วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ส.บอล-กกท.' ร่วมประชุมวางแผนพัฒนากีฬาฟุตบอล

"สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย" จับมือกับ "การกีฬาแห่งประเทศไทย" ประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 พ.ย. 59 ที่ทำการชั่วคราว สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อาคารพงษ์สุภี ชั้น 3 สมาคมฯได้จัดการประชุมแผนพัฒนากีฬาฟุตบอลขึ้นเพื่อวางแผนกิจกรรมต่างๆ ภายในงานได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เป็นประธานในที่ประชุมพร้อมด้วย คุณทนุเกียรติ จันชุม ตัวแทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทยฯ, คุณวิทยา เลาหกุล อุปนายกฯ ฝ่ายพัฒนาเทคนิค, คุณธนะศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกฯฝ่ายสื่อสารองค์กร และ คุณรณฤทธิ์ ซื่อวาจา

พล.ต.อ.สมยศ ร่ายยาวว่า เพื่อให้การทำงานของทุกภาคส่วนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ซ้ำซ้อนกัน เพราะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารวมถึงการกีฬาแห่งประเทศไทยมีโครงการสานฝันบอลไทยไปบอลโลก และสมาคมฯ ก็มีนโยบายเช่นเดียวกัน เราอยากให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้เงินอย่างเป็นกอบเป็นกำ

"ผลสรุปคือเราจะทำร่วมกันโดยสมาคมฯ จะจัดกิจกรรมใดๆ เราจะใช้ศูนย์ฝึกของ กกท. ที่มีอยู่ 6 ศูนย์ทั่วประเทศเป็นการเริ่มต้น ในอนาคตนักกีฬาทีมชาติทุกรุ่นจะไปใช้สถานที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นการเก็บตัว ในอนาคตถ้าสมาคมฯ จะคัดเลือกทีมชาติตั้งแต่อายุ 12 14 หรือ 16 เราจะใช้ศูนย์ฝึกของการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นที่ฝึกซ้อม โดยให้นักกีฬาฝึกซ้อม และเรียนกับโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆ กับศูนย์ โดยมุ่งเน้นเรียนในโรงเรียนนานาชาติ เพราะว่าเราต้องการสร้างนักกีฬาที่มีพื้นฐานด้านภาษา รวมถึงโค้ช และ กรรมการที่มีการฝึกอบรม เราจะเปิดคอร์สตั้งแต่เยาวชน ใครสนใจเล่นฟุตบอล ก็เล่น ใครสนใจจะเป็นโค้ชหรือกรรมการ เราจะสนับสนุนให้เรียนในโรงเรียนนานาชาติ เพราะที่ผ่านมาบุคลากรของไทยในวงการฟุตบอล เมื่อได้รับทุนไปฝึกอบรมในหลักสูตรของ เอเอฟเอฟ หรือ เอเอฟซี และ ฟีฟ่า มักไม่ค่อยผ่านหลักสูตร เพราะว่าเรามีจุดอ่อนด้านภาษา เราต้องคิดว่าหากเราจะมีบุคลากรที่มีคุณภาพ เราต้องพัฒนา นอกจากนี้ผมได้นำโครงสร้างของการพัฒนาวงการกีฬาฟุตบอลให้ทุกท่านได้ดู เพื่อเป็นแบบอย่างในการทำแผนพัฒนาฟุตบอลในอนาคต ซึ่งทุกท่านก็เห็นพ้องต้องกันว่าเราจะใช้โครงสร้างของการพัฒนา ซึ่งแต่ละท่านก็จะนำไปศึกษา"

"นอกจากนี้ ผมได้เซ็นจดหมายเชิญบุคคลหรือตัวแทนองค์กร ผู้ที่มีความสามารถประสบการณ์ในกีฬาฟุตบอล มาเป็นตัวแทนเข้าร่วมสภาปฏิรูปกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยให้ท่านเหล่านั้นมีส่วนร่วมเสนอความคิด แนวทางที่จะพัฒนาร่วมกัน ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่วงการกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะมีแผนที่เป็นแนวทางพัฒนาฟุตบอลในอนาคต เพราะว่าหากเราไม่มีแผน เราจะไม่รูปแบบหรือแนวทางในการพัฒนา ในเวลาเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านเราได้เขียนแผนเหล่านั้นเสร็จเกือบทั้งหมด แต่ประเทศไทยยังไม่มี วันนี้สมาคมฯ ได้ร่วมมือกับ กกท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงศึกษาธิการ จะร่วมมือกัน เพื่อให้การพัฒนากีฬาฟุตบอลดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีทิศทางและแนวทางเดียวกัน ซึ่งเราจะมีการประกาศในเว็บไซต์ของสมาคมฯ หากใครคิดว่ามีความสามารถหรือรู้จักก็สามารถแนะนำได้ หรือใครที่พร้อมจะร่วมงานกับสมาคมฯ ก็เสนอมา และตอบรับภายในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ และจะประชุมกันหนึ่งครั้งเพื่ออธิบายแนวความคิด หรือ นโยบายในการพัฒนา หลังจากนั้นจะสัมมนาร่วมกัน"

"จะแบ่งหน้าที่การทำงานของแต่ละด้าน เพื่อให้มีความครบถ้วน ทั้งเรื่องโค้ช, กรรมการ, แพทย์, โภชนาการ, ฟิตเนส รวมถึงทุกอย่างที่อยู่ในโครงสร้าง เราจะพัฒนาให้ชัดเจนคือทุกปี ทุกภาคส่วนต้องพัฒนา ต้องมีการประเมินว่าแต่ภาคส่วนนั้นเป็นไปตามเป้าหมายหรือ เพราะกีฬาฟุตบอลเราจะพัฒนาเพียงด้านเดียวไม่ได้ ทุกส่วนจะต้องพัฒนาพร้อมๆ กัน สถานที่รองรับการฝึกซ้อม บุคลากรที่มาเป็นวิทยากร ที่เราอาจจะโค้ชต่างชาติมาเป็นผู้ฝึกสอน และจะเปิดหลักสูตร ใครสนใจที่จะสอนเด็ก U12 ก็ไปจ้างโค้ชระดับนั้นมาและเปิดหลักสูตรมา เราต้องการคนที่มีความเชี่ยวชาญและเหมาะสม และโค้ชไทยที่ผ่านการอบรมระดับไลเซนส์ต่างๆ ปี 2017 เราจะต้องตอบโจทย์ได้ว่า โค้ชในแต่ละไลเซนส์มีกี่คน ความคิดหรือโครงการใดๆ ถึงแม้ว่าจะดีแค่ไหนก็ไม่สามารถสัมฤทธิผลได้ ถ้าขาดเรื่องงบประมาณ ซึ่งทาง กกท. ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้" 

"มันมีคำถามหลายคำถามว่าประเทศไทย มันเหมาะสมกับ 18 ทีม หรือ 16 ทีม เราก็มีการศึกษากันว่า ถ้าเรามีทีมมากก็แข่งขันมาก ถ้าทีมเหมาะสม ก็มีเวลาพัก เห็นได้ชัดว่าช่วงหน้าฝน ที่ผ่านมา เราก็ยังต้องแข่งขัน เราก็เสนอความคิดว่าช่วงฝนตกหนักๆ ความพร้อมของสนามหรือตัวนักเตะพร้อมไหมที่จะแข่ง ถ้าเรามีจำนวนทีมที่เหมาะสม เราก็อาจจะหยุดพักเหมือนกับต่างประเทศ ก็เป็นสิ่งที่น่าคิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เราต้องแจ้งให้สโมสรทราบ มีระยะเวลาเตรียมตัว ปลายเดือนพฤศจิกายน เราจะมีประชุมกับสโมสรต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนโยบาย และโรดแม็ปการทำงานของสมาคมฯ เราจะบอกว่าปีนี้เราจะทำอะไรบ้าง ปีต่อไปจะทำอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไร ปรับให้เข้ากับนโยบายสมาคมฯ ผู้เล่นต่างชาติใช้กี่คน อาเซียนกี่คน เราจะแจ้งให้ทราบหมดเพื่อให้ท่านได้เตรียมตัว ก่อนจะมีการแข่งขันฤดูกาลหน้า เราจะสัมมนาร่วมกับสโมสร,โค้ช, กรรมการ เพื่อให้เขาได้รับทราบถึงกฎของฟีฟ่าที่เปลี่ยนแปลง และประชาสัมพันธ์ให้แฟนบอลทราบถึงข้อมูลต่างๆ และจะได้เข้าใจการตัดสินของกรรมการ ถ้าท่านไม่ทราบเรื่องกฎ ก็จะดูบอลแล้วไม่สบายใจ ฟีฟ่าได้มีการเปลี่ยนกฎมากมาย เราจะมีการอบรมและทำความเข้าใจกับทุกทีม"

"เรื่องกฎระเบียบการแข่งขัน ข้อบังคับสมาคมฯ ระเบียบวินัย มารยาท อยู่ในขั้นตอนการทำ ซึ่งเลขาธิการฯสมาคมนั้นเป็นผู้รับผิดชอบ เราจะทำให้เสร็จก่อนฤดูกาลหน้าแน่นอน เรื่องการเทคโอเวอร์สโมสรเป็นระเบียบเก่า ประเทศไทยพร้อมหรือยังที่จะกำหนดตายตัวแบบเข้มๆ ว่าห้ามย้ายสนาม ห้ามเปลี่ยนชื่อ ในวันนี้อาจจะยังไม่มี แต่วันข้างหน้ามีแน่ เพราะประเทศไทยเราฟุตบอลอาชีพเพิ่งมีแค่ 5-6 ปี ถ้าจะเปลี่ยนแปลงอะไร สโมสรที่เข้าร่วมอาจจะปรับไม่ทัน เราก็ต้องค่อยๆ ปรับ ปีนี้แค่นี้ ปีหน้าสมาคมฯอาจจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มซึ่งเราจะบอกก่อนเพื่อให้ปรับตัว มิฉะนั้น สโมสรจะไม่พอใจหาว่าเราคิดจะทำอะไรก็ทำ เราจะบอกก่อนทุกครั้ง มีนโยบายชัดเจน"

"นโยบายอาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอด ไม่ใช่ปรับเปลี่ยนไม่ได้ ทุกอย่างมีขึ้นมีลง ถ้าทุกอย่างอยู่ในสถานการณ์ปกติ เงินสนับสนุน เมื่อหยุดก็เริ่มได้ แต่เริ่มใหม่อาจจะเปลี่ยนนโยบายใหม่ ในปีหน้าเงินสนับสนุนทีมอาจจะเพิ่มขึ้น อย่างในลีกสูงสุด จะเพิ่มจาก 20 ล้าน เป็น 25 ล้าน แต่ผมก็ไม่ได้ให้เงินสโมสรไปเลย 5 ล้านบาท แต่จะให้สโมสรทำงบประมาณเสนอสมาคมฯว่าถ้าได้เงิน 5 ล้านบาทจะเอาไปพัฒนาสนามยังไง ไฟไม่ได้มาตรฐาน สนาม ห้องพักกรรมการหรือนักเตะ ซึ่งไม่เป็นไปตามคลับ ไลเซนซิ่ง หรือกฎของ AFC คุณสามารถเขียนเข้ามาขอเงินและเราจะมอบเงินตรงนี้ไป ไม่ใช่บอกให้ 25 ล้าน ก็เอาไปทำอะไรก็ได้ เช่นเดียวกับดิวิชั่น 1,2 หรือ 3 ก็เขียนโครงการเข้ามาขอได้ แต่ไม่ใช่เอาเงินไปบริหาร ต้องบอกว่าสโมสรมีสนามแบบนี้ ที่นั่งไม่ดี รั่วไม่มีที่กั้น ไม่เป็นไปตามคลับ ไลเซนซิ่ง คุณบอกว่าได้งบเท่านี้ แต่ไม่พอที่จะปรับปรุง เราก็จะทำงบผูกพันและช่วยเหลือจนคุณทำเสร็จ 5 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะต้องมีสนามผ่านคลับ ไลเซนซิ่งของเอเอฟซี มากขึ้น ถ้าเราให้เงินสนับสนุนเป็นเงินรางวัลสูญเปล่า ฟุตบอลไม่พัฒนา อาจจะขัดใจสโมสรไม่ถูกใจบ้าง เพราะว่าไม่ได้รับเงินสดๆ ก็ช่วยไม่ได้เพราะสมาคมฯต้องการทำทุกอย่างตามนโยบาย" นายกสมาคมฯ กล่าวทิ้งท้าย

"สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย" จับมือกับ "การกีฬาแห่งประเทศไทย" ประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย... 3 พ.ย. 2559 16:24 3 พ.ย. 2559 17:53 ไทยรัฐ