วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มิตรภัยใน "บลู เฮาส์"!

ขอโทษ-ประธานาธิบดีปัก กึน-ฮเย โค้งคำนับขณะแถลงขอโทษประชาชนที่ทำเนียบบลู เฮาส์ หลังยอมรับมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดและให้นางชอย ซูน-ซิล เพื่อนเก่าแก่ที่ถูกกล่าวหาคอร์รัปชันและก้าวก่ายงานรัฐบาล (รูปเล็ก) ช่วยเรียบเรียงสุนทรพจน์ให้ (เอพี)

“ดราม่า” ไม่แพ้ละครทีวีหรือนวนิยาย สำหรับชีวิตเบื้องลึกของ น.ส.ปัก กึน-ฮเย ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤติการเมืองขั้นโคม่า เพราะ “คนใกล้ชิด” เป็นพิษ

น.ส.ปัก ผู้นำหญิงโสดวัย 64 ปี ถูกประชาชนลุกฮือขับไล่ คะแนนนิยมตกต่ำเป็นประวัติการณ์เหลือแค่ 5% ขณะที่เหลือวาระดำรงตำแหน่งอีก 1 ปีเศษ จากทั้งหมด 5 ปี หลังเป็นตัวแทนพรรค “แซนูรี” ชนะเลือกตั้งปี 2555 ขึ้นกุมอำนาจเมื่อ 30 พ.ค.2556

แรกๆ ประชาชนชื่นชมเธอมาก เพราะนอกจากภาพลักษณ์ “หญิงแกร่ง” แล้ว ยังเป็นลูกสาวของนายพล ปัก จุง-ฮี อดีตผู้นำเผด็จการทหารที่มาจากการก่อรัฐประหารในปี 2504 แต่ต่อมาผันตัวเองเป็นผู้นำผู้ปฏิรูปประชาธิปไตยและอุตสาหกรรม จนได้ชื่อ “บิดาของเกาหลีใต้ยุคใหม่”

ปี 2556 น.ส.ปักถูกจัดอันดับให้เป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลอันดับที่ 11 ของโลก และปี 2557 เป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียตะวันออกโดยนิตยสาร “ฟอร์บส” มาแล้ว

ต้นเหตุที่ทำให้ น.ส.ปักตกที่นั่งลำบากขณะนี้ คือ นางชอย ซูน-ซิล วัย 60 ปี เพื่อนซี้เก่าแก่กว่า 40 ปี ผู้ได้รับฉายา “รัสปูตินหญิงแห่งเกาหลีใต้” ตามชื่อ “กริกอรี รัสปูติน” จอมขมังเวทย์ผู้อื้อฉาว ที่ปรึกษาลับของราชวงศ์โรมานอฟแห่งรัสเซียผู้ทรงอิทธิพลในอดีต

นางชอยถูกกล่าวหาแทรกแซงกิจการรัฐบาล ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล และไม่มีสิทธิพิเศษเข้าถึงข้อมูลของรัฐบาล อีกทั้งถูกกล่าวหากอบโกยผลประโยชน์ให้ตัวเอง ใช้เส้นสายบีบให้บริษัทใหญ่ๆ รวมทั้งกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่หรือ “แชโบล” อย่าง “ซัมซุง” บริจาคเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ให้มูลนิธิไม่แสวงผลกำไร 2 แห่งที่เธอตั้งขึ้น

จากไฟล์ที่ “เจทีบีซี ทีวี” กู้มาจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของนางชอยในสำนักงานร้าง น.ส.ปักมักส่งร่างสุนทรพจน์สำคัญๆ ไปให้นางชอยตรวจตราแก้ไขและอนุมัติ ทั้งยังส่งข้อมูลลับเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือให้ดูด้วย มีรายงานด้วยว่านางชอยมีคณะที่ปรึกษาวงใหญ่เพื่อให้คำแนะนำ น.ส.ปักแทบทุกเรื่อง ไล่ตั้งแต่นโยบายทางการเมือง การแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐ ไปจนถึงเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

เรียกว่าช่วยแทบทุกเม็ด จนถูกมองว่า “ครอบงำ” หลายคนถึงขั้นเชื่อว่าทั้งคู่เป็นคู่รักกัน หรือนางชอยใช้มนต์ดำสะกดให้ น.ส.ปักตกอยู่ใต้อำนาจเหมือนที่บิดาของเธอเคยทำ แต่จริงหรือไม่เพียงใดมีแต่ทั้งคู่ที่รู้ดี!

หลังถูกกดดันหนัก น.ส.ปักแถลงขอโทษประชาชน และยอมรับว่าเคยให้นางชอยเรียบเรียงสุนทรพจน์และช่วยงานประชาสัมพันธ์จริงในช่วงหาเสียง และว่าให้เธอช่วยอีกระยะหลังรับตำแหน่ง ก่อนมีการตั้งระบบที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการของทำเนียบประธานาธิบดี “บลู เฮาส์”

ที่มาที่ไปของความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของทั้งคู่ยิ่งไม่ธรรมดา โดยนางชอยเป็นลูกสาวของนายชอย แต-มิน ชาวพุทธผู้หันไปนับถือศาสนาคริสต์ ผู้ก่อตั้งลัทธิ “Church of Eternal Life” (โบสถ์แห่งชีวิตนิรันดร์) เขาเคยแต่งงานถึง 6 ครั้ง และเปลี่ยนชื่อบ่อยๆ ทั้งยังถูกมองว่าฝักใฝ่ไสยศาสตร์มนต์ดำจนมีฉายา “รัสปูตินแห่งเกาหลี”

นายชอยสนิทสนมกับนายพลปัก จุง-ฮี และเริ่มสนิทกับ น.ส.ปัก หลังนางยุค ยัง-ซู มารดาของเธอถูกลอบสังหารในโรงละครแห่งชาติในกรุงโซลในปี 2517 ซึ่งมือปืนเป็นผู้ฝักใฝ่เกาหลีเหนือ น.ส.ปักวัย 22 ปีซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่ยุโรปต้องกลับบ้านกลางคัน เพื่อรับบทเป็น “สุภาพสตรีหมายเลข 1” ออกงานคู่กับบิดาแทนมารดาผู้ล่วงลับ

ห้วงโศกเศร้าเคว้งคว้างไร้แม่ นายชอยเข้าไปตีสนิท น.ส.ปัก อ้างว่ามารดาของเธอมาเข้าฝันฝากให้เขาดูแลลูกสาวด้วย จากนั้นก็กลายเป็นที่ปรึกษาเอก ขณะที่ลูกสาวชอย ซูน-ซิล ก็สนิทสนมกับ น.ส.ปักด้วยนับแต่นั้น

ต่อมาในปี 2522 นายพลปัก จุง-ฮี ก็ถูกนายคิม แจ-คยู หัวหน้าหน่วยข่าวกรองกลางยิงตายหลังงานเลี้ยงที่เซฟเฮาส์ในกรุงโซล แม้อ้างว่าลั่นไกปืนเพราะรักชาติ และนายปักเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย แต่บางทฤษฎีชี้ว่าเขาขุ่นแค้นที่นายปักและลูกสาวตกอยู่ใต้อิทธิพลของนายชอยมากเกินไป แต่อีกทฤษฎีชี้ว่าได้รับคำสั่งฆ่าจากหน่วยข่าวกรอง “ซีไอเอ” ของสหรัฐฯ ซึ่งสงสัยว่านายปักฝักใฝ่คอมมิวนิสต์

หลังสิ้นบุพการีห่างกันแค่ 5 ปี น.ส.ปักยิ่งโดดเดี่ยวอ้างว้าง เพราะไม่มีพี่น้องใกล้ชิด แถมเป็นสาวโสด ทำให้ความผูกพันกับครอบครัวชอยยิ่งลึกซึ้ง เมื่อนายชอยเสียชีวิตในปี 2537 ความสัมพันธ์ของ 2 สาวก็แนบแน่นเรื่อยมา อดีตสามีของนางชอยก็เคยเป็นที่ปรึกษาให้ น.ส.ปักจนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2555

แม้บิดามารดาเสียชีวิตจากความรุนแรงทางการเมือง แต่ น.ส.ปักก็ยังลงเล่นการเมือง และเคยถูกอดีตนักโทษคนหนึ่งใช้มีดคัตเตอร์บุกกรีดใบหน้าขณะหาเสียงเมื่อปี 2549 จนแพทย์ต้องผ่าตัดถึง 2 ชม. เย็บถึง 60 เข็ม ยังมีแผลเป็นยาวตั้งแต่ใบหูขวาจนถึงขากรรไกรล่างเห็นได้ชัดจนบัดนี้

หลังมีข่าวฉาว นางชอยหนีไปเยอรมนีตั้งแต่เดือน ก.ย. เพิ่งเดินทางกลับเมื่อ 31 ต.ค. เพื่อสู้คดี เธอขอโทษและยอมรับทั้งน้ำตาว่า “ทำผิดสมควรตาย” และอาจถูกตั้งข้อหาเพียบ รวมทั้งฉ้อโกง ยักยอกเงินรัฐ กำกับการตัดสินใจของประธานาธิบดี และอาจมีผู้ติดร่างแหอีกเป็นพรวน ดีไม่ดี น.ส.ปักเองจะโดนด้วย!

น.ส.ปักพยายามลดกระแสต่อต้าน ทั้งปรับ ครม.ครั้งใหญ่ ปลดที่ปรึกษาคนสนิทจำนวนมาก และว่ายินดีให้สอบสวน ส่วนฝ่ายค้านจี้ให้สอบคดีนี้อย่างถี่ถ้วน แต่ยังไม่ยื่นญัตติขอถอดถอน

ปัก กึน-ฮเย จะต้านมรสุมลูกมหึมานี้ไปได้หรือไม่ต้องรอดู แต่ต่อไปนี้จะไม่มีเพื่อนซี้ที่ชื่อ “ชอย ซูน-ซิล” คอยยื่นมือช่วยอีกแล้ว!

บวร โทศรีแก้ว

5 พ.ย. 2559 06:55 5 พ.ย. 2559 06:57 ไทยรัฐ