วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มท.เผยผ่าน 21วัน 6 ล้านคน ร่วมลงนามอาลัย ในหลวง รัชกาลที่ 9

‘เบิร์ด’นําศิลปินดังร้องเพลง ช้างอยุธยาซ้อม-เข้าสักการะ

มหาดไทยเผยยอดประชาชนร่วมลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั่วประเทศนับจากวันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา มากกว่า 6 ล้านคน ร่วมสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลอีกกว่า 8 ล้านคน ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลกว่า 2 ล้านคน และประกอบกิจกรรมอื่นๆ ถวายเป็นพระราชกุศลอีกกว่า 2 ล้านคน ปลัด มท.เน้นย้ำให้แต่ละจังหวัดจัดพาคนมาถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ให้กระจายและครอบคลุมดูแลยานพาหนะที่ปลอดภัย ทูตสหรัฐฯ พบ “ปนัดดา” ร่วมเสียใจและร่วมอาลัยกับคนไทย กทม.เร่งปรับพื้นที่รองรับประชาชน ส่วนต้นมะขามส่อแววตาย สำนักสังคีต กรมศิลปากร จัดวงปี่พาทย์นางหงส์ชุดใหญ่ประโคมย่ำยามในงานพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ

ความอาลัยและเสียงสะอื้นไห้ของพสกนิกรชาวไทยยังไม่จางหายไปจากแผ่นดิน โดยพสกนิกรจากทั่วประเทศยังเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลายจังหวัดทั่วประเทศยังจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยแด่ “มหาราช” ที่จะทรงสถิตในดวงใจพสกนิกรไทยไปตลอดกาล

ไทยทุกเหล่าถวายบังคมพระบรมศพ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 3 พ.ย. สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ตลอดทั้งวัน มีเหล่าพสกนิกรไทย ทุกเชื้อชาติ ศาสนา ทั้งพระภิกษุ แม่ชี ราษฎรไทยมุสลิม ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ หลั่งไหลมาร่วมแสดงออกถึงความอาลัย เหมือนประกาศให้โลกได้รับรู้ถึงพลังศรัทธาคนไทย ที่มีต่อล้นเกล้าฯเหนือหัวภูมิพล แม้เวลาแห่งความ สูญเสียจะผ่านมานานถึง 22 วัน ก็ไม่อาจคลายความทุกข์และความอาลัยลงได้

พสกนิกรเต็มท้องสนามหลวง

ขณะที่บรรยากาศที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 3 พ.ย. พสกนิกรจากทั่วประเทศยังคงหลั่งไหลเข้าคิวต่อแถวตอนเรียงสี่ เข้ากราบพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง กันยาวเหยียด โดยหัวแถวอยู่ที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี ส่วนหางแถวอยู่ที่บริเวณสนามหลวงฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ผู้ที่จะเข้ามาภายในสนามหลวงจะต้องผ่านเครื่องตรวจโลหะและอาวุธ รวมทั้งตรวจค้นกระเป๋าถือ เป้ และสัมภาระต่างๆอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำจุดต่างๆโดยรอบสนามหลวง ก่อนที่จะผ่านมาเข้าภายในได้ นอกจากนี้ บริเวณเต็นท์ต่างๆรอบสนามหลวงที่ทั้งภาครัฐและเอกชน นำอาหารมาแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัย ยังเป็นจุดสนใจของประชาชนเข้าคิวรับแจกอาหารและน้ำดื่มตลอดทั้งวัน

ม.จ.จุลเจิมบำเพ็ญพระกุศลฯช่วงเช้า

สำหรับพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 3 พ.ย. เวลา 07.00 น. พล.ต.ม.จ. จุลเจิม ยุคล เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารและวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมศพ จากนั้นเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดอนงคารามวรวิหารและวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

อจ.ศิลปากรแจกหนังสือศิลปะฟรี

ที่ประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ตรงข้ามประตูวิมานเทวินทร์ รศ.ดร.กฤษณา หงส์อุเทน อาจารย์ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรม พร้อมด้วยกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร นำหนังสือศิลปะคลาสสิก ศิลปะคริสเตียนในทวีปยุโรปและเผยความลับที่ไม่ลับ ของรหัสลับดาวินชี ที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯเสด็จสู่สวรรคาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 900 เล่มมาแจกฟรี รศ.ดร.กฤษณากล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระทัยในทุกเรื่อง โดยเฉพาะด้านการศึกษา เห็นได้จากทรงตั้งโรงเรียนพระดาบส รวมทั้งพระราชทานทุนการศึกษาแบบให้เปล่า ในฐานะอาจารย์ด้านศิลปะ ได้จัดพิมพ์หนังสือดังกล่าวออกมาจำนวน 3 ชุด ด้วยทุนของตัวเอง ตอนแรกตั้งใจเอาไว้แจกในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาที่จะถึงนี้ แต่เมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไป จึงนำออกมาแจกให้กับประชาชนทั่วไปนำไปศึกษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน

ลูกเสือ–ยุวกาชาดจิตอาสา

ที่ท้องสนามหลวง ฝั่งถนนราชดำเนินใน น.ส.ธัญญธร ปุณะตุง อายุ 36 ปี ครูประจำโรงเรียนวัดราชบพิธ สำนักงานเขตพระนคร นำนักเรียนลูกเสือและยุวกาชาด กว่า 20 คน มาร่วมกันทำจิตอาสา โดยยุวกาชาดจะทำโบสีดำ และแจกลูกอมกับประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ ขณะที่ลูกเสือจะเดินถือถุงขยะให้ประชาชนนำขยะมาทิ้ง

เอสซีจีมอบกล่องอาหาร กระบอกน้ำ

เวลา 09.00 น. ที่กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. รับมอบกล่องใส่อาหารและกระบอกน้ำ 1,000 ชุด หมวกกระดาษไว้สวมใส่บังแดด 50,000 ใบ แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จากนายยุทธนา เจียมตระการ กรรมการมูลนิธิเอสซีจี และ น.ส.สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี และยังได้รับมอบผลิตภัณฑ์พีแอนด์จี เพื่อใช้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาพักบ้านอิ่มใจของ กทม.จากนางกรรณิการ์ จรัสอุไรสิน ผอ.ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศ ไทย) จำกัด และเลขาธิการมูลนิธิพีแอนด์จีประเทศไทยเพื่อสังคม ประกอบด้วย แชมพู สบู่ แปรงสีฟัน มีดโกนหนวด 1,000 ชุด

ทดลองแจกอาหารเป็นช่วงเวลา

พล.ต.อ.อัศวินได้กล่าวขอบคุณมูลนิธิเอสซีจี และมูลนิธิพีแอนด์จี พร้อมเผยว่า สำหรับวันนี้เป็นวันแรกที่ทดลองให้จิตอาสาแจกอาหารแก่ประชาชน 3 เวลา คือ ช่วงเช้าเวลา 06.00-09.00 น. กลางวันเวลา 11.00-14.00 น. และเย็นเวลา 16.00-20.00 น. ในชีวิตประจำวัน ปกติเราก็รับประทานอาหาร 3 มื้ออยู่แล้ว การปรับเปลี่ยนเวลาในการแจกอาหาร จะทำให้การทำความสะอาดพื้นที่สะดวก มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น รวมทั้งการรักษา ความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

กทม.เร่งปรับพื้นที่รองรับประชาชน

สำหรับที่บริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ ด้านสะพานพระปิ่นเกล้า วันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ กทม. จากกองโยธาธิการ นำเครื่องจักรกลหนักประกอบด้วย รถบรรทุกดิน รถบรรทุกน้ำ รถบดถนน รถเกรดดิน เข้ามาเร่งปรับปรุงพื้นที่บริเวณดังกล่าว เพื่อย้ายเต็นท์อาหารรวมทั้งเต็นท์ที่รองรับคลื่นพสกนิกรจากทั่วประเทศที่จะเข้ามาแสดงความอาลัยถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ กทม.ได้เร่งมือฝังท่อพีวีซี และนำเศษอาหาร ถุงทราย ที่โคนต้นมะขามออก ก่อนจะใส่ปุ๋ย ป้องกันไม่ให้ต้นมะขามอายุกว่า 100 ปีเสียหายด้วย

เตรียมตั้งเต็นท์รับรองคน

ต่อมา น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษก กทม. นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ รองโฆษก กทม. นายประสาร พิทักษ์วรรัตน์ ผอ.สำนักการโยธา กทม. ร่วมกันตรวจความคืบหน้าการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ พื้นที่ราว 23,000 ตร.ม. ที่สำนักการโยธานำหินคลุกมาเทความหนา 10 ซม. ก่อนจะปูพื้นแอสฟัลต์ความหนาประมาณ 3 ซม. แล้วจะส่งคืนพื้นที่สนามหลวงด้านทิศใต้ให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบในการก่อสร้างพระเมรุมาศ คาดว่าการปรับปรุงพื้นที่จะแล้วเสร็จภายในวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. จากนั้น กทม.จะนำเต็นท์ขนาด 10×20 จำนวน 72 หลังมาติดตั้ง รองรับประชาชนที่มาถวายสักการะ พระบรมศพได้ราว 20,000 คน ส่วนการเคลื่อนย้ายจอแอลอีดีที่ติดตั้งรอบสนามหลวง อาจจะมีการปรับลดจำนวนลง ต้องประเมินหลังจากติดตั้งเต็นท์แล้วเสร็จ

ต้นมะขามใบเหลืองส่อแววจะตาย

เวลา 13.00 น. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) น.ส.ลินนา กนกนิตย์อนันต์ ในนามตัวแทนของศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteer for dad ด้านการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ กล่าวภายหลังการประชุมกับเจ้าหน้าที่ กทม.และผู้ที่เกี่ยวข้อง ถึงสภาพของต้นมะขามโดยรอบสนามหลวงว่า จากการลงพื้นที่ของอาสาสมัครสำรวจต้นมะขาม พบว่ามีใบสีเหลืองผิดปกติ ดินเน่าเกือบ 100% มีกลิ่นเหม็น สภาพทั่วไปของต้นไม้ใหญ่ ต้องการดินร่วนซุย หากเกิดการกดทับจะทำให้ดูดสารอาหารได้ไม่ดี สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นไม้ เกิดจากการทิ้งเศษอาหาร และวางถุงขยะไว้ตรงโคนต้น ทำให้น้ำจากถุงขยะรั่วซึมลงไปในดิน แม้ว่าจะนำกระสอบทรายไปวางทับ ทำให้ผิวหน้าดินถูกกดทับแล้วก็ตาม ในระยะยาวต้องให้ความสำคัญกับเรื่องดิน เนื่องจากที่ผ่านมาต้นไม้ที่สนามหลวงไม่ได้รับการดูแลมานานพอสมควร โดยจะต้องทำให้ต้นไม้มีธาตุอาหารไปหล่อเลี้ยงราก เติบโตเป็นมะขามที่น่าเกรงขามสมพระเกียรติ จะจัดอาสาสมัครเดินรณรงค์ขอความร่วมมือกับประชาชน ให้ความรู้และการดูแลต้นไม้รอบสนามหลวง

เปลี่ยนดินต้นมะขามแก้ปัญหาระยะยาว

น.ส.ลินนากล่าวอีกว่า ได้เก็บตัวอย่างดินโคนต้นมะขาม 3 ต้น เป็นหน้าดินชั้นบนความลึก 10 ซม. และ 20 ซม. อย่างละ 1 กิโลกรัม ไปวิเคราะห์ที่ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดูองค์ประกอบของดิน น้ำและธาตุอาหาร อีก 1-2 วันจะทราบรายละเอียดก่อนนำมาหาวิธีแก้ไขต่อไป การที่นำท่อพีวีซีฝังลงไปในดิน เป็นเพียงใส่ท่อช่วยหายใจ ไม่ได้รักษาทั้งระบบ ระยะยาวจะต้องเปลี่ยนดินและใส่ปุ๋ย เริ่มต้นฟื้นฟูใหม่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก

พระองค์โสมฯทำเมนู “ข้าวจี่”

ที่หน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ยังรถโรงครัวเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงทอดไก่และทอดข้าวเหนียวชุบไข่ไก่ หรือข้าวจี่ ประทานให้ผู้ที่มารอสักการะพระบรมศพ ทั้งยังทรงห่อข้าวเหนียวชุบไข่ทอดประทานประชาชนด้วยพระองค์เอง

ประชาชนแห่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่ทรงประกอบอาหารประทานชาวบ้าน บรรยากาศบริเวณโดยรอบอบอวลเป็นไปด้วยรอยยิ้มอันเบิกบานของประชาชน เพราะนอกจากจะทรงประกอบอาหารให้ทุกคนกินอย่างอิ่มอร่อยแล้ว ยังทรงอนุญาตให้ประชาชนใช้กล้องในโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพของพระองค์ในพระอิริยาบถต่างๆได้อย่างอิสระ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องจัดระเบียบให้คนที่ประสงค์จะมาบันทึกภาพพระองค์โสมฯ ให้บันทึกภาพด้วยอาการสุภาพ ใครบันทึกเสร็จแล้วถอยไป ให้คนด้านหลังเข้ามาบ้าง

ชื่นชมองค์โสมฯไม่ถือพระองค์

ขณะที่พระองค์โสมฯมีรับสั่งกับประชาชนด้วยว่า มีคนนำไข่ไก่มาถวายจำนวนมาก จึงคิดว่าควรนำข้าวเหนียวที่ทำมาชุบไข่เพื่อเป็นอีกเมนูหนึ่ง ทำให้ประชาชนที่มารอคิวรับประทานอาหารประทาน พากันอมยิ้มอย่างตื้นตันใจ รับอาหารไปพร้อมกับพูดคุยชื่นชมถึงความไม่ถือพระองค์ หลายคนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ถึงกับโทรศัพท์กลับไปคุยให้ญาติพี่น้องที่บ้านว่าได้เข้าเฝ้าพระองค์โสมฯ และรับประทานอาหารที่ทรงทำให้ด้วยพระองค์เอง

เป็ด–ปริญญาแจกพระสาทิสลักษณ์

ส่วนที่ด้านหน้ากรมศิลปากร เป็ด-ปริญญา สุขชิต ที่ปรึกษาบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมของกระทรวงวัฒนธรรม นำพระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวงทั้ง 9 รัชกาล ขนาด 5×9 เซนติเมตร จำนวน 1 หมื่นใบ ที่จัดพิมพ์ขึ้นด้วยทุนของตัวเอง มาแจกจ่ายให้ประชาชนนำกลับไปบูชาที่บ้าน เป็ดกล่าวว่า พระบรมสาทิสลักษณ์ดังกล่าว ประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ตนเคยเข้าเฝ้าฯในหลวงรัชกาลที่ 9 และได้ถ่ายเก็บไว้ทั้ง 9 รัชกาล นำมารวบรวมจัดพิมพ์ขึ้น แล้วมาแจกให้ประชาชนนำไปบูชา เพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเพื่อคนไทยได้กินดีอยู่ดี

แจกริบบิ้นและพัดรูปดอกดาวเรือง

อีกด้านที่ท้องสนามหลวง เหล่านักแสดงชื่อดัง มีจุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว แมน-การิน ศตายุ และเกล-เวธกา ศิริวัฒนา นำริบบิ้นสีดำ พัด และกระดาษทิชชู่ ที่ร่วมกันจัดทำขึ้นนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จุ๋ย-วรัทยากล่าวว่า เห็นอินสตาแกรมของกาละแมร์-พัชรศรี เลยนำชุดไทยจิตรลดาที่ตนใส่ไม่ได้ แต่ชุดยังใช้งานได้มาร่วมบริจาค 1 ชุด ตั้งใจช่วยเท่าที่กำลังจะมี เพราะเห็นว่าคนไทยหลายคนต่างมาทำประโยชน์ช่วยเหลือกันในสิ่งที่ตัวเองมีความถนัด ได้ทำริบบิ้นหนึ่งพันชิ้นและพัดรูปดอกดาวเรือง ดอกไม้ประจำรัชกาลที่ 9 แจกประชาชนหนึ่งพันอัน มีจ๊ะจ๋าเป็นคนออกแบบ

มีบริการเปลี่ยนชุดดำฟรี

ส่วนที่เต็นท์ฝั่งถนนหน้าพระลาน นางรมิดา ธนาจรัสรัช อายุ 34 ปี และกลุ่มผู้มีจิตศรัทธาจากภาคเอกชนร่วมกับตำรวจ สน.ชนะสงคราม ให้บริการชุดดำที่ถูกระเบียบไว้ให้ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพไว้เปลี่ยนชุดได้ฟรี โดยผู้ที่ต้องการเปลี่ยนชุดที่สุภาพต้องนำบัตรประชาชนมาแลก เมื่อเข้าไปถวายสักการะเสร็จแล้ว ให้นำชุดมาคืนเพื่อแลกคืนบัตรประชาชน นางรมิดากล่าวว่า ได้จัดทำเพจเฟซบุ๊กชื่อ “โครงการจุดบริการเปลี่ยนชุดดำสุภาพเพื่อพ่อ” รับผู้มีจิตอาสามาช่วยงานที่เต็นท์และขอรับบริจาคเสื้อโปโลและเสื้อเชิ้ตไซส์ใหญ่ที่ใส่ได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย อยากให้สิทธิกับผู้ยากไร้ ไม่มีกำลังทรัพย์ซื้อเสื้อผ้า หรือมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนชุดจริงๆเป็นหลัก

ลุงเอี่ยมเข้าสักการะพระบรมศพ

ช่วงบ่าย พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. และเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดรถยนต์ไปรับนายเอี่ยม คำภิรานนท์ อายุ 66 ปี หรือลุงเอี่ยม ขอทานเงินล้านผู้ใจบุญแห่งวัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม เข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ลุงเอี่ยมซึ่งในมือถือพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้แนบอก หลั่งน้ำตากล่าวว่า เทิดทูน เคารพบูชา และคิดถึงในหลวง เสียใจมากตอนทราบข่าวว่าพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต จึงอยากเดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ

คุณตาวัย 76 ปั่น 2 ล้อจากสุพรรณมาวัง

ที่เต็นท์ กอร.รส. นายเทียม เข็มเพ็ชร อายุ 76 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ซึ่งปั่นจักรยานจาก จ.สุพรรณบุรี เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ เดินทางมาถึงพระบรมมหาราชวัง นายเทียมกล่าวว่า ตลอดเส้นทางที่ปั่นจักรยานมา ได้รับการดูแลและอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่อาสาและประชาชนอย่างมาก รักและเทิดทูนในหลวงเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงเสียสละเพื่อประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ตนมีอาชีพเป็นเกษตรกร ได้นำหลักคำสอนในเรื่องความพอเพียงมาใช้ในครอบครัวด้วย

ปั่น 1 พันกิโลกราบพระบรมศพ

อีกคนคือนายประเวศ เจียรวณิชชา อายุ 64 ปี ครูเกษียณชาวจังหวัดนราธิวาส ปั่นจักรยานจากบ้านเกิดมาถึงพระบรมมหาราชวัง และเผยว่า ออกเดินทางจากนราธิวาสตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.มาถึงพระบรมมหาราชวัง วันที่ 3 พ.ย. รวมระยะทาง 1,200 กิโลเมตร ตั้งใจมาถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งเกิดวิกฤติพลังงาน เคยเขียนและตั้งสัจวาจาว่า จะใช้พลังให้น้อยที่สุด เมื่อในหลวงสวรรคต จึงปั่นจักรยานออกจากบ้านคนเดียว ค่ำไหนนอนนั่น ตามรายทางมีประชาชนที่ทราบข่าวให้การดูแลจัดหาที่พักให้เป็นอย่างดี หลังเข้าไปกราบพระบรมศพแล้วจะออกมาเป็นจิตอาสา ก่อนเดินทางกลับนราธิวาส

ส.ว.ญี่ปุ่นลงนามแสดงความอาลัย

วันเดียวกัน มีนายคุนิฮิโกะ มุโรอิ สมาชิกวุฒิสภาญี่ปุ่น เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวังด้วย

พิสูจน์ของหายลืมหรือถูกขโมย

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กรณีเหตุทรัพย์สินประชาชนที่พักอาศัย โดยรอบสนามหลวงสูญหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งกำชับให้ บช.น.เร่งประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของการนำทรัพย์สินของมีค่าจำนวนมากติดตัวเข้ามาภายในงาน รวมทั้งให้จัดทำแผ่นโปสเตอร์ของกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพ รวมถึงพฤติกรรมการกระทำผิดติดบริเวณโดยรอบพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุ พร้อมกำชับให้ บก.น.1 และ บก.น.6 ที่รับผิดชอบพื้นที่ พิสูจน์ทราบว่าเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดกว่า 50 คดี เกิดจากประชาชนหลงลืม หรือมิจฉาชีพฉวยโอกาส เบื้องต้นได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 3,500 นายต่อวัน ดูแลประชาชน อำนวยความสะดวกด้านการจราจร จากนี้จะประเมินสถานการณ์ของประชาชนในแต่ละวัน เพื่อปรับเปลี่ยน หรือเพิ่มเติมกำลังให้สอดคล้องกับสถานการณ์

จัดระเบียบสนามหลวงเรียบร้อยดี

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงการจัดระเบียบประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพว่า การจัดระเบียบประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาภายในท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง ภาพรวมแล้วเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามที่ได้วางแนวทางไว้ สำนักพระราชวังได้เพิ่มจุดคัดกรองภายในพระบรมมหาราชวังอีกหนึ่งจุด เพื่อการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างทั่งถึง ส่วนที่สนามหลวงเจ้าหน้าที่จะปิดพื้นที่ช่วงเวลา 21.00-04.00 น.โดยขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาดและปรับพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวังต่อไป

พาคนสักการะพระบรมศพให้ครอบคลุม

ที่กระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกประชาชนในต่างจังหวัด จังหวัดละ 750 คน ที่จะเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดกระจายประชาชนให้ครบทุกอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน รวมถึงการจัดยานพาหนะ ให้รถมีสภาพดีเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. ที่ ครม.มีมติให้การดำเนินอาชีพ การละเล่นเป็นไปตามปกติ ได้เน้นย้ำให้ ผวจ.ควบคุมสถานบันเทิง ทั้งเวลาเปิดปิด การจำกัดอายุผู้เข้าใช้บริการ ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งงานประเพณีท้องถิ่นสามารถจัดได้ตามปกติแต่ต้องดูแลให้อยู่ในความเหมาะสม

คนลงนามแสดงความอาลัยกว่า 6 ล้าน

ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย ได้สรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัย และจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างจังหวัด ว่า มีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 2 พ.ย. จำนวนทั้งสิ้น 227,802 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 6,460,760 คน กิจกรรมสวดอภิธรรม จำนวนทั้งสิ้น 8,281,493 คน การทำบุญตักบาตร จำนวนทั้งสิ้น 2,687,268 คน กิจกรรมอื่นๆ จำนวนทั้งสิ้น 2,205,952 คน

ทูตสหรัฐฯร่วมอาลัยกับคนไทย

ที่ห้องรับรองตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตประเทศสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้น ม.ล.ปนัดดาเผยว่า นายกลิน ที.เดวีส์ มาแสดงความอาลัยร่วมกับประชาชนคนไทยอีกครั้งหนึ่ง ในยามที่คนไทยมีความเศร้าโศกต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นความรักและความผูกพันของทั้งสองประเทศที่มีต่อพระองค์ท่าน ขณะที่นายกลิน ที.เดวีส์กล่าวว่า มาในนามรัฐบาลสหรัฐฯและในนามส่วนตัว ขอบคุณที่ต้อนรับเป็นอย่างดีในยามที่ไทยอยู่ในความยากลำบากเช่นนี้ สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้ในฐานะทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย คือสร้างความสัมพันธ์และเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านที่ได้สร้างความสัมพันธ์ผ่านประธานาธิบดีสหรัฐฯมาแล้วถึง 12 คน

องค์สิริวัณณวรีฯเสด็จบำเพ็ญพระกุศล

เวลา 15.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมจากวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมและในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จบำเพ็ญพระราช กุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารและวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

จัดวงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ประโคมย่ำยาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลพระบรมศพนี้ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้รับมอบหมายให้นำวงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ ประกอบด้วยเครื่องดนตรี ปี่ชวา ระนาดเอก ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก กลองทัด และฉิ่ง เข้าประโคมย่ำยามร่วมกับวงประโคมของสำนักพระราชวัง มาตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. จนครบ 100 วัน วันละ 6 ครั้ง เพื่อประกอบพระราชอิสริยยศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ โดยวงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ จะประโคมเพลงเรื่องนางหงส์ ต่อจากการประโคมของวงสังข์แตรกับวงปี่ไฉนกลองชนะ ด้วยการบรรเลงเริ่มจากเพลงพราหมณ์เก็บหัวแหวน เพลงสาวสอดแหวน เพลงกระบอกทอง เพลงคู่แมลงวันทอง และจบด้วยเพลงแมลงวันทอง เป็นเพลงสุดท้าย โดยเพลงเรื่องนางหงส์ เมื่อจบการประโคม เป็นการเสร็จการประโคมย่ำยาม 1 ครั้ง

เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ

นายอเนก อาจมังกร รักษาการผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เปิดเผยว่า การนำวงปี่พาทย์นางหงส์มาประโคมดนตรีในการประโคมย่ำยาม ในงานพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ สมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้มีการรื้อฟื้นขึ้นใหม่ เมื่อคราวพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ในปี 2538 โดยให้กรมศิลปากร นำวงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องคู่ไปประโคมย่ำยาม ควบคู่กับวงประโคมของงานเครื่องสูง สำนักพระราชวัง และนำมาใช้ในการพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และในการพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตามลำดับ แต่ในการพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นี้ ใช้เป็นวงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์

ศาลปกครองสูงสุดทำบุญถวายพระกุศล

นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด นำคณะผู้บริหารศาลปกครอง คณะตุลาการศาลปกครอง เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ผู้บริหารสำนักงานศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานศาลปกครองและลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง ทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 18 รูป จากวัดหงส์ทอง ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และทำบุญบริจาคทรัพย์เพื่อจัดซื้อของใช้จำเป็นให้กับเด็กกำพร้าชาวไทยภูเขาที่ยากจนและด้อยโอกาสทางการศึกษา จำนวน 450 คน ซึ่งอาศัยอยู่ที่วัดทุ่งเหียง ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และนำทั้งหมดกล่าวแสดงความอาลัยและถวายคำสัตย์ปฏิญาณหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ว่า จะน้อมนำแนวทางตามพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส และพระราชดำริที่ได้พระราชทานไว้ มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและหลักชัยในการปฏิบัติหน้าที่ และร่วมใจตั้งมั่นในการผดุงความยุติธรรมทางปกครอง เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชน ด้วยความเที่ยงธรรม และสุจริตธรรมอย่างเต็มกำลังสืบไปตามพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาราษฎร์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช

สตูลร้อยใจจัดพิธี 3 ศาสนา

ในส่วนความเคลื่อนไหวของประชาชนต่างจังหวัด ที่ยังมีการจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้ทรงเป็นที่รักของชาวไทยทุกคนอย่างต่อเนื่อง ที่หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสตูล นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผวจ.สตูล พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่ากว่า 500 คน ร่วมประกอบพิธีทางศาสนา 3 ศาสนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยศาสนาพุทธ ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ศาสนาอิสลามผู้นำศาสนาจากมัสยิดในเขตเทศบาล 9 แห่ง ทำพิธีละหมาดดุอาร์แสดงความอาลัย และศาสนาคริสต์ทำพิธีอ่านพระคัมภีร์พระธรรมมิทธิว แสดงความจงรักภักดีของการอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารอย่างมีความผาสุกตลอดมา

ร้องเพลงด้วยภาษามือ

ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 3 อ.จะนะ จ.สงขลา พ.ต.ดร.สันทัด สัตยายุทย์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ พร้อมตัวแทนนักเรียนพิการทุกประเภท อาทิ บกพร่องทางสติปัญญา บกพร่องการได้ยิน และบกพร่องทางร่างกาย ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีด้วยภาษามือ แสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พ.ต.ดร.สันทัดเปิดเผยว่า ต้องการให้กลุ่มนักเรียนพิการสะท้อนถึงความรู้สึกที่ออกมาจากหัวใจ แสดงออกถึงความจงรักภักดีเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป

ส่วนที่หน้าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช นายลือชา เปี่ยมสุวรรณ กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 8 พร้อมทนายความกว่า 100 คน พร้อมใจสวมชุดครุยทนายความ และร่วมแสดงความอาลัยแด่ ในหลวง ร.9 พร้อมยืนสงบนิ่ง 9 นาที จากนั้นร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของมหาราชแห่งแผ่นดินไทย

เล่นเพลงพระราชนิพนธ์

ที่พะเยา นายอัตถวัน ทองสนิท หรือลุงตุ๋ย อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 252 หมู่ 3 บ้านร่องคำ ต.แม่นาเรือ อ.เมืองพะเยา บุคคลที่ชอบร้องเพลงและเล่นกีตาร์เพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนเป็นที่ร่ำลือในจังหวัด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายสนิทได้รับการเปิดเผยว่า อดีตเป็นนักกีฬาจักรยานทีมชาติเคยเดินทางไปแข่งขันต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ต่อมามีความสนใจด้านดนตรีหัดเล่นกีตาร์ร้องเพลงพระราชนิพนธ์มาตั้งแต่อายุ 20 ปี และซื้อหนังสือโน้ตเพลงพระราชนิพนธ์มาเก็บไว้ 1 เล่ม ขณะนี้มีอายุประมาณ 50-60 ปี ปัจจุบันเก็บไว้เป็นอย่างดี ทุกวันนี้ได้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์มาร้องให้ญาติและเพื่อนสนิทฟังทุกวัน เพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

รำลึกสร้างโรงเรียนถิ่นกันดาร

ที่โรงเรียนสันติการามราชานุเคราะห์ (โรงเรียนที่พ่อสร้าง) ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี คณะครูและนักเรียน รวมถึงประชาชนประมาณ 1,000 คน ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงภูมิพล พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ทำให้ประชาชนและลูกหลานในพื้นที่ได้รับความรู้ พร้อมตั้งปณิธานจะเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท และยึดแนวพระราช ดำรัส ตอบแทนที่พระองค์ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรไทย

จันทบุรีรณรงค์ลดใช้ไฟฟ้า

นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี พร้อมด้วยข้าราชการและผู้นำท้องถิ่น ร่วมกันเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมโครงการ “ชาวจันท์ ร่วมใจลดใช้ไฟฟ้า เพื่อพ่อ” บริเวณเขตตัวเมืองจันทบุรี เพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงภูมิพล นายวิทูรัชเปิดเผยว่า เพื่อให้พสกนิกรชาวจันทบุรี ร่วมใจกันทำความดีและแสดงออกถึงความจงรักภักดี จัดโครงการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าทั่วทั้งจังหวัดเวลา 19 นาที ตั้งแต่เวลา 19.00-19.19 น. วันที่ 7 พ.ย. - 7 ธ.ค. เพื่อเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท และสืบสานพระราชปณิธานการอยู่พอเพียงให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการลดใช้พลังงานไฟฟ้า จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน

ช้างอยุธยาซ้อมสักการะ

ที่หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง (เพนียดคล้องช้าง) หมู่ 4 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีการซ้อมใหญ่ขบวนช้าง เพื่อเข้าร่วมแสดง ความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง ร่วมกับช้างทั่วประเทศ ในวันที่ 8 พ.ย. นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างอยุธยาแลเพนียด ประธานชมรมคชบาล เปิดเผยว่า จ.พระนครศรีอยุธยาเป็นส่วนหนึ่งจะนำช้าง 10 เชือก ร่วมกับช้างทั่วประเทศแต่งเครื่องคชาภรณ์ พร้อมผู้แทนชาวคชสารกว่า 200 คน ร่วมแสดงความอาลัยบริเวณหน้ากระทรวงกลาโหม ที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรและช้างไทยตลอดมา

เดินทางเข้า กทม.ต่อเนื่อง

ขณะที่ประชาชนจากต่างจังหวัดหลายคนตั้งใจ เดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ อาทิ นายพูน เหล่าชัย อายุ 75 ปี ชาว จ.หนองคาย เริ่มออกเดินทางจากบ้านพัก ต.ด่านศรีสุข อ.โพธิ์ตาก มาตามถนนสายท่าบ่อ-หนองคาย นายตี่ จันทร์ตรี อายุ 60 ปี ชาว จ.สิงห์บุรี เดินเท้าออกจากบ้านพัก ต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน เข้าสู่ จ.อ่างทอง โดยใช้เส้นทางโพธิ์ทอง-สิงห์บุรี พระวรวรรณ เขมวีโร อายุ 56 ปี พระลูกวัดวัดป่าช้าช้างเชื่อ จ.พังงา เดินเท้าวันที่ 2 เข้าสู่ อ.ตะกั่วป่า มุ่งหน้า อ.คุระบุรี และพระภาณุ นกทอง อายุ 31 ปี พระลูกวัดวัดป่าเคียนพิง อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมคณะรวม 5 คน เดินเท้ามาถึงจุดบริการประชาชนทุ่งสวรรค์ อ.ละแม จ.ชุมพร ท่ามกลางฝนที่ตกมาเป็นระยะ ขณะที่นายพุ่ม แก้วประเคน อายุ 79 ปี ชาว จ.ชลบุรี ปั่นจักรยานออกจาก อ.ศรีราชา เพื่อไปถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“อัศวิน” ตรวจสนามหลวง

เวลา 18.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่สนามหลวง ตรวจการปรับปรุงพื้นที่และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การจัดเก็บขยะในพื้นที่สะอาดขึ้น กองอำนวยการร่วม กทม.มีการประชุมทุกวันเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ส่วนการเตรียมความพร้อมดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์คาดว่าจะมีจำนวนคนเพิ่ม 30-50% กองอำนวยการร่วมมีความพร้อมรองรับประชาชน ทั้งเรื่องสุขา เต็นท์รองรับ การแจกอาหาร และการอำนวยความสะดวกในทุกด้าน ส่วนการทดลองจัดระเบียบการแจกอาหารเป็น 3 เวลาวันแรก ถือว่าเรียบร้อยดี อาจมีคำท้วงติงกรณีคนที่มาไม่ตรงเวลา แต่เราต้องมีระเบียบ วินัย หลังจากนี้อาจจะประเมินอีกประมาณ 3 วัน-1 สัปดาห์ ว่าจะใช้ระบบนี้ถาวรเลยหรือไม่ ส่วนเรื่องคนเร่ร่อนที่เข้ามาในพื้นที่สนาม หลวงมากขึ้นได้ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมแก้ปัญหาเมื่อคืนวันที่ 2 พ.ย. มีคนมานอนค้างในสนามหลวงลดลงเหลือประมาณ 70 คน และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย กองอำนวยการได้กำหนดให้ตั้งแต่เวลา 21.00 น.เป็นต้นไปห้ามเข้าพื้นที่สนามหลวง

พระสงฆ์ 500 รูปสวดถวายพระราชกุศล

นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่มหาเถรสมาคมมีมติให้พระสังฆาธิการทุกระดับ ทุกรูป ในเขตกรุงเทพฯ ประกอบพิธีมหามงคลเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา ถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย เดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในปี 2559 ทุกวันที่ 5 ของเดือน ที่พระอุโบสถวัด พระศรีรัตนศาสดาราม นั้น สำหรับพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา วันที่ 5 พ.ย. เวลา 16.00น. รวมไปถึงครั้งต่อไป มส.ให้เปลี่ยนเป็นพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะมีสมเด็จพระราชาคณะ รองสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระสังฆาธิการทุกระดับ ทุกวัด ในเขตปกครองกรุงเทพฯ ประมาณ 500 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์

“เบิร์ด” นำทีมร้องเพลงละครพิเศษ

ที่แอ็กซ์ สตูดิโอ จ.ปทุมธานี ช่องวัน 31 ร่วมกับบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) จัดทำละครพิเศษ “เราเกิดในรัชกาลที่ ๙ เดอะซีรีส์” และรายการพิเศษ “สดุดี คีตราชา” เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความอาลัยในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยวันนี้เป็นการจำลองฉากร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 22 ต.ค. มีนักแสดงกว่าร้อยชีวิต อาทิ เบิร์ด-ธงไชย, บี้-สุกฤษฎิ์, นุ่น-วรนุช, ตู่-นันทิดา, แอม-เสาวลักษณ์, อ้อม-พิยดา, ป้อง-ณวัฒน์, บี-น้ำทิพย์, กัน-นภัทร, โดม-จารุวัฒน์, นก-สินจัย, กัปตัน-ภูธเนศ, เปา-เปาวลี, สน-ยุกต์,วิว-วรรณรท ฯลฯ พร้อมทีมงานอีกจำนวนมาก ที่พร้อมใจกันมาร่วมจุดเทียนและร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ด้วยความโศกเศร้าอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มหาดไทยเผยยอดประชาชนร่วมลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั่วประเทศนับจากวันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา มากกว่า 6 ล้านคน ร่วมสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลอีกกว่า 8 ล้านคน 4 พ.ย. 2559 03:55 4 พ.ย. 2559 04:43 ไทยรัฐ