วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระมหากรุณาธิคุณ "ตำรวจป่า" ผู้ภักดี

“พูดถึงทฤษฎีใหม่ พูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง ไอ้นี่เราไม่ได้ซื้อจากต่างประเทศ แต่ว่าเป็นของพื้นเมือง แล้วก็ไม่ได้อาจจะอ้างว่าเป็นความคิดของพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ ทำมานานแล้ว ทั้งพลเรือน ทั้งทหาร ทั้งตำรวจ ได้ใช้เศรษฐกิจพอเพียงมานานแล้ว อย่างตำรวจไปเปิดโรงเรียนที่บนภูเขา ใช้เศรษฐกิจพอเพียงแท้ๆ โรงเรียน สร้างโรงเรียนใช้ไม้ผุๆพังๆ ไปเลือกมาแล้วก็คนที่เป็นครูก็เป็นตำรวจ 2 คน ได้เลี้ยงดูสอนเด็ก 10 คน 15 คน แล้วก็นอกจากเลี้ยงดูยังเป็นบุรุษพยาบาลด้วย ดูผู้ที่เป็นมาลาเรีย ตรวจเลือด พวกตำรวจพวกนี้ เขาตรวจเลือดแล้ว เมื่อเป็นอย่างไร เขาก็ส่งผู้ที่ป่วย ช่วยชีวิตเด็กและผู้ใหญ่มากมาย แต่อย่างนี้หาว่าเถื่อน เพราะว่าเถื่อน เขาว่าตำรวจป่า เขาเรียกตำรวจป่า พวกตำรวจชายแดน ตำรวจป่า เขาคนอื่นในกรุงหาว่าเป็นตำรวจป่า แต่ที่จริงตำรวจป่าเขาช่วยชีวิตคนมากมาย”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัส ความตอนหนึ่งถึงตำรวจตระเวนชายแดนที่ทำให้ตำรวจตระเวนชายแดนทุกคนมีน้ำตาเอ่อเบ้าด้วยความซึ้งใจ ทั้งตำรวจตระเวนชายแดนเก่าที่ลาออกจากราชการไปปฏิบัติหน้าที่ในอาชีพอื่นแล้ว และที่ยังคงทำในพื้นที่ทุรกันดาร

ซึ่งแม้จะเป็นข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล ต้องฝึกหนัก เสี่ยงภัย และไม่เคยได้อะไรเท่าเทียมกับข้าราชการหน่วยอื่น แต่ความสุขใจของตำรวจตระเวนชายแดนหรือ “ตำรวจป่า” มีพลังมหาศาลในการทำงานจากพระราชดำรัสของพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีกับตำรวจตระเวนชายแดนหลายโอกาส มีเรื่องเล่ากล่าวขาน เป็นตำนานที่ “ตำรวจป่า” รุ่นพี่เล่าสู่รุ่นน้องอย่างมิมีวันจบสิ้น

พระเมตตาที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่มีต่อเหล่าข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ห่างไกล

พระองค์ไม่เคยทอดทิ้ง และเสด็จฯมาให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดน ทรงตรัสถามทุกข์สุขด้วยความเป็นห่วงทุกครั้ง

ทรงฝากให้ตำรวจตระเวนชายแดน หรือ “ตำรวจป่า” ดูแลพื้นที่และประชาชนให้ดี เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ “ตำรวจป่า” สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

มีหลายเหตุการณ์ที่ในหลวงได้ทรงทำเพื่อ “ตำรวจป่า” อย่างเหตุการณ์ผู้ก่อ การร้ายโจมตีกองร้อยตระเวนชายแดนที่ 2 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 8 ช่วงปี พ.ศ.2518 พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับเครื่องบินพระที่นั่งแบบ ซี 123 ไปยังสนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จฯต่อไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อทรงเยี่ยมกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่บ้านไสหร้า เสด็จฯทอดพระเนตรความเสียหายของกองร้อย ทรงมี พระราชปฏิสันถารกับเจ้าหน้าที่และพระราชทานพรแก่ตำรวจ

เสด็จฯต่อไปยังโรงพยาบาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เยี่ยมตำรวจตระเวนชายแดน 9 คนที่ได้รับบาดเจ็บ ทรงเยี่ยมญาติและครอบครัวของตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยง ที่ได้รับภยันตราย แต่พระองค์ท่านมิได้เกรงกลัว

ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ซื้อที่ดินจากชาวบ้าน พระราชทานให้กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อความปลอดภัยของข้าราชการตำรวจ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมื่อปี พ.ศ.2519 และพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดซื้อรถแทรกเตอร์ให้ตำรวจ ตชด. จัดทำถนนทางเข้าหมู่บ้านที่ทุรกันดาร เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน

และเมื่อทรงทราบข่าวมีตำรวจตระเวนชายแดนเสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการปะทะกับกลุ่มโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา ในครั้งนั้นพระองค์ยังทรงมอบถุงพระราชทานแก่ข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนด้วย

หลังจากโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายาได้เข้าร่วมเป็นผู้พัฒนาชาติไทย กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ก็ได้ทำอนุสรณ์สถานที่ดินพระราชทาน เพื่อให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัว รวมถึงตำรวจรุ่นใหม่ได้รับทราบถึงประวัติที่ดินที่ในหลวงพระราชทานแก่กองร้อย จัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งทำการการเกษตร โดยให้ตำรวจและครอบครัวปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ตามหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”

ทรงพระราชทานตู้เย็น เมื่อทราบความลำบากของตำรวจ การที่ได้ทรงพระ กรุณารับฟัง และติดต่อทางวิทยุตำรวจเป็นประจำ ทรงใช้สัญญาณเรียกขานประจำพระองค์ว่า “กส.๙” ทำการติดต่อสื่อสารกับพนักงานวิทยุประจำหน่วยตำรวจต่างๆอย่างไม่ถือพระองค์ จึงทรงทราบความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ตำรวจประจำตู้ยามบางคนคับแค้นใจเกี่ยวกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการครองชีพ ไม่รู้จะระบายความในใจกับใคร

จัดได้ว่าโชคดี คือ ศูนย์ควบคุมข่ายตำรวจแห่งชาติ “ปทุมวัน” กล่าวคือ ในยามดึกวันหนึ่ง พนักงานวิทยุคนหนึ่งได้ระบายความเดือดร้อน เนื่องจากหิวโหยไม่สามารถหาอาหารรับประทานได้ เพราะต้องเข้าเวร เมื่อในหลวงทรงรับฟังก็ทรงสงสาร ได้มีพระราชโองการทางวิทยุกับผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานโดยตรงว่า “โปรดเกล้าฯ พระราชทานตู้เย็นเพื่อเก็บอาหารสำรอง สำหรับเวรยามดึกให้ 1 ตู้”

เป็นพระมหากรุณาธิคุณเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม

ในหลวงทรงผูกพันต่อข้าราชการตำรวจต่อเนื่องและเสมอมา

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อตำรวจและพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างมากหาที่สุดมิได้ พวกเราตำรวจทุกคนเทิดทูนพระองค์ท่านเป็นอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ผมสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้รับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน ความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์อยู่ในจิตวิญญาณของพวกเรานับตั้งแต่ก้าวแรกที่เป็นตำรวจ มีความภาคภูมิใจมากที่ในชีวิตรับราชการได้มีโอกาสสนองใต้เบื้องพระยุคลบาท เมื่อสมัยที่เป็น ผบก.สปพ.จะต้องถวายงานโดยเป็นส่วนหนึ่งของชุดถวายอารักขาในขบวนเสด็จ และที่สำคัญเมื่อเป็น ผบช.น. ได้มีโอกาสสนองใต้เบื้องพระยุคลบาทในทุกภารกิจที่เกี่ยวกับการถวายอารักขา เป็นภารกิจสำคัญที่สุด และจะเกิดความผิดพลาดมิได้ ยิ่งไปกว่านั้นได้มีโอกาสถวายพระเกียรติและถวายอารักขาพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขณะเสด็จประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช จวบจนถึงเป็น ผบ.ตร.ยังคงถวายพระเกียรติและถวายอารักขาจนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญขณะดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ตร. ได้กำหนดนโยบายไว้ 6 ด้าน นโยบายด้านที่ 1 ซึ่งถือเป็นนโยบายที่สำคัญที่สุดคือ “การพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดพระเกียรติ เพื่อความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์”

“ถึงแม้ว่าพระองค์ท่านจะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่ผมและข้าราชการตำรวจทุกนายจะขอยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อพระองค์มิเสื่อมคลาย รวมทั้งดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทตลอดไปตราบนานเท่านาน และจะสนองพระราชปณิธาน 3 สิ่งที่พระองค์ท่านทรงให้พระบรมราโชวาทในทุกๆปี เพื่อเตือนสติคนไทยคือ ความสามัคคี อย่าเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม และการให้โอกาสคนดีมาปกครองบ้านเมือง ซึ่งเป็นหัวใจของประเทศชาติ ถ้าคนไทยปรองดอง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ได้คนดีปกครองประเทศ จะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เป็นสายพระเนตรที่ยาวไกลพระองค์ท่านทรงเห็นปัญหาใหญ่ของประเทศ กว่า 10 ปีที่คนไทยแตกแยกทำให้เกิดความวุ่นวาย วันนี้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย ทุกคนมุ่งหน้าสู่สนามหลวงร่วมสักการะพระบรมศพ อยากทำความดีเพื่อพ่อหลวง เสียดายถ้าวันนั้นทุกคนทำตามคำสอนของพระองค์ท่าน จะทำให้ทรงคลายความกังวลในสิ่งที่พระองค์ท่านเป็นห่วง ประเทศไทยมีความเป็นปึกแผ่น และมีความพัฒนาไปมากกว่านี้”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ผู้นำตำรวจยืนยันจะนำพาเหล่าข้าราชการตำรวจ 2.3 แสนนาย ปฏิบัติหน้าที่ สนองพระราชปณิธานในฐานะข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดไป.

ทีมข่าวอาชญากรรม

5 พ.ย. 2559 10:01 5 พ.ย. 2559 10:08 ไทยรัฐ