วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


น้ำตาลหรือไขมัน อะไรทำให้เราอ้วนได้มากกว่ากัน

โดย Women's Health

Q : อะไรทำให้เราอ้วนได้มากกว่ากัน ระหว่างน้ำตาลและไขมัน?

A : โดยส่วนตัวผมเลือกน้ำตาล โดยเฉพาะน้ำตาลทราย (Cane sugar/ Table sugar/ ground sugar) เนี่ยอันตรายมาก รวมทั้งน้ำเชื่อม น้ำเชื่อมข้าวโพด น้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง (แต่น้ำตาลฟรุกโตสในผลไม้สดไม่มีอันตราย) น้ำตาลพวกนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในเครื่องดื่มรสหวานต่างๆ เช่น ชาเขียว น้ำอัดลม น้ำชงทั้งหลาย น้ำผลไม้กล่อง นมเปรี้ยว รวมไปถึงขนมปัง ขนมหวาน เค้ก ขนมขบเคี้ยว อันตรายจากการบริโภคน้ำตาลข้างต้นมีผลดังต่อไปนี้

1. ร่างกายไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลดังกล่าวไปใช้งานได้ทันที ต้องเปลี่ยนเป็นกลูโคสที่ตับ และตับจะเปลี่ยนน้ำตาลเหล่านี้เป็นไขมันจำนวนหนึ่งด้วย ซึ่งจะทำให้เรามีไขมันพอกที่ตับมากขึ้น ส่งผลให้ระดับของไขมันตัวร้ายที่ชื่อว่า แอลดีแอลคอเลสเตอรอล ไขมันไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นด้วย ซึ่งนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรค NCDs เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง ที่เป็นสาเหตุการตายร้อยละ 63 ของการตายทั้งหมดของประชากรโลก

2. เราจะติดความหวาน พอเรากินน้ำตาลเหล่านี้เข้าไป สมองจะหลั่งโดปามีนออกมา ทำให้เราเกิดความสุขอิ่มเอมชั่วครู่ แต่พอระดับของโดปามีนลดต่ำลง สมองก็จะสั่งการให้เราไปหาของหวานๆ มากินเพิ่ม เราจึงได้รับพลังงานเป็นจำนวนมาก

3. ทำให้เกิดภาวะไกลเคชั่น นั่นคือน้ำตาลจับกับโปรตีนแล้วส่งผลให้โปรตีนนั้นเสื่อมลง ซึ่งร่างกายเราแทบจะทุกส่วนประกอบไปด้วยโปรตีน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้ร่างกายเราเสื่อมลง ผิวหนังถูกทำลาย เกิดริ้วรอย หน้าตาแก่กว่าวัย ทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบเผาผลาญ เส้นเลือดเปราะบาง เซลล์เกิดการอักเสบ เป็นต้น

4. ร่างกายจะเก็บน้ำตาลในรูปแบบ น้ำตาลในเลือด ไกลโคเจนที่ตับ รวมทั้งในกล้ามเนื้อ แต่ถ้าเราไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายแบบเร็วๆ หรือแบบหนักๆ เลย ไกลโคเจนที่เก็บไว้ในร่างกายจะไม่ลดลงเลย เพราะฉะนั้นถ้าเรายังกินน้ำตาลเติมเข้าไปอีก ร่างกายจะไม่มีพื้นที่เก็บน้ำตาลที่เข้ามาใหม่ มันจะเปลี่ยนน้ำตาลไปเก็บอยู่ในรูปไขมันทันที น้ำหนักตัวเราอาจจะไม่เยอะขึ้น แต่มีไขมันสะสมตามแขน ขา สะโพก หน้าท้องมากขึ้น

5. ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นโรคที่พนักงานออฟฟิศเป็นกันมากทั่วโลก เพราะวิถีชีวิตที่เร่งรีบของเรา คือบริโภคคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมเร็วมากเกินไป แต่ในทางกลับกันก็ทำให้น้ำตาลในเลือดลดต่ำเร็วด้วย ร่วมกับการกินอาหารไม่ครบมื้อหรือกินข้ามมื้ออาหาร อาการหลักๆ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำอยู่เป็นประจำ คือ รู้สึกอ่อนเพลีย วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย ใจหวิว ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก รู้สึกหิว ความจำไม่ดี ฟุ้งซ่าน ขาดสมาธิ ปวดศีรษะ ซึมเศร้า กระสับกระส่าย เอะอะ โวยวาย ก้าวร้าว น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ปวดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ นอนไม่ค่อยหลับ หรือหลับไม่สนิท

คำแนะนำจาก คุณวีระเดช ผเด็จพล
Master Trainer สถาบัน FIT
Sport & Exercise Nutrition Specialist
Co-founder of Fit-D Fitness

ที่มา – Women’s Health Thailand
www.womenshealththailand.com
www.instagram.com/womenshealththai

ร่างกายไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลดังกล่าวไปใช้งานได้ทันที ต้องเปลี่ยนเป็นกลูโคสที่ตับ และตับจะเปลี่ยนน้ำตาลเหล่านี้เป็นไขมันจำนวนหนึ่งด้วย... 3 พ.ย. 2559 17:22 14 พ.ย. 2559 16:15 ไทยรัฐ