วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


โฉมหน้าใหม่ของชาวยุโรป

โดย National Geographic

ปีที่แล้วมีผู้ลี้ภัยมากกว่าหนึ่งล้านคนอพยพเข้าสู่ยุโรป จำนวนมากหนีภัยสงครามในซีเรีย อัฟกานิสถาน และอิรัก ส่วนอีกหลายแสนคนตามมาในปีนี้

ผู้ลี้ภัยเดินทางเข้าไปในทวีปซึ่งกลายเป็นบ้านของผู้อพยพหนึ่งในสามของโลกมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศใหญ่ๆในยุโรปซึ่งครั้งหนึ่งเคยส่งคนของตนเข้าไปในสหรัฐฯมากมาย ขณะนี้กลับมีประชากรจากต่างบ้านต่างเมือง มาอาศัยอยู่พอๆ กับในสหรัฐฯแล้ว แต่มีชาวยุโรปเพียงบางส่วนที่ปรับตัวยอมรับความจริงข้อนี้ในแง่ของเหตุผล และน้อย ยิ่งไปกว่านั้นที่ยอมรับในแง่ของความรู้สึก

ในภาษาเยอรมันมีคำว่า อือแบร์เฟรมดุง หรือการมีคนต่างถิ่นมากเกินไป เป็นความกลัวว่าบ้านเมืองจะกลายเป็น สิ่งที่ไม่รู้จักอีกต่อไป เพราะมีคนแปลกหน้ามากเกินไปและทำอะไรแปลกๆ คนส่วนใหญ่อย่างน้อยคงพอจะคิดจินตนาการ ถึงความรู้สึกนี้ได้ ปีที่ผ่านมา ความรู้สึกนี้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในเยอรมนี ผู้คนมาชุมนุมกันตอนกลางคืนและมีการปราศรัยอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนจากผู้ปราศรัยของพรรคการเมืองฝ่ายขวา เกิดเหตุโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยนับร้อยครั้งซึ่งส่วนใหญ่เป็น ค่ายที่ว่างเปล่า นอกจากนี้ พวกอันธพาลขี้เมายังขว้างระเบิดมือเข้าไปในห้องนอนเด็กที่ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน ซาลซ์เฮมเมนดอร์ฟใกล้เมืองฮันโนเวอร์


กระนั้น ยังมีปฏิกิริยาที่เงียบกว่า แต่ชัดเจนไม่น้อยไปกว่ากัน นั่นคือสัญญาณของความรู้สึกด้านดีในมนุษย์ เมื่อ 75 ปี ที่แล้ว ชาวเยอรมันส่งรถไฟที่อัดแน่นด้วยชาวยิวไปยังค่ายกักกันทางตะวันออก แต่มาบัดนี้ ที่สถานีรถไฟเมืองมิวนิก พวกเขาต้อนรับรถไฟที่บรรทุกผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมด้วยอาหาร น้ำดื่ม ตุ๊กตา และรอยยิ้ม

“สหภาพยุโรปอยู่ในสภาพเปราะบางมากเหลือเกินครับ” มิคาเอล โรท รัฐมนตรีประจำยุโรปของเยอรมนี บอกผม เมื่อเดือนเมษายน “ผมอยากจะให้คนตระหนักถึงเรื่องนี้” การไหลบ่าเข้ามาของผู้ลี้ภัยกอปรกับการที่เยอรมนีไม่สามารถชักจูงประเทศอื่นๆให้คล้อยตามการอ้าแขนรับผู้ลี้ภัยอย่างเยอรมนีได้ คือสาเหตุใหญ่ของความเปราะบางนี้ และทั่วโลกก็ตระหนักถึงความเปราะบางนี้แล้วในวันที่ 23 มิถุนายน เมื่อชาวอังกฤษลงคะแนนเสียงในการทำประชามติให้ประเทศออกจากสหภาพยุโรปหรือที่เรียกกันติดปากว่า “เบร็กซิต” (Brexit) เรื่องผู้ลี้ภัยไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรง เพราะอังกฤษแทบไม่เปิดประตูรับผู้ลี้ภัย แต่ผลการสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า การผ่อนคลายมาตรการตรวจคนเข้าเมืองทั้งจากภายในและภายนอกสหภาพยุโรป คือแรงผลักดันสำคัญในการลงคะแนนเสียงให้ออกจากสหภาพยุโรป


สิ่งที่เกิดขึ้นในอังกฤษ และการคัดค้านลักษณะเดียวกันจากนักการเมืองประชานิยมในประเทศอื่นๆ ล้วนแต่จะทำให้ สิ่งที่เกิดขึ้นในเยอรมนีมีเดิมพันสูงขึ้น ชาวเยอรมันจะสามารถสลัดอดีตอันหนักอึ้งและกลายเป็น วิลล์คอมเมนส์คุลทูร์ หรือวัฒนธรรมที่ต้อนรับคนชาติอื่นได้จริงหรือ

เช้าฝนพรำวันหนึ่งของฤดูหนาวเมื่อปีที่แล้ว ผมไปพบนายกเทศมนตรีเมืองโรเทนบูร์ก คริสเตียน กรุนวาลด์ โรเทนบูร์กเป็นเมืองที่สวยงาม มีบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้เก่าแก่รายล้อมจัตุรัสที่เป็นตลาดและตามริมฝั่งแม่น้ำฟุลดา อีกด้านหนึ่ง ของเมืองที่อัลไฮแมร์คาแซร์เนอ ค่ายทหารแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่เหนือหุบเขาที่ลาดชันเล็กน้อย ผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย อัฟกานิสถาน อิรัก และอื่นๆ 719 คนกำลังเริ่มเช้าวันใหม่อีกวัน

กรุนวาลด์ วัย 39 ปี เป็นคนพูดเร็ว ช่างคิด รูปร่างผอมบาง และยิ้มง่าย ตั้งแต่ได้รับเลือกเมื่อห้าปีที่แล้ว เขาพยายาม อัดฉีดความมีชีวิตชีวาและธุรกิจเข้าไปยังร้านรวงว่างเปล่าที่อยู่ติดถนนของเมือง แต่เรื่องผู้ลี้ภัย เขายอมรับอย่างรวดเร็วว่า ไม่เคยอยู่ในความคิด เมื่อทางรัฐเฮสส์แจ้งให้ทราบเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ปี 2015 ว่า ผู้ลี้ภัยหลายร้อยคนจะมาถึงในวันที่ 3 สิงหาคม “ข่าวนี้อย่างกับลูกระเบิดลงเลยครับ” เขาบอก

ผู้คนราว 700 คนมาประชุมกันเต็มหอประชุมของวิทยาลัย และในที่ประชุมนั้นพวกเขาได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ของรัฐว่า จะใช้อัลไฮแมร์คาแซร์เนอเป็น แอร์สท์เอาฟ์นาเมไอน์ริชทุง หรือศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยในช่วงสองสามเดือนแรกที่อยู่ในเยอรมนี ระหว่างรอยื่นเรื่องเพื่อขอสถานะผู้ลี้ภัยและที่อยู่ถาวรต่อไป เจ้าหน้าที่ของรัฐแจ้งด้วยว่า ศูนย์พักพิงหลักของรัฐเฮสส์ ในเมืองกีสเซินเต็มจนล้น ผู้คนต้องออกมานอนในเต็นท์ข้างนอก

ภายในหอประชุมโรเทนบูร์กมีแต่ความร้อนรุ่ม ใครคนหนึ่งถามว่าใครจะเป็นคนจ่ายเงิน อีกคนถามว่าพวกผู้ลี้ภัย ได้รับอนุญาตให้ออกจากค่ายพักไหม พวกนี้เป็นโรคติดต่อหรือเปล่า “บรรยากาศมีแต่ความหวาดกลัวครับ” กรุนวาลด์บอก “แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นพูดว่า ผมกลัว ผมไม่ต้องการคนพวกนี้!” ไม่มีใครอยากโดนไล่ “ไปนั่งที่มุมของพวกนาซีหรอกครับ”

โทมัส บาเดอร์ ผู้บริหารฝ่ายการพยาบาลของรัฐ ได้รับโทรศัพท์จากกระทรวงกิจการสังคมของรัฐเฮสส์เมื่อปลาย เดือนกรกฎาคม ขอให้เขาจัดที่พักให้ผู้ลี้ภัยกลุ่มใหม่ บาเดอร์มาถึงในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม ผู้ลี้ภัยกลุ่มแรกจะมาถึงในวันจันทร์ บาเดอร์โทรศัพท์หากรุนวาลด์ซึ่งส่งคนงานมาให้สองคน จากนั้นก็มาเอง ทั้งกรุนวาลด์และบาเดอร์ช่วยกันจัดและทำความสะอาดโต๊ะเก้าอี้ในโรงอาหาร “สองวันต่อมา มีคน 600 คนมาออกันอยู่ที่ด้านหน้า” บาเดอร์เล่า

ทุกอย่างฉุกละหุกไปหมด แต่ก็ผ่านไปได้ราบรื่นดีมาก ทว่าสำหรับที่อื่นเรื่องคงยากกว่านี้ “ไม่มีใครในเยอรมนี เตรียมตัวเตรียมใจกันมาก่อนครับ” อันเซล์ม ชปรันเดิล ผู้ประสานงานผู้ลี้ภัยของเมืองฮัมบูร์ก บอกผม เมื่อปีที่แล้วเมืองนี้ให้ ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัย 35,000 คน หรือราวครึ่งหนึ่งของที่สหรัฐฯรับมาจากทั่วโลก “เราไม่เคยมีคนไร้บ้านจริงๆจังๆ ชนิดที่คน จำนวนมากต้องนอนกันข้างนอกเลยครับ แต่นี่ก็เกือบเหมือนแล้ว” เจ้าหน้าที่ของชปรันเดิลจัดให้คนเข้าไปอยู่ในโกดังของ บริษัทขายวัสดุก่อสร้างที่ล้มละลาย อยู่ในบ้านกล่องทำจากตู้คอนเทนเนอร์นำมาวางซ้อนๆ กัน และอยู่ในเต็นท์ปรับอุณหภูมิ ในเบอร์ลิน ผู้ลี้ภัยจำนวนมากพักอยู่ตามโรงยิมของโรงเรียนหรือในโรงเก็บเครื่องบินที่สนามบินเทมเปิลโฮฟ มีเพียง ผ้าพลาสติกกั้นระหว่างครอบครัวหรือคนแต่ละกลุ่ม

ผู้ลี้ภัยกลายเป็นภาพที่เห็นจนชินตาตามท้องถนนของโรเทนบูร์ก คุณจะเห็นพวกเขาเดินขึ้นเขาไปยังค่ายทหาร เข็นรถเข็นกับจักรยานเก่าๆ นอกเหนือจากที่พัก อาหาร เสื้อผ้าที่ได้รับบริจาค และข้าวของอื่นๆ แล้ว พวกเขายังได้เบี้ยเลี้ยง รายเดือนสูงสุดคนละ 112 ยูโรสำหรับผู้ใหญ่ และ 63 ยูโรสำหรับเด็ก “พวกเขาใช้จ่ายเงินที่ได้รับกันในเมืองนี้แหละครับ” ฟรังค์ ซีเกนไบน์ เจ้าของโรงแรมลันด์เฮาส์ซิลแบร์ทันเนอในละแวกนั้น บอก “ไม่เช่นนั้นคุณอาจต้องม้วนเสื่อเลิกกิจการไปแล้ว” นี่เป็นการพูดเกินจริงไปหน่อย แต่กรุนวาลด์ยืนยันว่า ผู้ลี้ภัยเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของเมือง

แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชาวโรเทนบูร์กบางคนหยุดคัดค้าน โดยเฉพาะในเฟซบุ๊ก กรุนวาลด์เล่าอย่างออกรสชาติถึงผู้ลี้ภัย ที่ฝ่าฝืนนิสัยความมีระเบียบของชาวเยอรมัน เช่น ทิ้งขยะในสวนสาธารณะ ขี่จักรยานบนทางเดินเท้า เป็นต้น

ชาวเยอรมันกับผู้ลี้ภัยเผชิญหน้ากันคนละฟากของอ่าววัฒนธรรม ซึ่งจนถึงขณะนี้มักขาดสะพานเชื่อมโยงด้วยภาษา ที่เข้าใจกันได้ทั้งสองฝ่าย “เรื่องอกเขาอกเราไงละครับ เราเพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้นครับ” กรุนวาลด์บอก “ถ้าเราสามารถสื่อสารกันได้ดีกว่านี้ ผมมั่นใจว่าเราจะทำเรื่องสำคัญๆ ได้สำเร็จแน่นอน”

ที่มา - National Geographic
www.ngthai.com

ปีที่แล้วมีผู้ลี้ภัยมากกว่าหนึ่งล้านคนอพยพเข้าสู่ยุโรป จำนวนมากหนีภัยสงครามในซีเรีย อัฟกานิสถาน และอิรัก ส่วนอีกหลายแสนคนตามมาในปีนี้ 4 พ.ย. 2559 13:48 16 พ.ย. 2559 15:47 ไทยรัฐ