วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องอ่าน! วิธีจัดการเจ้าหน้าที่รัฐรับสินบน

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้ผมมีวิธีการสร้างอำนาจต่อรอง หรือใช้จัดการกับกลุ่มคน ซึ่งใช้อำนาจหน้าที่ในราชการ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาฝากครับ

หลายท่านคงเคยติดต่อส่วนราชการ เพื่อขออนุญาตดำเนินกิจการต่างๆ เช่น การขออนุญาตจัดสรรที่ดิน การขออนุญาตก่อสร้าง การขอใบอนุญาตขายสุรา การขอใบอนุญาตทำงาน ใบอนุญาตขายทอดตลาดและค้าของเก่า เป็นต้น ซึ่งมีกฎหมายกำหนดให้ต้องขออนุญาตกับส่วนงานราชการ โดยกฎหมายบางฉบับไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตของส่วนงานราชการไว้ ตลอดจนไม่ได้กำหนดว่า ผู้ยื่นขออนุญาตจะต้องใช้เอกสารและหลักฐานใดบ้าง เพื่อประกอบการพิจารณาของส่วนงานราชการ

เมื่อไม่มีกำหนดเวลาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ จนประชาชนไม่ได้รับความสะดวก และเป็นช่องว่างให้คนบางกลุ่มเรียกรับผลประโยชน์ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อแลกกับความรวดเร็ว และการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เหนือชั้นกว่าการขออนุญาตตามขั้นตอนปกติ

เมื่อเกิดช่องว่างดังกล่าว ทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน ถูกขูดรีดโดยใช้อำนาจหน้าที่จากกลุ่มคนบางกลุ่ม และมีความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นในสังคม จึงมีการร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พุทธศักราช 2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2558 โดยมีมาตราที่น่าสนใจศึกษา คือ มาตรา 7, 8, 9 และ 10 โดยเฉพาะมาตรา 10 วรรคสี่

ผลจากการที่พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พุทธศักราช 2558 มีผลบังคับใช้ ทำให้หน่วยงานราชการจะต้องออก "คู่มือประชาชน" เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนผู้รับบริการได้ทราบถึงขั้นตอน ระยะเวลาในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณาขออนุญาต ตลอดจนกำหนดให้เจ้าหน้าที่นั้น จะต้องรีบแจ้งแก่ประชาชนผู้มารับบริการทันที หากพบว่ามีข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องแก้ไขหรือต้องยื่นเพิ่มเติม

เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ประชาชนผู้มารับบริการทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จทันภายในกำหนดไว้ในคู่มือประชาชนนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งเหตุขัดข้องเป็นหนังสือให้แก่ประชาชนผู้รับบริการทราบทุกๆ 7 วัน

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่แจ้งให้ประชาชนผู้รับบริการทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ หรือไม่แจ้งให้แก่ประชาชนผู้รับบริการทราบทุกๆ 7 วัน เมื่อครบกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน นั้น ถือว่าเจ้าหน้าที่กระทำการ หรือละเว้นกระทำการ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ซึ่งมีความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ประกอบ พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พุทธศักราช 2558 มาตรา 10 ผู้อนุญาตต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา 7 และแจ้งให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกําหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา 7 แล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคําขอทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุกเจ็ดวัน จนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ พร้อมทั้งส่งสําเนาการแจ้งดังกล่าวให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการทราบทุกครั้ง

ในกรณีที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเห็นว่าความล่าช้านั้นเกินสมควรแก่เหตุหรือเกิดจากการขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของผู้อนุญาต ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการรายงานต่อคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งเสนอแนะให้มีการพัฒนาหรือปรับปรุงหน่วยงานหรือระบบการปฏิบัติราชการของหน่วยงานนั้น

ในกรณีไม่แจ้งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ถือว่าผู้อนุญาตกระทําการหรือละเว้นกระทําการ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เว้นแต่จะเป็นเพราะมีเหตุสุดวิสัย

ต่อไปหากท่านมีความจำเป็นจะต้องขออนุญาตต่อส่วนราชการ และถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง ถ่วงเวลา ปฏิบัติงานล่าช้า หรือเรียกร้องค่าดำเนินการ หรือค่าน้ำร้อนน้ำชา หรือเรียกรับสินบน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ท่านสามารถนำพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พุทธศักราช 2558 มาอ้างอิง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาได้นะครับ

ในโอกาสนี้กระผมใคร่ขอน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงพระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ปีพุทธศักราช 2553 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

"การทำความดีนั้น แม้จะไม่มีใครรู้เห็น แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพื่อให้ผลดีที่เกิดขึ้นยิ่งเพิ่มพูนและแผ่ขยายกว้างออกไป เป็นประโยชน์เป็นความเจริญมั่นคงที่แท้แก่ตน แก่ส่วนรวม ตลอดถึงชาติบ้านเมืองพร้อมทุกส่วน ข้าราชการทุกคนจึงต้องตั้งใจให้หนักแน่นเที่ยงตรง ที่จะกระทำความดีทั้งในการประพฤติตนและการปฏิบัติงานด้วยความอุตสาหะเสียสละ โดยไม่หวั่นไหวย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา หรือความลำบากเหนื่อยยาก"

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ
Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้ผมมีวิธีการสร้างอำนาจต่อรอง หรือใช้จัดการกับกลุ่มคน ซึ่งใช้อำนาจหน้าที่ในราชการ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาฝากครับ... 4 พ.ย. 2559 15:31 7 พ.ย. 2559 15:44 ไทยรัฐ