วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘เราจะให้ได้อย่างพ่อ...’ ครั้งหนึ่งคนไทย อาสาเป็น ‘ผู้ให้’ ตามรอยพ่อหลวง

หากนึกถึง “ผู้ให้” ที่ยิ่งใหญ่และอยู่ในใจปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ เชื่อเหลือเกินว่า คงไม่มีใครไม่นึกถึง “พ่อของแผ่นดิน” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

"พ่อ" ทรงเป็นผู้สร้างความสวยงามให้แก่แผ่นดินไทย
"พ่อ" ทรงเป็นผู้คลายความทุกข์ยากให้แก่ราษฎร
"พ่อ" ทรงเป็นผู้ให้ความรู้ แนวคิด ต้นแบบ การใช้ชีวิต โครงการต่างๆ
"พ่อ" ทรงเป็นผู้ให้นิรันดร...

แม้ว่าวันนี้พ่อหลวงได้จากปวงชนชาวไทยไปแล้ว... แต่สิ่งที่พระองค์ท่านได้ให้ไว้ จะเป็นแบบอย่างที่ยังคงอยู่ตราบนิรันดร์ เห็นได้จากภาพจิตอาสาหลายๆ กลุ่ม รวมตัวกันมาจากทั่วสารทิศ พร้อมเดินตามรอยพระองค์ เพื่อช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และให้บริการ แก่ผู้คนที่หลั่งไหลกันมาแสดงความอาลัย ถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างตั้งใจและบริสุทธิ์ใจ ด้วยเป้าหมายที่ว่า “เราจะเป็นผู้ให้อย่างพ่อหลวง”

“ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad” ก็เป็นอีกกลุ่มอาสาสมัครตัวอย่าง ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็น "ผู้ให้" ตามรอยพ่อหลวง ในการเข้าไปให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ บริเวณสนามหลวง และโดยรอบพระบรมมหาราชวัง

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad เปิดเผยถึงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาสาสมัครฯ ว่า ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อย ที่ต้องการเป็นผู้ให้ ตามรอยพระราชดำรัสของพ่อหลวง แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ช่วยอย่างไร รวมไปถึงประชาชนบางส่วนที่ไม่มีกำลังจะนำของมาแจกหรือบริจาค แต่ก็อยากช่วย ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

ทางศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad จึงเป็นตัวกลางในการเปิดรับอาสาสมัคร โดยไม่จำกัดเพศ อายุ เพื่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการอาสาสมัครไปปฏิบัติหน้าที่ให้บริการและอำนวยความสะดวกต่างๆ แก่ประชาชนในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาสาพยาบาล อาสาประจำจุด shuttle bus รถสุขา อาสาสมัครเก็บขยะ งานจราจร อาสาประจำโรงครัว ฯลฯ

โดยภารกิจหลักของ ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad จะเป็นการร่วมมือกันระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีบทบาทการปฏิบัติงานทั้งหมด 4 ด้าน คือ...

1. การบริหารอาสาสมัคร โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางเปิดรับประชาชนที่สนใจจะเป็นอาสาสมัครกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อไปปฏิบัติงานให้บริการและอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในบริเวณท้องสนามหลวง และโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ซึ่งทุกวันนี้มีประชาชนและเยาวชนสนใจมาเป็นจิตอาสากับทางศูนย์ฯ เฉลี่ยวันละ 1,500-2,000 คน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าปลื้มใจมาก ที่ครั้งหนึ่งเราได้เห็นจากคนไทย 

2. จุดรับของบริจาคและอาหาร ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางรับบริจาคของต่างๆ เพื่อนำไปส่งต่อยังหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการไปให้บริการแก่ประชาชน รวมไปถึงการบริหารจัดการสิ่งของต่างๆ เพื่อให้เกิดคุณค่าและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากที่สุด

3. การเผยแพร่ข้อมูลและประชาสัมพันธ์ เช่น ข้อมูลการรับอาสาสมัคร การรับบริจาค รวมถึงข้อมูลทั่วไปต่างๆ ที่ประชาชนควรจะรู้ อาทิ ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ ต้องเตรียมตัวอย่างไร เตรียมอะไรมาบ้าง ต้องปฏิบัติตัวที่เหมาะสมอย่างไร และควรแต่งกายอย่างไร รวมไปถึงการเดินทาง การจราจรต่างๆ เป็นต้น

4. การบริหารจัดการขยะ โดยทางศูนย์ฯ จะจัดอาสาสมัครไปประจำในพื้นที่สนามหลวง โดยจะแบ่งการปฏิบัติหน้าที่ เช่น 
- ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแยกขยะได้ถูกต้อง
- มีอาสาเก็บขยะเคลื่อนที่ เพื่อไปรับขยะจากประชาชน
- มีการรณรงค์ให้ลดปริมาณขยะ เปลี่ยนจากภาชนะใส่อาหารกล่องโฟม มาเป็นชานอ้อยแทน

ปัญหาหลักขยะเกลื่อน 40% เป็นเศษอาหาร ทำลายภูมิทัศน์สนามหลวง

ผศ.ดร.ปริญญา เผยถึงปัญหาหลักที่พบคือ ขยะเกลื่อนท้องสนามหลวง ซึ่งมีปริมาณเฉลี่ย 80 ตันต่อวัน โดยเฉพาะวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ จะมีปริมาณขยะมากถึง 200 ตันเลยทีเดียว ทั้งนี้ คุณรู้หรือไม่ว่า เมื่อแยกขยะออกมา สิ่งที่น่าตกใจก็คือ ขยะเหล่านั้น เป็นเศษอาหารจากการกินเหลือ มากถึง 40% นั่นหมายถึงว่า ปริมาณอาหารมากกว่าความต้องการของประชาชน

ฉะนั้น หากย้อนกลับไปถึงสาเหตุของปัญหาที่ทำให้เกิดเป็นขยะเกลื่อนสนามหลวง ปัญหาหลักก็คือ "เศษอาหาร" เราพบว่า ทุกวันนี้มีผู้ใจดีบริจาคอาหารกล่อง และน้ำดื่มขวด เข้ามาเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นมากเกินกว่าความต้องการ ประกอบกับพฤติกรรมของผู้คนบางส่วนที่รับอาหารพร้อมกันหลายๆ จุด จนเกินความต้องการ สุดท้ายจึงกลายเป็น “เหลือและทิ้ง”

1. ปัญหาอาหารเหลือ หากเป็นอาหารที่ปรุงใส่กล่องมา ทางศูนย์ฯ จะพยายามไม่รับบริจาค เนื่องจากกว่าจะมาถึงจุดรับบริจาคและต้องนำไปส่งต่ออีก ก็อาจจะใกล้บูดแล้ว ฉะนั้นต้องคำนึงถึงสุขอนามัย รวมถึงแต่ละโรงครัวแต่ละจุด ได้มีการคำนวณจำนวนและปริมาณที่เพียงพอต่อจำนวนคนในแต่ละวันแล้ว

“ดังนั้น หากเป็นไปได้ อาจจะเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร ใช้สำหรับโรงครัวแทน เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมัน น้ำปลา น้ำตาลทราย พริก มะนาว ไข่ไก่ ฯลฯ ซึ่งเป็นของบริจาคที่สามารถนำไปบริหารจัดการ แจกจ่าย ยังโรงครัวหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง”

2. ปัญหาขวดน้ำล้นเหลือเกินไป กลายเป็นว่าคนที่ดื่มน้ำไม่หมดขวดก็ทิ้ง เราควรจะลดปริมาณน้ำดื่มขวดลง โดยการแก้ปัญหาให้เป็นระบบเติมน้ำแทน ขณะนี้ก็ได้พยายามประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนพกขวดน้ำมาเอง หรือหากไม่สะดวก ก็ใช้ขวดแรกที่รับ ไปเติมต่อ เพื่อลดจำนวนขยะขวด

3. ปัญหาขยะกล่องโฟมเกลื่อน เราพบว่าอาหารส่วนใหญ่ที่รับบริจาคเข้ามา ถูกบรรจุลงในกล่องโฟม ซึ่งเป็นขยะที่ไม่ย่อยสลาย ก็พยายามรณรงค์แก้ปัญหาร่วมกับกรุงเทพมหานคร โดยการเปลี่ยนไปใช้ชานอ้อยแทน อย่างไรก็ตาม แม้จะเปลี่ยนเป็นกล่องหรือจานชานอ้อย ก็ไม่ได้ทำให้ปริมาณขยะในส่วนนี้ลดลงได้ 100% เนื่องจากยังมีซองเครื่องปรุง ซองตะเกียบ ช้อนส้อมพลาสติก และหนังยางอีก

ด้วยเหตุนี้ ทางศูนย์ประสานงานอาสาสมัครฯ จึงพยายามรณรงค์เชิญชวนให้เปลี่ยนเป็นภาชนะที่ล้างได้แทน โดยขณะนี้โรงครัวของศูนย์ฯ ถือเป็นโรงครัวแรกในสนามหลวง ที่ให้ประชาชนเข้ามากินอาหาร และใช้ภาชนะของโรงครัว เมื่อกินเสร็จต้องล้างจานเอง เพื่อลดปัญหาขยะเกลื่อนสนามหลวง และลดปัญหาการตักอาหารเกินปริมาณความต้องการ เนื่องจากทุกท่านต้องรับผิดชอบจานข้าวของตัวเอง

“ดังนั้น หากจะให้ปัญหาขยะในสนามหลวงหายไป ผมมองว่า เราต้องเปลี่ยนแนวคิดเรื่องโรงอาหารใหม่ ควรจะให้โรงอาหารไว้บริการคนที่อยู่ทั้งวัน ไว้บริการคนที่มาจากต่างจังหวัด คนที่ทำงานอยู่สนามหลวง หรือคนที่ไม่มีจริงๆ ส่วนใครที่อยู่ใน กทม. โดยที่เข้ามาใช้พื้นที่สนามหลวงไม่นาน ก็พยายามกินข้าวไปให้เรียบร้อย พึ่งโรงครัวให้น้อยลง ก็จะช่วยให้ความจำเป็นเรื่องอาหารน้อยลง ขยะน้อยลง ซึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเองให้มากขึ้น”

4. ปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อมสนามหลวง ซึ่งเราพบว่า ขณะนี้ต้นมะขามรอบสนามหลวงเริ่มแย่แล้ว เนื่องจากมีการทิ้งขยะ เศษอาหารเหลือ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำมัน ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ ดังนั้น อยากฝากประชาชนที่มาใช้พื้นที่สนามหลวง ก็ควรจะดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความยั่งยืนของสนามหลวง ให้สมพระเกียรติกับพิธีถวายสักการะพระบรมศพกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad ได้มีการประชาสัมพันธ์ออกไปเพื่อให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลว่า สนามหลวงต้องการอะไร และอะไรบ้างที่ควรบริจาค เพื่อให้ผู้ใจดีที่มีความประสงค์จะบริจาค ได้บริจาคเฉพาะของที่ในสนามหลวงต้องการ และเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เหลือกินเหลือใช้

คนไทยควรรู้! หลักการแยกขยะ แยกอย่างไรให้ถูกวิธี

นอกจากนี้ สิ่งที่อยากจะฝากไปยังประชาชนที่มีความประสงค์จะเดินทางมาสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระบรมมหาราชวัง ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวด้วยว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังแยกขยะไม่ถูกต้อง เช่น ถังที่เขียนว่า “เศษอาหาร” เมื่อถึงขั้นตอนการแยกขยะ หลายครั้งจะพบว่า มีไม้จิ้มฟัน หนังยาง ซองตะเกียบ และซองเครื่องปรุง ผสมอยู่ด้วย ซึ่งแทนที่จะนำเศษอาหารไปใช้ในการเลี้ยงสัตว์ทำประโยชน์ได้ ก็กลับกลายเป็นขยะที่ไร้ประโยชน์ไปเลย

ดังนั้น หลักการแยกขยะที่ประชาชนควรรู้ เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ กทม. และเหล่าอาสาฯ ปฏิบัติงาน แยกขยะได้ง่ายขึ้น ก็คือ...

  • ถังเศษอาหาร --> ทิ้งเฉพาะเศษอาหารเท่านั้น 
  • ถังขวด --> ดื่มน้ำให้หมด ถ้าไม่หมดให้เทรดน้ำต้นไม้ และทิ้งเฉพาะขวด
  • ถังรีไซเคิล --> แก้ว ช้อน ส้อม ซองเครื่องปรุง พลาสติก
  • ถังขยะทั่วไป --> โฟม ชานอ้อย

“ข้อดีของการรู้จักคัดแยกขยะ ก็ไม่เพียงแค่การคัดแยกขยะที่สนามหลวงเท่านั้น แต่คือการเรียนรู้ครั้งใหญ่ที่สุดของคนไทย ในเรื่องของการแยกขยะ ถ้าเราสามารถแยกขยะด้วยตัวเองได้สำเร็จ นั่นหมายถึงว่า มีคนจำนวนหลายล้านคนที่รู้จักคัดแยกขยะว่า แยกไปเพื่ออะไร และต้องแยกอย่างไร”

“สุดท้ายแล้ว คุณค่าของจิตอาสา ไม่เพียงแค่ว่าคุณได้ช่วยบริการต่างๆ ในพื้นที่สนามหลวงเท่านั้น แต่นี่คือ ประเทศไทย แผ่นดินไทย ที่ครั้งหนึ่งเราควรได้เรียนรู้ถึงการเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ จากพ่อหลวง อย่างที่พระองค์ทรงทำเพื่อพสกนิกรมาตลอดพระชนม์ชีพของท่าน” ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวทิ้งท้าย.

อย่างไรก็ดี หากประชาชนท่านใดที่มีใจอยากเป็นอาสาสมัคร เพื่อให้บริการประชาชนที่เดินทางมาเป็นอาสาสมัครถวายสักการะพระบรมศพ ของ ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad สามารถมาลงทะเบียนได้ที่ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. โดยให้นำบัตรประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้มาแสดงตนด้วย หรือหากมากันเป็นองค์กรหรือหมู่คณะ เกิน 20 คน สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าทางออนไลน์ หรือสอบถามเข้ามาได้ที่ 0-2630-3908, 09-5479-7038 และเฟซบุ๊ก Volunteers for Dad

หากให้นึกถึง “ผู้ให้” ที่ยิ่งใหญ่และอยู่ในใจปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ เชื่อเหลือเกินว่า คงไม่มีใครไม่นึกถึง “ในหลวง พ่อของแผ่นดิน” 5 พ.ย. 2559 16:29 9 พ.ย. 2559 12:39 ไทยรัฐ