วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตามกฎเอเอฟซี! ส.บอล ปัด ‘ซุปเปอร์พาวเวอร์’ เปลี่ยนโครงสร้างทีม

ยึดตามระเบียบของเอเอฟซี! สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ออกโรงปฏิเสธ "สโมสรฟุตบอล ซุปเปอร์ พาวเวอร์" เปลี่ยนโครงสร้างสโมสร หลังกฎข้อ 7.2 สโมสรสมาชิกต้องคงสถานะเดิมทั้งชื่อทีม, สีประจำสโมสร หรือการโอนหุ้น เป็นเวลา 2 ปี...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 พ.ย.59 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้เรียกตัวแทนของกลุ่มทุนสมุทรสาคร และ ตัวแทน สโมสร ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ ชี้แจงเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับของเอเอฟซี กรณีเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสโมสร

การประชุมครั้งนี้ ประกอบไปด้วย เบนจามิน ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายคลับ ไลเซนซิง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศฯ และโฆษกสมาคมฯ, ธนะ คะเนแสน ฝ่ายกฎหมายบริษัท พรีเมียร์ลีก (ไทยแลนด์) จำกัด, ธนพงศ์ จุสนิท ฝ่ายกฎหมายสมาคมฯ, ณฐกานต์ ชูเชิดนราพงศ์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายบริษัท พรีเมียร์ลีก (ไทยแลนด์) จำกัด, เอกพล พลนาวี ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท พรีเมียร์ลีก (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมด้วยตัวแทนจากสองสโมสร อันประกอบไปด้วย สุรศักดิ์ ณ นคร ประธานสโมสรซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ, อภิเชษฐ ถาบุตร ผู้ดูแลคลับ ไลเซนซิง ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ, นิวัฒน์ นรินทร์วงษ์ ที่ปรึกษาสโมสรซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ และ กิระวิศว์ พิทยภูวนันท์ ประธานสโมสรสมุทรสาคร เอฟซี

กฎระเบียบของเอเอฟซีข้อ 7.2 ระบุว่า สโมสรสมาชิกหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้ว จะต้องคงสถานะเป็นเวลาสองปี ซึ่งหมายความว่าห้ามมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในโครงสร้างของสโมสร (รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสำนักงานใหญ่, ชื่อสโมสร, สีประจำสโมสร หรือการโอนหุ้นที่ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเปลี่ยนไป) เพื่อคงไว้เพื่อคุณภาพของการแข่งขัน

"ในระเบียบหัวข้อ 7.2 ของเอเอฟซี ระบุว่า สโมสรที่ต้องการเปลี่ยนชื่อ, สี, โลโก้, ผู้ถือหุ้น เราไม่อนุญาตให้สมาชิกภาพของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำในเรื่องนี้ ซึ่งทีมที่ได้ใบอนุญาตคลับ ไลเซนซิงไปแล้ว เราจะอนุญาตถึงเรื่องนี้ก็ต่อเมื่อถือใบอนุญาตนานกว่า 2 ปีขึ้นไป" เบนจามิน ตัน กล่าวเริ่ม

"สาเหตุเป็นเพราะทุกสโมสรต่างอยู่ภายใต้การควบคุมของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และทุกทีมต้องใช้ชื่อตามเอกสารที่ส่งในคลับ ไลเซนซิง ซึ่งในเคสนี้ ทางสมาคมฯได้ออกคลับไลเซนซิงให้กับซุปเปอร์พาวเวอร์ ตามหลักฐานที่ส่งมาก่อนหน้านี้ และระยะเวลาการพิจารณาออก คลับไลเซนซิงได้หมดเขตไปแล้ว"

"แต่ถ้าพวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงก็ต้องให้ทางเอเอฟซี ซึ่งเป็นผู้ออกใบอนุญาต โดยสโมสรก็ต้องมีเหตุผลเพียงพอว่าทำไมถึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็จะส่งเหตุผลเหล่านี้ไปให้เอเอฟซีเพื่อขออนุญาต"

"นั่นแปลว่าชื่อสโมสร, โลโก้ สีประจำทีม ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ สนามสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าคุณต้องการใช้สนามที่ดีกว่าเดิม และทำให้มีแฟนบอลเยอะขึ้น หรือ มีการตลาดที่ดีขึ้น เราก็พร้อมสนับสนุน แต่โครงสร้างหลักไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาในเรื่องของ คลับ ไลเซนซิง ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป หลักฐานทั้งหมดทางสมาคมฯได้ส่งให้เอเอฟซีไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา"

"ฤดูกาลหน้าจะยังต้องมีชื่อของซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ ลงเล่นต่อไป สาเหตุหลักที่ทางเอเอฟซี ออกกฎนี้ก็เพื่อป้องกัน การใช้ทางลัดของสโมสรที่ต้องการก้าวขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุด อย่างเช่นในเคสนี้ที่มันเหมือนกับสมุทรสาครได้กระโดดจากดิวิชั่น 2 ไปเล่นในลีกสูงสุดเป็นต้น มันไม่ยุติธรรม อีกสาเหตุก็คือหากมีบางทีมไม่ได้รับ คลับไลเซนซิง ก็พยายามซื้อคลับไลเซนซิงจากสโมสรอื่น แต่กลับเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ไม่ได้ระบุไว้ตามคลับ ไลเซนซิงเป็นต้น"

ขอบคุณภาพจาก : www.facebook.com/Super Power Samutprakan FC

ยึดตามระเบียบของเอเอฟซี! สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ออกโรงปฏิเสธ "สโมสรฟุตบอล ซุปเปอร์พาวเวอร์" เปลี่ยนโครงสร้างสโมสร หลังกฎ ข้อ 7.2 สโมสรสมาชิกต้องคงสถานะเดิมทั้งชื่อทีม, สีประจำสโมสร หรือการโอนหุ้น เป็นเวลา 2 ปี... 4 พ.ย. 2559 16:57 4 พ.ย. 2559 18:30 ไทยรัฐ


advertisement