วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ย้ำยึดศาสตร์พระราชา แก้ปัญหาชาวนาไทย ยันไม่มีแนวคิดเลิกปลูกข้าว

นายกฯ ย้ำรัฐบาลยึดศาสตร์พระราชา เป็นแนวทางแก้ปัญหาชาวนาไทย ยันรัฐบาลไม่มีแนวคิดทำลายวิถีชีวิตชาวนา แค่ขอปรับเปลี่ยนแนวคิดเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เหนื่อยน้อยลง ไม่ซ้ำรอยในอดีต ควบคู่มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า นับแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เกษตรกรชาวนายังคงประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่เป็นปัญหา อาทิ ปริมาณผลผลิตที่มากเกินความต้องการของตลาด ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ต้นทุนการผลิตที่สูงมีคุณภาพที่ต่ำ มีภัยพิบัติทางธรรมชาติ การปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสมทำให้ได้ข้าวคุณภาพต่ำ มีความชื้นสูง การทำนาเพียงอย่างเดียว การรวมกลุ่มเกษตรกรที่ยังไม่เข้มแข็ง ทำให้ขาดอำนาจในการต่อรองกับโรงสีและพ่อค้าคนกลาง ขาดการคิดค้นผลิตนวัตกรรมข้าวในการเพิ่มมูลค่า ส่งผลให้รายได้ชาวนาไม่มั่นคงต้องกู้หนี้ยืมสิน ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ถึงขั้นต้องขายที่นา หลายครอบครัวต้องละทิ้งอาชีพชาวนา ในที่สุดเป็นอันตราย โดยทุกแนวทางการแก้ปัญหาแก่ชาวนาไทย ทั้งมาตรการเฉพาะหน้าและมาตรการยั่งยืน รัฐบาลได้น้อมนำ "ศาสตร์พระราชา" อันเป็น 1 ในหลักการทรงงานมาเป็นแนวทางแก้ปัญหา นั่นคือศึกษาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ "ต้นทาง" เช่น ที่ดิน แหล่งน้ำ ลมฟ้าอากาศ องค์ความรู้ ปัจจัยการผลิต เมล็ดพันธุ์ ยากำจัดศัตรูพืชและปุ๋ย เป็นต้น

นายกฯ กล่าวต่อว่า "กลางทาง" เช่น แหล่งทุน เครื่องจักรกลการเกษตร โรงสี การแปรรูป และนวัตกรรม "ปลายทาง" เช่น ตลาดในประเทศ การส่งออกต่างประเทศ เราต้องทำให้เกิดห่วงโซ่คุณค่าเหล่านี้ และมีการประกันพืชผล เป็นต้น โดยอาศัยข้อมูลงานวิจัย สอบถามจากราษฎร เพื่อให้ได้ข้อมูลถูกต้องในการกำหนดมาตรการช่วยเหลือ ไม่ให้ซ้ำรอยในอดีตเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่การแก้ไขปัญหาระยะสั้นเฉพาะหน้ายังมีความจำเป็น เพื่อให้ชาวนากินอิ่ม นอนหลับ มีทุน มีแรงทำงานได้ก่อนแล้วสร้างความเข้มแข็งต่อไป ตามที่ ครม.ได้มติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ปีการผลิต 59-60 แนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาราคาข้าวตกนั้น ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานไว้ ได้แก่ การรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มผู้บริโภคเหมือนกัน ติดต่อกลุ่มผู้ผลิตแล้วตกลงกัน อาจต้องตั้งหรือตกลงกับโรงสีให้แน่ชัด จะได้ไม่ต้องผ่านหลายมือ เป็นทางเลือกหนึ่งช่วยตัดปัญหาคนกลางลงไปได้บ้าง และขอชื่นชมความคิดริเริ่ม "โครงการลองกอง จ.สุราษฎร์ธานี แลกข้าวสารหอมมะลิจังหวัดร้อยเอ็ด" แลกเปลี่ยนผลผลิตโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง สามารถจะแลกเปลี่ยนผลิตผลทางการเกษตร หรืออื่นๆ ข้ามภูมิภาคได้ ช่วยเหลือตัวเองก่อน ไม่ต้องรอแต่การช่วยเหลือจากภาครัฐ ที่ต้องใช้เวลาและกฎหมาย จำหน่ายสินค้าด้วยตัวเอง ควบคู่ไปกับมาตรการช่วยเหลือชาวนาระยะยาวที่วางไว้เป็นระบบ

นายกฯ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขอขอบคุณโรงสีกับพ่อค้าคนกลาง ที่ร่วมมืกับรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง รัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังจะทำลายการผลิตข้าว การปลูกข้าว ของเกษตรกร ไม่ได้มุงหวังทำลายวิถีชีวิตชาวนาที่พวกเราทำมาตั้งแต่โบราณกาล เพียงมุ่งหวังจะทำให้ชาวนามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างยั่งยืน รัฐบาลจำเป็นต้องมีหลายมาตรการ ทั้งชดเชยส่วนต่างบ้าง ช่วยเหลือยามเดือดร้อน จากภัยธรรมชาติ หรืออื่นๆ บ้าง เท่าที่จำเป็น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นปัญหากับระบบการเงิน-การคลังของประเทศ รวมถึงแก้ปัญหาหนี้สินชาวนา พิจารณาการชะลอหนี้หรือลดดอกเบี้ย โดยไม่ให้เสียกฎกติกาและของธนาคาร สิ่งสำคัญก็คือเราจะทำอย่างไร ที่จะทำให้การทำการเกษตรทุกอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยาง มันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย ข้าวโพด ได้ปรับระบบการผลิต การแปรรูปใหม่ ให้ใช้ต้นทุนการผลิตให้น้อยลง ใช้น้ำให้น้อยลง เหมาะสมกับพื้นที่ ผลิตไม่เกินความต้องการของตลาด ด้วยการ "รวมแปลงใหญ่" หากทุกคนไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องการชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราก็ทำได้ลำบาก และบรรดากลุ่มเอ็นจีโอขอร้องอย่ามองด้านเดียว รัฐบาลไม่เคยคิดจะบังคับชาวนา เกษตรกร นอกจากพยายามสร้างความเข้าใจ รักษาอาชีพนี้ให้ยั่งยืน การแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกแล้ว รัฐบาลซื้อมาเก็บเองก็ไม่ได้ เพราะปัญหาเดิมยังมีอยู่

นายกฯ กล่าวต่อว่า การระบายข้าวในคลังก็เป็นปัญหากับข้าวฤดูกาลใหม่ อาจทำให้ราคาข้าวในท้องตลาดตกไปอีก เพราะเรามีปริมาณสำรองข้าวมากเกินไป วันนี้ก็มีเกือบทุกประเทศอันเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ราคานั้นถูกกดให้ต่ำลง จนแข่งขันผู้ผลิตข้าวรายอื่นๆ ของโลกไม่ได้มากนัก โดยที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น รัฐบาลไม่เคยคิดว่าเราจะจ้างให้ชาวนาเลิกปลูกข้าว มันเป็นไปไม่ได้ เรามีชาวนาเป็นจำนวนมาก มีแต่ว่าจะทำยังไงให้เค้าปลูกให้เหนื่อยน้อยลง และมีรายได้มากขึ้น เพียงแต่เราก็ให้ทุนในการปลูกพืชชนิดอื่นเสริม และขึ้นอยู่กับความสมัครใจและการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะที่บรรดานายทุนให้กู้เงิน ให้เช่านา โรงสี ควรจะร่วมมือช่วยกัน เสียสละกันบ้างเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน และเกษตรกร มิฉะนั้นแล้วทุกอย่าง มันก็จะกลายเป็นปัญหาการเมืองไปเสียทั้งหมด หลายอย่างที่ผ่านมาที่ไม่ใช่การเมือง อะไรที่เป็นการทำถูกหรือผิดกฎหมายก็ไปว่ากันมา เราใช้เงินแก้ปัญหาอย่างเดียวไม่ได้อีกแล้ว ถ้าเราไม่รู้จักหาเงิน ไม่เปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจเราใหม่ มันไม่มีเงินมากขึ้นแน่นอน ขอให้ทุกคนพยายามเข้าใจบ้าง รัฐบาลเข้าใจความเดือดร้อนของทุกท่านดี สำหรับพืชชนิดอื่นๆ เช่น ข้าวขาว ข้าวโพด ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญ ได้ให้ฝ่ายเศรษฐกิจพิจารณาร่วมกันเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหา

ส่วนปัญหาการทำอาหารสัตว์รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังพยายามหาทางออกอยู่ ทั้งนี้รัฐบาลอาจจำเป็นต้องทบทวนโควตาการนำเข้าข้าวโพด ข้าวสาลี ทั้งระบบ รวมทั้งระบบภาษีต่างๆ ด้วย รัฐบาลทราบข้อมูลมีการตรวจสอบจากเกษตรกรโดยตรง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ ดังนั้นตนไม่อยากให้ปัญหาดังกล่าวเป็นช่องทางให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง บิดเบือนจนทำให้เกิดปัญหาได้.

นายกฯ ย้ำรัฐบาลยึดศาสตร์พระราชา เป็นแนวทางแก้ปัญหาชาวนาไทย ยันรัฐบาลไม่มีแนวคิดทำลายวิถีชีวิตชาวนา แค่ขอปรับเปลี่ยนแนวคิดเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เหนื่อยน้อยลง ไม่ซ้ำรอยในอดีต ควบคู่มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล 4 พ.ย. 2559 19:49 4 พ.ย. 2559 21:14 ไทยรัฐ