วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เมธี'ภูมิใจเกิดในรัชการที่ 9 เล่าสู่ลูกหลานเรามี "พระมหากษัตริย์" ที่ดีที่สุดในโลก

“ไม่มีน้ำตาแต่มันสะอึก ต้องทำใจเยอะ” เป็นความรู้สึกก้นบึ้งที่นักร้องหนุ่มร่างเล็ก เมธี อรุณ หรือ เมธี ลาบานูน หนึ่งในศิลปินร่วมร้องเพลง “ลูกขอสัญญา” ร่วมกับเพื่อนศิลปิน รวมใจร้องเพลงนี้เพื่อ “พ่อ” ยิ่งเนื้อหาที่แทนความในใจ แทนความรู้สึกตรงกับใจเท่าไหร่ ต้องทำใจกลั้นความสะอื้นในอกอยู่พักใหญ่เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกเป็นบทเพลง เจ้าตัวเปิดใจว่า กับเนื้อหาของเพลงที่แทนความรู้สึกของผม น่าจะเป็นตอนแรกสุดท้ายสุดชีวิตเราก็ต้องย่อมเดินต่อไป ต่อให้ทรมานแค่ไหน เราก็ต้องเดินต่อไป ต่อให้มีน้ำตายังไงเราก็ต้องลุกขึ้นสู้ไหว จุดไคลแมกซ์ของเนื้อเพลงทั้งหมดคือ สุดท้ายสิ่งที่พ่อหลวงท่านอยากเห็นก็คือ อยากให้ทุกคนสามัคคีกัน เป้าหมายสูงสุดของเพลงนี้คืออยากให้ทุกคนทำในสิ่งที่ดีๆ มันเหมือนท่อนขึ้นที่บอกว่า พวกเราจะทำความดี เตือนสติเราว่าต้องทำความดี คนที่ทำก็ดีแล้วแต่ต้องดีต่อไป”

ตอนที่พี่กบ บิ๊กแอส ติดต่อให้ร่วมร้องเพลงนี้ “ผมมีแพลนตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าอยากจะมีเพลงเพื่อพระองค์ท่าน แต่ก็ไม่กล้านำเสนอพี่กบ ประจวบเหมาะกับพี่กบโทร.มาพอดีบอกว่ามีท่อนนึงที่เหมาะกับเมธีมากเลย ผมตอบไปว่าผมยินดีมากๆ พอพี่กบส่งเนื้อเพลงมา ผมอึ้งเลยแล้วก็ส่งเมโลดี้มาผมสะอึกใจแล้วไม่รู้ว่าจะร้องเพลงนี้ได้หรือเปล่า กลัวร้องได้ไม่เป็นเพลง ช่วงที่ซ้อมกัน มันไม่สามารถร้องได้จริงๆ มันสะอึกในใจ พอจะร้องก็ร้องไม่ได้ ไม่ได้มีน้ำตาแต่มันสะอึก ต้องทำใจเยอะ ถ้าเราเอาภาพมาประกอบเรื่องราวทั้งหมดของท่านเข้ากับเนื้อเพลง จะไม่สามารถร้องเพลงนี้ได้เลย แต่คิดว่าเอาวะ! ร้องเพลงนี้ให้ดีที่สุด”

ส่วนตัวเมธีมีแต่งเพลงเกี่ยวกับในหลวงบ้างมั้ย “ไม่เคยครับ แต่ก่อนหน้านี้ผมเคยร้องเพลงให้สถาบันที่ในหลวงทรงแต่งตั้ง ชื่อเพลงว่า “ปณิธานของพ่อ” เพราะว่าสถาบันนิด้าเป็นองค์กรที่ในหลวงทรงแต่งตั้งขึ้น ก็ได้รับโอกาสให้ร้องเพลงนี้”

ความประทับใจที่มีต่อพระองค์ท่านคือเรื่องใด “เป็นเรื่องของพระราชกรณียกิจอันนึงที่เป็นภาพติดตาติดใจผมอยู่เสมอคือ รูปท่านที่มีหยาดเหงื่อที่ปลายจมูก แล้วก็รูปท่านที่หยิบดินสอมีแผนที่แล้วก็นั่งลงข้างรถ หรือแม้แต่ภาพขี่ม้า แม้แต่รูปที่ท่านสนทนากับคนแก่ ในหลวงท่านเข้าใจประชาชน เข้าใจความรู้สึกประชาชนจริงๆ ผมเกิดนราธิวาส พระองค์ท่านก็เป็นห่วงคนนราธิวาส ตำหนักทักษิณราชนิเวศ ซึ่งอยู่ในจังหวัดนราธิวาส ทุกครั้งสมัยที่ท่านยังทรงแข็งแรง ท่านจะไปที่นราธิวาสเสมอ ซึ่งนั่นหมายถึงว่าท่านก็ยังเป็นห่วงคนนราธิวาสเสมอครับ เวลาผมกลับบ้านผมจะผ่านตำหนักนี้เสมอ ผมจะมองๆว่าท่านเคยมาพักตรงนี้”

ในชีวิตเคยเข้าเฝ้าฯหรือรับเสด็จพระองค์ท่านบ้างไหม “ไม่เคยครับ แต่ตอนที่ไปเรียนที่นิด้าก็จะมีบทความที่พระองค์เคยให้ไว้กับสถาบันนิด้า แรกๆเลยทางนิด้าก็เอาพระราชโอวาทของพระองค์ท่านเขียนใหญ่มากก็จะนั่งอ่านทุกครั้ง ขนลุกทุกครั้ง พระราชโอวาทที่ว่าคือ เราเชื่อว่าคนที่จบจากสถาบันแห่งนี้ เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เราอยากเห็นคนที่จบจากสถาบันแห่งนี้เอาความรู้ความสามารถ เอามาใช้ประโยชน์เพื่อบ้านเมืองกันต่อไป”

เวลาดูข่าวหรือเห็นท่านเล่นดนตรีอึ้งทึ่งขนาดไหน “พระองค์ทรงศึกษาเล่าเรียนระดับขั้นสูงเลยครับ เพลงแต่ละเพลงออกเป็นแนวเพลงแจ๊ส เพลงบลูส์ ซึ่งชาวร็อกอย่างพวกเราจะไม่ค่อยเข้าใจเพลงศาสตร์สักเท่าไหร่ อย่างเพลง “ชะตาชีวิต” ผมเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ประมาณตอนมัธยม 2-3 นี่แหละ เป็นเพลงแรกที่เล่น ตอนนั้นเหมือนเราไปประกวดดนตรี แล้วต้องมีเพลงพระราชนิพนธ์ แล้วก็จำได้ว่าพอเล่นเสร็จรู้เลยว่ามันไม่ใช่เพลงง่ายเลย มันยากมาก”

สิ่งที่ตั้งใจทำดีเพื่อพระองค์ท่าน “ถ้าเราได้ไปอ่านประวัติเรื่องราวต่างๆ ก็จะเห็นพระองค์ท่านเรียบง่าย ถ่อมตน สังเกตง่ายๆจะไม่ค่อยมีอะไรที่เป็นทางการ การสนทนากับคน คนชราท่านนึง มีดินสออันหนึ่งนั่งติดกับรถแล้วก็นั่งวาดผังน้ำอะไรต่างๆ อะไรอย่างนี้ ท่านเป็นคนถ่อมตน นี่ล่ะความถ่อมตนและเรียบง่ายที่ผมจะยึดหลักคำสอนของท่านเอาไว้”

ของสะสมที่เกี่ยวกับในหลวง “ส่วนมากจะเป็นปฏิทินรูปในหลวง ช่วงปีใหม่เราจะมีปฏิทินรูปในหลวงตลอด เอาติดไว้ตลอดเลยที่บ้านนราธิวาส พอร้องเพลงลูกขอสัญญาก็จะนึกถึงคนที่บ้านตลอด ตอนในหลวงเสด็จสวรรคต ผมอยากบินกลับบ้านที่นราธิวาสเลย อยากกลับไปหาพ่อ อยากอยู่กับพ่อให้มากที่สุด”

ย้อนเหตุการณ์วันที่ 13 ตุลาคม วันนั้นเมธีทำอะไรอยู่ “อยู่ที่บ้านครับ เป็นช่วงที่มีข่าวออกมาเป็นระยะๆ ผมยังไม่เชื่อจนถึงแถลงการณ์จริงๆ ก็ยังไม่เชื่อนะ ยังมึน ยังงง ยังจูนกันไม่ติดว่าจริงหรอ กว่าจะตั้งหลักได้วันสองวัน สุดท้ายเราทุกคนต้องสู้ต่อไปเพื่อประเทศชาติ แต่ละคนต้องมีหน้าที่ ก็เอาความดีของพระองค์ท่านไว้ จดจำความดีของในหลวง ร.9 ไว้เล่าสู่รุ่นลูกรุ่นหลานว่าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุดในโลก ก็จะบอกลูก บอกครอบครัว และบอกทุกๆ คนว่า การลาจากพลัดพรากทุกคนไม่อาจหลีกหนีได้ แต่ความดีของพระองค์ท่านที่เราได้เห็นมาทั้งหมดยังอยู่ จะเก็บไว้และจะเล่าให้ลูกหลานกันต่อไป จงภูมิใจเถอะว่าเราเกิดในรัชกาลที่ 9 คงไม่มีพระมหากษัตริย์ท่านใดแล้วที่ดีกว่าพระองค์ท่าน”.

“ไม่มีน้ำตาแต่มันสะอึก ต้องทำใจเยอะ” เป็นความรู้สึกก้นบึ้งที่นักร้องหนุ่มร่างเล็ก เมธี อรุณ หรือ เมธี ลาบานูน หนึ่งในศิลปินร่วมร้องเพลง “ลูกขอสัญญา” ร่วมกับเพื่อนศิลปิน รวมใจร้องเพลงนี้เพื่อ “พ่อ” ยิ่งเนื้อหาที่แทนความในใจ 5 พ.ย. 2559 14:07 5 พ.ย. 2559 14:09 ไทยรัฐ