วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ส่อง 10 อากาศยานเร็วที่สุดในพื้นพิภพ


หน่วยวัดความเร็วของอากาศยานนั้น ความเร็ว 1 มัค คือความเร็วที่เท่ากับความเร็วของเสียงในอากาศ โดยมีตัวแปรที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความหนาแน่นของอากาศในขณะนั้น โดยปกติจะคำนวณค่ากันที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ซึ่งมีตัวเลขในหน่วย SI คือ 331 m/s โดยมากความเร็วมัคใช้เป็นค่าตรวจวัดความเร็วของเครื่องบิน หรือยานพาหนะอื่นๆ ความเร็วของอากาศยานที่ 1 มัคจะเท่ากับความเร็วของเสียง (1 speed of sound) หรือคิดเป็นอัตราส่วนความเร็วที่ 1,225.05 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ความเร็วของคลื่นเสียงหรือ Speed Sound Waves ในอากาศอยู่ที่ 346 เมตรต่อวินาที การที่เครื่องบินจะบินได้เร็วกว่านั้นรูปทรงของมันต้องมีบทบาทที่สำคัญที่สุดในการออกแบบให้ผิวหรือส่วนที่ปะทะกับอากาศโดยตรงสามารถทนต่อการอัดตัวของมวลอากาศในขณะที่บินด้วยความเร็วสูงได้ หน่วยวัดความเร็วแบบ Mach แบ่งออกเป็นย่านความเร็วได้ 4 ระดับคือ

1-ย่านความเร็วต่ำกว่าเสียงหรือ Subsonic (เครื่องบินใบพัดทั่วไป เฮลิคอปเตอร์ และอากาศยานความเร็วต่ำในประเภทต่างๆ)

2-ย่านความเร็วใกล้เสียงหรือ Transonic (เครื่องบินโดยสารเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน)

3-ย่านความเร็วเหนือเสียงหรือ Supersonic (เครื่องบิน Concorde /SR-71Blackbird /เครื่องบินขับไล่โจมตีแทบทุกแบบในยุคปัจจุบัน)

4-ย่านความเร็วเหนือเสียงขั้นสูง ได้แก่ ความเร็วของจรวดขณะทำการส่งยานกระสวยขึ้นสู่อวกาศกระสวยอวกาศที่กำลังพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศรวมถึงจรวด X-15 ของ NASA ในการบินทดสอบย่านความเร็ว Hypersonic ที่ระดับมัค 5.0 ขึ้นไป

อันดับที่ 10
Sukhoi Su-27 Flanker
นี่คืออากาศยานขับไล่-สกัดกั้นทางยุทธวิธีของรัสเซีย Sukhoi Su-27 Flanker เป็นเครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียงประสิทธิภาพสูงที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต่อกรกับอากาศยานรบของสหรัฐอเมริกา Su-27 Flanker ใช้เครื่องยนต์ Saturn/Lyulka AL-31F turbofans จำนวน 2 เครื่องยนต์ให้แรงขับดัน 75.22 กิโลนิวตัน เครื่องต้นแบบขึ้นทำการบินเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1977และเข้าประจำการในกองทัพอากาศโซเวียตในปี ค.ศ. 1985 ประสิทธิภาพทางการบินของ Su-27 สามารถบินด้วยความเร็วสูงสุดได้กว่า 2.35 มัค หรือ 2.35 เท่าของความเร็วเสียง เทียบหน่วยเป็นไมล์ต่อชั่วโมงอยู่ที่ 1,550 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 2,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากบินด้วย Su-27 Flanker จากกรุงเทพฯไปยังสนามบินนาริตะจะใช้เวลาบินแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

อันดับที่ 9
General Dynamics F111 Aardvark
อากาศยานที่บินได้เร็วในอันดับที่ 9 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ระยะไกล F111 Aardvark ของสหรัฐอเมริกา F111 ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงของสงครามเวียดนามในปี ค.ศ. 1960 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ระยะไกลแบบสองที่นั่งโดยออกแบบให้นักบินทั้งสองนายนั่งคู่กันในลักษณะเดียวกับเครื่องบินโดยสาร เครื่องตันแบบ F111 ขึ้นบินในช่วงต้นยุค 1960 หลังจากนั้นได้บรรจุเข้าประจำการในฝูงบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศอเมริกาสำหรับปฏิบัติภารกิจทิ้งระเบิดระยะไกลหรือบินลาดตระเวนในสงครามอิเล็กทรอนิกส์ F111 Aardvark ใช้เครื่องยนต์ Pratt & Whitney TF30-P-100 turbofans จำนวน 2 ตัว สร้างแรงขับได้ที่ 79.6 กิโลนิวตัน สามารถบินด้วยความเร็ว 2.5 มัค หรือ 2.5 เท่าของความเร็วเสียง เท่ากับ 1,650 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 2,655 กิโลเมตรต่อชั่วโมง F111 Aardvark ยังถูกนำมาใช้บินทิ้งระเบิดในเวียดนามเหนือและปลดประจำการไปในปี ค.ศ. 1998

อันดับที่ 8
McDonnell Douglas F-15A Eagle
พญาอินทรีย์เจ้าแห่งความเร็วลำนี้คือเครื่องบินขับไล่-โจมตีทุกกาลอากาศ F-15 A Eagle เป็นอากาศยานขับไล่ทางยุทธวิธีที่มีสมรรถนะสูง เครื่องต้นแบบขึ้นบินครั้งแรกในปี ค.ศ. 1972 และเข้าประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯในปี ค.ศ. 1976 McDonnell Douglas F-15A Eagle ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนสองเครื่องของ Pratt & Whitney F100-PW-100 or −220 afterburning turbofans ให้แรงขับดัน 64.9 กิโลนิวตัน สามารถบินด้วยความเร็วสูงสุดได้ถึง 2.5 มัค หรือ 1,650 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือเท่ากับ 2,655 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 40 ปี F-15 ก็ยังถูกใช้บินปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นหรือโจมตีมาจนถึงทุกวันนี้ F-15 ยังได้รับการยอมรับจากนักบินทั่วโลกว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในกลุ่มเครื่องบินรบของทัพฟ้ามะกันอีกด้วย

อันดับที่ 7
Mikoyan Mig-31 Foxhound
เครื่องบินขับไล่-สกัดกั้นและโจมตี Mikoyan Mig-31 Foxhound ถูกพัฒนาขึ้นมาเมื่อทดแทนเครื่องบินรบแบบเก่า MiG-25 Foxbat ซึ่งมีปัญหาทางการบินในเรื่องของความคล่องตัวหรือ maneuverability การออกแบบ MiG-25 นั้นจะไปเน้นที่ความเร็ว แต่ก็มีปัญหาทางด้านเครื่องยนต์ในกรณีที่ทำความเร็วสูงสุด นักบิน MiG-25 ในตอนนั้นจึงถูกสั่งว่าห้ามทำความเร็วเกิน 2.5 มัค Mig-31Foxhound จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาด้านการบินที่ย่านความเร็วสูง แม้ว่าเครื่อง Mikoyan Mig-31 Foxhound นี้จะสามารถทำความเร็วได้ถึงมัค 3 แต่ก็ยังคงอันตรายอยู่ดี Foxhound วางเครื่องยนต์ Soloviev D-30F6 afterburning turbofans จำนวน 2 เครื่อง ให้แรงขับมากถึง 93 กิโลนิวตัน หรือ 20,900 lbf จัดเป็นเครื่องบินสกัดกั้นที่ทรงพลังและทันสมัยที่สุดในยุคสงครามเย็นก่อนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ปัจจุบันยังคงมี Mig-31 Foxhound ประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียถึง 286 ลำ Mig-31 สามารถเร่งความเร็วได้ถึง 2.83 มัค หรือ 1,860 ไมล์ต่อชั่วโมง เท่ากับ 3,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีประสิทธิภาพมากพอที่จะทำความเร็วเหนือเสียงได้ในเพดานบินระดับต่ำ

อันดับที่ 6
North American Aviation XB-70 Valkyrie
North American Aviation XB-70 Valkyrie เป็นเครื่องบินต้นแบบทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ที่สามารถบรรทุกระเบิดแบบนิวเคลียร์เพื่อทิ้งใส่เป้าหมายของข้าศึกในช่วงสงครามเย็น XB-70 Valkyrie ถูกออกแบบพัฒนาขึ้นมาสำหรับปฏิบัติภารกิจเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ความเร็วสูง เครื่องต้นแบบขึ้นบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1964 ใช้นักบิน 2 นาย มีค็อกพิตบินแบบนั่งเคียงติดกัน XB-70 Valkyrieใช้เครื่อยนต์ General Electric YJ93-GE-3 afterburning turbojet จำนวน 6 เครื่องยนต์!! สามารถบินด้วยความเร็วสูงสุดถึง 3.02 มัค เทียบเท่า 2,000 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 3,219 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!! ที่เพดานบิน 77,350 ฟุต หรือ 23,600 เมตร มีพิสัยบินหรือบินไกลถึง 6,900 กิโลเมตร ช่องเก็บอาวุธภายในลำตัว 2 ช่องสามารถบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์ได้ 14 ลูก North American Aviation XB-70 Valkyrie ถูกสร้างขึ้นมาแค่ 2 ลำในปี 1964-1969 โดยมีลำหนึ่งประสบอุบัติเหตุชนกลางอากาศระหว่างการบินสาธิตที่มลรัฐโอไฮโอ

อันดับที่ 5
Bell X-2 Starbuster
Bell X-2 Starbuster ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นมาพร้อมกับประวัติศาสตร์ที่มืดมน เป็นอากาศยานต้นแบบที่ใช้ทดสอบการทำความเร็วเหนือเสียงที่คร่าชีวิตนักบินทดสอบจนต้องยุติโครงการไปในที่สุด Bell X-2 Starbuster ผลิตโดยสหรัฐอเมริกา ถือเป็นโครงการวิจัยและพัฒนาอากาศยานความเร็วสูงที่มีความสามารถในการข้ามผ่านความเร็ว 3 เท่าของความเร็วเสียงหรือ 3.2 มัค เครื่องต้นแบบ Bell X-2 ขึ้นบินในปี ค.ศ. 1955-1956 นักบินทดลองเครื่อง Milburn ได้ทำการขึ้นบินทดสอบเครื่องต้นแบบโดยสามารถเร่งความเร็วได้ถึง 3.2 เท่าของความเร็วเสียง เทียบเท่า 2,095 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือเท่ากับ 3,370 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ระดับความสูงเหนือพื้นโลกประมาณ 19.8 กิโลเมตร หลังจากนั้นเครื่อง Bell X-2 Starbuster ก็สูญเสียการควบคุม นักบินพยายามประคองเครื่องแต่ไม่เกิดผล Bell X-2 Starbuster ตกกระแทกพื้นระเบิดเป็นลูกไฟยักษ์คร่าชีวิตนักบินทดลองเครื่องไปอย่างน่าเสียดาย

อันดับที่ 4
Mikoyan Mig-25 Foxbat
Mig-25 Foxbat ของสหภาพโซเวียตเป็นเครื่องบินสกัดกั้น ทิ้งระเบิด และลาดตระเวนทางยุทธวิธีความเร็วเหนือเสียงที่ออกแบบโดยบริษัทมิโคยัน-กูเรวิชค์ของสหภาพโซเวียต เครื่องต้นแบบขึ้นทำการบินครั้งแรกในปี ค.ศ. 1964 หลังจากนั้นจึงเข้าประจำการในกองทัพอากาศโซเวียตเมื่อปี ค.ศ. 1970 Mig-25 Foxbat เป็นอากาศยานรบที่ทรงประสิทธิภาพ เครื่องยนต์เทอร์โบเจ๊ต Tumansky R-15 ให้แรงขับสถิตเครื่องละ 73.5 กิโลนิวตัน (16,523 lbf) หรือ 100.1 kN (22,503 lbf) เมื่อติดสันดาปท้าย เครื่องยนต์เจ็ต 2 เครื่องของมันทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 3.2 มัค หรือเท่ากับ 2,190 ไมล์ต่อชั่วโมง เทียบเท่ากับ 3,524 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมติดตั้งเรดาร์เดินอากาศที่ทรงพลังกับระบบอาวุธที่มีความทันสมัยมากในยุคนั้น Mig-25 Foxbat ติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศสี่ลูก สมรรถนะของตัวเครื่องกลายเป็นภัยคุกคามทางอากาศของฝั่งตะวันตกและเป็นที่มาของการสร้างเครื่องบินขับไล่สกัดกั้น McDonnell Douglas F-15A Eagle ความสามารถที่แท้จริงของ Mig-25 ใช้การออกแบบท่อลมที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องยนต์ไอพ่น Tumansky R-15 ที่ทรงพลังสองเครื่อง โครงสร้างและผิวพื้นลำตัวใช้วัสดุพิเศษน้ำหนักเบาและแข็งแกร่งอย่างไทเทเนียม Mig-25 Foxbat ถูกผลิตขึ้นมาถึง 1,190 ลำ ปัจจุบันกองทัพอากาศรัสเซียได้ทำการปลดประจำการ Mig-25 Foxbat เนื่องจากปัญหาในด้านของชั่วโมงบินและระบบเชื้อเพลิง

อันดับที่ 3
Lockheed YF-12
Lockheed YF-12 เป็นอากาศยานต้นแบบที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาเครื่องบินจารกรรมทางยุทธศาสตร์ความเร็วสูงในช่วงปี ค.ศ. 1950-1960 เป็นอากาศยานที่ใช้สำหรับงานจารกรรมโดยติดตั้งอุปกรณ์บันทึกภาพกำลังขยายสูง เพื่อลักลอบบินเข้าไปถ่ายภาพตามจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหภาพโซเวียต Lockheed YF-12 ขึ้นบินทดสอบเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1963 โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 3.2 มัค หรือ 2,070 ไมล์ต่อชั่วโมง เทียบเท่า 3,330 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ระดับความสูง 24.8 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล หลังจากนั้น Lockheed YF-12 ถูกใช้เป็นอากาศยานค้นคว้าและวิจัยทางอวกาศของ NASA จนถึงปี ค.ศ. 1978 จึงถูกปลดประจำการ

อันดับที่ 2
Lockheed SR-71 Blackbird
Lockheed SR-71 Blackbird กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางวิศวกรรมอากาศยานควบคุมโดยมนุษย์ที่มีความเร็วถึง 3,675 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นเครื่องบินจารกรรมที่มีเพดานบินสูงที่สุดในบรรดาเครื่องบินทั้งหมดที่มนุษย์ใช้บินขึ้นไปบนท้องฟ้า (85,131 ถึง 100,000 ฟุต) รวมถึงการเป็นอากาศยานที่สามารถทำความเร็วต่อเนื่องคงที่ได้ดีที่สุดแบบหนึ่งของโลก ความเป็นที่สุดที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตสมรรถนะสูง 2 เครื่องยนต์ รูปแบบด้านอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม วัสดุที่ใช้ประกอบโครงสร้างและพื้นผิวอยู่ในระดับเกือบสูงสุดในยุคนี้ทั้งๆ ที่มันถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1960 และปลดประจำการไปกว่า 16 ปีแล้ว เครื่องบินจารกรรมล่องหน Lockheed SR-71 Blackbird วิหกดำ เจ้าแห่งสถิติความเร็วบนท้องฟ้าอันดับที่ 2 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 จวบจนถึงปัจจุบัน การถือกำเนิดขึ้นในยุคสมัยหลังการทำความเร็วในระดับเหนือเสียงของอากาศยานในยุคนั้น จากการออกแบบอันยอดเยี่ยมทำให้รูปแบบและโครงสร้างของ SR-71 Blackbird มีความก้าวล้ำในด้านเทคโนโลยีจนถึงทุกวันนี้ วัสดุน้ำหนักเบาไทเทเนียมถูกใช้ทำเป็นโครงลำตัวและพื้นผิวทั้งหมด สีดำที่ใช้ทาบริเวณลำตัวก็เป็นสีชนิดพิเศษที่สามารถทนทานต่ออุณหภูมิความร้อนกว่า 500 องศาเซลเซียสบริเวณส่วนหัวและขอบปีกรวมถึงแพนหางดิ่งทั้งสองข้างเมื่อมันเสียดสีกับอากาศในขณะที่ทำการบินด้วยความเร็วสูงสุด ส่วนหัวที่แบนกว้างแผ่ขยายไปจนจรดขอบปีกที่ติดกับลำตัวด้านข้างยังช่วยสร้างแรงยกมหาศาลจากการทดสอบในอุโมงค์ลม เชื้อเพลิงที่ใช้เติมเจ้า SR-71 Blackbird ก็เป็นเชื้อเพลิงอากาศยานชนิดพิเศษ JP-7 ซึ่งมีเทคนิคการเติมที่ต้องคอยระมัดระวังอันตราย

Lockheed SR-71 Blackbird ใช้เครื่องยนต์แฝดของ Pratt And Whitney รุ่น J-58 ติดตั้งอุปกรณ์ช่วยในการเผาไหม้ให้สมบูรณ์มากขึ้น เครื่องยนต์ Pratt And Whitney J-58 หนึ่งเครื่องนั้น สามารถให้แรงขับมากถึง 32,500 ปอนด์ เมื่อรวมแรงขับของทั้งสองเครื่องจะได้ตัวเลขที่ 65,000 ปอนด์ มีอัตราการไต่ระดับความสูงที่ 1,140 ฟุตต่อนาที พิสัยบินปฏิบัติการ (บินไกล) 4,000 ไมล์ หรือมากกว่านั้นหากเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ ความเร็วสูงสุดของ SR-71 Blackbird ทำได้ที่ 3.3 มัค เท่ากับ 2,200 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 3,675 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุด 85,131 ถึง 100,000 ฟุต น้ำหนักรวมทั้งเครื่อง 78 ตันหรือ 78,000 กิโลกรัม ใช้เจ้าหน้าที่ประจำเครื่อง 2 นาย (นักบิน 1 นาย เจ้าหน้าที่ควบคุมระบบเรดาร์ตรวจการณ์และถ่ายภาพทางอากาศ 1 นาย) ความยาวปีก 16.94 เมตร ความยาวรวม 32.74 เมตร สูง 5.64 เมตร Lockheed SR-71 Blackbird ถูกสร้างขึ้นทั้งหมดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 ถึง 1998 รวมทั้งสิ้น 32 ลำ

อันดับที่ 1
North American X-15
X-15 เป็นอากาศยานวิจัยด้านความเร็วในระดับ Hypersonic ถูกสร้างขึ้นมาโดยการร่วมมือของวิศวกรการบินในหน่วยงาน NASA และบริษัทผลิตอากาศยาน North American เพื่อการบินวิจัยด้วยความเร็วเหนือเสียงระดับสูง (Hypersonic) North American X-15 สามารถบินได้เร็วถึง 6.5 มัค หรือ 6.5 เท่าของความเร็วเสียง ซึ่งถือเป็นความเร็วสูงสุดเท่าที่เครื่องบินที่มีมนุษย์ควบคุมจะสามารถทำได้ เมื่อสังเกตจากรูปทรงจะเห็นว่า North American X-15 นั้นมีรูปทรงที่คล้ายกับจรวดหรือขีปนาวุธมากกว่าจะเป็นอากาศยานที่มีนักบินบังคับเครื่อง !! เครื่องยนต์ XLR99 rocket engine generating สร้างแรงขับดันมหาศาลที่ 57,000 pounds-force หรือ 250 กิโลนิวตัน เป็นเครื่องยนต์เจ็ตทรงพลังที่นำมาพัฒนาต่อยอดจากเครื่องยนต์ของอากาศยานรุ่น Bell X-1 การบินทำลายความเร็วทุบสถิติโลกที่ระดับความสูง 62 ไมล์ หรือ 100 กิโลเมตรเหนือพื้นดินซึ่งถือเป็นความสูงในระดับชายขอบของอวกาศเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1963 X-15 สามารถทำความเร็วได้ถึง 6.72 มัค หรือ 4,520 ไมล์ต่อชั่วโมง เท่ากับ 7,274 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.

ข้อมูล เอกสารอ้างอิงจาก
http://www.livescience.com/39829-fastest-military-airplanes.html

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

รวมอากาศยานตัวแรงและมีความเร็วระดับสถิติโลก ส่องเครื่องบิน 10 รุ่น ที่เร็วสุดในโลก 3 พ.ย. 2559 16:04 4 พ.ย. 2559 10:03 ไทยรัฐ