วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ความรักที่ลึกซึ้งยาวนานนั้นมีจริงหรือ?

ถ้าจะถามว่า คู่ที่รักกันมาอย่างยาวนานและยังสวีตหวานตลอดเวลาที่ครองรักกันนั้นมีไหม? ตอบได้ทันทีเลยว่า มีอยู่จริง วันก่อนเปิดยูทูบฟัง เพลง “เหมือนเคย” ซึ่งคุณหญิงต้น (ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี) จัดทำถวายในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

เพลงเหมือนเคยนี้ คุณบอย โกสิยพงษ์ เป็นผู้ประพันธ์ และอาต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา เป็นผู้ขับร้อง ดูแล้วซึ้งจนน้ำตาไหล เห็นแล้วรู้สึกเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จฯ อย่างหาที่สุดมิได้

ความรักของทั้งสองพระองค์ถือเป็น ต้นแบบของความรักที่ยิ่งใหญ่, ยืนยง, มั่นคง และหาไม่ได้ง่ายๆ ซึ่งหากใครเจริญรอยตามก็จะประสบความสำเร็จในการมีครอบครัวที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก, ความเอื้ออาทร และความภักดีให้กับคู่ชีวิตของตนเป็นแน่แท้

กลับมาขอพูดถึงคนทั่วไปนะ แม้เป็นที่ทราบกันว่า การมีคนรักนั้น สำหรับบางคนคงหาได้ไม่ยาก (แต่บางคนยากก็แล้วแต่) ทว่า การจะครองรักกันไปให้ได้นานๆนั้น เป็นเรื่องยากมากทีเดียว ต้องอาศัยความรักอย่างมาก, รักไม่รู้จบ และรักอย่างไม่มีเงื่อนไขให้กังขา อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายต้องมีความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ด้วยนะ

ไม่ใช่ คนนึงดีเหลือเกิน, รักเหลือเกิน, ยอมให้ทุกอย่าง, มีความอดทนสูง แต่อีกฝ่ายทำตัวแบบรักมั่ง ไม่รักมั่ง กระทั่งบางทีก็ดูไม่ออกว่ารักรึเปล่า? หรือถ้ายิ่งมีคนอื่นมาพัวพัน เป็นลักษณะเข้ามาเป็นมือที่ 3 หรือแค่ฝ่ายนึงคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนสมัยเรียนเยอะ บางทีคู่ของคนนั้นถ้าเผื่อเป็นคนคิดมากหรือเข้าใจผิดขึ้นมา ปัญหาก็เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นพื้นฐานจึงควรมีความเชื่อใจและมั่นใจซึ่งกันและกันด้วย

ถึงบอกว่า การอยู่ด้วยกันจะยาวหรือสั้น ย่อมต้องเจอปัญหาที่เข้ามาท้าทายหัวใจของแต่ละคนตลอดเส้นทางชีวิตการครองรักนั่นแหละ ไม่มีคู่ไหนสมูทหมดทุกอย่าง อาจยกเว้นบางคู่ที่โชคดีจริงๆ มีรักที่ราบรื่นเพราะไม่หวั่นไหวไปซะก่อน บวกกับมีความหนักแน่น, มีความเป็นผู้ใหญ่และเข้าใจชีวิตก็มักไปกันต่อได้

งั้น เคล็ดลับของการครองรักและการได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนานๆ จึงมีคำแนะนำมาเล่าสู่กันฟัง หากคู่ใดอยากรักกันนานๆ ก็อย่าลืมงัดสิ่งเหล่านี้มาใช้น้อ ได้แก่.......

1.กรุณาทักทายกันตอนที่แฟนหรือ “คนรักของคุณ”กลับจากการทำงานถึงบ้านด้วยนะ

เวลา “คนรักของคุณ” กลับถึงบ้าน ควรมีการทักทายหรือถามเค้าสักหน่อยว่า วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง? มีอะไรทำให้มีความสุขหรือทำให้ไม่สบายใจบ้างไหม? “เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ”

การพูดคุยกันของคู่รักเสมือนเป็นการเชื่อมโยงจิตใจเข้าหากัน ไม่ว่า “คนรักของคุณ” จะเป็นคนพูดน้อยแค่ไหน? หรือเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด, ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก อีกฝ่ายหนึ่งยิ่งต้องคอยชวนคุยนะฮ้า

เพราะเท่ากับเป็นการแสดงความห่วงใยกัน เป็นการบอกให้รู้ว่า ฉันอยากรู้เรื่องของเธอ/คุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้คุณมีความสุขหรือเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดใจ, เสียใจ, ผิดหวัง ฯลฯ เป็นการแชร์ความรู้สึกและเรื่องราวให้กันฟัง ไม่ใช่ว่า ถือทิฐิ ถ้าคุณไม่พูด ฉันก็ไม่ถาม แต่มีบางคนไม่ชอบให้ถามจริงๆก็มีแฮะ

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมล่ะว่า จะรักกันให้ได้นานๆ ทั้งคู่ควรเอาใจใส่ซึ่งกันและกันแบบเท่าๆกันด้วยจะดีมาก ไม่ใช่ให้คนใดคนหนึ่งใส่ใจอีกฝ่ายเพียงข้างเดียว มันก็ไม่เวิร์กนะ

2.ถ้าคุณเดินผ่านร้านขายอาหาร, ร้านขายขนม, กาแฟ, เบเกอรี่ซึ่งเป็นของโปรดที่ “คนรักของคุณ” ชอบ อย่าลืมซื้อติดไม้ติดมือมาให้เค้าด้วย

เท่ากับเป็นการบอกว่า ฉัน (ผม) นั้นรักและยังรักอยู่ไม่เสื่อมคลาย เพราะถ้าไม่สนใจ จะซื้อมาให้รึ?

ต่อให้คนที่ชอบซื้อของเล็กๆน้อยๆแบบนี้มาให้อีกฝ่าย (แต่ไม่ค่อยได้พูดว่า รักนะ) ก็ให้เข้าใจว่าการกระทำนี้ล่ะ ที่บอกได้เลยว่า คุณแคร์เค้าแค่ไหน และเค้ายังเป็นคนที่คุณใส่ใจอย่างมากๆเพียงใด

3.ความรักยังหมายถึงการปล่อยให้อีกฝ่ายมีอิสระ ที่จะทำอะไรก็ได้อย่างที่เค้าชอบ ซึ่งก็หมายความว่า ทุกคนมี “พื้นที่ส่วนตัว” หากพื้นที่ส่วนตัวนั้นไม่ทำให้การอยู่ร่วมกันมันพังพินาศก็ไม่มีเหตุผลใดต้องวิตก อย่าลืมว่า

คนที่คุณรักไม่ใช่สิ่งของ จึงไม่ควรไปบังคับให้เค้าอยู่กับคุณตลอดเวลา

หากเค้าเป็นคนที่ไว้ใจได้, เชื่อใจได้, ไม่ขี้หลี หรือชอบขายขนมจีบ ก็ไม่มีอะไรต้องกังขาเลย

4.ถ้ามีเพื่อนบางคนของคุณไม่ชอบเค้า

วิธีแก้ไขก็ง่ายมาก อย่าพาทั้งสองฝ่ายไปเจอกันสิ คุณไม่สามารถไปบังคับให้เพื่อนของคุณ (บางคนที่ไม่ชอบเค้า) ให้มาชอบได้นี่นา แต่ในเมื่อคุณเลือกเค้ามาเป็นคู่แล้ว เพื่อนที่ดีก็ควรค้านอยู่ในใจ จะแสดงออกจนเว่อร์ไปก็ไม่งามนะ สุดท้าย ทุ่มเทให้กันมากๆ ไม่ใช่ทุ่มเงิน แต่มีความซื่อสัตย์และจริงใจต่อกันด้วย.

@@@
เมอร์ลิน

5 พ.ย. 2559 10:25 5 พ.ย. 2559 10:26 ไทยรัฐ