2 แม่ไม่แคร์เงินเดือนแสน ทิ้งงานออฟฟิศแจ้งเกิดสติกเกอร์กันยุง!

ข่าว

    2 แม่ไม่แคร์เงินเดือนแสน ทิ้งงานออฟฟิศแจ้งเกิดสติกเกอร์กันยุง!

    ไทยรัฐออนไลน์

      15 พ.ย. 2559 05:30 น.

      หากจะพูดถึงการเร่ิมต้นทำธุรกิจของตัวเองอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมใหม่ๆ ในประเทศไทยนั้น การลาออกจากงานประจำทิ้งเงินเดือนหลักแสนในบริษัทใหญ่มั่นคงมาทุ่มเทเต็มกำลังย่อมตัดสินใจไม่ง่าย เนื่องจากมีทั้งโอกาสที่จะประสบความสำเร็จงดงาม หรือ ล้มเหลวความหวังพังทลาย

      วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" จะพาไปถอดบทเรียนความสำเร็จ และแนวคิดการตัดสินใจหันมาทำธุรกิจของตัวเองจาก 2 คุณแม่และผู้บริหารหญิง บริษัท มอร์ เพียว จำกัด นั่นคือ "วิมลพรรณ วุฒิพฤกษ์ และวิชภา ปริพินิจฉัย" เจ้าของสินค้ากันยุง โดยเฉพาะ "สติกเกอร์กันยุง มอร์เพียว" ซึ่งใช้งานง่ายๆ สะดวกสบาย ในการพกพา ลบภาพจำเดิมๆ ของยาจุดกันยุง ยาทากันยุง และสเปรย์กันยุง

      "วิมลพรรณ-วิชภา" เจ้าของและผู้บริหารมอร์ เพียว

      ความเป็นมาของธุรกิจ บริษัท มอร์ เพียว?

      วิมลพรรณ : เรา 2 คน เป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่เมื่อเริ่มทำงานบริษัท ก่อนหน้านี้ ทำงานด้านขายและการตลาดทั้งคู่ เร่ิมงานบริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล หรือ พีแอนด์จี บริษัทข้ามชาติผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่จากสหรัฐฯ ทำงานด้วยกันรู้จักกันจนเป็นเพื่อน ซึ่งอยู่ในวงการมานับ 10 ปี ผ่านบริษัทใหญ่ๆ มากมาย ส่วนคุณวิชภาก็ทำงานบริษัทใหญ่ๆ มา รู้จักกันมานานมีประสบการณ์ด้านสินค้า ผ่านงานตำแหน่งต่างๆ มากมายทั้ง 2 คน

      นอกจากนั้น ธุรกิจของเรายังเร่ิมจากความเป็นแม่ที่ลูกแพ้ยุงมาก ผลิตภัณฑ์กันยุงต่างๆ ใช้ไม่ได้ จึงคิดว่า ทำอย่างไรจะมีผลิตภัณฑ์กันยุงให้ลูกใช้ได้

      วิชภา : ก่อนมาทำธุรกิจนี้ เคยลองใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัวชอบสินค้าสไตล์สติกเกอร์ เพราะว่าใช้ง่าย สะดวก คือ ง่ายกับลูกและง่ายกับตัวเรา แรกๆ ซื้อจากญี่ปุ่น

      วิมลพรรณ : สรุปธุรกิจนี้ เกิดจากแรงบันดาลใจเมื่อคิดว่า อยากทำอะไรที่เกี่ยวกับเด็กๆ เกี่ยวกับลูก และเกิดจากการเป็นเพื่อนกันไปเที่ยว เสร็จแล้วได้ไปคุยกับเพื่อนที่เกาหลีใต้ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านยุง แต่ทำงานบริษัทใหญ่ๆ ที่เกาหลีใต้ ช่วยหาสินค้าให้จนได้ไปคุยที่โรงงาน โดยโรงงานที่ว่านี้ เป็นโรงงานอันดับ 1 ในเกาหลีใต้

      "วิมลพรรณ วุฒิพฤกษ์"

      ทำไมเลือกขายสติกเกอร์และสินค้ากันยุง?

      วิชภา : อาจจะเป็นแรงบันดาลใจอยากหาผลิตภัณฑ์กันยุงดีๆ ให้ลูกใช้ จากนั้น อยากให้ลูกผู้อื่นใช้ด้วยเหมือนเติบโตไปกับเขา เห็นพัฒนาการ เมื่อทำให้ลูกเรารู้สึกมีความสุขก็อยากจะทำให้ลูกผู้อื่นมีความสุขด้วย

      "วิชภา ปริพินิจฉัย"

      เปิดบริษัทมากี่ปี?

      วิชภา : เปิดบริษัททำธุรกิจมา 2 ปี แรกๆ ทำควบคู่ไปกับงานประจำ

      วิมลพรรณ : ระหว่างนี้ เรามองกันว่า ธุรกิจไปได้ ไม่อยากเชื่อเลย คิดว่า ดังนั้น จึงออกมาทำจริงจัง เนื่องจากต้องบอกเลยว่า เราเป็นแม่และรู้ว่า ตลาดตรงนี้ มีอยู่จริง เป็นตลาดที่เล็ก แต่เป็นตลาดที่มีความต้องการ เป็นตลาดที่แม่อยากได้อะไรดีๆ ให้กับลูก แล้วก็ปลอดภัย ส่วนราคานั้น สูงเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ได้ แต่ราคาต้องมีเหตุผล

      ผลิตภัณฑ์มอร์เพียว โดยเฉพาะสติกเกอร์ แม้จะคุณภาพดีเทียบเท่าของเกาหลีใต้ หรือ ญี่ปุ่น แต่ในด้านราคาไม่เท่า กำหนดราคาประมาณนี้ พอแล้วถูกกว่า พึงพอใจที่ลูกค้าจะจ่าย

      วิมลพรรณ: เรื่องคุณภาพ และราคาดังที่กล่าวมา เป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทเลยว่า ทำผลิตภัณฑ์ หรือ สินค้าแบบที่ทำให้ลูกเราใช้ เมื่อเรามีความสุขอยากให้คนอื่นใช้เหมือนกัน

      2 คุณแม่อินเนอร์มาเต็ม สู่ธุรกิจสติกเกอร์กันยุง
      2 คุณแม่อินเนอร์มาเต็ม สู่ธุรกิจสติกเกอร์กันยุง

      สาเหตุเลือกสินค้าจากเกาหลีใต้?

      วิมลพรรณ : เป็นจุดเร่ิมต้นมากกว่า

      วิชภา : หากจะดูสินค้า หรือ ผลิตภัณฑ์ แนวนี้ เป็นนวัตกรรมนั้น จะมีที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แต่เรามีเพื่อนอยู่ที่เกาหลีใต้ ความจริงแล้วที่จีนก็มี แต่ความรู้สึกของผู้บริโภคยังไม่เทียบเท่าเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งจะมีความรู้สึกดีกว่า นอกจากนั้น เรายังได้ไปพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ที่เกาหลีใต้ด้วย

      ผลิตภัณฑ์มอร์เพียวจะมีตัวผลิตในเกาหลีใต้และในไทย โดยในส่วนผลิตเกาหลีใต้นั้น เราดีไซน์รูปแบบเอง โรงงานรับทำโออีเอ็มให้ โดยเป็นแบรนด์ของเราเองคือ มอร์เพียว

      วิมลพรรณ : เราบอกโรงงานเลย ซึ่งเป็นโรงงานอันดับ 1 ทางด้านนี้ ว่า อยากทำสิ่งนี้ เป็นแบรนด์ของฉันเอง ช่วยผลิตให้หน่อย นอกจากนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของเรา คือ เมดอินโคเรียไปเลย เพราะเทคโนโลยีไทยยังไม่มี จะมีอีกในจีน

      สติกเกอร์กันยุงมอร์เพียวเร่ิมต้นจากกล่องใหญ่ วางขายในห้างสรรพสินค้า หลังๆ มาอยากวางขาย ร้านเล็กบ้างจึงทำกล่อง หรือ แพ็ก ขนาดเล็กลง ลดไซส์ แต่ผลิตจากเกาหลีใต้ทั้งหมดแล้วขนส่งทางเครื่องบิน

      วิชภา : เกาหลีใต้เองยืนยันเทคโนโลยีสติกเกอร์กันยุงล้ำหน้ามากกว่าญี่ปุ่น เราได้คุยกับโรงงานมา จึงมั่นใจมากขึ้น

      สติกเกอร์กันยุงมอร์เพียว มาตรฐานเกาหลีใต้การันตีคุณภาพ
      สติกเกอร์กันยุงมอร์เพียว มาตรฐานเกาหลีใต้การันตีคุณภาพ

      ปัจจุบันมีสินค้ากันยุงอะไรบ้าง?

      วิมลพรรณ : ขณะนี้ มีสติกเกอร์กันยุงกล่องใหญ่และกล่องเล็ก ซึ่งกล่องใหญ่ขายในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งร้านแม่และเด็ก ส่วนกล่องเล็กกระจายเข้าโมเดิร์นเทรด จะเริ่มเข้าปลายปี 2559 นี้ วางแผน จะเร่ิมเข้าร้านแฟมิลี่มาร์ท และขยายต่อไป นอกจากนั้น ยังมีมอร์เพียวซูทติ้งครีม ซึ่งเป็นครีมทาหลังยุงและแมลงกัด ช่วยลดการระคายเคือง การคันและการบวมแดง

      ครีมทาหลังถูกยุงกัดช่วยลดอาการบวมแดง
      ครีมทาหลังถูกยุงกัดช่วยลดอาการบวมแดง

      อะไรขายดีที่สุด?

      วิชภา : สติกเกอร์กันยุงขายดีที่สุด

      การแข่งขันในธุรกิจนี้รุนแรงแค่ไหน?

      วิมลพรรณ : มอร์เพียวเป็นยี่ห้อแรกๆ ที่ออกวางขายในตลาด

      วิชภา : เราเป็นรายแรกๆ ทำสินค้ามีลวดลายแตกต่าง ส่วนของรายอื่นทำออกมาในลักษณะเป็นสีๆ ทั่วไป เมื่อครั้งออกสินค้าคิดว่า ต้องทำให้แตกต่างจึงทำสติกเกอร์เป็นลวดลายการ์ตูนและตัวอักษรภาษาอังกฤษ 

      วิมลพรรณ : ผลิตภัณฑ์ของเจ้าอื่นอาจจะเป็นแบบเรียบๆ สีเดียว แต่มอร์เพียวจะเป็นอักษรเอ - แซด ก่อนหน้านี้ ยังมีลายหมี นับว่า เป็นรายแรกที่ออกผลิตภัณฑ์มาแตกต่าง

      วิชภา : หลังจากเราออกสินค้ามานั้น ทุกๆ ปี จะมีสติกเกอร์กันยุงออกมามากขึ้นๆ แต่ว่าส่วนใหญ่จะนำเข้าจากจีน

      วิมลพรรณ : สติกเกอร์กันยุงเรื่องราคาต่างกันไม่เท่าไร แต่อยู่ที่คุณภาพมากกว่า เรารู้สึกมั่นใจในจุดเด่นของมอร์เพียวเกี่ยวกับการกันยุง สำหรับสติกเกอร์กันยุง ถ้าคิดถึงมอร์เพียวต้องคิดถึงการกันยุงที่ดูปลอดภัยและน่ารัก เด็กๆ ชอบ ผู้บริโภคถ้าเคยใช้ก็ชื่นชอบ เข้ากับการแต่งตัวยังเป็นส่วนแฟชั่นในการแต่งกายและป้องกันยุง มีความน่ารักและเด็กๆ ชอบ

      สติกเกอร์กันยุง (ซ้ายมือ) ขายดีที่สุด!
      สติกเกอร์กันยุง (ซ้ายมือ) ขายดีที่สุด!

      ผลประกอบการเป็นอย่างไร?

      วิมลพรรณ : ธุรกิจเติบโตดับเบิลทุกๆ ปี ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น เราทั้ง 2 คนจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาทำเต็มตัว เมื่อก่อนยังไม่ได้จริงจังมากทำงานประจำไปด้วย หลังๆ คิดดูแล้วเชื่อว่าเราทำธุรกิจด้วยแรงบันดาลใจ ทำเหมือนว่า ไม่รู้จะดีหรือไม่ แต่ลองทำ เรามีประสบการณ์มามาก มาทำธุรกิจของตัวเองเต็มที่จะเป็นอย่างไร

      ธุรกิจเติบโตดับเบิลทุกปี ตั้งแต่ปีแรกและปีนี้ ขณะที่โรงงานเมื่อเห็นเราจริงจังและธุรกิจโตได้บอกว่า ไม่ต้องห่วงมีผู้มาติดต่อให้ผลิตสินค้าแบบเดียวกันเยอะมาก แต่โรงงานชอบพวกเรา ซึ่งดูมีจิตใจที่ดี โรงงานก็ไม่ได้อยากทำธุรกิจแบบก้าวกระโดดมาก แต่บอกว่า อยากผลิตผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ และมีความฝันจะกระจายผลิตภัณฑ์ให้ทั่วภูมิภาคนี้ บริษัทของเราต้องการจายผลิตภัณฑ์ตัวไหนแจ้งได้เลย

      มั่นใจในธุรกิจมอร์เพียว เติบโตดับเบิลมาตลอด
      มั่นใจในธุรกิจมอร์เพียว เติบโตดับเบิลมาตลอด

      ตัดสินใจยากแค่ไหนลาออกงานประจำมาทำธุรกิจเอง?

      วิมลพรรณ : การตัดสินใจออกจากงานประจำมาทำธุรกิจยาก ซึ่งตนเองและคุณวิชภาก็นับได้ว่า ไม่ธรรมดาในงานประจำ เพราะตำแหน่งสุดท้ายของคุณวิชภาก่อนลาออกทำงานที่ลอรีอัลก็ถือว่า ใหญ่มาก ส่วนตนอยู่ในตำแหน่งด้านการตลาดดูแลภูมิภาคอินโดจีนทั้งหมด ขณะที่ก่อนมาทำธุรกิจยังได้รับการทาบทามจากอีกบริษัทหนึ่งซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ไปทำงานตำแหน่งผู้จัดการ นับว่า การออกจากงานประจำเงินเดือนหลักแสนเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้สึกว่า คนอื่นๆ ยังเห็นคุณค่ามูลค่าในตัวเราขนาดนี้ ดังนั้น ทำไมเราไม่เห็นคุณค่ามูลค่าของตัวเอง มีผู้เชื่อมั่นที่จะให้ไปดูแลธุรกิจเกือบจะมูลค่าหมื่นล้าน ซึ่งถ้ามาทำธุรกิจของตัวเองทำไมจะทำไม่ได้

      เราทั้ง 2 คน มานั่งคุยกัน โดยคุณวิชภาก็ไม่อยากเชื่อว่า เราจะเอาจริง จึงบอกว่า เอาจริงมาลองกัน จับมือกันว่า มาลองทำ ถ้าเรายังไม่ทำ ณ จุดนี้ ที่มีแรงก็ไม่รู้จะทำตอนไหน เรายังมีแรง มีคอนเนกชั่นและพร้อมทุกอย่าง

      "วิชภา" จากลอรีอัล สู่ธุรกิจของตัวเอง

      พอใจกับธุรกิจหรือยัง?

      วิมลพรรณ : ยังไม่พอใจ โดยตั้งเป้าว่า ขณะนี้ เปิดธุรกิจมา 2 ปี มีสินค้ากลุ่มของเกาหลีใต้ทั้งหมดในมือ ซึ่งมีหลายส่วนมาก แต่นำเข้ามาขายยังน้อย นอกจากนี้ เรายังมีอีกอีกกลุ่มสินค้าหนึ่งเป็นกึ่งๆ เมดิคอล เป็นสินค้าจำพวกแปะเวลาเป็นไข้ และอื่นๆ อีกมาก เรื่องยุงเราจบไปเป็นแบรนด์ของเราเอง ต่อไปเร่ิมเป็นเทรดเดอร์นำผลิตภัณฑ์แบรนด์เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นจำพวกเจลค่อยๆ ปล่อยกลิ่นออกมาระยะเวลาอยู่ได้ 90 วัน คล้ายๆ น้ำหอมรถยนต์มาทำตลาด เป็นการ์ตูนคาแรกเตอร์

      นิยามบริษัทเป็นเอสเอ็มอี หรือ สตาร์ทอัพ?

      วิมลพรรณ : คิดว่า เราเป็นสตาร์ทอัพ แต่จริงๆ ก็คือ เอสเอ็มอีรายหนึ่ง ที่มีความฝันว่า สักวันเราจะสามารถมีสินค้าของตัวเอง แต่ว่า รู้สึกว่า ไม่ได้มองที่จะใหญ่โตมากจนเกินไป เพราะรู้สึกว่า การทำธุรกิจแล้วใหญ่โตมากๆ จะทำให้ความอยากจะทำจะคิดถึงกำไรเป็นสำคัญ โดยเรารู้สึกว่าสิ่งที่อยากจะคงไว้ คือ ทำผลิตภัณฑ์ หรือ สินค้า ให้ลูกแล้วก็อยากให้ผู้อื่นใช้เหมือนที่ลูกใช้ และถ้าอะไรที่รู้สึกว่า ไม่ดี ไม่อยากทำ

      เราพูดคำนี้ กับเจ้าของโรงงานที่เกาหลีใต้ ซึ่งเจ้าของโรงงานก็บอกว่า ดีมากเลย มีรายอื่นมาบอกว่า ทำให้ราคาถูกลง เปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่ ใช้สารแรงขึ้น แต่โรงงานก็ไม่รับทำ เพราะเจ้าของโรงงานเองก็ มีลูก 3 คน ต่างคนต่างมีความรู้สึกร่วม

      วิชภา : อีก 3 ปี ข้างหน้าตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ในแง่ของธุรกิจจะไปให้ถึง 100 ล้านบาท เป็นสิ่งที่ ตั้งเป้าหมายเอาไว้ โดย 3 ปี นับจากนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มองการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ มองแค่ว่า เพียงเรามีความสุขจากกลุ่มสินค้าบริษัท ซึ่งรุ่นแรกคือ 1. สติกเกอร์มอร์เพียวติดกันยุง 2. เป็นเทรดเดอร์ที่ไม่ใช่สินค้าของเรา และ 3. มีกลุ่มสินค้าอื่นๆ อีก จำพวกสินค้าพัฒนาการเด็ก ซึ่งได้ติดต่อไว้แล้ว จะไปเซ็นสัญญาและนำเข้ามาทำตลาดต่อไป

      น่าดีใจมากๆ ผู้ที่จะมาร่วมกับเราส่วนใหญ่มีอินไซด์เดียวกัน เจ้าของธุรกิจนี้ ก็เป็นแม่และทำแบรนด์อยู่ โดยทำให้ลูกใช้ ก็ไปคุยว่า ทำธุรกิจ เพราะมีความสุขอยากให้ผู้อื่นใช้ผลิตภัณฑ์แบบที่ลูกเราใช้ ฝ่ายที่คุยด้วยก็โอเคเป้าหมายเดียวกัน

      วิมลพรรณ (ขวามือ) ทิ้งเงินเดือนหลักแสนปั้นธุรกิจตัวเอง
      วิมลพรรณ (ขวามือ) ทิ้งเงินเดือนหลักแสนปั้นธุรกิจตัวเอง

      ปัญหาและอุปสรรคมีมากน้อยแค่ไหน?

      วิชภา : ปัญหาส่วนใหญ่ คือ บางครั้งจะเหมือนเป็นปัญหาเล็กๆ เช่น ผู้ผลิตสินค้าให้เราสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ต้องมีล่าม ขณะที่ก่อนหน้านี้ เราทำงานประจำเวลาไม่ค่อยมี

      วิมลพรรณ : คิดดูว่า เวลาเราไม่มี ทำธุรกิจนี้ จนคนรอบๆ ข้างบอกว่าทำไมไม่ลาออกจากงานประจำมาทำเต็มตัว สินค้าขายดีมาก ซึ่งคนอื่นเป็นผู้มาบอก ธุรกิจดีมากไปได้ เมื่อครั้งเปิดตัวสินค้ามา 1 ปี นอกจากจะไม่เจ๊งแล้วยังมีกำไร ทำได้นะ คนรอบตัวพูดแบบนี้ กันหมด นอกจากนั้น ยังโชคดีที่พ่อแม่ หรือ สามี สนับสนุนให้ทำอะไรที่ทำให้ความฝันเป็นจริง

      นอกจากนั้น เราเองยังรู้สึกอีกว่า เราปั้นแบรนด์สินค้าอื่นมามาก โดยมีหลายแบรนด์ที่ดูแลตั้งแต่ที่ยังเป็นแบรนด์แบบว่า อยู่ในถังขยะแล้วนำมาปั้นใหม่ นำเข้ามาทำตลาด ทำทุกสิ่งอย่างจนกระทั่งกลายเป็น 1,000 ล้านบาท ดังนั้น กับธุรกิจและแบรนด์ของตัวเองก็ต้องทำได้

      ครอบครัวสนับสนุนลุยธุรกิจของตัวเอง
      ครอบครัวสนับสนุนลุยธุรกิจของตัวเอง

      ซื้อสินค้ามอร์เพียว โดยเฉพาะสติกเกอร์กันยุงได้ที่ไหน?

      วิชภา : ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแผนกเด็ก ห้างสรรพสินค้าโรบินสันแผนกเด็ก ร้านแม่และเด็กตามโรงพยาบาล ร้านค้าออนไลน์ดังต่างๆ

      วิมลพรรณ : นอกจากนี้ เรากำลังจะเริ่มเข้าวางขายในโมเดิร์นเทรด ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ส่วน ภายในปีหน้าแผนธุรกิจคิดว่า จะเติบโตดับเบิล อย่างไรก็ตาม ภายในเดือน พ.ย. 2559 จะสามารถซื้อสินค้ามอร์เพียวได้ที่ร้านแฟมิลี่มาร์ท

      ด้วยความที่เรามีคอนเนกชั่นกับลูกค้าและคู่ค้า โดยเราทำงานกับกลุ่มเหล่านี้มาหลายปีอยู่มาวันหนึ่งเมื่อเข้าไปคุยว่า ลาออกจากงานมาทำสินค้าและธุรกิจของตัวเองล้วนได้รับการตอบรับที่ดี เรามาจากการทำด้านการตลาดและการขายให้เจ้าของสินค้าใหญ่ๆ เคยเป็นพาร์ทเนอร์กันมาก่อน เมื่อเราได้ยินแบบนี้ รู้สึกมีกำลังใจและขอบคุณมากๆ ธุรกิจของเราไม่ได้มีเงินถุงเงินถังเหมือนสมัยทำให้กับสินค้าใหญ่ๆ

      วิชภา : นอกจากนั้น เรายังนำสินค้าเข้าทเวนตี้โฟร์แคตตาล็อกในเครือซีพีออลล์ ขณะเดียวกันจะมุ่งไปยังช่องทางออนไลน์ด้วย โดยในส่วนของออนไลน์คือ ทำให้แข็งแรง เพราะปัจจุบันมีพ่อแม่จำนวนมากไม่มีเวลาจึงนิยมซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งเชื่อว่า จะมีจำนวนมาก

      มอร์เพียวเตรียมรุกเข้มช่องทางขายออนไลน์
      มอร์เพียวเตรียมรุกเข้มช่องทางขายออนไลน์

      จุดเด่นสติกเกอร์กันยุงมอร์เพียวคืออะไร ราคาแข่งขันได้ไหม?

      วิชภา : ราคาเราแข่งขันได้ จริงๆ แล้วราคาใกล้เคียงกับสินค้ารายอื่นๆ ทั้งหมด ไม่แตกต่างกันมาก แต่อย่างที่บอก คือ สินค้ามอร์เพียวนั้นมีคุณภาพ เนื้อโฟมสติกเกอร์มีความหนาพอจะอบกลิ่นตะไคร้อยู่ได้ทนนาน กาวที่ใช้ดีมีคุณภาพไม่เปื้อนติดเสื้อผ้า อายุการติด 1 ครั้งได้ 8-12 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย ส่วนกลิ่นหอมสดชื่น

      สติกเกอร์กันยุงทำงานอย่างไร?

      วิชภา : สติกเกอร์กันยุงมอร์เพียวใช้รูปแบบกลิ่น เป็นกลิ่นที่ยุงไม่ชอบเป็นกลิ่นตะไคร้ โดยหลักการทำงานแล้วเหมือนกับสเปรย์ตะไคร้หอมที่รู้จักกันมานาน เพียงแต่ว่า แทนที่จะใช้สเปรย์ได้เปลี่ยนมาใช้ตัวสติกเกอร์ติด ซึ่งสะดวกสบายทั้งผู้ใช้และผู้ติด สำหรับสเปรย์นั้น มีลักษณะเหนียว เหนอะ เปียก ต้องฉีด พ้น และทา

      2 คุณแม่ที่อยากให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าดีๆ กับลูกๆ เช่นกัน
      2 คุณแม่ที่อยากให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าดีๆ กับลูกๆ เช่นกัน

      อยากฝากอะไรถึงผู้อ่าน?

      วิมลพรรณ : อยากจะบอกว่าผลิตภัณฑ์สติกเกอร์กันยุงมอร์เพียวนี้คือ เวลาจะเลือกใช้ของกับลูกต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และคุณภาพของสินค้า เชื่อว่า คุณแม่หลายๆ คน คิดแบบนี้เหมือนกัน เราก็อยากนำเสนอว่า สินค้าของเราเป็นสินค้าที่ปลอดภัย มีคุณภาพ มั่นใจได้ ต้องบอกเลยว่า คุณแม่ทุกคนเลือกของที่ดีให้กับลูกและเราอยากจะเสนอสินค้าของเรา ซึ่งเราก็ใช้กับลูก.  

                 

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 เวลา 03:47 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์