วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขุนพล 'ออสเตรเลีย' ยกทัพถึงไทย 8 พ.ย.นี้

ทีมออสเตรเลีย มีกำหนดยกทัพล่วงหน้าถึงไทย 8 พ.ย.นี้ เพื่อปรับสภาพร่างกายให้คุ้นเคย ก่อนลงบู๊แข้งกับ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ในเกมคัดบอลโลก 2018 โซนเอเชีย 15 พ.ย. โดยกุนซือ "อันเก ปอสเตโคกลู" เชื่อ หากเก็บ 3 แต้มจากทีมไทยได้ในนัดนี้ หนทางตีตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้ายที่รัสเซีย สดใสทันที ขณะที่ "ซิโก้" ยิ้มออก หลังผู้เล่น 2 ตัวหลัก ทั้ง "ตั้ม" ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับ "แมน" ธนา ชะนะบุตร สลัดอาการเจ็บ เตรียมกลับมาลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมแล้ว...

วันที่ 4 พ.ย. 59 ความเคลื่อนไหวของขุนพลนักเตะ "ช้างศึก" ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในการเก็บตัวฝึกซ้อมที่กิเลน วัลเลย์ จ.นครราชสีมา เพื่อเตรียมลงเตะฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 5 พบออสเตรเลีย วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น.

ล่าสุดเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการเก็บตัว ไม่มีการฝึกซ้อมแต่อย่างใด โดย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ฝึกซ้อมอย่างหนักตลอด 5 วัน ทั้งเช้าและเย็น โดยเน้นเรื่องพละกำลังและความฟิต ซึ่งถือว่าทุกคนทำได้ดี

"หลังจากนี้จะเริ่มฝึกซ้อมแท็กติกอย่างหนัก ซึ่งจะห้ามไม่ให้สื่อมวลชนและคนนอกเข้ามาชมการฝึกซ้อม โดยจะทดลองระบบต่างๆ ทั้งการขึ้นเกม, ลูกตั้งเตะ ทั้งรุกและรับ ส่วนนักเตะที่บาดเจ็บตอนนี้มีเพียงธนา ชะนะบุตร ต้องเช็กดูว่าจะกลับมาเริ่มฝึกซ้อมได้ช่วงไหน ขณะที่ธนบูรณ์ เกษารัตน์ บาดเจ็บเล็กน้อย น่าจะกลับมาซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้อีกครั้งในสัปดาห์นี้ แต่มั่นใจว่าทั้งคู่หายทันช่วยทีมในเกมกับออสเตรเลียแน่นอน"

ต่อข้อถามที่ว่าการที่ทีมชาติไทยเดินทางมาเก็บตัวยังกิเลน วัลเลย์ ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลนั้น จะช่วยให้ขุนพลช้างศึกฟิตกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากลีกได้ปิดตัวลงและผู้เล่นพักผ่อนกันมายาว ทางกุนซือ "ช้างศึก" บอกว่า "การที่มาซ้อมยังกิเลน วัลเลย์ ผมคิดว่าจะทำให้นักเตะมีสภาพความฟิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะการได้มาอยู่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลนั้น ออกซิเจนจะน้อยทำให้เม็ดเลือดแดงที่จะมาฟอก ช่วยทำให้การหายใจดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อลงไปพื้นที่ราบจะช่วยให้นักเตะไม่เหนื่อยเท่าไรนัก รวมทั้งสิ่งที่จะได้จากการมาเก็บตัวที่นี่ ก็จะช่วยให้นักเตะมีสมาธิ เพราะเวลาออกจากห้องพักมาถึงสนามไม่ถึง 1 นาที ผิดกับเราอยู่ในกรุงเทพฯ เดินทางไปกลับใช้เวลารวมกัน 2 ชั่วโมง จะทำให้เสียเวลา"

รวมทั้งเฮดโค้ชทีมชาติไทยยังได้เผยถึงการมาเก็บตัวและความมุ่งมั่นของนักเตะทุกคน ที่ต้องการเล่นให้กับประเทศไทย ตลอดจนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ว่า "การมาเก็บตัวยังกิเลน วัลเลย์ ส่วนใหญ่ผลงานของเราจะดี เราจึงเชื่อว่าเมื่อทุกคนมีสมาธิร่วมกัน ตั้งใจมุ่งมั่น แฟนบอลหลายคนคงจะได้เห็นแล้วว่านักเตะทำงานหนักขนาดไหน แม้ว่าหลายทีมยังไม่เข้าแคมป์กัน แต่ผู้เล่นเสียสละที่จะมาซ้อม เพราะมุ่งหวังในการทำผลงานเพื่อประเทศชาติ ที่สำคัญที่สุดคือทำเพื่อในหลวง รัชกาลที่ 9 และผมเชื่อว่าพระองค์ท่านจะทอดพระเนตรเห็นอยู่บนสรวงสวรรค์"

ขณะเดียวกัน ทางด้านอันเก ปอสเตโคกลู กุนซือใหญ่ทีมชาติออสเตรเลีย ที่วางแผนเก็บตัวล่วงหน้าที่ประเทศไทย ก่อนทำคัดบอลโลก กับทีมชาติไทยว่า "ครั้งสุดท้ายที่เราเก็บตัวกัน เราได้อะไรมากมาย ทีมพัฒนาขึ้น และเราก็ได้เล่นฟุตบอลตามแบบฉบับของเรา ตอนนี้เราอนุญาตให้นักเตะฟื้นฟูร่างกายจากเกมลีก และเราจะเดินทางไปที่ไทยเพื่อฝึกซ้อมล่วงหน้าร่วมสัปดาห์ ซึ่งผมเชื่อว่ามันจะช่วยให้เราดีขึ้น"

"ผมคิดว่าที่ผ่านมาส่วนมากเราทำได้ดีแค่ครึ่งเดียว ผมไม่มีความสุขเท่าไหร่กับการเล่นสี่เกมแรก โดยเฉพาะเกมในครึ่งแรกนัดที่เจอกับญี่ปุ่น ส่วนที่เหลือผมคิดว่าเราทำได้ดี ถ้าเราเก็บสามคะแนนจากเกมนัดนี้ได้ เราจะมี 11 คะแนน และโปรแกรมปีหน้า เราจะได้เล่นในบ้านสามเกม ซึ่งเริ่มต้นด้วยการไปเยือนอิรัก ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่สวยหรูสำหรับเราในการกรุยทางสู่รอบสุดท้าย เวิลด์คัพ ที่รัสเซีย"

สำหรับกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยของทีมชาติออสเตรเลีย ส่วนใหญ่นักเตะจะค้าแข้งอยู่ในยุโรป ดังนั้น จึงแบ่งทยอยเดินทางมาหลายคณะตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์นี้ ส่วนคณะใหญ่ที่นำโดยกุนซือปอสเตโคกลู กำหนดบินถึงไทยในวันอังคารที่ 8 พ.ย. และมีโปรแกรมจะเดินทางไปเปิดคลินิกสอนฟุตบอลให้เยาวชน ในวันพุธที่ 9 พ.ย. เวลา 10.00-11.30 น. ที่ศูนย์เยาวชนลุมพินี สวนลุมพินี กรุงเทพฯ

ทีมออสเตรเลีย มีกำหนดยกทัพล่วงหน้าถึงไทย 8 พ.ย.นี้ เพื่อปรับสภาพร่างกายให้คุ้นเคย ก่อนลงบู๊แข้งกับ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ในเกมคัดบอลโลก 2018 โซนเอเชีย 15 พ.ย. โดยกุนซือ "อันเก ปอสเตโคกลู" เชื่อ หากเก็บ 3 แต้มจากทีมไทยได้ใน... 4 พ.ย. 2559 14:06 4 พ.ย. 2559 14:51 ไทยรัฐ