วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อหลวงคือปาฏิหาริย์! สุดซาบซึ้ง ‘ลี นาตาลี’ ย้อนรำลึกในหลวง ร.9

พาไปเปิดใจความรู้สึกของเหล่าเซเลบริตี้-คนดังมากมาย หลังการสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ของปวงชนชาวไทย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ล่าสุด ไลฟ์สไตล์ ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับอีกหนึ่งเสียง ที่ไม่เพียงแต่จะรักเทิดทูน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เท่าชีวิต ทว่ายังน้อมนำแบบอย่างคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติในการดำเนินชีวิต และการทำงานด้วย...

นาตาลี เจียรวนนท์ เซเลบริตี้สาวสวยมากความสามารถ เอ่ยกับเราด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เธอจดจำสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชนได้ขึ้นใจ ตั้งแต่เด็กๆ ที่เห็นในโทรทัศน์บ้าง หรือหนังสือพิมพ์บ้างก็จะเห็นว่าพระองค์ทรงงานหนักอยู่ตลอดเวลา เสด็จพระราชดำเนินไปตามถิ่นทุรกันดาร หรือห่างไกลความเจริญโดยไม่หวั่นต่ออุปสรรคใดๆ พระองค์ทรงทำงานหลากหลายเพื่อให้ประชาชนมีความสุข และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ถามถึงพระราชกรณียกิจไหนที่รู้สึกประทับใจมากที่สุด มันคงตอบยาก เพราะตัวเธอเองซาบซึ้งใจ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณทุกอย่างที่พระองค์ทรงทำ ทุกสิ่งอย่างพระองค์ต้องทรงทุ่มเทพระวรกาย คิดพัฒนาประเทศเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชน

‘มันไม่มีอันไหนที่รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ เราประทับใจทุกอย่างที่พระองค์ทรงทำ เอาจริงๆ เราคิดว่ายังรู้ไม่หมดด้วยซ้ำ เพราะพระองค์ทรงงานเยอะมากในแต่ละวัน เมื่อสิ้นในหลวง ร.9 เราได้ย้อนกลับไปดูคลิปเก่าๆ ที่พระองค์ทรงงาน อ่านเรื่องราวต่างๆ มันก็ยิ่งทำให้เราอยากรู้ พอนั่งดูนั่งอ่านไปเรื่อยๆ มันก็ทำให้เกิดคำถามว่า พระองค์ทรงทำงานหนักมากมายเพื่อเรา เพื่อประเทศขนาดนี้เชียวหรือ ไม่มีวันไหนที่พระองค์ได้ทรงพักเลย พระองค์ทรงเป็นห่วงประชาชนของพระองค์จริงๆ ทำอะไรให้เราขนาดไหนบ้าง ยิ่งอ่านเท่าไหร่ก็ไม่รู้จบ เราว่าทุกวันนี้ยังรู้ไม่หมดเลย’

‘พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านดนตรี, ด้านศิลปะ, ด้านภาษา, ด้านการกีฬา, ด้านหัตถกรรมงานช่าง, ด้านเทคโนโลยี หรือแม้แต่ด้านเกษตรกรรม เราประทับใจที่พระองค์ทรงแก้ปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องอากาศ มีโครงการหลายอย่างผุดขึ้นมากมาย ทั้งโครงการแก้มลิง ช่วยลดปัญหาน้ำท่วม, โครงการฝนหลวง แก้ปัญหาความแห้งแล้ง หรือโครงการหญ้าแฝก ช่วยแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม อีกทั้งพระองค์ยังคิดการสื่อสารด้วยวิทยุ เพื่อที่จะได้ทรงรับรู้ และแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม มันทำให้เรารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดมิได้จริงๆ ที่พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งพวกเราสักวินาทีเดียว’

นาตาลี เจียรวนนท์ เล่าให้ฟังต่อว่า พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต และการทำงาน มีหลายพระราชดำรัสของพระองค์ที่เธอยังคงหยิบมาใช้จวบจนตอนนี้ เช่น พระองค์เคยตรัสว่า ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็แล้วแต่ต้องมีความตั้งใจ ถ้ามีโอกาสต้องทำงานนั้นให้ดีที่สุด ในเรื่องสัจจะวาจาเป็นสิ่งสำคัญ ต้องรู้จักรักษาคำพูดที่ให้ไว้ คนถึงจะยกย่องนับถือ หรือจะเป็นการทำความดี การปิดทองหลังพระที่ถึงแม้จะเห็นผลช้าหน่อย แต่สักวันความดีนั้นก็จะปรากฏออกมาให้เห็น

‘จริงๆ พระราชดำรัส หรือคำสอนของพระองค์มีเยอะมาก ทุกอย่างเป็นประโยชน์ และน้อมนำมาปรับใช้ในชีวิตได้หมด มันคือเรื่องจริง คือความเที่ยงแท้ ซึ่งเราเชื่อว่าถ้าทุกคนหยิบนำไปใช้ได้ อย่างละนิดอย่างละหน่อย มันจะทำให้ประเทศน่าอยู่ ตลอดจนทุกคนมีความสุขมากขึ้น หากหลายคนไม่รู้จะเริ่มจากคำสอนไหนดีก่อน เราคิดว่าอย่างง่ายสุด เริ่มจากการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจให้แก่กัน ไม่ใช่เป็นแค่คนรับ หากแต่ต้องรู้จักให้คนอื่นก่อนด้วย สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ถ้าทุกคนทำได้ มันก็จะเป็นคลื่นพลังขับเคลื่อนให้ประเทศมีแต่ความสุข และรอยยิ้ม’

เมื่อย้อนกลับไปถามถึงความรู้สึก ณ วินาทีหลังจากทราบข่าว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต เธอนิ่งงันไปก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือให้ฟังว่า วินาทีนั้นแทบไม่อยากจะเชื่อ ทุกอย่างหยุดนิ่งไปหมด แล้วสักพักน้ำตาก็เริ่มพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย พลางคิดในใจขอให้มันเป็นเรื่องไม่จริง เธอได้แต่แอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ‘เราเชื่อว่า ทุกคนคงรู้สึกคล้ายๆ กัน หลากหลายอารมณ์ปนเปเข้ามาในใจ ทั้งจุก ใจหาย โศกเศร้า หดหู่ และไม่อยากเชื่อว่ามันจะกลายเป็นเรื่องจริง พระองค์เป็นเสมือนจุดศูนย์รวมดวงใจของคนไทย พอแถลงการณ์ออกมาว่าพระองค์สิ้นแล้ว ทุกอย่างก็สลายดับหายไปหมด ณ วันนี้เรายังไม่อยากเชื่อเลยว่า มันเป็นเรื่องจริง’

‘ด้านคุณพ่อคุณแม่หลังจากทราบข่าวก็รู้สึกใจสลายไม่ต่างกัน แต่ก็คิดว่าพระองค์ทรงเหนื่อยมามากแล้ว พระพลานามัยพระองค์ไม่แข็งแรง ทรงพระประชวร มันก็คงถึงเวลา อย่าทำให้พระองค์ต้องลำบากอีก คุณพ่อคุณแม่ก็บอกให้เราคิดแบบนี้ ถึงจะเศร้าขนาดไหน เราก็ต้องทำใจให้ได้ และเดินหน้าต่อไป โดยยึดนำคำสอนต่างๆ ของพระองค์มาปฏิบัติตาม เป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต’

ทุกวันนี้ นาตาลี เผยว่า ยังคงร้องไห้อยู่บ่อยครั้งเมื่อนึกถึงพระองค์ หรือได้ดูรูปภาพ พระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ทรงทำ เห็นว่าพระองค์ทรงทำอะไรมาบ้าง งานหนักแค่ไหน ตากแดดตากลม หยาดเหงื่อเปรอะเปื้อนเต็มพระพักตร์ ทว่าพระองค์ก็ไม่เคยบ่น และหันหลังกลับละทิ้งประชาชน มันยากที่จะกลั้นน้ำตา ยิ่งได้ดูก็ยิ่งร้องไห้สะอื้น และซาบซึ้งใจอย่างล้นเหลือในพระมหากรุณาธิคุณ

ไม่มีกษัตริย์องค์ไหนบนโลกสละตน และเวลาส่วนตัวเพื่อประชาชนเท่านี้แล้ว ทั้งๆ ที่เป็นกษัตริย์แต่ทำงานหนักกว่าทุกคน พระองค์ไม่จำเป็นต้องทำมากมายขนาดนี้ หากแต่พระองค์ก็ทรงตรากตรำทำ-พัฒนาทุกอย่าง ไม่เคยได้หยุดพัก หรือใช้ชีวิตอย่างสบายเลย

‘ในหลวง ร.9 คือปาฏิหาริย์ของพวกเราทุกคน เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เกิดมาในผืนแผ่นดินของท่าน เราเชื่อว่า ไม่มีประเทศไหนจะมีกษัตริย์ที่เป็นเหมือนพระองค์แล้ว ผู้ที่ยอมทำงานหนักเพื่อประชาชน ยอมลำบากเดินไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พระองค์คือที่สุดในใจปวงชนชาวไทยแล้วจริงๆ’

หลังทราบข่าวในหลวง ร.9 สวรรคต เธอเล่าให้ฟังว่า วันที่ 14 ตุลาคม ที่มีพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพนั้น เธอไม่ได้ไปร่วมด้วยเพราะอยู่ต่างจังหวัด แต่หลังจากกลับมาก็ไม่รอช้าที่จะตรงไปกราบ ส่งเสด็จพระองค์ที่ประตูพระบรมมหาราชวัง ‘หลังจากกลับมาเราก็ไปเลยทันที ไปกับน้องๆ ที่ไปต่างจังหวัดด้วยกัน บรรยากาศในวันนั้นเศร้ามากจริงๆ ต่างมองตาก็รับรู้ความรู้สึกของกันและกัน ในใจตอนนั้นเราคิดอยู่หลายสิ่งมาก ทั้งรู้สึกขอบคุณ ซาบซึ้งใจ เสียใจกับการสูญเสียนี้ ทว่าก็รู้สึกดีใจที่ได้มาแล้วตามที่ตั้งใจ เราอธิษฐานว่า จะทำตามคำสอน จะเป็นคนดีให้พระองค์ภูมิใจ และทำแต่สิ่งดีๆ สืบเจตนารมณ์ของพระองค์ท่าน ซึ่งเราเชื่อว่าพระองค์กำลังมองดูพวกเราอยู่ และรับรู้ได้ในสิ่งที่ทุกคนพูด

วันนั้นเราร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีด้วย เพราะเรารู้สึกว่าเพลงนี้เป็นเพลงของพระองค์ และอยากไปร้องให้พระองค์ฟังสักครั้งในชีวิตให้ใกล้ที่สุดเท่าที่ทำได้ เราอยากทำอะไรให้พระองค์รู้ว่า ตัวเราสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอยู่ตลอด และจะจดจำไปชั่วชีวิต’

ในวันที่ 22 ตุลาคม ที่ทุกคนพร้อมใจกันไปร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีหน้าพระบรมมหาราชวัง เธอนั้นก็ได้มีโอกาสไปร่วมด้วย โดยได้เผยให้ฟังว่า บรรยากาศวันนั้นคนไปเยอะมากจริงๆ ทุกพื้นที่มีคนยืนหมด และแม้ว่าแดดจะร้อน ฝนตก หรือคนเยอะแค่ไหนจนมีอากาศหายใจน้อยมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือ ณ วันนั้นไม่มีใครบ่นเหนื่อย หรือร้อนเลย ไม่หงุดหงิด ไม่อารมณ์เสียใส่กัน ทุกคนไปด้วยความเต็มใจ และรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเดียวกัน ให้กำลังใจกันและกัน ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกันไม่มีแตกแยก มันเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งใจแทนพ่อหลวง ซึ่งเธอก็รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งนี้

‘มันเป็นบรรยากาศที่ดีมากจริงๆ ในความเศร้า เราได้เห็นว่าพสกนิกรรักกัน รักพ่อหลวง ร.9 มากขนาดไหน เรารู้สึกภูมิใจ และตื้นตันแทนพระองค์ ที่มองลงมาแล้วเห็นพสกนิกรรักพระองค์ และรักกันมากถึงเพียงนี้ พลังความรัก ความเทิดทูนของคลื่นมวลชนที่มาด้วยใจชวนทำให้เราขนลุกจริงๆ และมันเป็นอีกภาพความประทับใจที่เราจะจดจำไว้ชั่วชีวิต’

หลังจากวันนั้นถ้าเธอมีเวลาว่างก็จะหาโอกาสไปกราบพระองค์อยู่ตลอด อีกทั้งไปช่วยแจกของบ้าง แจกอาหารบ้าง หรือแจกเสื้อดำในเขตชุมชนต่างๆ บ้าง เพื่อให้คนที่ยังไม่มีโอกาสได้สวมใส่แสดงความอาลัย ‘ที่เราอยากทำตรงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวันที่ไปร่วมร้องเพลงสรรเสริญบารมี เราได้เห็น พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ประทานไก่ทอดให้แก่ประชาชนอยู่ ซึ่งวันนั้นคนเยอะมากๆ มันเลยทำให้เราตระหนักได้ว่า ขนาดพระองค์ยังทรงมาทำเลย มาสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อหลวง ร.9 แล้วเหตุใดเราถึงจะไม่ลงมือทำอะไรบ้าง ถึงแม้คนจะทำกันเยอะแล้ว ทว่ามันก็เป็นสิ่งดี และเราควรจะทำอะไรสักอย่างบ้างเพื่อพ่อหลวง

ตั้งแต่นั้นเราก็เริ่มชวนเพื่อนๆ มาแจกของที่สนามหลวง อย่างน้ำ อาหารต่างๆ และได้มีโอกาสไปแจกเสื้อดำที่หัวลำโพง ชุมชนต่างๆ เราเดินแจกตามจุดเลย เพื่อให้คนที่ไม่มีโอกาสได้ใส่สักครั้งในชีวิตถวายแด่พ่อหลวง จำได้ว่า วันแรกที่เราไปแจกสนามหลวง คนมาร่วมแจกกันเยอะมาก ซึ่งมันทำให้เราเห็นเลยว่า คนไทยรักกัน แบ่งปัน มีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกันมากแค่ไหน ได้ทำอะไรดีๆ เพื่อสังคม รู้จักคิด-รู้จักทำ เราเชื่อแน่ว่า พ่อหลวงเห็นแล้วจะต้องภูมิใจ’

แพลนแจกของที่ต่อไป นาตาลี เผยให้ฟังต่อว่า ยังไม่แน่ใจว่าวันไหน และเป็นที่ไหน ต้องดูให้เหมาะสมกับวาระโอกาสด้วย ทว่าที่แน่ๆ ในวันที่เขาเปิดให้เข้าไปถวายสักการะพระบรมศพในพระบรมมหาราชวัง เธอจะเข้าไปแน่นอน เพราะมันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ตอนนี้อาจคงต้องรอให้คนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือมาจากที่ไกลๆ ได้เข้าไปก่อน เพราะตัวเธออยู่กรุงเทพฯ จะเข้าไปต่อแถวเมื่อไรก็ได้ อีกทั้งยังมีการเปิดให้เข้าไปกราบสักการะได้อีกหลายวัน

อย่างไรก็ดี เธอได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตัวในท้องสนามหลวงว่า การที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจ เพิ่มพลังให้กันเป็นสิ่งที่ดีมาก หากแต่อยากให้ทุกคนอยู่ในความสำรวมสักนิดนึง และคิดเสมอว่าตรงนั้นมีพระบรมศพอยู่ เพราะตอนนี้ค่อนข้างมีหลายกระแสในแง่ลบ มันจะดีกว่า ถ้าแต่ละคนมีสติตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรอยู่ และรู้จักสำรวม จะได้ไม่มีใครรู้สึกอะไรในแง่ลบ หรือรู้สึกไม่สบายใจว่าไปหมิ่นพระเกียรติพระองค์รึไม่ ซึ่งเธอเชื่อว่าทุกอย่างไปด้วยกันได้

‘ถามว่าเคยเจอมากับตัวเองไหม เรายังไม่เจอนะ หากแต่พอเห็นหลายคนเล่าว่าเจออะไรบ้าง เราก็พอนึกภาพออก บางอย่างอาจจะดูไม่เหมาะสมจริงๆ หรือลืมจุดที่ควรสำรวมเกินไป ฉะนั้นเราก็อยากให้ทุกคนมีสติ สำรวมบ้าง รู้ว่ามาทำอะไร ที่ไหน ไม่ทำอะไรที่เสียมารยาท รวมถึงการแต่งกายให้เรียบร้อยแสดงความเคารพแด่พ่อหลวงด้วย’

ท้ายสุดนี้ นาตาลี เอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้นถึงพสกนิกรที่เกิดในยุคพ่อหลวง ร.9 ว่า คนไทยทุกคนได้เจอปาฏิหาริย์แล้ว พระองค์ทรงทำอะไรให้พวกเราเยอะมากมาย ทุกวันนี้ทุกคนอาจรู้สึกเสียใจ โศกเศร้า ทว่าจงเปลี่ยนมันให้เป็นพลังบวก สร้างสรรค์แต่สิ่งดีๆ ทำให้ประเทศน่าอยู่ขึ้น เมื่อพระองค์มองลงมาจะได้รู้สึกภูมิใจที่เราคนไทยช่วยกันรักษาประเทศ รักกัน แบ่งปันกัน มันเป็นสิ่งเล็กน้อยที่จะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ได้ ตอบแทนโดยการรักแผ่นดินของเราเอง ส่วนเธอนั้นก็จะน้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ให้ได้มากที่สุด ทั้งในเรื่องการทำงานด้วยความตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกง ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ตลอดจนไม่ทำอะไรที่แปดเปื้อนประเทศของพ่อหลวง ร.9

พาไปเปิดใจความรู้สึกของเหล่าเซเลบริตี้-คนดังมากมาย หลังการสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ของปวงชนชาวไทย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ล่าสุด ไลฟ์สไตล์ ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับอีกหนึ่งเสียง ที่ไม่เพียงแต่จะรักเทิดทูน 4 พ.ย. 2559 17:21 9 พ.ย. 2559 05:26 ไทยรัฐ