วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทางสะดวก

เป็นการก้าวเข้ามาอย่างเรียบ ง่าย และง่ายดาย กับตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทยคนใหม่ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ ของรัฐบาล และ คสช. รวมถึงบ้าน เมืองไทยในยุคนี้

ก็ถือเป็นเรื่องดีที่มีคนใหญ่คนโต ผู้มากด้วยบารมีเข้ามาสู่วงการกีฬาไทย แน่นอนคนระดับนี้มาแล้ว คงไม่มาเฉยๆ ไม่ได้มาเอาตำแหน่ง เพราะท่านก็มี ตำแหน่งอยู่มากมายล้วนสำคัญๆทั้งสิ้น

และก็ไม่ชัดเจนว่าท่านนั้นเข้ามาด้วยความ ต้องการของตัวเองเป็นประเด็นแรก น่าจะมีการเชื้อเชิญ จากผู้ที่มองเห็นอะไร หรือมีเหตุผลอะไรเสียมากกว่า

ก็เป็นเรื่องดีอย่างที่ว่าและคงเป็นเรื่องดีของสมาคมว่ายน้ำ อะไรๆต่อไปน่าจะราบเรียบ และไม่ติดขัด ไม่ว่าจะมีแผนงานทำอะไร

เพียงแต่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ชนิดที่สังคมกีฬา โดยเฉพาะว่ายน้ำ รับรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนแค่ไหน

การเข้าสู่เส้นทางสายกีฬาครั้งนี้ของ “บิ๊กป้อม” หลายฝ่ายเชื่อว่าไม่ได้หยุดอยู่ที่สมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ น่าจะเป็นแค่ทางผ่านไปสู่ตำแหน่งที่ใหญ่กว่า เหมาะสมกว่า ตามสถานภาพที่เป็นพี่ใหญ่ของบ้านเมืองตอนนี้

ประจวบกับการที่คณะกรรมการโอลิมปิก-แห่งประเทศไทยจะต้องมีการเลือกตั้งคณะกรรมการ บริหาร และกรรมการบริหารจะเลือกประธานขึ้นมา ทำหน้าที่ในวงรอบใหม่ สืบแทนชุดเก่าที่จะหมดวาระลงในปีหน้า คาดว่า จะมีการเลือกตั้งในช่วง มี.ค. หรือ เม.ย.2560

ประกอบกับประธานคนปัจจุบัน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ก็แสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่ประสงค์จะทำ หน้าที่ต่อ คีย์แมนคนสำคัญ ที่เปรียบเสมือนผู้กุมเสียง สนับสนุนอย่าง “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการโอลิมปิก ก็บอกแล้วบอกอีกว่าไม่คิดจะเป็นประธาน อยากจะวางมือเสียด้วยซ้ำ

และยังบอกกับคนใกล้ชิดอยู่เสมอ ว่ามีผู้เหมาะสม อยู่ในใจแล้ว ซึ่งก็พูดชัดว่าเป็นทหารน่าจะเหมาะระบุ ชื่อมาเลยก็มีคนเคยได้ยินชัดๆ

นั่นจึงเป็นเรื่องที่คนในวงการกีฬาดูจะไม่แปลก ประหลาดใจกับการเข้ามาเป็นนายกสมาคมว่ายน้ำ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ด้วยมองข้ามช็อตไปถึงคณะกรรมการโอลิมปิกชุดใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ช่วง ปี 2560-2563 แถม ประธานนั้นก็คงไม่เป็นประเด็นอะไรอีกแล้ว รอดูเพียง โฉมหน้าของตำแหน่งอื่นๆอย่าง เลขาธิการโอลิมปิก รวมถึงกรรมการประเภทอนุรักษนิยมทั้งหลายว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่เท่านั้น!

ต้องยอมรับความจริงในสังคมไทยปัจจุบัน หรือ จะเป็นอดีตที่ผ่านๆมา เรายังคงวนเวียนอยู่กับแนวทางในการบริหารจัดการแบบเดิมๆ

ไม่ว่าจะมีความพยายาม “สร้างภาพ” หรือหาเหตุอันสวยหรู วาดความหวัง ถึงการเปลี่ยนแปลง ภาพใหญ่บ้านเมืองมีความต้องการจะปฏิรูป ออกแบบประเทศ วางระบบแนวคิด วางรากฐาน กฎกติกาใหม่ เปี่ยมด้วยความหวังว่าประเทศไทยยุคใหม่ สังคมที่เป็นธรรมจะก่อกำเนิดขึ้นในยุคนี้

วงการกีฬาก็เป็นส่วนหนึ่งในสังคมรวมคือ ประเทศไทย เรามีคนกีฬาอยู่ใน สนช. สปช. หรืออื่นๆ แล้วมีอะไรเปลี่ยน

ผู้มีอำนาจในแต่ละยุค กับผู้มีความรู้ ความสามารถ เชี่ยวชาญในเชิงกีฬา

โอกาสในการเข้าสู่ตำแหน่ง ยุคนี้ ยุคก่อน หรือ ยุคไหนๆ ต่างกันไหม

อะไรมันราบเรียบ และง่ายดายกว่า

และเช่นกันในทางกลับกัน หากมีการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญๆในบ้านเมือง เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่บังคับใช้ คนกีฬาที่มีโอกาสจะได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่ กลไก คนที่ถูกเลือกก็คงหนีไม่พ้นคนเดิมๆ

จะด้วยความเก่งกล้าสามารถ หรือคุ้นเคย ประสานเชื่อมต่อกันได้สนิท ล้วนเป็นเหตุเป็นผลที่อยู่ในใจ

ไว้คงได้พิสูจน์กันว่าจะเป็นเช่นนั้น...หรือไม่.

“เบี้ยหงาย”

4 พ.ย. 2559 00:32 4 พ.ย. 2559 00:32 ไทยรัฐ