วยอะไร มองเห็นชาวนาเป็นแค่เกมที่จะแพ้ชนะกัน ไร้หัวใจไร้เมตตาและไร้คุณธรรม สุดท้ายสิ่งที่กล่าวหารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็มาแก้ปัญหาเลียนแบบเขา ไม่มีปัญญาจะคิดอะไรได้ดีกว่านี้ เข้าทำนองว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

จี้รัฐเร่งหาเงินกู้ช่วยชาวนา

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีที่มีขบวนการปล่อยข่าวออกมากล่าวหาโจมตีกันว่ามีโรงสีจับมือกับนักการเมืองกดราคาข้าวให้ตกต่ำลง เพื่อหวังจะมุ่งทำลายกันทางการเมือง และเป็นข้อมูลที่เป็นเท็จ จนทำให้นายกสมาคมโรงสีและคณะกรรมการต้องยกทีมกันลาออกทั้งหมด ย่อมส่งผลกระทบต่อกระบวนการค้าข้าวแน่นอน ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯจะเอ่ยปากขอโทษก็คงไม่ช่วยให้สถานการณ์ราคาข้าวที่ตกต่ำดีขึ้นได้ มีวิธีเดียวที่รัฐบาลจะช่วยชาวนาได้ก็คือ ต้องรีบหาเงินกู้มาช่วยเหลือทั้งรับซื้อ หรือรับจำนำข้าวให้แก่ชาวนาทั้งแบบมียุ้งฉางหรือแบบไม่มียุ้งฉาง ให้มีเงินพอจ่ายกับปริมาณผลผลิตข้าวที่กำลังจะทะลักออกมาสู่ตลาดเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามรู้สึกชื่นชมกับการส่งกำลังพลทหารลงไปช่วยชาวนาเกี่ยวข้าว ถึงแม้จะทำเพียงไม่กี่พื้นที่ก็ตาม ถ้าจะให้ดีก็ควรส่งทหารลงช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และตั้งแต่นี้ไปก็ให้ถือเป็นหน้าที่ของทหารที่ต้องช่วยเหลือชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวทุกๆปี เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการสร้างภาพ

“ปู” ขายข้าวคนแห่ซื้อเกลี้ยง

วันเดียวกัน เวลา 16.00 น. ที่ห้างสรรพสินค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น นำข้าวสารที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์รับซื้อจากชาวนาในพื้นที่ภาคอีสานเมื่อวันที่ 3 พ.ย. มาจัดจำหน่าย รวมถึงข้าวสารที่ชาวนานำมาฝากอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยร่วมจัดจำหน่ายในงานนี้ สำหรับข้าวสารที่นำมาจำหน่ายทั้งหมดประมาณ 10 ตัน จำหน่ายราคากิโลละ 20 บาท บรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม โดยจำกัดให้ซื้อคนละไม่เกิน 2 ถุง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนมาเข้าคิวรอซื้อข้าวจำนวนมาก ทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาถึงประชาชนต่างปรบมือโห่ร้องให้กำลังใจ รุมล้อมขอถ่ายรูปและซื้อข้าวสารจำนวนมาก จนข้าวหมดภายใน 1 ชม.

สร้างภาพหรือไม่เวลาจะพิสูจน์

น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ว่า การขายข้าวในวันนี้เป็นการแสดงน้ำใจต่อชาวนาในสถานการณ์ที่ยากลำบาก อยากเห็นหลายภาคส่วนตื่นตัวช่วยเหลือชาวนาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนจะมีกิจกรรมเช่นนี้อีกหรือไม่ ต้องรอดูผลตอบรับและความเหมาะสม วันนี้ขอขอบคุณพี่น้องชาว กทม.ที่ออกมาแสดงน้ำใจแสดงสัญลักษณ์ว่าทุกคนพร้อมให้กำลังใจชาวนาไทยทุกคน ถ้าหลังจากนี้กลไกต่างๆ ทำงานได้ดี ตนในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็เป็นเพียงจุดเดียวในการช่วยเหลือ ไม่ใช่จุดหลักเพราะไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว ส่วนที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการสร้างภาพนั้น คิดว่าทุกคนเห็นว่าเราตั้งใจช่วยเหลือจริง การสร้างภาพคงไม่ต้องทำเช่นนี้ เพราะทุกอย่างเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ตนเป็นอดีตนายกฯที่มาจากประชาชนก็ต้องจริงใจกับประชาชน

ชี้มาตรการรัฐไม่ต่างจากจำนำข้าว

เมื่อถามว่า มาตรการช่วยเหลือชาวนาของรัฐบาล เหมือนหรือต่างจากโครงการรับจำนำข้าวอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ภาพรวมคงคล้ายกับโครงการจำนำข้าวเพราะทั้ง 2 โครงการมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือชาวนาเหมือนกัน โดยไม่ได้หวังผลกำไร เมื่อถามอีกว่า จะไปซื้อข้าวจากโรงสีที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวมาขายหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ต้องดูตามความเหมาะสม ความจริงจะรับซื้อตรงไหนก็ได้แต่ต้องทำตามศักยภาพของตัวเอง ในอนาคตไม่ว่าสินค้าใดเดือดร้อนหากตัวเองช่วยได้ก็จะช่วย ต่อข้อถามถึงการต่อสู้กรณีถูกออกคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ตนได้ยื่นหนังสือคัดค้านคำสั่งดังกล่าวต่อรัฐบาลแล้ว เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนรายละเอียดอื่นๆจะชี้แจงอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม

“วรงค์” ตามจิก “ปู” หวังผลการเมือง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นำข้าวสารหอมมะลิที่ซื้อมาขายต่อราคาเดิม คือกิโลกรัมละ 20 บาท ที่ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ว่า เป็นการสะท้อนตัวตนที่แท้จริง คือการสร้างภาพและไม่ยอมลงทุน สักสลึงก็ไม่ยอมเสีย ทางที่ดี น.ส.ยิ่งลักษณ์น่าจะนำชาวนากลุ่มนั้นมา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ช่วยขายผลประโยชน์จะได้ตกถึงมือชาวนาโดยตรง การขายราคานี้เท่ากับทุบราคาข้าวสารของกลุ่มชาวนา เพราะที่เขาขายกันทั่วไปข้าวสารหอมมะลิชาวนาในราคาปกติจะสูงกว่านี้คือที่กิโลกรัมละ 25-30 บาท ถ้ามีเวลาจะปรับแผนก็รีบปรับ เพราะมันสร้างผลเสียหายต่อราคาข้าวสาร ของกลุ่มชาวนาจริงๆ กลุ่มโรงสีที่ไม่ต้องการเห็นข้าวหอมมะลิไทยล่มสลาย เขาแจ้งว่าการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำแบบนี้ดูผิวเผินเหมือนต้องการจะช่วยชาวนา แต่การไปขายในราคาที่ต่ำกว่าตลาดมาก เท่ากับว่านี่คือแผนทุบราคาข้าวสารหอมมะลิที่เนียนที่สุด เพื่อให้ข้าวหอมมะลิราคาตกต่ำต่อไปอีก จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องหาทางแก้ไข เพราะทุกก้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย พร้อมเอาชาวนาที่ไม่เข้าใจเป็นเหยื่อเพื่อสั่นคลอนรัฐบาล หวังผลทางการเมือง

จี้รัฐจัดการกลุ่มโรงสีกดราคาข้าว

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกสมาคม และกรรมการสมาคมโรงสีข้าวไทยประกาศลาออก เพราะไม่อยากเป็นจำเลยสังคมเรื่องราคาข้าวตกต่ำว่า รัฐบาลควรจับตาการเคลื่อนไหวกลุ่มโรงสีให้ดี ที่ร่ำรวยกันทุกวันนี้เพราะชาวนามีส่วนสำคัญ เมื่อวันนี้ชาวนาเดือดร้อน ไม่ควรซ้ำเติม แต่ควรช่วยเหลือเเบ่งเบาภาระ ส่วนตัวเชื่อว่ามีโรงสีที่ดีไม่เอาเปรียบชาวนาอยู่มาก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีโรงสีที่มีพฤติกรรมน่ากังวลอยู่ด้วย ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องส่งเสริมการรวมกลุ่มท้องถิ่นสีข้าวกันเอง รัฐบาลต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อลดการผูกขาด กดราคาข้าว ส่วนกรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทยออกมาระดมให้ข่าวเรื่องจำนำข้าวนั้น ไม่เเปลกใจ แต่ถ้ามั่นใจว่าตนเองบริสุทธิ์ก็อย่าร้อนตัว ทุกอย่างว่าตามหลักฐาน ขอรัฐบาลอย่าสนใจ ต้องเข้มข้นกับตัวป่วนบางพวก

อุดรฯแห่ซื้อข้าวบรรเทาทุกข์ชาวนา

สำหรับความเคลื่อนไหวตามจังหวัดต่างๆ ที่ตลาดเกษตรกร หน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี ถนนศุภกิจจรรยา เขตเทศบาลนครอุดรธานี เจ้าหน้าที่สำนักเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานีนำข้าวเปลือกที่สมาชิกขายให้สหกรณ์มาแปรรูปจำหน่าย โดยขายข้าวหอมมะลิ กก.ละ 34 บาท ข้าวเหนียว กก.ละ 28 บาท มีประชาชนให้ความสนใจและช่วยซื้อข้าวสารไปรับประทานเพื่อช่วยเหลือชาวนา นางลำดวน จันดาเบ้า อายุ 52 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลเชียงยืน อ.เมืองอุดรธานี เผยว่า มีอาชีพทำนา 50 ไร่ นำข้าวสารมาขายเองโดยตรง เริ่มแรกทำในครอบครัว คือสีข้าวมาขายเองที่ตลาดสด และตลาดเกษตรกร ไม่เคยนำไปขายให้โรงสี ต่อมาได้ตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มีสมาชิก 28 คน มีการประกันราคาข้าวเปลือกไรซ์เบอร์รี่ 20 บาท กข 6 กก.ละ 16 บาท มะลิ 106 กก.ละ 14 บาท นำมาสีเอง นำข้าวสารมาบรรจุขาย 3 กก.100 บาท นอกจากนี้ยังมีข้าวเหนียวแดง และข้าวฮางงอก จำหน่ายด้วยราคาข้าวที่ตกต่ำในขณะนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบกับกลุ่มวิสาหกิจของตน เพราะไม่เคยนำข้าวไปขายให้โรงสีหรือพ่อค้าคนกลางอยู่แล้ว

ลานย่าโม่ขายข้าวหมดพริบตา

ส่วนที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) ถนนราชดำเนิน อ.เมืองนครราชสีมา พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดโครงการช่วยเหลือชาวนา นำข้าวสารของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเกษตรกร จำนวน 17 กลุ่ม และเกษตรรายย่อยกว่า 20 ราย น้ำหนักกว่า 5 ตัน มาวางขายระหว่างวันที่ 5-6 พ.ย.เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนา มีประชาชนให้ความสนใจพากันซื้อข้าวสารไปรับประทานจำนวนมาก ข้าวที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิใหม่ ราคา กก.ละ 28 บาท บางรายจำหน่ายหมดภายในพริบตา นางสำรวย เฉลี่ยกลาง อายุ 62 ปี เกษตรกรชาวนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโนนกระสัง ต.กระเบื้องใหญ่ อ.พิมาย กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรวมตัวกันพื้นที่ปลูกข้าว 5,000 ไร่ ปลูกข้าวหอมมะลิ ข้าวเหลืองปะทิว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวเหนียวลืมผัว หรือข้าวเหนียวดำ ข้าวมะลิแดง เป็นต้น ปลูกกันเอง สีเอง ขายเอง แพ็กเอง โครงการนี้ทำให้เกษตรมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ มาขายที่ลานย่าโมขายดีมาก รู้สึกดีใจมากกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อยากให้ทำโครงการดีๆต่อไป

“บิ๊กตู่” เซ็น ม.44 เด้งปลัดดิจิทัลฯ

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 66/2559 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง เพื่อประโยชน์ในการ บริหารราชการในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 มีคำสั่งให้นางทรงพร โกมลสุรเดช พ้นจากปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ น.ส.วิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนา พ้นจาก ผอ.สำนักงานสถิติแห่งชาติและให้ดำรง ตำแหน่งปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หากมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา

สังเวยโครงการเน็ตหมู่บ้านอืด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ว่า สาเหตุของการเด้งปลัดดีอีเข้ากรุในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายกฯและ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯและรักษาการ รมว.ดีอี ไม่พอใจการทำงานของนางทรงพรที่ไม่สามารถดำเนินโครงการขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตมูลค่า 20,000 ล้านบาทให้เข้าถึงทุกหมู่บ้าน (เน็ตหมู่บ้าน) ได้ตามกำหนดเวลาภายในปีนี้ นอกจากนี้ นางทรงพรยังไม่สามารถสนองนโยบายรัฐบาลในการเร่งรัดดำเนินการปราบปรามเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม จนรัฐบาลถูกโจมตีอย่างหนักว่าละเลยหละหลวม ขณะที่นางวิไลลักษณ์ที่ได้รับแต่งตั้งเข้ามาใหม่นั้นมีรายงานว่าเป็นเพื่อนเรียนหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นเดียวกับนายกฯ

“ทรงพร” งงไม่รู้ทำอะไรผิด

ด้านนางทรงพร โกมลสุรเดช กล่าวถึงกรณี ถูกคำสั่งตามมาตรา 44 โยกย้ายออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ว่า รู้สึกตกใจและงงๆและตกใจเหมือนกันที่ถูกปลดออก จากตำแหน่งปลัดดีอี ไม่ทราบว่าทำอะไรผิด เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 1 ปีเศษ ได้ทำงานอย่างหนักและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาตลอด อาทิ โครงการเน็ตหมู่บ้านที่กำลังเร่งดำเนินการให้ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน ซึ่งอาจล่าช้าไปบ้างแต่ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขเวลาที่รัฐบาลมอบหมาย อีกทั้งกระทรวงดีอี ไม่เคยได้รับจัดสรรงบประมาณมากถึง 20,000 ล้านบาทมาก่อน ทำให้ต้องดำเนินการอย่างรัดกุม ส่วนเรื่องปราบปรามเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน เว็บไซต์เนื้อหาไม่เหมาะสม กระทรวงดีอีทำงานอย่างเข้มข้น และ น.อ.สมศักดิ์ ขาวสาว รองปลัดดีอี รับผิดชอบอย่างเต็มที่ แต่เรื่องการปิดเว็บหมิ่นนั้น กระทรวงดีอีไม่สามารถทำการประชาสัมพันธ์ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นคำสั่ง ก็ไม่ยึดติดกับตำแหน่งที่ได้รับมาตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. 58 ที่ผ่านมา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้